Share

ตอนที่ 13 : สินค้าใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 21:13:55

ตอนที่

[13]

สินค้าใหม่

          ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง

          ‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’

ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!

มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียว

ในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้า

คืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน พื้นรองเท้าจะต้องหนาและมีร่องลึกเพื่อช่วยในการยึดเกาะ และที่สำคัญที่สุด...มันจะต้องถูกเคลือบด้วยไขมันสัตว์หรือขี้ผึ้งชนิดพิเศษ เพื่อให้มีคุณสมบัติในการกันน้ำและกันหิมะได้!

วันรุ่งขึ้นหญิงสาวไม่รอช้ารีบตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งก่อนจะไปที่เรือนฟู่เฉิงตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นเรียกประชุมช่างทำรองเท้าฝีมือดีที่นางเพิ่งจะว่าจ้างมาแล้วอธิบายแบบร่างและแนวคิดของนางให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด

แน่นอนว่าในตอนแรกเหล่าช่างฝีมือต่างก็พากันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

รองเท้าอะไรกันที่จะสามารถกันน้ำได้? มันเป็นไปได้อย่างไร?

แต่ด้วยคำอธิบายที่ชัดเจนประกอบกับค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว ในที่สุดพวกเขาก็ยอมที่จะลองทำตามแบบที่นางต้องการ

จากนั้นกระบวนการลองผิดลองถูกก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ แทบจะกินนอนอยู่ที่เรือนฟู่เฉิงคอยควบคุมดูแลทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกชนิดของหนังสัตว์ โชคดีที่ยุคนี้มีหนังสัตว์แบบพร้อมใช้แล้วจึงง่ายในเลือกซื้อหา ดูแลการเย็บตะเข็บให้แน่นหนาเป็นพิเศษ ไปจนถึงการทดลองเคลือบรองเท้าด้วยไขมันสัตว์ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในที่สุดหลังจากผ่านไปเจ็ดวันเต็ม ๆ รองเท้าทหารต้นแบบคู่แรกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น!!

มันเป็นรองเท้าหนังสีดำหุ้มข้อที่ดูแข็งแรงและทะมัดทะแมง รูปทรงของมันอาจจะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับคนในยุคนี้ แต่เมื่อได้ลองสวมใส่ ทุกคนก็ต้องยอมรับว่ามันทั้งนุ่มสบายและกระชับเท้าอย่างไม่น่าเชื่อ!

ไม่รอช้านางรีบสั่งผลิตรองเท้าต้นแบบออกมาอีกสี่คู่ทำให้ตอนนี้มีรองเท้าทั้งหมดห้าคู่ จากนั้นตัดสินใจนำมันไปเสนอให้กับ ‘คู่ค้า’ คนสำคัญของนางอย่างฉินฮูหยินดู ถึงแม้ว่าสินค้าชิ้นนี้จะไม่เกี่ยวกับสินค้าที่ขายอยู่ในร้านยงซื่อจินผิ่น แต่ดูจากที่คนของฉินฮูหยินรู้จักกับเหล่าทหารเหล่านั้น นางก็คิดว่าฉินฮูหยินก็น่าจะมีเส้นสายหรือรู้จักกับกองทัพเช่นกัน เช่นนั้นต้องลองดู

“รองเท้าหรือ?”

ฉินฮูหยินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นสินค้าใหม่ที่ลั่วเฉียวฮุ่ยนำมาเสนอ

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยตอบกลับอย่างมั่นใจ

“แต่มันไม่ใช่รองเท้าธรรมดา เพราะมันคือ รองเท้าสำหรับทหารโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”

จากนั้นจึงเริ่มอธิบายถึงคุณสมบัติอันน่าทึ่งของมันให้อีกฝ่ายฟัง ทั้งความทนทาน การยึดเกาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...คุณสมบัติในการกันน้ำและกันหิมะ

ฉินฮูหยินมองรองเท้าในมือด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะเชื่อถือนัก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นางรู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้ไม่เคยพูดอะไรเกินจริง

“เสวียนหง” ฉินฮูหยินหันไปสั่งบ่าวคนสนิท “เจ้าลองสวมดูสิ”

เสวียนหงรับรองเท้ามาสวมใส่อย่างว่าง่าย และก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในเวลาต่อ “พอดีเท้าเลยเจ้าค่ะนายหญิงแถมยังนุ่มสบายกว่ารองเท้าที่บ่าวเคยใส่มาทั้งหมดอีกด้วย!”

