พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

last updateآخر تحديث : 2026-03-08
بواسطة:  โจวอี้ฟางمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
67فصول
249وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ฉินฟ่านหนุ่มน้อยผู้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร โชคร้ายตายทั้ง ๆ ที่ชะตายังไม่ถึงฆาต เหล่าเทพที่บังเอิญมาเจอเขาต่างเห็นใจจึงกำนัลของวิเศษพร้อมส่งเขาไปเกิดใหม่ยังโลกคู่ขนาน

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ : สวรรค์ไม่มีตา

ฟิ้ววววว

ฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ 

ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้

ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น 

แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้

โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้าวพลาดอีท่าไหนก็ไม่รู้ พลัดตกลงมาขาหัก

สภาพของเขาตอนนี้จึงได้กลายเป็นคนพิการขาเป๋เดินเก็บขยะใส่รถเข็นไปขาย พอที่จะได้เศษเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ชีวิตบัดซบแบบนี้สินะที่ผู้คนไม่เหลียวแล แม้แต่สุนัขยังหมางเมิน ทำให้เขาไร้ซึ่งความหวังใด ๆ ในชีวิต

เขาเงยหน้ามองพระจันทร์ที่งดงามอยู่ครู่หนึ่ง เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากจนแลดูคล้ายผู้ร้ายในหนังจีนยุค 90s

พระจันทร์กลมโตคืนนี้ดูเย็นชา แต่กลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เขาห่อไหล่ด้วยความรู้สึกหนาวสะท้าน เพราะเสื้อที่ใส่บางเกินไป เขาค่อย ๆ เข็นรถที่เต็มไปด้วยเศษขยะอยู่ริมถนนอย่างช้า ๆ พลางบ่นกระปอดกระแปดออกมา

"บรื๋อ...จะแข็งตายอยู่แล้วโว้ย"

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า เมื่อมองเห็นก้นบุหรี่ยี่ห้อดังที่มีคนสูบเสร็จแล้วเหยียบดับทิ้งไว้อยู่ข้างถนน เขาก้มลงเก็บมันด้วยความดีใจ เพราะสภาพของมันยังดูดีอยู่

"อา…วันนี้ท่าจะโชคดีแฮะ"

เขาก้มเก็บก้นบุหรี่ขึ้นมาใช้มือปัดฝุ่นก้นบุหรี่สั้น ๆ นั้นอยู่สองสามทีให้มันสะอาดแล้วจุดสูบทันที ค่อย ๆ ละเลียดควันขาวของมันอย่างชื่นอกชื่นใจในรสชาติ สูบได้สองทีก็หมดมวน แต่เพียงเท่านี้ก็สร้างความพึงพอใจให้กับคนยากไร้อย่างเขามากพอแล้ว

บรืนนนน

"ยะฮู้! สนุกจริงโว้ย เหยียบให้มิดเลย ใครเหยียบเบรกก่อนคนนั้นแพ้ ต้องถูกปรับเลี้ยงเหล้านะโว้ย ฮ่าๆ"

"ไป ๆ ลุยเลย"

"เฮ้ยส่งเหล้ามาหน่อยสิ"

"แต่ลูกพี่ดื่มไปเยอะแล้วนะ"

"ไอ้นี่วอนซะแล้ว คนกำลังสนุกดันมาทำให้เสียอารมณ์ เร็ว ๆ เข้า"

ฉินฟงลูกชายเศรษฐีหน้าแดงก่ำ ตาปรือ เพราะกำลังเมาทั้งเหล้า เมาทั้งยาเสพติด เขาขับรถสปอร์ตหรูเปิดประทุนสีแดงเพลิงด้วยความเร็วสูง พลางตะโกนคุยกับเพื่อนเสียงดังระหว่างแข่งความเร็วกับเพื่อนร่วมก๊วนลูกเศรษฐีที่ขับรถสปอร์ตสีขาวและน้ำเงิน ทั้งสามคันไล่บี้ตามกันมาติด ๆ อย่างคึกคะนอง ผลัดกันแซงหน้าแซงหลังจนกระทั่งเจอรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนมาบีบแตรใส่เสียงดัง 

"ไอ้พวกเด็กเปรตหลบไปสิโว้ย อยากตายมากหรือไงวะ" โชเฟอร์รถบรรทุกตะโกนด่าเสียงดัง พร้อมบีบแตรถี่ ๆ ไล่ให้เปิดทาง

