Mag-log inน้ำเสียงปนหยันที่จับได้ ทำให้ภควัฒน์ต้องเงยหน้าขึ้นมองลูกชายคนเดียว “ภคิน บริรักษ์” บุตรชายเพียงคนเดียวที่ขณะนี้อำนาจการบริหารงานในบริษัททั้งหมดเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว เพราะนับตั้งแต่วางมือ เขาก็ไม่เคยเข้าไปยุ่มย่ามในบริษัทหรือในโรงงานอีกเลย และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ภคินจะไม่มายุ่งเกี่ยวในเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย
“คิน.. ทำไมถึงพูดอย่างนั้น โอกาสของคินและของพ่อมันไม่ได้แตกต่างกันนะ โอกาสในเชิงธุรกิจกับโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคน”
“พ่อครับ!”
“อย่ามาคุยกันเรื่องนี้เลย แค่พ่อยอมให้เจ้ายอดมันขับรถรับส่งให้ทุกวัน มันก็เป็นสิ่งที่คินต้องการแล้วไม่ใช่รึ ถ้าคินรู้แล้วก็อย่าถาม นอกเสียจากคินอยากรู้ความจริงจากปากพ่อ”
แววตาที่มองสบมาเขารู้ว่าพ่อทำจริง สิ่งที่เขารู้พ่อจะทำจริงๆ แต่จะให้เขายอมรับคงไม่มีทาง ผู้หญิงดีๆ มีถมเถและทำไมต้องเป็นผู้หญิงพรรค์นั้น ผู้หญิงที่บินสูงเกินตัว
“คิน.. กินข้าวมาหรือยัง พ่อให้ยายนุ่มเตรียมอาหารไว้ให้ คงจะยังร้อนๆ อยู่”
ภคินหันหลังก้าวเดินทว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยบอกขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องมองฝูงปลาในน้ำอยู่เช่นเคยทำให้ภคินชะงักฝีเท้าอีกหน ใบหน้าหล่อคมสลดวูบก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเคร่งขรึมดังเดิม
“ขอบคุณครับ”
เรือนหลังเล็ก หรือ บ้านหลังน้อย บ้านที่ภคินตั้งใจสร้างให้คุณนิ่มภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้ว แม่ลูกที่ช่วยกันตั้งชื่อบ้านและก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้ใช้ชื่อไหน แต่สุดท้ายคุณนิ่มเองกลับไม่มีโอกาสได้อยู่ ภควัฒน์มองตามเบื้องหลังแกร่งที่เดินลับไปตามแนวกกบาหลีที่ปลูกเรียงรายไว้ตามสะพานไม้ที่ทอดยาวสู่ตัวบ้าน ดวงตาคมเข้มที่ทอดแบบให้ลูกชายได้ไม่ผิดเพี้ยนมีแววยิ้มในสีหน้า
“ปัญหาเล็กน้อยต้องฝ่าไปให้ได้”
ภควัฒน์ยิ้มเมื่อนึกไปถึงชายหนุ่มที่เขาอุ้มชูไม่ต่างจากลูกชายอีกคน “นุติ” จะต้องช่วยได้ หากภคินหัวดื้อไม่ยอม เขาก็จะใช้เจ้านุตินี่แหละให้เป็นประโยชน์ ภคินจะต้องรู้และยอมรับลินลดาไม่ต่างจากเขา เพราะปัญหาอันดับแรกของเขาก็คือ ลินลดาไม่ยอมรับในข้อเสนอนั้นต่างหาก
.
.
“ยายจ๋า.. นะจ๊ะยาย ลิลอยากไปฝึกงานกับแม่”
เสียงหวานออดอ้อนพลางคลอเคลียใบหน้าไปมาบนหน้าอกอุ่นยวบของผู้เป็นยาย เสียงเว้าวอนน่าสงสารเพราะไม่ว่าอย่างไร ยายมุกดาก็ไม่อนุญาตให้เธอลงไปฝึกงานที่ร้านอาหารของมารดา
“ลิล ไม่ได้หรอก ลิลรู้หรือลูกว่าร้านของแม่เขาน่ะอยู่ตรงไหน ถ้ายายปล่อยให้ลิลไปแล้วไปหลง หรือมีใครมาฉุดไปขาย ยายจะทำยังไง”
เสียงแหบชราเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง ทั้งห่วงและหวง ห่วงทั้งร่างกายและห่วงทั้งความรู้สึกถ้าลลิลได้รู้ความจริงว่าร้านอาหารที่ลินจงบอกนั้นไม่ใช่แบบที่วาดฝันไว้หลานสาวจะมีสภาพเป็นอย่างไร
“โธ่! ยายจ๋า ลิลน่ะอายุ 20 แล้วนะ อีกไม่กี่เดือนก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว แค่สมุทรปราการลิลไปถูก มีแค่ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของแม่ก็พอแล้ว ไม่มีใครเคยบอกยายเลยหรือจ๊ะว่าหลานยายมุกดาน่ะฉลาดเป็นกรด ฉลาดมาก..”