“ดี เช่นนั้นเจ้าลองเดินลุยไปในแอ่งน้ำที่สวนนั่นดูสิ”

ทุกคนเดินตามออกไปที่สวนหลังจวน เพื่อดูเสวียนหงเดินลุยลงไปในแอ่งน้ำตื้น ๆ ที่เกิดจากฝนตกเมื่อคืนก่อน นางย่ำเท้าไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับขึ้นมาบนพื้นแห้ง

ลั่วเฉียวฮุ่ยย่อตัวลงไปถอดรองเท้าให้อีกฝ่ายอย่างไม่ถือตัว และภาพที่ปรากฏก็ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ถุงเท้าที่อยู่ข้างในนั้นยังคงแห้งสนิท

ไม่มีร่องรอยของน้ำซึมเข้ามาเลยแม้แต่หยดเดียว!

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมากฮุ่ยเออร์!” ฉินฮูหยินร้องออกมาอย่างตื่นเต้น นางมองเห็นอนาคตที่สดใสของสินค้าชิ้นนี้แล้ว

“นี่มันไม่ใช่แค่รองเท้า แต่มันคือตัวช่วยชิ้นสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองทัพแคว้นเราได้เป็นอย่างมาก เจ้าช่างเก่งกาจนัก”

ฉินฮูหยินเดินเข้ามาตบบ่าลั่วเฉียวฮุ่ยด้วยความตื่นเต้น

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ที่เหลือข้าจะจัดการเอง เจ้ารอเพียงแค่ลงนามในสัญญาและเตรียมรับเงินก้อนโตก็พอ” ลั่วเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง

และฉินฮูหยินก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง...

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำเช่นไรถึงผลักดันให้สินค้าชิ้นนี้ไปถึงหูของเหล่าแม่ทัพใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว

เพียงแค่เจ็ดวันต่อมานางก็ได้ลงนามในสัญญาการผลิตและการค้าฉบับใหม่ เป็นสัญญาที่มีมูลค่ามหาศาล มากกว่าที่นางเคยได้รับจากการขายสบู่และเครื่องหอมหลายเท่าตัวนัก!

ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่รอช้ารีบไปเช่าเรือนพักอีกหลังที่อยู่ติดกันกับเรือนฟู่เฉิงเพื่อขยายให้เป็นโรงงานผลิตรองเท้าโดยเฉพาะ นางว่าจ้างคนงานเพิ่มอีกหลายสิบชีวิต ไหนจะทำสัญญาพิเศษจ้างช่างทำรองเท้ามาอยู่กับนางถาวร ซึ่งพวกเขาก็ล้วนยินดี เพราะค่าตอบแทนดีถึงเพียงนี้ เรื่องนี้สร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนได้มากมายจนลั่วเฉียวฮุ่ยก็ไม่ทันจะรู้ตัวว่าตนเองได้เริ่มทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทีละนิดแล้ว

เมื่อรองเท้าชุดแรกจำนวนหลายร้อยคู่ถูกผลิตและส่งไปยังกองทัพที่ประจำการอยู่ชายแดนผลตอบรับที่ได้กลับมายิ่งน่าทึ่งกว่าเดิม! เพราะเหล่าทหารต่างพากันชื่นชอบและยกย่องในประสิทธิภาพของมัน จนถึงขั้นที่ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการที่นั่นได้ส่งเงินรางวัลพิเศษมาให้นางเพิ่มเพื่อชมเชยอีกด้วย

ความสำเร็จในครั้งนี้ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้นางคิดค้นสินค้าสำหรับกองทัพเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ทั้งยากันแมลงที่สกัดจากตะไคร้หอมและชุดสมุนไพรฉุกเฉินที่บรรจุยาห้ามเลือดและยาสมานแผลแบบพกพา ทุกอย่างล้วนสร้างรายได้ให้นางเป็นกอบเป็นกำ จนฐานะของนางในตอนนี้แทบจะไม่แตกต่างไปจากคหบดีใหญ่ ๆ ในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย

ทว่าในขณะที่ลั่วเฉียวฮุ่ยกำลังง่วนอยู่กับการสร้างตัวและหาเงินเข้ากระเป๋าของตนเองอยู่นั้น นางก็ยังไม่ลืมการคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของสองแม่ลูกตัวร้ายอยู่เสมอ

และข่าวที่ได้กลับมาล่าสุดก็ช่างน่าหัวเราะเยาะสิ้นดี

ลั่วหลิงเม่ยบัดนี้ราวกับคนตาบอด เชื่อทุกคำหวานที่จ้าวซงหยวนพร่ำบอก โดยเฉพาะเรื่องที่เขาจะแต่งตั้งนางให้เป็นฮูหยินเอกในเร็ววันนี้...

แม้ในใจของหญิงสาวจะเริ่มร้อนรนขึ้นมาบ้าง เพราะนับตั้งแต่วันที่นางยอม ‘พลีกาย’ ให้จ้าวซงหยวน นี่ก็ผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอนางที่จวนอย่างเป็นทางการเสียที

ทว่าเมื่อถูกเขาหว่านล้อมด้วยคำพูดหวาน ๆ และบทรักอันเร่าร้อนนางก็ลืมความสงสัยทั้งหมดไปจนหมดสิ้น...