ปี๊น ๆ 

"เฮ้ย…"

หนุ่มเพลย์บอยอย่างฉินฟงแตกตื่นตกใจ เพราะเสียงดังของแตรและแสงไฟหน้ารถบรรทุกที่สาดเข้าดวงตา เขาจึงหักหลบอย่างแรงเป็นเหตุให้รถของพวกเขาเสียหลักชนกันเองเข้าอย่างจัง

โครมมมม 

หนึ่งคัน สองคัน สามคัน

เสียงรถสปอร์ตหรูสามคันชนกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน 

ฉินฟ่านได้ยินเสียงดังจึงหันกลับไปมอง แสงไฟหน้ารถหรูส่องใบหน้าของเขา เขาตกใจจนต้องเบิกตาโต ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

"ฉิบหายแล้ว!"   

ราวกับเห็นภาพสโลว์โมชัน รถสีแดงเพลิงกำลังพลิกตลบหมุนคว้างกลางอากาศพุ่งมาชนรถเข็นโกโรโกโสของฉินฟ่านอย่างแรงราวกับลูกโบว์ลิ่งที่ทำแต้มสไตร์ค รถเข็นพังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็กส่งผลให้เศษขยะลอยกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน รวมทั้งร่างของฉินฟ่านที่กระเด็นปลิวไปไกลดุจเศษขยะที่ไร้ค่า 

เลือดกระอักออกจากปากของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อน มีเพียงปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายที่กระตุกอยู่เบา ๆ 

เจ็บ… 

เจ็บจังเลย

นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เจ็บปวดมากขนาดนี้ 

ฉินฟ่านรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างพร้อมกับความคิดแวบหนึ่งว่าเขาถูกรถชนเหรอ เขากำลังจะตายใช่ไหม ในตอนนั้นร่างของเขากระแทกลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงแล้วกลิ้งไปอีกหลายตลบก่อนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใครมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ก็คงต้องพากันส่ายหน้า

ชาวบ้านแถวนั้นคงโทรแจ้งเหตุ เพราะหลังจากนั้นสิบห้านาทีก็มีรถพยาบาล และรถกู้ภัยเปิดไฟวิบวับแล่นมาจอดอยู่ข้างถนนหลายคัน 

"หลบหน่อย ขอทางหน่อยครับ"

"หัวหน้าครับ งานนี้เละเป็นโจ๊กอีกแล้ว คนเจ็บเพียบเลย"

เสียงของเจ้าหน้าที่ตะโกนขอความร่วมมือกับคนรอบข้างที่มุงดูอยู่ ฝูงชนหลายคนต่างรีบกุลีกุจอช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนใช้เครื่องมือตัดเหล็ก บางคนทุบกระจกรถ เพื่อดึงคนเจ็บออกมา 

เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความคึกคะนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเสพติดของทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองจำนวนสามถึงสี่คน นอกจากนี้ยังมีสาวสวยหลายคนที่เป็นคู่ขาของพวกเขา อุบัติเหตุรถครั้งนี้มีคนได้รับบาดเจ็บนับสิบคน เป็นเหตุให้ชาวบ้านละแวกนั้นก่นด่าสาปแช่งกันยาวเหยียด 

ซึ่งตอนนี้บางคนที่อาการเบาหน่อยก็ได้รับการปฐมพยาบาลพันแผลห้ามเลือดเอาไว้แล้ว แต่คนที่ดูแล้วอาการหนักแถมยังเสียเลือดมากมีอยู่สองคน ซึ่งบุรุษพยาบาลกำลังปั๊มหัวใจให้ คนหนึ่งคือฉินฟ่าน ชายเก็บขยะที่มีบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบไปทั่วร่าง อีกคนที่นอนห่างไปสองเมตรคือฉินฟง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีร้านเพชร เขาไหปลาร้าหัก แต่ก็ไม่อันตรายถึงกับตาย

เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ตลาดจึงมีคนมามุงดูห่าง ๆ มากพอสมควร ในจำนวนนั้นมีชายสวมสูทสีขาวดูสะอาดตาขัดกับใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับผีดิบ หวีผมเรียบแปล้ สวมแว่นตาสีดำ รูปร่างผอมสูงราวกับต้นถั่วงอก เขากำลังอยู่ในอาการมึนเมาจนร่างส่ายโงนเงนไปมา ตบบ่าสะกิดเร่งน้องชายที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำผิวคล้ำที่สวมสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นพวกเขาได้แม้แต่คนเดียว 