“และก็ฉลาดแกมโกงด้วย”
“โธ่! ยายจ๋า นะนะ..ให้ลิลไปนะ ลิลอยากลองไปอยู่ที่อื่นบ้าง ลิลต้องฝึกงานก่อนจบนะจ๊ะ”
“โรงงานแถวบ้านเราก็มีนี่ลูก ฝึกแถวนี้ก็ได้ เดี๋ยวยายจะไปคุยกับผู้ใหญ่ให้เขาช่วยฝากเข้า เงินเดือนเราไม่เอาก็ได้ แค่ได้ฝึกงานก็พอ นะลูกนะ ฝึกที่บ้านเรานี่แหละ ไม่ต้องไปไกลถึงที่นั่นหรอก”
มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะหลานสาวไปมา ทำไมแกจะไม่รู้ว่าที่ลลิลต้องการจะไปฝึกงานนั้นเป็นเพราะว่า “คิดถึง” 3 ปีแล้วที่ลินจงไม่กลับมาบ้าน “ฉันงานยุ่งนะแม่” สิ่งที่มักจะบอกออกมาเสมอ แต่คนเป็นแม่เหมือนกันทำไมจะไม่รู้ เพราะว่าลลิลโตเป็นสาวแล้วน่ะซิ สิ่งที่เห็นอาจจะทำให้เข้าใจในงานของลินจงได้ไม่ยาก เสียงร้องไห้ของลูกสาวที่ส่งผ่านตามสายโทรศัพท์มันสะท้อนใจแกอย่างแรง
“แล้วเมื่อไรแกถึงจะเลิก เมื่อไร เงินทองเราก็พอมีพอกินแล้วนี่ ลิลเองมันก็จะเรียนจบแล้ว มันจะเลี้ยงแม่เลี้ยงยายได้แล้ว เลิกเถอะลินจง อย่าให้ลิลมันรู้เลยว่าแม่ของมันทำงานอะไร”
คำที่แกบอกลูกสาวมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ตอบกลับมา ยายมุกดาโอบกอดหลานสาวไว้แนบอก หัวอกคนเป็นแม่คนเป็นยายสั่นสะท้านเพราะแกเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่ลินจงไม่ยอมเลิกกิจการทั้งที่ก็กลัวลูกจะรู้
“เชื่อยายนะลิล ฝึกงานที่บ้านเรานี่แหละลูก ว่าแต่จะเริ่มฝึกกันเดือนไหนล่ะ ยายจะได้ไปคุยกับผู้ใหญ่เขาไว้เนิ่นๆ”
“เอ่อ..อีก 2 เดือนจ้ะยาย”
“เอ..แต่เห็นผู้ใหญ่แกบอกว่านังผึ้งมันจะฝึกสิ้นเดือนนี้แล้วนะ”
“ก็มันไม่เหมือนกันนี่จ๊ะ ผึ้งเขาเลือกคนละคณะกับลิล ก็เลยฝึกไม่เหมือนกันจ้ะ”
ลลิลซบใบหน้าลงกับอกอุ่นของยาย น้ำเสียงอู้อี้เอ่ยบอกขณะที่หัวใจเต้นรัวเร็ว “โกหก” เพราะเธอโกหก ยังไงเธอก็ต้องลงไปหาแม่ให้ได้ เสียงยายที่พูดโทรศัพท์กับแม่ไปร้องไห้ไปยังก้องอยู่ในหู อะไรคือสิ่งที่แม่ต้องเลิก เธอจะต้องรู้ให้ได้และงานที่แม่ทำมันคืออะไร เธอยังมีเวลากว่าครึ่งเดือนที่จะแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาถึงสถานที่ฝึกงาน ไปดูก่อนคงไม่เป็นไร
“คิดอะไรอยู่หรือคะ”“ลิล..ผมต้องขอโทษลิลอีกครั้ง และคุณดา.. ผมก็ทำกับเธอไว้มาก” อ้อมแขนกระชับร่างบางแนบข้างมากขึ้นเพราะความรู้สึกหนาวเหน็บในใจนั้นมากยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน“และตอนนี้คุณคินพร้อมที่จะไถ่โทษหรือยังคะ”“หือ..จะให้ไถ่โทษด้วยวิธีไหน”“วิธีของลิลค่ะ.. แค่คุณคินมอบตำแหน่งคืนให้ลิลก็พอ”“ตำแหน่ง?” สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามก้มมองคนในอ้อมแขนที่แหงนหน้าขึ้นมองอย่างแสนรัก ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ได้ในความหมาย “สรุปว่าตำแหน่งของลิลยังอยู่หรือเปล่าคะ” “เอ.. อยู่หรือไม่อยู่ดีนะ” จมูกโด่งก้มลงคลอเคลียใบหูเพราะคนที่แนบกระซิกอยู่นี้..มันน่านัก “คุณคิน.. ตำแหน่งของลิล” “อืม.. จะมาถามอะไรตอนนี้ล่ะลิล เลือกสถานที่หน่อยซิ” น้ำเสียงเชิงตำหนิเปล่งออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไร “ใครกันคะ ที่ไม่เลือกสถานที่ คุณคินนั่นแหละ” “อืม.. ใครว่าไม่เลือก ก็เลือกแล้วไง ก็ที่นี่น่ะ..ยังไม่เคย” “เซี้ยวใหญ่แล้วนะคะ ปล่อยลิลก่อน ลิลหายใจไม่ออก แล้วตอบคำถามลิลด้วย” “ไม่เอา.. ไม่ตอบ..
