LOGINค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งฝันร้ายและอดีตอันขมขื่น มีเพียงไออุ่นแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของสามีภรรยาที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ใต้เงาจันทร์ริมแม่น้ำชายแดนชั่วนิรันดร์คืนต่อมา สายลมยามดึกพัดโชยกลิ่นไอฝนละมุนเข้ามาทางหน้าต่างระเบียงห้องนอนชั้นบน แสงจันทร์สว่างนวลทาบทาลงบนเตียงกว้างอย่างเงียบสงบหลังจากมื้ออาหารเย็นอันแสนอบอุ่นที่กินพร้อมหน้าพร้อมตา น้องทอฟ้า ก็หลับสนิทปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของคุณยายที่ห้องนอนชั้นล่างอีกตามเคย ทำให้ห้องนอนชั้นบนตกอยู่ในความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของขุนพลและม่านฟ้าอีกครั้งขุนพลในชุดกางเกงขายาวสบายๆ เดินก้าวเข้ามาในห้อง พลางล็อคประตูอย่างรัดกุม นัยน์ตาคมกริบดุดันที่เคยผ่านศึกบัดนี้ฉายประกายความหวานซาบซึ้งและปรารถนาอย่างลึกซึ้ง เขาทอดสายตามองร่างบางสะคราญตาของ ม่านฟ้า ที่กำลังนั่งสางผมยาวสลวยอยู่หน้ากระจกส่องหน้าม่านฟ้าในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีขับผิวขาวเนียนให้ดูเปล่งปลั่งสะกดสายตา เธอสบตาสามีผ่านกระจก ก่อนจะลุกขึ้นเดินก้าวเข้ามาหาขุนพลด้วยรอยยิ้มหวานแฝงความเขินอาย"พี่ขุนพลคะ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับมือหนาแกร่งของสามีแล้วนำ
แม่ของม่านฟ้ามองขุนพลด้วยความซาบซึ้งใจ ยื่นมืออันสั่นเทาไปจับมือแกร่งของขุนพลไว้ "ขอบคุณนะ... ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลลูกสาวของแม่... ขอบคุณที่ไม่ทอดทิ้งม่านฟ้า..."ทอฟ้าตัวน้อยในอ้อมแขนเอียงคามองยายด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือป้อมๆ ไปแตะแก้มที่มีน้ำตาของยายเบาๆ "ยาย... ไม่ร้องนะ"เสียงเล็กๆของหลานสาวทำให้แม่ของม่านฟ้าหลุดยิ้มออกมาทั้งน้ำตา สวมกอดทั้งม่านฟ้าและหลานสาวไว้ด้วยความอบอุ่น บาดแผลในอดีตที่เคยกัดกินหัวใจของทุกคน บัดนี้ได้รับการเยียวยาและปลดล็อกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยอภัยทานและความรักแท้ในครอบครัวค่ำคืนนั้น บรรยากาศภายในบ้านไม้ริมแม่น้ำอบอวลไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นหอมของอาหารพื้นบ้านที่ม่านฟ้าตั้งใจลงมือทำสุดฝีมือลอยอบเชยไปทั่วห้องครัว เสียงจานชามกระทบกันประสานกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วของ น้องทอฟ้า ที่กำลังนั่งบนตักของคุณยายบนโต๊ะอาหารขุนพล เดินก้าวเข้ามาพร้อมกับ กัน และ ทศ ชายหนุ่มยกเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่มาเสริมข้างโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีแต่ความเอ็นดูและความสงบสุขผู้เป็นแม่มองภาพตรงหน้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาตลอดชีวิตลูบหัว
