Mag-log inชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ทว่าพุงพุ้ยที่ยื่นออกมานั้นทำให้ร่างสูงดูภูมิฐานและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น บุคลิกนิ่งๆ ที่มีเพียงสายตาที่กวาดมองรอบด้านอย่างจะประเมินมองสถานการณ์ ภายใต้ชุดตำรวจครึ่งท่อนนั้นยิ่งทำให้คนของอีกฝ่ายต้องทำท่าแขยงๆ ไม่กล้าจะทำตามที่นายสั่ง
“เฮ้ย! กูสั่งให้รุมมันไง ทำไมมึงถึงไม่ทำ”
“ฮะ..เฮีย เอาจริงหรือครับ ผมกลัวปืนผู้กำกับ”
ไอ้ลูกน้องที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้าหันมาบอกปากคอสั่น ขณะที่ดวงตาหวาดๆ ของมันส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่ล้อมรอบผู้กำกับบัญชาให้อยู่เฉยๆ อย่าได้ทำอะไรวู่วาม
“โธ่โว๊ย! แค่ตำรวจแก่ๆ คนนึง พวกมึงก็ป๊อดซะแล้ว ต้องให้ถึงมือกูทุกที”
เสียงพูดอย่างไม่เกรงกลัวใครเอ่ยบอกก่อนจะดันลูกน้องที่ยืนขวางอยู่ให้พ้นทาง เสี่ยพงศกรมองดูผู้กำกับบัญชาที่อยู่ในวงล้อมลูกน้องเขาอย่างเป็นต่อ ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์หนุ่มลูกครึ่งไทยจีนยกยิ้ม ดวงตาคมปานเหยี่ยวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อจ้องมองผู้กำกับวัยใกล้เกษียณที่จ้องประสานสายตาไม่หลบเช่นกัน
“ผู้กำกับ วันนี้มันคิวผม ผู้กำกับจะมาชุบมือเปิบได้ไง โน่น! เด็กใหม่ๆ เยอะแยะ ทำไมต้องมาแย่งเฉพาะคนของผมด้วย”
เสียงวางอำนาจไม่กลัวใครดังขึ้น ซึ่งได้ผลทั้งแขกในร้านทั้งพนักงานก็ต่างหันมามองดูคู่อาฆาตที่ก่อเหตุการณ์ซ้ำๆ กันแบบนี้ทุกครั้งที่เจอกัน และเมื่อตาอินกับตานาแย่งปลา สุดท้ายตาอยู่ที่ชื่อ ภควัฒน์ ก็จะได้ปลาอวบอิ่มไปกินทุกครั้งไป แต่ครั้งนี้ท่าจะไม่ใช่ เพราะตาอยู่ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเข้ามา
“อั๊วรู้ แต่อั๊วมาก่อน อั๊วก็ต้องได้สิทธิก่อนซิ เหอะน่าเฮียกร อาทิตย์หน้าอั๊วต้องไปราชการทั้งอาทิตย์ ตอนนั้นลื้อค่อยมาชดเชย” ผู้กำกับบัญชาพูดอย่างใจเย็น ทว่าน้ำเสียงเข้มปนอำนาจกับสายตาที่ยังชำเลืองมองคนรอบกายก็ทำให้ไอ้พวกที่ยืนล้อมอยู่นี้รู้สึกจะหายใจไม่ทั่วท้อง
“เฮ้ย! นั่นมันไม่เกี่ยว ถ้าผู้กำกับไม่อยู่มันก็เป็นสิทธิของผมหรือใครที่จะมาก็ได้ จะมาชดเชยกันได้ไง น้องดาไม่ใช่ขนมหรือถ้วยชามที่ผู้กำกับจะมาขอไปใช้ก่อนแล้วค่อยเอามาคืนนะ” พงศกรเสี่ยใหญ่วัย 44 ปี เพิ่มเสียงดังขึ้นอย่างไม่กลัว พร้อมแสดงท่าทางหวงเต็มที่
“เอาล่ะค่ะ ทะเลาะกันพอหอมปากหอมคอแล้วนะคะ อย่าทำให้แขกของดากลัวซิคะ”
แม่เล้าสาวสวยโผล่ออกมาห้ามทัพ เมื่อเด็กไปตามว่าสองหนุ่มใหญ่จะเปิดศึกกันอีกแล้ว ร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสั้นสีดำกว้างลึกลงไปถึงร่องอก ผมม้วนลอนขมวดไว้หลวมๆ อย่างไม่ตั้งใจทำให้ลูกผมหลุดลุ่ยลงมาด้านหน้าเพิ่มความเซ็กซี่ที่เจ้าตัวตั้งใจให้เกิด มือบางคล้องแขนผู้กำกับบัญชาก่อนจะล็อคอีกข้างไว้กับท่อนแขนของเสี่ยพงศกร
“ไปหาอะไรดื่มให้อารมณ์เย็นก่อนนะคะ แล้วเราค่อยคุยกัน คืนนี้ดาจะเป็นคนเลือกเองค่ะว่าจะอยู่กับใคร อะ..เสี่ยอย่าเพิ่งโวยค่ะ ยังไงดาก็ไม่ทำให้เสี่ยผิดหวังแน่ และดาก็จะไม่ทำให้ผู้กำกับผิดหวังเหมือนกันค่ะ ไปนะคะ เดี๋ยวแขกดาตกใจ แล้วถ้าดาหมดอาชีพ ทั้งสองท่านต้องรับผิดชอบชีวิตดานะคะ”