“แด๊ดคะ อยู่ไหนเอ่ย.. มาดูซิคะ ว่าลิลมีอะไรมาฝาก” เสียงหวานส่งมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเขม่นมอง เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงเข้ามานั้นมีผลกับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือกุมเข้าหากันแน่นยามเพ่งฝ่าความสลัวนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่หัวใจรุกเร้านี้ถูกต้องชัดเจน เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งกระพรวนตามที่เขาเข้าใจใกล้เข้ามาเรือนร่างภายใต้ชุดสาวชาวเขานั้นดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก เจ้าของร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับนำของที่หอบมาวางลงบนแคร่ ภคินแทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกเต็มตื้นของตัวเองไม่ให้ดึงร่างนั้นเข้ามากอดรัดไม่ไหว ฝ่าเท้าก้าวมั่นคงเข้าใกล้คนที่หัวใจสั่งให้ติดตามหา เสียงเครื่องเงินที่กระทบกันบนตัวเสื้อนั้นเงียบลงพร้อมๆ กับเจ้าของร่างที่ยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า ดวงตาหวานร้อนผ่าวไปด้วยความรู้สึกเต็มตื้นที่เหมือนจะตีขึ้นจากหัวใจ รอยยิ้มแสนจะคุ้นเคยของเขาที่เธอคิดว่าต้องมีวันนี้สักวัน วันที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็นวันที่เขาติดตามหาเธอ แม้ความคาดหวังของเธอจะคล้ายฝันเฟื่องที่คนอย่างเขา คนอย่
ดวงตาคมเข้มทอดมองวิถีชีวิตรายรอบ ชายหญิงชาวเขาที่เห็นคงเพิ่งกลับจากทำไร่เพราะผักหลายชนิดในตะกร้าสานที่แบกไว้ด้านหลังและเด็กๆ ที่วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ ภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ไม่มีอะไรเลย” ที่เห็นนั้น ภคินไม่อยากเชื่อในความรู้สึกของตัวเองว่าเขาจะคิดว่าได้เห็นสิ่งสวยงามทั้งที่ไม่มีตรงจุดไหนที่บ่งชี้ว่าสวยเลยสักนิด “ความสวยงามในจิตใจ” นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกกับตัวเอง“ลิล.. คงมีความสุขสินะที่ได้อยู่ที่นี่”ชายหนุ่มที่พึมพำกับตัวเองทำให้ปีเตอร์ที่เดินออกมายิ้มกับสิ่งที่คิดว่าไม่ผิด ต่อจากนี้เขาก็คงไม่ต้องได้ยินเสียงคนร้องไห้ในเวลากลางคืนอีกแล้ว “เอ่อ.. แล้วลูกสาวของคุณไปไหนหรือครับ ใกล้ค่ำแล้ว”“ไปที่หมู่บ้านด้านบนน่ะครับ นี่คงใกล้จะมาแล้ว เธอขึ้นไปตั้งแต่เช้าเอายาและหนังสือที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้เด็กชาวเขาด้านบนน่ะครับ ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเธอก็ช่วยผมสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวเขา ส่วนผมน่ะสอนภาษาอังกฤษ”“ทำไมเธอถึงสอนภาษาไทยล่ะครับ เอ่อ..ขอโทษนะครับที่ผมละลาบละล้วงถาม” ภคินเอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าหญิงต่างชาติจะสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ได้“ภรรยาผมเธอเป