ใช่แล้ว พวกเขาคือ ไป๋อู๋ฉางและเฮยอู๋ฉาง ยมทูตขาวยมทูตดำ ผู้มีหน้าที่มารับดวงวิญญาณนั่นเอง

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่พวกเขายังเป็นมนุษย์ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน แต่เพราะมีนิสัยเกียจคร้านไม่ยอมทำงานทำการจึงถูกพ่อแม่ขับไล่ออกจากบ้าน ทั้งคู่จึงไปทำงานเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาได้รับหน้าที่คุมนักโทษประหารเดินทางไปยังเมืองข้าง ๆ ระหว่างทางนักโทษร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าอยากจะกลับบ้าน เพื่อไปสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายและให้สัญญาว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน

เมื่อสองพี่น้องได้ยินก็รู้สึกสงสารจึงปล่อยตัวไป แต่สันดานโจรพอไปแล้วก็ไปลับไม่ยอมกลับมา สองพี่น้องจึงถูกลงโทษจองจำในคุก ด้วยความเสียใจพวกเขาจึงจบชีวิตของตนเองในคุก 

จากนั้นพญายมจึงรับดวงวิญญาณของทั้งสองให้มาช่วยงานแต่งตั้งให้เป็นยมทูตขาวและยมทูตดำ

"นี่…นี่...เสี่ยวเฮย ข้าว่านะ…เอิ๊กกก เรารีบเก็บดวงวิญญาณให้เสร็จจะได้ไปก๊งเหล้ากันต่อ เพราะถ้าเราไปช้าละก็ เจ้าเสี่ยวหงต้องซัดเหล้าเหมาไถจนหมด ไม่ยอมเหลือให้เราแม้แต่หยดเดียวแน่ ๆ เอิ๊ก…เจ้าว่าดีหรือเปล่าล่ะ" เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เพราะฤทธิ์เหมาไถขวดที่สิบที่เพิ่งจะแอบดื่มกันมาระหว่างทำงาน

"ดี เอิ๊ก…จัดไป" เสี่ยวเฮยพยักหน้าพร้อมกับยืนเซไปเซมาด้วยความเมา เขาดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก แล้วใช้ไฟแช็กดูปองท์สีทองจุด

เปลวไฟสีส้มลุกสว่างวาบในความมืด พอบุหรี่ติดไฟจนแดงได้ที่ เสี่ยวเฮยก็เริ่มสูบบุหรี่อย่างแรงจนบุหรี่แดงวาบอย่างต่อเนื่องกลายเป็นขี้เถ้าทั้งมวนในคราเดียว แล้วเขาค่อย ๆ พ่นควันขาวออกไป

ควันขาวลอยอ้อยอิ่งเป็นกลุ่มก้อน แล้วกลายเป็นตัวอักษรโบราณแบบเสี่ยวจ้วน มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลอยอยู่กลางอากาศอย่างแปลกพิสดารพันลึก บ่งบอกถึงชื่อเสียงเรียงนามประวัติของวิญญาณที่พวกเขาจะมารับไป

ฉินฟง 

เพศชาย

อายุสามสิบปี 

ภูมิลำเนา อู่ฮั่น

ความผิด ข่มขืนนักศึกษาสาวสองคน ทุบตีพนักงานบริษัทสามคนจนบาดเจ็บสาหัส เผาร้านอาหารจนไฟลุกลามไหม้บ้านเรือนไปอีกแปดหลัง 

ยืนยันตัวตนของบุคคลเสร็จ เสี่ยวเฮยจึงยกนิ้วชี้นิ้วกลางเหยียดตรงประกบกันชี้ไปข้างหน้าส่ายไหวไปมาราวกับวาดยันต์ เพื่อร่ายเวทย์เสกบ่วงล่าวิญญาณ พร้อมเล็งเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร ด้วยฤทธิ์สุราดวงตาที่เพ่งมองจึงหรี่ปรือจนเห็นภาพซ้อน กลายเป็นร่างของฉินฟงสามสี่คน เขาสะบัดหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติจากความมึนเมา

