Masukตอนที่
[13]
สินค้าใหม่
ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง
‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’
ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!
มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียว
ในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้า
คืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน พื้นรองเท้าจะต้องหนาและมีร่องลึกเพื่อช่วยในการยึดเกาะ และที่สำคัญที่สุด...มันจะต้องถูกเคลือบด้วยไขมันสัตว์หรือขี้ผึ้งชนิดพิเศษ เพื่อให้มีคุณสมบัติในการกันน้ำและกันหิมะได้!
วันรุ่งขึ้นหญิงสาวไม่รอช้ารีบตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งก่อนจะไปที่เรือนฟู่เฉิงตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นเรียกประชุมช่างทำรองเท้าฝีมือดีที่นางเพิ่งจะว่าจ้างมาแล้วอธิบายแบบร่างและแนวคิดของนางให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
แน่นอนว่าในตอนแรกเหล่าช่างฝีมือต่างก็พากันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
รองเท้าอะไรกันที่จะสามารถกันน้ำได้? มันเป็นไปได้อย่างไร?
แต่ด้วยคำอธิบายที่ชัดเจนประกอบกับค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว ในที่สุดพวกเขาก็ยอมที่จะลองทำตามแบบที่นางต้องการ
จากนั้นกระบวนการลองผิดลองถูกก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ แทบจะกินนอนอยู่ที่เรือนฟู่เฉิงคอยควบคุมดูแลทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกชนิดของหนังสัตว์ โชคดีที่ยุคนี้มีหนังสัตว์แบบพร้อมใช้แล้วจึงง่ายในเลือกซื้อหา ดูแลการเย็บตะเข็บให้แน่นหนาเป็นพิเศษ ไปจนถึงการทดลองเคลือบรองเท้าด้วยไขมันสัตว์ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ในที่สุดหลังจากผ่านไปเจ็ดวันเต็ม ๆ รองเท้าทหารต้นแบบคู่แรกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น!!
มันเป็นรองเท้าหนังสีดำหุ้มข้อที่ดูแข็งแรงและทะมัดทะแมง รูปทรงของมันอาจจะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับคนในยุคนี้ แต่เมื่อได้ลองสวมใส่ ทุกคนก็ต้องยอมรับว่ามันทั้งนุ่มสบายและกระชับเท้าอย่างไม่น่าเชื่อ!
ไม่รอช้านางรีบสั่งผลิตรองเท้าต้นแบบออกมาอีกสี่คู่ทำให้ตอนนี้มีรองเท้าทั้งหมดห้าคู่ จากนั้นตัดสินใจนำมันไปเสนอให้กับ ‘คู่ค้า’ คนสำคัญของนางอย่างฉินฮูหยินดู ถึงแม้ว่าสินค้าชิ้นนี้จะไม่เกี่ยวกับสินค้าที่ขายอยู่ในร้านยงซื่อจินผิ่น แต่ดูจากที่คนของฉินฮูหยินรู้จักกับเหล่าทหารเหล่านั้น นางก็คิดว่าฉินฮูหยินก็น่าจะมีเส้นสายหรือรู้จักกับกองทัพเช่นกัน เช่นนั้นต้องลองดู
“รองเท้าหรือ?”
ฉินฮูหยินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นสินค้าใหม่ที่ลั่วเฉียวฮุ่ยนำมาเสนอ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับอย่างมั่นใจ
“แต่มันไม่ใช่รองเท้าธรรมดา เพราะมันคือ รองเท้าสำหรับทหารโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”
จากนั้นจึงเริ่มอธิบายถึงคุณสมบัติอันน่าทึ่งของมันให้อีกฝ่ายฟัง ทั้งความทนทาน การยึดเกาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...คุณสมบัติในการกันน้ำและกันหิมะ
ฉินฮูหยินมองรองเท้าในมือด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะเชื่อถือนัก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นางรู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้ไม่เคยพูดอะไรเกินจริง
“เสวียนหง” ฉินฮูหยินหันไปสั่งบ่าวคนสนิท “เจ้าลองสวมดูสิ”
เสวียนหงรับรองเท้ามาสวมใส่อย่างว่าง่าย และก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในเวลาต่อ “พอดีเท้าเลยเจ้าค่ะนายหญิงแถมยังนุ่มสบายกว่ารองเท้าที่บ่าวเคยใส่มาทั้งหมดอีกด้วย!”