‘ข้าชนะแล้ว...ในที่สุดข้าก็ได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่นังนั่นเคยมีทั้งความรักของท่านพ่อ และบุรุษที่เพียบพร้อมที่สุด นังลั่วเฉียวฮุ่ยมันไม่มีวันที่จะสู้ข้าได้!’ ลั่วหลิงเม่ยมักจะคิดเช่นนี้เสมอเมื่อนึกถึงใบหน้าของน้องสาวต่างสายเลือด

โดยที่ลั่วหลิงเม่ยคงจะไม่รู้เลยว่าชัยชนะที่นางกำลังภาคภูมิใจอยู่นั้นมีลั่วเฉียวฮุ่ยชักจูงอยู่เบื้องหลัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 3 : การเริ่มต้นบทใหม่

    ตอนพิเศษที่ [3]การเริ่มต้นบทใหม่ ครึ่งปีที่ชายแดนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลั่วเฉียวฮุ่ย หรือ ชินหวางเฟย ได้พิสูจน์ตนเองจนเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ทหารในค่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายที่นางริเริ่มด้วยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง มู่เซียวจวิ้นตัดสินใจพาพระชายากลับเมืองหลวงชั่วคราว เพื่อให้นางได้ตรวจสอบคุณภาพการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ที่โรงงาน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยการกลับมาครั้งนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถม้าของชินอ๋องเคลื่อนผ่านประตูเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับของประชาชน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพผู้เกรียงไกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหวางเฟยผู้ปราดเปรื่องที่ช่วยให้เศรษฐกิจเมืองหลวงคึกคัก สตรีหลายคนมองนางเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาทำมาหากิน สร้างคุณค่าให้ตนเอง‘พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นตำหนักไทเฮา ร่างเล็กขององค์ชายเก้า มู่เซียวหลิน ก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยแววตาออดอ้อน“มาครั้งนี้จะอยู่นานไหมพ่ะย่ะค่ะ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่ ข้าคิดถึงหม้อไฟฝีมือท่าน แล้วก็คิดถึงเรื่องเล่าของท่านที่สุด"ลั่วเฉียวฮุ่ยห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 2 : ความว้าวุ่นของชินอ๋อง

    ตอนพิเศษที่ [2]ความว้าวุ่นของชินอ๋อง บรรยากาศภายในค่ายทหารชายแดนที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยระเบียบวินัย บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความกดดันอันน่าประหลาด ไม่ใช่เป็นเพราะว่าข้าศึกบุกประชิดชายแดน หรือเสบียงกำลังจะขาดแคลน แต่เป็นเพราะ ‘แม่ทัพใหญ่’ ของพวกเขาต่างหาก มู่เซียวจวิ้น หรือ ชินอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือ ผู้ที่ปกติจะมีใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง และมีดวงตาคมกริบที่อ่านความคิดข้าศึกได้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหลายวันมานี้ เขากลับเดินวนไปวนมาในกระโจมบัญชาการราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวเหม่อมองออกไปทางนั้นทีทางนี้ทีเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม “เจ้าว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?” นายทหารหน้ากระโจมกระซิบถามเพื่อนยามผลัดเปลี่ยนเวร “ข้าจะไปรู้รึ! แต่เมื่อเช้าตอนฝึกดาบ ท่านแม่ทัพฟันหุ่นฟางขาดไปสิบตัวรวด ด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ข้านึกว่าข้าศึกแอบขุดอุโมงค์เข้ามาเสียอีก!” เหล่าทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่สุดท้ายจะจบที่คำว่า ไม่รู้ความจริงแล้วสาเหตุของเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือสตรีผู้มีนามว่า ‘ลั่วเฉียวฮุ่ย’ ในกระโจมใหญ่ ชิง