"เอ๋...คนไหนกันแน่วะเนี่ย ทำไมมีหลายคนจัง เอิ๊ก...อ๋อ ฮ่า ๆ อยู่นั่นเอง" เขาชี้นิ้วสั่งบ่วงให้พุ่งวาบออกไปคล้องวิญญาณอย่างแม่นยำ แต่แบบผิดฝาผิดตัว เพราะเสี่ยวเฮยดันไปคล้องเอาวิญญาณของฉินฟ่านมาแทน

บุรุษพยาบาลวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าทีมมีโครงหน้าสี่เหลี่ยม ตัดผมสั้นเกรียนแบบทหาร คิ้วหนา ริมฝีปากหนา ดวงตากลมโตของเขาแดงก่ำ เพราะอาการอดหลับอดนอน

งานกู้ชีพหน่วยของเขาขาดแคลนกำลังคน ทำให้เขาต้องควบเวรทำงานหลายกะจนเมียที่บ้านบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเขาไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง 

เขากำลังใช้มือกดเข้าที่ทรวงอก เพื่อปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของฉินฟ่าน ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

"อย่าตายนะ เข้มแข็งไว้ ไอ้บ้าเอ๊ยฟื้นขึ้นมาสิวะ" 

"หัวหน้าพอเถอะครับ ปั๊มมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชีพจรเลย เขาไปสบายแล้วล่ะ" รุ่นน้องห้ามปรามเขาเสียงอ่อน พวกเขาเห็นคนตายมาก็มาก แต่ก็ยังรู้สึกทำใจลำบาก 

ในที่สุดหัวหน้าทีมก็ได้แต่ทอดถอนใจ ยุติการช่วยชีวิตของฉินฟ่าน 

"ปัดโธ่เว้ย เป็นแบบนี้ได้ยังไงวะ น่าเสียดายจริง ๆ ไม่น่าอายุสั้นเลย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ ๆ นายจดเวลาตายเอาไว้ด้วย สามทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที" หัวหน้าทีมส่ายหน้าพลางบอกรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจช่วยชีวิตฉินฟ่านได้ เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเศร้าสลด