ริมฝีปากบางที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดเป็นมันวาวเอ่ยน้ำเสียงไพเราะช่างจำนรรจา และเธอมีวิธีรับมือเสี่ยพงศกรที่ทำท่าจะไม่ยอม พร้อมทั้งสามารถคล้องแขนตาอินกับตานาให้เดินตามเข้าไปในห้องวีไอพีได้อย่างตลอดรอดฝั่งแน่นอน
“เฮ้อ! เกือบจะได้ไปเที่ยวฮ่องกงแล้วกู”
ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยพงศกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหยาบปาดเหงื่อที่ละใบหน้า ความกลัวทั้งเจ้านายและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีมากพอๆ กัน ก็..ผู้กำกับบัญชาน่ากลัวใช่ย่อย ความเด็ดขาดของแกที่เป็นโจษขานในกลุ่มนักก่ออาชญากรรม ไม่รวมทั้งมันที่เกือบจะโดนรวบตัวได้หลายรอบ ถ้าไม่ติดว่าเสี่ยช่วยไว้มันก็คงมีหวังได้ตีตั๋วรอบพิเศษไปเที่ยวฮ่องกงนานแล้วแน่ๆ
.
.
ภคินชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินผ่านโซนสระว่ายน้ำที่จัดเป็นสวนสวยสไตล์บาหลีตัดผ่านไปยังบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่แยกออกมาจากตึกใหญ่ บ้านที่เขาตั้งใจจะสร้างให้แม่เป็นของขวัญ ให้เป็นที่รวบรวมบรรดาหนังสือที่แม่ของเขาสะสมไว้หรือใช้เป็นที่สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ด้วยเพราะอยู่ใกล้สระว่ายน้ำและบริเวณสวนสวยทั้งยังไกลจากตึกใหญ่พอสมควร จึงทำให้เป็นสถานที่ที่เป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี ทว่ามารดากลับไม่มีโอกาสได้ใช้ บ้านหลังน้อยที่อุ่นไอความรักจากเขาสู่แม่จึงกลายเป็นบ้านที่แสนอบอุ่นทุกครั้งที่เขากลับมา
ภาพบิดาที่นั่งทอดอารมณ์พร้อมโปรยอาหารลงในบ่อปลาคาร์ฟที่ว่ายวนไปมาราวกับจะปลุกปลอบใจเปลี่ยวเหงาของเจ้านาย ดวงตาคมเข้มผ่านพ้นวันเวลานั้นทอดมองสายน้ำที่ทำลดหลั่นเป็นธารน้ำตกจำลองให้อากาศได้หมุนเวียนและเพิ่มความเย็นให้กับสายน้ำให้อยู่ในระดับอุณหภูมิที่เจ้าปลาสีสวยเหล่านี้ชื่นชอบ
“อ้าว! พ่อครับ คืนนี้ไม่ออกไปข้างนอกหรือครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามตรงประเด็น เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นบิดาอยู่ติดบ้านและดูเหมือนเขาจะรู้คำตอบนั้นเสียด้วย
“อืม.. ให้โอกาสคนอื่นบ้าง” คำตอบส่งมาทว่าดวงตายังไม่ละไปจากหมู่ปลาด้านล่าง
“โอกาส..พ่อเรียกสิ่งนั้นว่าโอกาสหรือครับ”
“คิดอะไรอยู่หรือคะ”“ลิล..ผมต้องขอโทษลิลอีกครั้ง และคุณดา.. ผมก็ทำกับเธอไว้มาก” อ้อมแขนกระชับร่างบางแนบข้างมากขึ้นเพราะความรู้สึกหนาวเหน็บในใจนั้นมากยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน“และตอนนี้คุณคินพร้อมที่จะไถ่โทษหรือยังคะ”“หือ..จะให้ไถ่โทษด้วยวิธีไหน”“วิธีของลิลค่ะ.. แค่คุณคินมอบตำแหน่งคืนให้ลิลก็พอ”“ตำแหน่ง?” สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามก้มมองคนในอ้อมแขนที่แหงนหน้าขึ้นมองอย่างแสนรัก ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ได้ในความหมาย “สรุปว่าตำแหน่งของลิลยังอยู่หรือเปล่าคะ” “เอ.. อยู่หรือไม่อยู่ดีนะ” จมูกโด่งก้มลงคลอเคลียใบหูเพราะคนที่แนบกระซิกอยู่นี้..มันน่านัก “คุณคิน.. ตำแหน่งของลิล” “อืม.. จะมาถามอะไรตอนนี้ล่ะลิล เลือกสถานที่หน่อยซิ” น้ำเสียงเชิงตำหนิเปล่งออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไร “ใครกันคะ ที่ไม่เลือกสถานที่ คุณคินนั่นแหละ” “อืม.. ใครว่าไม่เลือก ก็เลือกแล้วไง ก็ที่นี่น่ะ..ยังไม่เคย” “เซี้ยวใหญ่แล้วนะคะ ปล่อยลิลก่อน ลิลหายใจไม่ออก แล้วตอบคำถามลิลด้วย” “ไม่เอา.. ไม่ตอบ..