“ดี เช่นนั้นเจ้าลองเดินลุยไปในแอ่งน้ำที่สวนนั่นดูสิ”
ทุกคนเดินตามออกไปที่สวนหลังจวน เพื่อดูเสวียนหงเดินลุยลงไปในแอ่งน้ำตื้น ๆ ที่เกิดจากฝนตกเมื่อคืนก่อน นางย่ำเท้าไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับขึ้นมาบนพื้นแห้ง
ลั่วเฉียวฮุ่ยย่อตัวลงไปถอดรองเท้าให้อีกฝ่ายอย่างไม่ถือตัว และภาพที่ปรากฏก็ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ถุงเท้าที่อยู่ข้างในนั้นยังคงแห้งสนิท
ไม่มีร่องรอยของน้ำซึมเข้ามาเลยแม้แต่หยดเดียว!
“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมากฮุ่ยเออร์!” ฉินฮูหยินร้องออกมาอย่างตื่นเต้น นางมองเห็นอนาคตที่สดใสของสินค้าชิ้นนี้แล้ว
“นี่มันไม่ใช่แค่รองเท้า แต่มันคือตัวช่วยชิ้นสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองทัพแคว้นเราได้เป็นอย่างมาก เจ้าช่างเก่งกาจนัก”
ฉินฮูหยินเดินเข้ามาตบบ่าลั่วเฉียวฮุ่ยด้วยความตื่นเต้น
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ที่เหลือข้าจะจัดการเอง เจ้ารอเพียงแค่ลงนามในสัญญาและเตรียมรับเงินก้อนโตก็พอ” ลั่วเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง
และฉินฮูหยินก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง...
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำเช่นไรถึงผลักดันให้สินค้าชิ้นนี้ไปถึงหูของเหล่าแม่ทัพใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
เพียงแค่เจ็ดวันต่อมานางก็ได้ลงนามในสัญญาการผลิตและการค้าฉบับใหม่ เป็นสัญญาที่มีมูลค่ามหาศาล มากกว่าที่นางเคยได้รับจากการขายสบู่และเครื่องหอมหลายเท่าตัวนัก!
ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่รอช้ารีบไปเช่าเรือนพักอีกหลังที่อยู่ติดกันกับเรือนฟู่เฉิงเพื่อขยายให้เป็นโรงงานผลิตรองเท้าโดยเฉพาะ นางว่าจ้างคนงานเพิ่มอีกหลายสิบชีวิต ไหนจะทำสัญญาพิเศษจ้างช่างทำรองเท้ามาอยู่กับนางถาวร ซึ่งพวกเขาก็ล้วนยินดี เพราะค่าตอบแทนดีถึงเพียงนี้ เรื่องนี้สร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนได้มากมายจนลั่วเฉียวฮุ่ยก็ไม่ทันจะรู้ตัวว่าตนเองได้เริ่มทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทีละนิดแล้ว
เมื่อรองเท้าชุดแรกจำนวนหลายร้อยคู่ถูกผลิตและส่งไปยังกองทัพที่ประจำการอยู่ชายแดนผลตอบรับที่ได้กลับมายิ่งน่าทึ่งกว่าเดิม! เพราะเหล่าทหารต่างพากันชื่นชอบและยกย่องในประสิทธิภาพของมัน จนถึงขั้นที่ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการที่นั่นได้ส่งเงินรางวัลพิเศษมาให้นางเพิ่มเพื่อชมเชยอีกด้วย
ความสำเร็จในครั้งนี้ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้นางคิดค้นสินค้าสำหรับกองทัพเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ทั้งยากันแมลงที่สกัดจากตะไคร้หอมและชุดสมุนไพรฉุกเฉินที่บรรจุยาห้ามเลือดและยาสมานแผลแบบพกพา ทุกอย่างล้วนสร้างรายได้ให้นางเป็นกอบเป็นกำ จนฐานะของนางในตอนนี้แทบจะไม่แตกต่างไปจากคหบดีใหญ่ ๆ ในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในขณะที่ลั่วเฉียวฮุ่ยกำลังง่วนอยู่กับการสร้างตัวและหาเงินเข้ากระเป๋าของตนเองอยู่นั้น นางก็ยังไม่ลืมการคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของสองแม่ลูกตัวร้ายอยู่เสมอ
และข่าวที่ได้กลับมาล่าสุดก็ช่างน่าหัวเราะเยาะสิ้นดี
ลั่วหลิงเม่ยบัดนี้ราวกับคนตาบอด เชื่อทุกคำหวานที่จ้าวซงหยวนพร่ำบอก โดยเฉพาะเรื่องที่เขาจะแต่งตั้งนางให้เป็นฮูหยินเอกในเร็ววันนี้...