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2 เช้าวันต่อมา ณ กระโจมบัญชาการหลัก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองอาวุโส นำโดย แม่ทัพอาวุโสหลิน บิดาของหลินอี และเป็นคนเก่าแก่ที่รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นั่งหน้าถมึงทึงอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายคือชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นที่มีลั่วเฉียวฮุ่ยนั่งเคียงข้าง“ท่านอ๋อง กระหม่อมได้ยินว่าเมื่อวานบุตรสาวกระหม่อมพ่ายแพ้ให้แก่หวางเฟย แม้กระหม่อมจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของพระชายา แต่การศึกสงครามมิใช่การประลองยุทธ์ของเด็กเล่นขายของ การที่ท่านอ๋องอนุญาตให้สตรีเข้ามาวุ่นวายในกองทัพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เรื่องยา หรือแม้แต่แจกเสื้อผ้าประหลาดๆ นั่น มันจะทำให้ทหารเสียนิสัยและอ่อนแอลง!” แม่ทัพอาวุโสหลินตบโต๊ะเสียงดัง“แม่ทัพหลิน” มู่เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเย็น “สิ่งที่หวางเฟยทำ ล้วนเป็นประโยชน์...”“เป็นประโยชน์ประเดี๋ยวประด๋าว!” ชายชราแย้งเสียงแข็ง สายตามองเหยียดมาทางลั่วเฉียวฮุ่ย “พระชายาเป็นเพียงเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะไปรู้อะไรเรื่องความโหดร้ายของชายแดนและการฆ่าฟัน นางอยู่ที่นี่มีแต่จะเป็นตัวถ่วง หากข้าศึกบุกมา ท่านอ๋องจ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1อันว่าหากถึงชายแดนเหนือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงไม่พ้นสายลมกระโชกแรงที่มักจะพัดพาเอาฝุ่นสีเหลืองขุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายทหารแดนเหนือนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนดั่งไฟ เดี๋ยวหนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน ช่างแตกต่างจากความเจริญและความสะดวกสบายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงขบวนรถม้าของชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นเคลื่อนตัวผ่านประตูค่ายไม้อย่างยิ่งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้อง ด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการกำลังรอรับผู้สูงศักดิ์ทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ต่างยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยความเคารพศรัทธา ทว่าเมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนไปยังรถม้าคันหรูที่แล่นตามหลังมา แววตาของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนไป“ได้ยินว่าหวางเฟยผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ใจยิ่งนัก” ทหารนายหนึ่งกระซิบกับสหาย“ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่ากันว่าชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางฉาวโฉ่นัก ร้ายกาจกับครอบครัว ทุบตีพี่น้อง แถมยังทำตัวเป็นแม่ค้าหน้าเลือด” อีกคนตอบกลับพลางส่ายหน้า “สตรีเช่นนี้จะมาทนอ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 36 : สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ)

    ตอนที่ [36]สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ) หลังจากคืนเข้าหออันแสนหวาน สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการพัฒนาความสัมพันธ์และทำความรู้จักกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องออกเดินทางกลับไปยังชายแดนส่วนทางด้านของจวนตระกูลลั่วนั้น ยามนี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหงาและสิ้นหวัง...ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านางจะไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับบิดาและครอบครัวจอมปลอมนั้นอีกต่อไปบิดาพยายามจะส่งคนมาขอเข้าพบนางเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่ก็สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ทุกวันลั่วฉู่หวังได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่แต่ในห้องหนังสือเพราะภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาไม่หยุด...ภาพของภรรยาคนแรก มารดาผู้ให้กำเนิดลั่วเฉียวฮุ่ย...สตรีผู้มาจากครอบครัวพ่อค้าที่คอยให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอดจนทำให้เขาได้มีวันนี้ แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนตามืดบอดหลงลืมบุญคุณ ดังที่ไทเฮาได้ตรัสไว้ไม่มีผิด เขายังมีหน้าไปดูถูกอาชีพค้าขายของบุตรสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมาจากอาชีพนี้มาถึงตอนนี้ต่อให้บุตรสาวจะ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 35 : ชินหวางเฟย

    ตอนที่ [35]ชินหวางเฟยนางวาดขาเตะเข้าที่ชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง จนมันกระเด็นไปชนกับพวกเดียวกันล้มลงราวกับใบไม้ร่วง เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ได้รับแรงเตะน้อยที่สุด นางก็จัดการถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยจนสลบไป!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้กระทั่งองครักษ์เงาของชินอ๋องที่แอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว!ส่วนลั่วหลิงเม่ยได้แต่อ้าปากค้าง ‘นะ นี่...นังนี่ มันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกลั่วเฉียวฮุ่ยถีบเข้าที่ท้องจนหงายหลังล้มลงไป!“นี่ยังไม่สาสมกับที่เจ้าและมารดาของเจ้าผลักดันผู้หนึ่งให้ไปถึงความตาย สตรีเจ้ามารยาเช่นเจ้าไม่สมควรที่จะได้มีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพูดขึ้นก่อนจะนึกแค้นเคืองแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนก่อน จึงชกเข้าที่หน้าของลั่วหลิงเม่ยหลายครั้ง จนใบหน้าอีกฝ่ายปูดบวมขยายวงกว้างขึ้น ลั่วหลิงเม่ยพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จด้วยสู้เรี่ยวแรงอีกฝ่ายไม่ได้ สาวรับใช้ของลั่วหลิงเม่ยที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็อยากจะเข้ามาช่วยผู้เป็นนายแต่เมื่อเจอสายตาขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status