“แด๊ดคะ อยู่ไหนเอ่ย.. มาดูซิคะ ว่าลิลมีอะไรมาฝาก” เสียงหวานส่งมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเขม่นมอง เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงเข้ามานั้นมีผลกับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือกุมเข้าหากันแน่นยามเพ่งฝ่าความสลัวนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่หัวใจรุกเร้านี้ถูกต้องชัดเจน เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งกระพรวนตามที่เขาเข้าใจใกล้เข้ามาเรือนร่างภายใต้ชุดสาวชาวเขานั้นดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก เจ้าของร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับนำของที่หอบมาวางลงบนแคร่ ภคินแทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกเต็มตื้นของตัวเองไม่ให้ดึงร่างนั้นเข้ามากอดรัดไม่ไหว ฝ่าเท้าก้าวมั่นคงเข้าใกล้คนที่หัวใจสั่งให้ติดตามหา เสียงเครื่องเงินที่กระทบกันบนตัวเสื้อนั้นเงียบลงพร้อมๆ กับเจ้าของร่างที่ยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า ดวงตาหวานร้อนผ่าวไปด้วยความรู้สึกเต็มตื้นที่เหมือนจะตีขึ้นจากหัวใจ รอยยิ้มแสนจะคุ้นเคยของเขาที่เธอคิดว่าต้องมีวันนี้สักวัน วันที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็นวันที่เขาติดตามหาเธอ แม้ความคาดหวังของเธอจะคล้ายฝันเฟื่องที่คนอย่างเขา คนอย่
ดวงตาคมเข้มทอดมองวิถีชีวิตรายรอบ ชายหญิงชาวเขาที่เห็นคงเพิ่งกลับจากทำไร่เพราะผักหลายชนิดในตะกร้าสานที่แบกไว้ด้านหลังและเด็กๆ ที่วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ ภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ไม่มีอะไรเลย” ที่เห็นนั้น ภคินไม่อยากเชื่อในความรู้สึกของตัวเองว่าเขาจะคิดว่าได้เห็นสิ่งสวยงามทั้งที่ไม่มีตรงจุดไหนที่บ่งชี้ว่าสวยเลยสักนิด “ความสวยงามในจิตใจ” นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกกับตัวเอง“ลิล.. คงมีความสุขสินะที่ได้อยู่ที่นี่”ชายหนุ่มที่พึมพำกับตัวเองทำให้ปีเตอร์ที่เดินออกมายิ้มกับสิ่งที่คิดว่าไม่ผิด ต่อจากนี้เขาก็คงไม่ต้องได้ยินเสียงคนร้องไห้ในเวลากลางคืนอีกแล้ว “เอ่อ.. แล้วลูกสาวของคุณไปไหนหรือครับ ใกล้ค่ำแล้ว”“ไปที่หมู่บ้านด้านบนน่ะครับ นี่คงใกล้จะมาแล้ว เธอขึ้นไปตั้งแต่เช้าเอายาและหนังสือที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้เด็กชาวเขาด้านบนน่ะครับ ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเธอก็ช่วยผมสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวเขา ส่วนผมน่ะสอนภาษาอังกฤษ”“ทำไมเธอถึงสอนภาษาไทยล่ะครับ เอ่อ..ขอโทษนะครับที่ผมละลาบละล้วงถาม” ภคินเอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าหญิงต่างชาติจะสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ได้“ภรรยาผมเธอเป