แม้ในใจของหญิงสาวจะเริ่มร้อนรนขึ้นมาบ้าง เพราะนับตั้งแต่วันที่นางยอม ‘พลีกาย’ ให้จ้าวซงหยวน นี่ก็ผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอนางที่จวนอย่างเป็นทางการเสียที
ทว่าเมื่อถูกเขาหว่านล้อมด้วยคำพูดหวาน ๆ และบทรักอันเร่าร้อนนางก็ลืมความสงสัยทั้งหมดไปจนหมดสิ้น...
‘ข้าชนะแล้ว...ในที่สุดข้าก็ได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่นังนั่นเคยมีทั้งความรักของท่านพ่อ และบุรุษที่เพียบพร้อมที่สุด นังลั่วเฉียวฮุ่ยมันไม่มีวันที่จะสู้ข้าได้!’ ลั่วหลิงเม่ยมักจะคิดเช่นนี้เสมอเมื่อนึกถึงใบหน้าของน้องสาวต่างสายเลือด
โดยที่ลั่วหลิงเม่ยคงจะไม่รู้เลยว่าชัยชนะที่นางกำลังภาคภูมิใจอยู่นั้นมีลั่วเฉียวฮุ่ยชักจูงอยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ [14]เซียวจวิ้น ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนฟู่เฉิงเพื่อดูแลกิจการที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ไปมาหาสู่ที่จวนตระกูลฉินเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการค้ากับฉินฮูหยินอยู่เสมอ นางแทบจะไม่ได้ย่างกรายเข้าไปใกล้เรือนใหญ่ของจวนตระกูลลั่วเลยหากไม่จำเป็น เมื่อกลับมาถึงจวนในตอนค่ำ นางก็จะตรงกลับไปยังเรือนของตนเองทันทีการที่นางเข้า ๆ ออก ๆ จวนอยู่ทุกวันแน่นอนว่าย่อมอยู่ในสายตาของผู้เป็นบิดาอย่างลั่วฉู่หวังแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะซักถามอะไรให้มากความ ในความคิดของเขา บุตรสาวคนรองก็คงจะยังทำตัวเหลวไหลออกไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ไร้สาระเหมือนเช่นเคย‘เมื่อไรจะรู้จักโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะ...’ เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา พลางหันไปมองภาพของภรรยาและบุตรสาวคนโตที่กำลังนั่งเย็บปักถักร้อยกันอยู่ที่ศาลากลางสวนด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ‘ดูสิ เม่ยเออร์ช่างเพียบพร้อมและเป็นกุลสตรีที่งดงาม ลั่วเฉียวฮุ่ยช่างเทียบไม่ติดจริง ๆ’โดยเขาไม่รู้เลยว่าบุตรสาวที่เขาตราหน้าว่าไร้สาระนั้น บัดนี้ได้กลายเป็น คหบดีหญิงผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลคน
ตอนที่ [13]สินค้าใหม่ ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียวในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้าคืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน
ตอนที่ [12]ยิ่งกว่าครอบครัว เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านข้างรถม้า ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องเปิดม่านไปดู แล้วก็พบกับร่างของสตรีวัยกลางคนที่คุ้นเคย ท่านป้าเสวียน บ่าวรับใช้คนสนิทของฉินฮูหยินนั่นเอง“ท่านป้าเสวียน มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจเสวียนหงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและไม่เสแสร้ง แตกต่างจากรอยยิ้มของคนในจวนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง“พอดีว่านายหญิงให้ข้าน้อยไปหาคุณหนูที่เรือนฟู่เฉิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เมื่อไปถึงคนงานที่นั่นกลับบอกว่าคุณหนูได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว ข้าน้อยจึงลองออกมาตามหาดู โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”“ฉินฮูหยินมีเรื่องด่วนอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?” ลั่วเฉียวฮุ่ยค่อนข้างจะนอบน้อมต่อสตรีผู้นี้เป็นพิเศษ เพราะนางรู้ดีว่าเสวียนหงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่คือคนที่ฉินฮูหยินให้ความไว้วางใจมากผู้หนึ่ง“เรื่องนั้น...ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” เสวียนหงส่ายหน้าเบา ๆ“นายหญิงเพียงแค่สั่งให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนให้ได้ ท่านบอกว่ามี ‘เรื่องสำคัญ’ จะพูดคุยด้วย เช่นนั้นตามข้าไปที่จวนจะด