เด็กชาวเขาหลายสิบคนที่กำลังนั่งล้อมวงอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายไม่ได้แตกต่างไปจากคนชาวเขา ทว่าเรือนกายสูงใหญ่และใบหน้าที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่แตกต่างไปจากคนเอเชียก็ทำให้ภคินไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปหาในทันที เพราะตั้งใจแล้วว่าจะตามหาดังนั้นใครก็ได้ที่ตอบคำถามได้เขาก็ไม่ควรจะพลาด“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มารบกวน ผมแค่ต้องการจะสอบถาม..”ภาษาอังกฤษในสำเนียงชัดเจนถูกส่งออกไปยังคนตรงหน้า เพราะยังไงเสียชายต่างชาตินี้ก็เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในกลุ่ม ซึ่งหากเขาต้องการจะสอบถามข้อมูลจากเด็กๆ ก็ควรจะขออนุญาตเสียก่อน“สวัสดีครับ ผมพูดไทยได้ ต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ”ภาษาไทยชัดเจนแม้จะดูแปล่งไปบ้างในสำเนียงแต่ภคินก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า ชายต่างชาติคนนี้ใช้ภาษาไทยได้ดีทีเดียว รอยยิ้มยินดีถูกส่งออกไปเพราะเขาคงไม่ได้สื่อสารกับเฉพาะเด็กๆ อีกแล้ว และดูท่าชายต่างชาติคนนี้คงจะสามารถให้ข้อมูลกับเขาได้มาก“ผมภคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผม..ปีเตอร์”ภาพของหญิงสาวที่เห็นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มทำให้ดวงตาสีเขียวหม่นแต่ทว่าคมเข้มตามวันเวลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ
สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้ภคินต้องส่ายศีรษะไปมาในความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ความถือตนว่ามีทุกอย่างจึงทำให้เหยียดคนที่ต่ำกว่า ทั้งที่ลินลดาก็ไม่เคยทำให้เขาต้องวุ่นวาย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าเท่านั้นหรือที่เขานึกรังเกียจ ตอนนี้เขารู้ในคำตอบนั้นแล้วว่า “ไม่ใช่” สิ่งที่เขาตั้งแง่รังเกียจก็คือ ศักดิ์ศรีที่มันค้ำอยู่บนบ่าเท่านั้น เขากลัวว่าบริรักษ์จะมัวหมองเพราะพ่อเอาผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษมาเชิดหน้าชูตา กลัวว่าเธอและลูกสาวจะเข้ามาชุบมือเปิบเหมือนผู้หญิงหิวเงินทั่วไปที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็ม จนลืมมองในเนื้อแท้ของคนแต่ละคนว่าไม่เหมือนกัน“คุณดาไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่มีค่าพอที่คุณดาจะขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณดากับลิล มันไม่ควรจะให้อภัยเลย แต่คุณดาก็ยังดีกับพ่อดีกับผม ผมขอโทษจริงๆ ครับ และผมจะไม่ขวางอีกแล้วหากพ่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณดา”ภคินที่ยกมือขึ้นไหว้เธอพร้อมกับสิ่งที่เขาบอกทำให้ลินลดาตื้นตันเสียจนไม่อาจยั้งหยาดน้ำตาไว้ได้ คนอย่างภคิน บริรักษ์ ยอมลดตัวลงมาเพื่อเธอกับลูก แค่นี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเขารักลูกสาวของเธอจริง“คุณคินคะ ดามีเรื่องที่อยากจะให้คุณคินรับรู้ไว้ค่ะ ดารักท่าน..เพราะท่านดีก