เด็กชาวเขาหลายสิบคนที่กำลังนั่งล้อมวงอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายไม่ได้แตกต่างไปจากคนชาวเขา ทว่าเรือนกายสูงใหญ่และใบหน้าที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่แตกต่างไปจากคนเอเชียก็ทำให้ภคินไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปหาในทันที เพราะตั้งใจแล้วว่าจะตามหาดังนั้นใครก็ได้ที่ตอบคำถามได้เขาก็ไม่ควรจะพลาด“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มารบกวน ผมแค่ต้องการจะสอบถาม..”ภาษาอังกฤษในสำเนียงชัดเจนถูกส่งออกไปยังคนตรงหน้า เพราะยังไงเสียชายต่างชาตินี้ก็เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในกลุ่ม ซึ่งหากเขาต้องการจะสอบถามข้อมูลจากเด็กๆ ก็ควรจะขออนุญาตเสียก่อน“สวัสดีครับ ผมพูดไทยได้ ต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ”ภาษาไทยชัดเจนแม้จะดูแปล่งไปบ้างในสำเนียงแต่ภคินก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า ชายต่างชาติคนนี้ใช้ภาษาไทยได้ดีทีเดียว รอยยิ้มยินดีถูกส่งออกไปเพราะเขาคงไม่ได้สื่อสารกับเฉพาะเด็กๆ อีกแล้ว และดูท่าชายต่างชาติคนนี้คงจะสามารถให้ข้อมูลกับเขาได้มาก“ผมภคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผม..ปีเตอร์”ภาพของหญิงสาวที่เห็นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มทำให้ดวงตาสีเขียวหม่นแต่ทว่าคมเข้มตามวันเวลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ
สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้ภคินต้องส่ายศีรษะไปมาในความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ความถือตนว่ามีทุกอย่างจึงทำให้เหยียดคนที่ต่ำกว่า ทั้งที่ลินลดาก็ไม่เคยทำให้เขาต้องวุ่นวาย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าเท่านั้นหรือที่เขานึกรังเกียจ ตอนนี้เขารู้ในคำตอบนั้นแล้วว่า “ไม่ใช่” สิ่งที่เขาตั้งแง่รังเกียจก็คือ ศักดิ์ศรีที่มันค้ำอยู่บนบ่าเท่านั้น เขากลัวว่าบริรักษ์จะมัวหมองเพราะพ่อเอาผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษมาเชิดหน้าชูตา กลัวว่าเธอและลูกสาวจะเข้ามาชุบมือเปิบเหมือนผู้หญิงหิวเงินทั่วไปที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็ม จนลืมมองในเนื้อแท้ของคนแต่ละคนว่าไม่เหมือนกัน“คุณดาไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่มีค่าพอที่คุณดาจะขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณดากับลิล มันไม่ควรจะให้อภัยเลย แต่คุณดาก็ยังดีกับพ่อดีกับผม ผมขอโทษจริงๆ ครับ และผมจะไม่ขวางอีกแล้วหากพ่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณดา”ภคินที่ยกมือขึ้นไหว้เธอพร้อมกับสิ่งที่เขาบอกทำให้ลินลดาตื้นตันเสียจนไม่อาจยั้งหยาดน้ำตาไว้ได้ คนอย่างภคิน บริรักษ์ ยอมลดตัวลงมาเพื่อเธอกับลูก แค่นี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเขารักลูกสาวของเธอจริง“คุณคินคะ ดามีเรื่องที่อยากจะให้คุณคินรับรู้ไว้ค่ะ ดารักท่าน..เพราะท่านดีก