ตอนที่ [11]ไม่เคยสำคัญ หนึ่งเดือนผ่านไป...กิจการค้าระหว่างลั่วเฉียวฮุ่ยและฉินฮูหยินรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง สินค้าทุกชิ้นที่นางคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม เครื่องหอมแบบน้ำหรือกระเป๋าสารพัดประโยชน์ล้วนต่างก็กลายเป็นของยอดนิยมที่เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมีไว้ในครอบครองคำสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากมายจนหญิงสาวและคนงานที่เรือนฟู่เฉิงแทบจะผลิตกันไม่ทัน ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นางจะต้องดูแลทั้งควบคุมคุณภาพการผลิต การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และวางแผนรูปแบบการขายร่วมกับฉินฮูหยิน ทุกวันทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่กระนั้นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจนั่นเพราะนางไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเพียงคนเดียว แต่เหล่าคนงานที่นางว่าจ้างมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนที่เคยไม่มีแม้แต่งานจะทำ บัดนี้พวกเขากลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนางให้ผลตอบแทนแก่พวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ มอบทั้งค่าจ้างที่สูงกว่าปกติ ไหนจะอาหารครบทุกมื้อและที่พักที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าลูกจ้างต่างก็พากันซาบซึ้งใจและทำงานให้นางอย่างถวายห
ตอนที่ [10]พังมาพังกลับ หลังจากที่จัดการเรื่องเรือนฟู่เฉิงแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่และคัดเลือกคนงานที่ไว้ใจได้เรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็กลับมาทุ่มเทให้กับการผลิตสินค้าชุดใหม่ต่อทันที ด้วยกำลังคนที่เพิ่มขึ้นและสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ก็ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน สินค้าชุดใหม่ก็ถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นจนเต็มคลังสินค้าและเมื่อจัดการเรื่องงานจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องสะสาง ‘บัญชีแค้น’ ส่วนตัวกันเสียทีนางรอคอยจังหวะที่เหมาะสมและในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อได้รับข่าวจากสายที่แอบวางไว้ในจวนว่าวันนี้บิดาของนางติดงานสำคัญต้องค้างคืนอยู่ที่นอกเมืองหลายวัน น้องชายตัวแสบก็ไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสองแม่ลูกตัวดีก็มีแผนที่จะออกไปเลือกซื้อผ้าไหมที่ตลาดวันนี้ทางสะดวก!!ช่างเป็นวันที่เหมาะสมกับการ ‘ลงมือ’ ครั้งใหญ่เสียจริงลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางรอจนกระทั่งรถม้าของสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเคลื่อนตัวออกจากจวนไปแล้ว จึงได้เริ่มต้นแผนการของนางทันที!โดยบอกให้เลี่ยงซูอยู่เฝ้าเรือนไว้ ส่วนตนเองก็ได้ใช้ ทัก
ตอนที่ [9]แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ หลังจากที่จับจ่ายซื้อวัตถุดิบจนเต็มรถม้าแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็เดินทางกลับมายังจวนตระกูลลั่วด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปเริ่มต้นผลิตสินค้าชุดใหม่ สินค้าที่จะนำพาความร่ำรวยและอิสรภาพมาสู่ชีวิตของนางแต่แล้วหลังจากที่นางแอบนำของเหล่านั้นเข้าประตูด้านข้างก่อนจะนำไปที่เรือนของตนเอง ทันทีที่นางก้าวผ่านประตูเรือนของตนเองเข้ามารอยยิ้มที่เคยสดใสก็พลันแข็งค้างไป...ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง เรียกได้ว่าคือความพินาศย่อยยับ!เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในเรือนถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกผลักจนล้มคว่ำ เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดีถูกดึงออกมาขยี้จนยับยู่ยี่และที่เลวร้ายที่สุด คือโอ่งดินเผาใบเล็กที่นางใช้เก็บสมุนไพรหายากบางชนิด บัดนี้มันได้แตกละเอียดกลายเป็นเศษดินเผาไปเสียแล้ว!“คุณหนู!!” เลี่ยงซูที่เดินตามเข้ามาทีหลังถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กัน!”เลี่ยงซูกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อตามหาคนมาสอบสวน แต่กลับถูกลั่วเฉียวฮุ่ยยกมือ