คนดี ๆ ต้องมาตาย แต่ไอ้ลูกเศรษฐีชาติสุนัขที่เมายากลับดันรอด เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
67 فصول
บทนำ : สวรรค์ไม่มีตา
ฟิ้วววววฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้า
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 1 เยือนนรก
อาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรากว้างขวางโอ่อ่าอย่างยิ่ง หากมีใครหลงเข้ามา คงต้องคิดว่าเป็นสโมสรของพวกเศรษฐีระดับวีวีไอพีดูได้จากพื้นที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ฝาผนังผสานด้วยไม้มะฮอกกานีตกแต่งด้วยกระจกแกะสลักลวดลายวิจิตรงามตา เสาอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกและโรมัน มุมห้องซ้ายมือมีรูปไม้แกะสลักเป็นรูปของลูสิเฟอร์ผู้เป็นลูกรักลูกชังของพระเจ้าขนาดเท่าตัวคนตั้งตระหง่านอยู่ เพดานกลางห้องโถงแขวนไว้ด้วยโคมไฟแชนเดอเรียขนาดใหญ่โตสูงร่วมสองเมตร งดงามเปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งดูก็รู้ว่าราคาคงจะแพงจนแทบบ้าคลั่ง ประมาณว่าสามารถเอาไปซื้อบ้านได้หลังหนึ่งเลยทีเดียว แอร์เย็นฉ่ำ ดนตรีไพเราะ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศระดับไฮเอนด์รถปอร์เช่เปิดประทุนสีตะกั่วแล่นเข้ามาจอดยังหน้าอาคารหรูแห่งนั้น ยมทูตทั้งสองเปิดประตูรถ นำดวงวิญญาณของฉินฟ่านมาส่งหน้าประตูของที่นี่ "นี่ไอ้น้อง พี่มาส่งเพียงแค่นี้ เดี๋ยวแกเดินผ่านประตูนรกนั้น แล้วตรงเข้าไปก็จะเจอกับท่านพญายมเอง เอิ้ก…เอาละไปได้"เสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ประตูบานใหญ่"เฮ้ย…เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันมีนรกสวรรค์จริง ๆ หรือนี่ ว่าแต่พวกคุณพาผมมาผิดที
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 2 น้ำตาแห่งความทุกข์ตรม
"ไท่ซ่างเหล่าจวิน ทำไมท่านถึงดูใจลอย ๆ แถมยังทอดถอนใจอยู่บ่อย ๆ เปียแชร์ไม่ได้หรือยังไงกัน อย่าลืมสิว่าท่านคือเทพผู้ยิ่งใหญ่ ยังมีอะไรต้องกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่อีกหรือ" เทพสามตาหยอกไปเบา ๆ พลางซัดเหล้าเข้าปากจนหมดจอก พอทุกคนได้ยินต่างหันมาสนใจ"โอ้เดิมทีข้าตั้งใจปรุงโอสถดวงหทัยแห่งเพลิงนพเก้าถวายให้กับเจ้าแม่หนี่วา แต่ยังขาดกระสายยาสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง คือหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรม ข้าเสาะหามานานแล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้" "เอ๋…ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันคือสิ่งใดหรือ" ตือโป้ยก่ายถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ เพราะกำลังเคี้ยวน่องไก่อยู่เต็มปาก"มันคือน้ำตาของผู้ที่ผ่านความโศกเศร้าในชีวิตมามากมาย จนไม่อาจจินตนาการได้ถึงความทุกข์ตรมที่ได้รับว่ามากมายถึงเพียงใด""แล้วท่านพอที่จะมีเบาะแสของมันบ้างหรือไม่" เทพธิดาฉางเอ๋อถามด้วยความสนใจในเรื่องนี้"เบาะแสน่ะก็พอมี ข้าได้ยินว่าท่านมังกรจ้าวสมุทรแห่งทะเลตงไห่มีอยู่ขวดหนึ่ง ข้าจึงส่งข้อความวีแชตไปหาเขา เพื่อขอแบ่งปันมาสักสามหยด แต่ไอ้งูบัดซบนั่นกลับตอบมาว่าฝันไปเถอะ! แล้วก็ส่งอิโมจิหน้าเยาะเย้ยมาให้ข้าอีกสามอัน แล้วก็บล็อกข้าทันที เฮอะ! เสียแรงที่เคยคบหาเป
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ลุคใหม่
ทันใดนั้นเองกระจกบานใหญ่สูงเท่าตัวคน ก็ถูกเทพสามตาเนรมิตขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าของเขา ฉินฟ่านมองคนที่อยู่ในกระจกอย่างเหลือเชื่อ เขาหยิกแก้มตัวเองแถมยังลองตบดูเบา ๆ มันเจ็บจริง ๆ ด้วยนี่คือเขาจริง ๆ เหรอ แขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ร่างโปร่งแสงเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนร่างเลือดเนื้อเหมือนคนปกติ ส่วนภาพที่เห็นในกระจกนั่นคือ ภาพของชายหนุ่มอายุประมาณสิบเก้าปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ดวงตามีเสน่ห์เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังอย่างประหลาด คิ้วเข้มชี้เฉียงราวกับกระบี่ จมูกโด่งเป็นสัน รูปหน้าคมคาย ผมหยักศกนิด ๆ ผิวขาวสะอาดดูดีมีออร่ากระจ่างใส