"ไปค่ะพี่ขุนพล" ม่านฟ้ายิ้มหวาน สบตาสามีด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริงแสงแดดยามเย็นทาบทาผืนน้ำริมแม่น้ำชายแดนเป็นสีส้มทองระยิบระยับ สายลมพัดหอบเอาความสดชื่นเข้ามาทักทาย ขุนพลในชุดสบายๆ เดินจูงมือม่านฟ้า ขณะที่แขนอีกข้างของชายหนุ่มช้อนอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้บนไหล่กว้างอย่างระมัดระวังที่หน้าอู่ซ่อมเครื่องยนต์ กันและทศที่เพิ่งทำความสะอาดเครื่องมือเสร็จ หันมาเห็นภาพสามพ่อแม่ลูกเดินเคียงคู่กันริมระเบียง ทั้งสองสบตากันแล้วหลุดยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่นใจ"ดูดิไอ้ทศ... เสือร้ายขุนพล กลายเป็นคุณพ่อสายอบอุ่นเต็มตัวไปแล้วว่ะ" กันแซวพลางโบกมือให้น้องทอฟ้า"ก็สมควรแล้วนี่หว่า" ทศยิ้มรับ "ฟันฝ่ากันมาขนาดนี้ เห็นพวกมันมีความสุข ยิ้มได้เต็มภาคภูมิแบบนี้ กูแม่งโคตรสบายใจเลย"ทอฟ้าเห็นลุงๆโบกมือให้ก็โบกมือป้อมๆ ตอบกลับเสียงใส "ลุงกัน! ลุงทศ!"ม่านฟ้าทอดสายตามองภาพตรงหน้า รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าสวยงามอย่างไร้ความกังวล ชีวิตของเธออาจจะเคยเริ่มต้นจากความมืดมนและบาดแผลที่หยดน้ำตา แต่วันนี้... ข้างกายเธอมีชายชาตรีผู้พร้อมจะสละทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ มีลูกสาวผู้เป็นดวงใจ และมีมิตรภาพอันแท
ความรักที่เริ่มต้นจากมรสุมและความขมขื่น บัดนี้ได้เบ่งบานเป็นความสุขที่แท้จริงและมั่นคง ดั่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยอย่างสงบเย็นใต้แสงดาวชั่วนิรันดร์เสียงลมยามเย็นพัดเอากลิ่นไอเย็นจากแม่น้ำพัดผ่านระเบียงบ้านไม้ ม่านฟ้านั่งแกว่งเปลผ้าทอให้ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับสนิท ตาปรือปรือพร้อมรอยยิ้มปนเปื้อนคราบน้ำนมบนปรางแก้มขุนพลเดินเข้ามาจากด้านหลัง ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นัยน์ตาคมกริบมองใบหน้าหวานของภรรยาที่บัดนี้ดูฉายประกายความสุขและอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กของม่านฟ้าไว้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล"ม่านฟ้า... พี่มีเรื่องอยากถามหนูหน่อยครับ"ม่านฟ้าเอี้ยวตัวกลับมาสบตา "มีอะไรเหรอคะพี่ขุนพล?"ขุนพลใช้นิ้วแกร่งเกลี่ยไรผมที่แก้มเนียนของเธอเบาๆ นัยน์ตาฉายแววรักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "หนู... อยากพาน้องฟ้ากลับไปเยี่ยมคุณแม่ของหนูที่บ้านเกิดไหม?"คำถามนั้นทำให้ม่านฟ้าชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตและใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่เธอจากมานานหลายปีผุดขึ้นมาในความคิด น้ำตาแห่งความโหยหาและซาบซึ้งค่อยๆคลอเบ้าตาหวาน"พี่เห็นหนูชอบแอบมองรูปถ่ายคุณแม่เรื่อยๆ ช่วงน
ภาพตรงหน้าคือม่านฟ้านอนอยู่บนเตียงพัก ใบหน้าหวานแม้จะดูอ่อนเพลียและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ทว่ากลับฉายประกายความงดงามและความสุขอย่างที่สุด ในอ้อมแขนของเธอมีทารกน้อยตัวแดงๆ ห่ออยู่ในผ้าอ้อมสีชมพู กำลังส่งเสียงร้องแผ่วๆขุนพลทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง น้ำตาไหลผ่านแก้มเนียนอย่างไม่ใช่อายใคร เขายื่นมือหนาที่สั่นเทาไปแตะแก้ม นุ่มๆของลูกสาวตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือเรียวของม่านฟ้าไว้"เก่งมากเลยครับหนู... ขอบคุณนะคะม่านฟ้า... ขอบคุณที่มอบของขวัญที่ย้ำเตือนชีวิตที่งดงามขนาดนี้ให้พี่" ขุนพลกระซิบเสียงหวาน ก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจม่านฟ้ายิ้มหวาน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "ลูกหน้าเหมือนพี่ขุนพลมากเลยค่ะ..."กันและทศเดินย่องตามเข้ามาทางประตู ทั้งสองมองภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบตรงหน้าแล้วหลุดยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่นใจ"แหม... ได้ลูกสาวซะด้วย มึงเตรียมซ้อมถือปืนสั้นเฝ้าหน้าบ้านตอนลูกโตได้เลยนะไอ้ขุนพล!" กันแซวพลางหัวเราะร่า"เออ! ใครกล้ามาจีบลูกสาวมึง โดนลุงๆล้อมค่ายแน่!" ทศเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มท่ามกลางเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาแห่งความสุข ความรักที่เคยผ่านมรสุมแล