เมทินียิ้มรับกับคำถามนั้น พร้อมเจ้าของฝ่ามือแกร่งที่กอบกระชับฝ่ามือบอบบางของเธอแน่นขึ้น แววความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันและกันนั้นทำให้ผู้ถือหุ้นที่คิดจะส่งคำถามต่อต้องระงับไว้เพียงแค่นั้นในทันที เพราะคำตอบก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว“แล้วอย่างนี้สรรค์พิสุทธิ์จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิลักษณ์เลิศหรือเปล่าครับ แล้วทิศทางการบริหารของคุณนุติจะเป็นในแบบไหนครับ”“เปลี่ยนครับ ผมจะไม่ใช้ชื่อของสรรค์พิสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดเว้นวรรคก่อนจะชำเลืองมองคนด้านข้างที่เหมือนรอคอยในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน“แต่ผมจะใช้ชื่อว่า SS GROUP แทน S ตัวแรกแทนสำหรับ สรรค์พิสุทธิ์ และ S ตัวที่สองสำหรับแทน สิทธิลักษณ์เลิศครับ แต่หากว่าคุณพ่อตาและคุณภรรยาในอนาคตจะอนุญาตให้ S ตัวแรกเป็น สิทธิลักษณ์เลิศ ผมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้”คำพูดสื่อความหมายนั้นเรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะมือขวาแห่งบริรักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นเขยแห่งสรรค์พิสุทธิ์นี้มีกึ๋นมากมายแค่ไหน ก็ดูได้จากกิจการของบริรักษ์กรุ๊ปที่ว่ากันว่าทุกโปรเจคทุกงานที่ได้มาโดยง่ายนั้นล้วนมาจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น “ขอถามอีกหนึ่งคำถามครับ ถ้าคุณนุติมาบริหารง
ภคินผละออกในทันทีที่พูดจบ เขาไม่อยากให้เธอพูดอะไรอีก “ขอโทษ” คำที่อยากเอ่ย แต่ทิฐิที่มีก็ยังมากพอที่จะค้ำปากตัวเองไม่ให้พูดออกไป “เกม” ที่เหมือนจะมีหัวใจของเขาเองที่เป็นเดิมพันกับความพ่ายแพ้ที่มองเห็นอยู่รำไร“ทำไมเธอต้องเป็นลูกของลินลดา”แม้ไม่อยากนึกถึงคำถามเดิมที่วกวนอยู่ในหัวใจ คำถามที่เหมือนเป
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ด้านในของตัวบ้านภคินต้องชะงักฝีเท้าที่จะก้าวเดิน ฝ่ามือแกร่งบีบกระชับเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสบสายตากับอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ชายที่นั่งอยู่กับเธอ เลือดลมเหมือนจะวิ่งริ้วขึ้นสู่ใบหน้าจนอยากจะถลาเข้าไปประเคนหมัดรุ่นๆ กระทบปลายคางสักหมัด หากไม่ติดที่ว่าสายตาที่มองสบมาอ
อาการสั่นสะเทือนที่กระเป๋ากางเกงทำให้นุติละสายตาจากใบหน้างามพร้อมทั้งถอนใจอย่างโล่งอกที่เหมือนระฆังช่วยไม่ให้เขาต้องแสดงท่าทีเขินๆ ต่อหน้าสาวน้อยที่เขาเริ่มจะมีความรู้สึกพิเศษกับเธอมากขึ้นๆ“ครับคุณคิน ฮะ! ว่าไงนะครับ มาไม่ทัน อ้าว! แล้วผมจะแก้ตัวกับท่านยังไง โธ่! ให้ผมพูดแทนผมไม่กล้าหรอกครับ มันหน
..ปัง..ภคินที่ก้าวขึ้นมานั่งด้านข้างคนขับตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถดังสนั่นตามอารมณ์รุนแรงของชายหนุ่ม แววตาขวางๆ มองมาที่คนขับจำเป็นก่อนจะสบถเสียงไม่พอใจออกมาเบาๆ แม้จะอยากอาละวาดเพียงใดแต่นุติก็เป็นเพื่อนที่ไม่ควรจะมารองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดจากเขา“อารมณ์เย็นหรือยังครับคุณคิน พร้อมจะเล่าหรือพร้อมจะร