เมทินียิ้มรับกับคำถามนั้น พร้อมเจ้าของฝ่ามือแกร่งที่กอบกระชับฝ่ามือบอบบางของเธอแน่นขึ้น แววความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันและกันนั้นทำให้ผู้ถือหุ้นที่คิดจะส่งคำถามต่อต้องระงับไว้เพียงแค่นั้นในทันที เพราะคำตอบก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว“แล้วอย่างนี้สรรค์พิสุทธิ์จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิลักษณ์เลิศหรือเปล่าครับ แล้วทิศทางการบริหารของคุณนุติจะเป็นในแบบไหนครับ”“เปลี่ยนครับ ผมจะไม่ใช้ชื่อของสรรค์พิสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดเว้นวรรคก่อนจะชำเลืองมองคนด้านข้างที่เหมือนรอคอยในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน“แต่ผมจะใช้ชื่อว่า SS GROUP แทน S ตัวแรกแทนสำหรับ สรรค์พิสุทธิ์ และ S ตัวที่สองสำหรับแทน สิทธิลักษณ์เลิศครับ แต่หากว่าคุณพ่อตาและคุณภรรยาในอนาคตจะอนุญาตให้ S ตัวแรกเป็น สิทธิลักษณ์เลิศ ผมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้”คำพูดสื่อความหมายนั้นเรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะมือขวาแห่งบริรักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นเขยแห่งสรรค์พิสุทธิ์นี้มีกึ๋นมากมายแค่ไหน ก็ดูได้จากกิจการของบริรักษ์กรุ๊ปที่ว่ากันว่าทุกโปรเจคทุกงานที่ได้มาโดยง่ายนั้นล้วนมาจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น “ขอถามอีกหนึ่งคำถามครับ ถ้าคุณนุติมาบริหารง
อาการสั่นสะเทือนที่กระเป๋ากางเกงทำให้นุติละสายตาจากใบหน้างามพร้อมทั้งถอนใจอย่างโล่งอกที่เหมือนระฆังช่วยไม่ให้เขาต้องแสดงท่าทีเขินๆ ต่อหน้าสาวน้อยที่เขาเริ่มจะมีความรู้สึกพิเศษกับเธอมากขึ้นๆ“ครับคุณคิน ฮะ! ว่าไงนะครับ มาไม่ทัน อ้าว! แล้วผมจะแก้ตัวกับท่านยังไง โธ่! ให้ผมพูดแทนผมไม่กล้าหรอกครับ มันหน
..ปัง..ภคินที่ก้าวขึ้นมานั่งด้านข้างคนขับตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถดังสนั่นตามอารมณ์รุนแรงของชายหนุ่ม แววตาขวางๆ มองมาที่คนขับจำเป็นก่อนจะสบถเสียงไม่พอใจออกมาเบาๆ แม้จะอยากอาละวาดเพียงใดแต่นุติก็เป็นเพื่อนที่ไม่ควรจะมารองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดจากเขา“อารมณ์เย็นหรือยังครับคุณคิน พร้อมจะเล่าหรือพร้อมจะร
สิ่งที่มารดาบอกก่อนที่จะออกจากบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ แต่นี่ก็เกือบตีหนึ่งแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววที่แม่จะมา เสียงท้องร้องจ๊อกทำให้เธอต้องลุกขึ้น กับข้าวสามอย่างที่มารดาอุ่นและวางไว้บนโต๊ะอาหารยังคงอยู่ที่เดิมเพราะไม่มีใครแตะต้อง ลลิลหันซ้ายขวาหาสิ่งที่จะช่วยเหลือเธอได้และก็ได้เห็นห้องครัว
“แล้วไง นายนุ นายจะลำบากตรงไหน คนที่คิดจะเลี้ยงเด็กนั่นก็คือฉัน คนที่คิดจะสอยแม่นั่นลงจากเล้าก็คือฉัน แล้วมันเกี่ยวกับนายตรงไหนไม่ทราบ นายก็แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น หรือว่านายจะตามเข้าไปถึงเตียงนอน..ฉันก็ไม่ว่า” “คุณคิน...” แววเย้ยหยันในดวงตาคมเข้มค