ทศหัวเราะร่า ยันกายลุกขึ้นยิ้มมองภาพเพื่อนรัก "เอาน่าไอ้กัน... มึงเห็นมันมีความสุข เห็นน้องม่านฟ้าปลอดภัย ยิ้มได้แบบนี้ มึงไม่ดีใจรึไงวะ? พวกมันผ่านเรื่องเลวร้ายมาเยอะ ตอนนี้ได้เสพสุข ได้เตรียมตัวเป็นพ่อคนแม่คน มันก็สมควรแล้ว""เออ กูดีใจด้วยหรอก!" กันหัวเราะ "แต่มันประคบประงมจนกูหมั่นไส้นี่หว่า! เมื่อเช้ากูจะเดินไปยกถังน้ำช่วยน้องม่านฟ้า ไอ้ขุนพลแม่งพุ่งมาจากไหนไม่รู้ ตะโกนบอก 'อย่าให้เมียกูถือของหนัก!' กูแทบจะกราบมันอยู่แล้ว!"ทั้งสองหัวเราะยวนประสานดังก้องอู่ด้วยความผูกพันและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นตกเย็น แสงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทาบทาเป็นสีส้มทองทั่วท้องฟ้าขุนพลประคองม่านฟ้าเดินเล่นรับลมยามเย็นริมแม่น้ำ ลมพัดเอากลิ่นไอเย็นและดอกไม้ป่าเข้ามาปะทะใบหน้า ขุนพลสวมเสื้อคลุมผืนหนาให้ม่านฟ้า คอยเดินเคียงข้างจับมือเรียวเล็กไว้ไม่ยอมปล่อยให้ก้าวพลาด"อีกแค่สามเดือน..." ม่านฟ้าทอดสายตามองผืนน้ำ ยิ้มด้วยความคาดหวัง "เราก็จะได้เห็นหน้าลูกแล้วนะคะพี่ขุนพล""ครับ..." ขุนพลหันมามองใบหน้าหวานของภรรยา แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความมั่นคงและความรักอันบริสุทธิ์ "ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง... พี่ก็จะ
ม่านฟ้าปล่อยโฮออกมาก่อนจะทรุดลงกับพื้น เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ทำของรักหลุดหายไป เธอเจ็บปวดและโทษตัวเองซ้ำๆอยู่อย่างนั้น Rrrrrrrr. เสียงโทรศัพท์เข้า หญิงสาวกดรับโดยที่ยังไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร "ฮัลโหลค่ะ" "ฉันจะโทรมาบอกว่า คนนั้นเขาติดธุระวันนี้เข้าไปไม่ได้...มะรืนเขาจะเข้าไปก็แล้วกันนะ"
"ชวนพี่ทศกับพี่กินไปด้วยดีไหมคะ หลายคนน่าจะสนุก" "ก็ดีครับ" "เรากลับเข้าไปในงานกันก่อนไหมคะ" "เดี๋ยวรออีกสักพักก็น่าจะเสร็จแล้ว" "เราต้องทำอะไรกันต่อไหมคะ" "ไม่ต้องทำอะไรครับ" ทั้งคู่ก็เดินกลับมาถึงที่เต้นท์พอดี "ไปไหนกันมาครับ" เสือเอ่ยทักถามทั้งสองก่อนที่สายตาจะหันไปมองม่านฟ้านิ่งๆ "ผมพา
"มะรืนในหมู่บ้านมีจัดงานบุญ เดี๋ยวพี่พาไปดูนะ" "ตกลงค่ะ แล้วเพื่อนพี่ไปด้วยไหมคะ" "ไปครับ พวกมันต้องไปช่วยดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว" "แต่ว่า เราไปด้วยกันแบบนี้จะดีหรอคะ" "ทำไมล่ะ คนอื่นก็ไป...ไม่มีใครสังเกตหรอก" "งั้นก็ได้ค่ะ" "เดี๋ยวพี่มารับไปด้วยกันหมดนี่แหละ อ๋อพี่ได้ยินว่าท่านนายพลก็มานะ"
"ที่นี่เหรอคะ" ม่านฟ้ามองไปยังทุ่งดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าไกลสุดลูกหูลูกตา เธอตกตะลึงราวกับโดน มนต์สะกด "เป็นไงสวยไหม" "หนูไม่คิดว่าหลังภูเขาที่เราขับผ่านมาจะมีที่วิวสวยแบบนี้อยู่ด้วย" "พี่มาตรวจแถวนี้บ่อย พวกพี่แบ่งโซนกันส่วนมากก็มีแค่พี่ที่มาที่นี่" "แล้วพี่กันกับพี่ทศล่ะคะ" "ไอ้กันมันดูความเรี