หล่อลากไส้แบบวัวตายควายล้มเลยทีเดียว ลำตัวอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง จนรวมกันเป็นเส้นสายเรือนร่างที่งดงาม ขาที่เคยเป๋ก็หายดีดังเดิม โอ้โหแม้แต่สิ่งที่อยู่กลางลำตัวของเขา มันก็…ใหญ่ขึ้นและยาวขึ้นเท่าไรนะ อืม เอาเป็นว่าใกล้ถึงหลักสิบเลยแล้วกันเทพธิดาฉางเอ๋อทนเห็นฉากเปลือยสุดระทึกขวัญนี้ไม่ไหว จึงเสกเสื้อผ้ารองเท้าให้ฉินฟ่านชุดหนึ่ง"ฉินฟ่านเจ้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ ถึงหน้าตาของเจ้าเทพสามตาจะไม่ดีเท่าข้า แต่เขาถึงกับใจป้ำ มอบร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กนี้ใ
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 4 มารยาหญิงงาม
เธอรีบใช้มารยาหญิงงามแกล้งล้มลงไปนอนกับพื้น แล้วเริ่มร้องโอดโอยเสียงดังชวนน่าสงสาร"โอ๊ย…โอ๊ยเจ็บจังเลย ช่วยด้วยค่ะ เจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่คุณคะ อย่าเพิ่งไปสิ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ ขาของฉันคงแพลง เจ็บมากเลยค่ะ คุณช่วยพาฉันไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ มันอยู่ไม่ไกลจากสวนนี้หรอกค่ะ"ฉินฟ่านหันกลับมามองเธอ เธอถึงกับกะพริบตาปริบ ๆ ถี่ ๆ แอ๊บแบ๊วทำสีหน้าออดอ้อนขอความเห็นใจจากเขา เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอเจ็บขาแบบนี้จะให้ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังก็คงไม่ดี ถ้าเกิดเธอเจอโจรผู้ร้ายจะทำยังไง เพราะว่าแถวนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของสวนที่ห่างไกลจากผู้คน จึงไม่ค่อยมีใครผ่านมาซะด้วย เขาจึงค่อย ๆ เดินมานั่งลงข้าง ๆ เธอ ขณะที่กำลังเอื้อมมือจะจับข้อเท้าของเธอเพื่อดูอาการ มือที่กำลังเอื้อมไปก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะคิดได้ว่าเธอเป็นเพียงสาวน้อย จู่ ๆ ไปถูกเนื้อต้องตัวกันก็คงจะไม่ดีเท่าไร พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้เขายังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่เลย ถึงตอนนี้เขาจะล่วงรู้วิชาแพทย์ของเทพเสินหนงจนกระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือ แต่ก็ยังขาดประสบการณ์ในการรักษาคนจริง ๆ ถ้าผลีผลามลงมือรักษาจนเจ็บหนักมากกว่าเดิมคงแย่ไปกันใหญ่"ขาข้าง
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ขออีกครับ
ในที่สุดก็ถึงบ้านของเธอ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่เพียงชิ้นเดียว บ้านหลังนี้มีสามชั้นก่ออิฐฉาบปูน ภายนอกอาคารทาสีฟ้าน้ำทะเล ฝาผนังภายในทาสีเหลืองอ่อน หน้าบ้านมีสวนหย่อมเล็ก ๆ มีทั้งกุหลาบ โป๊ยเซียน กล้วยไม้ที่กำลังแข่งกันชูช่อสวยงาม มีสระเลี้ยงปลาคาร์ปเล็ก ๆ บริเวณสวนตั้งโต๊ะไม้นั่งเล่นอยู่ชุดหนึ่ง ที่มุมสวนจัดวางบ้านสุนัขเล็ก ๆ หลังหนึ่ง สนามหญ้าก็กว้างขวางพอสมควร ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและครัวที่ดูสะอาดตา พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีฟ้า ชั้นสองมีสองห้องนอน เป็นห้องของเธอกับน้องชาย ชั้นสามเป็นดาดฟ้า มีห้องนอนเล็ก ๆ อยู่อีกหนึ่งห้อง ที่เหลือเป็นลานกว้างไว้ตากเสื้อผ้ากับแคร่ไม้ไผ่เล็ก ๆ สำหรับไว้นั่งจิบเบียร์ชมวิวในยามค่ำคืน "บ้านคุณสวยน่าอยู่ดีนะครับ""ก็แค่บ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ เข้ามาสิคะ" เธอแกล้งเดินขากระเผลก ๆ รีบหาชุดวอร์มสีแดงของน้องชายมาให้ แล้วบอกเขาให้ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ พร้อมกับเอาเสื้อผ้าเก่าของเขา ไปใส่ในเครื่องซักผ้า ฉินฟ่านเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา พอเหลียนฟ่งเห็นถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากออกมาเสียงดัง เขาได้แต่ยืนทำหน้าเด๋อด๋า ที่เธอหัวเรา
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ซาลาเปากลมโต
ขณะเดินลงบันไดที่มีผนังปูนของอาคารขวางกั้นบดบังสายตาอยู่ เขาทดลองเพ่งจิต โดยการใช้เนตรอัคคีมองรอบ ๆ ตัว พบว่า ดวงตาของเขาสามารถมองทะลุวัตถุได้ชัดแจ๋ว เหมือนมีตาเอกซเรย์อย่างน่าอัศจรรย์ ช่างน่าสนุกซะจริง ๆ มันถูกใจเขามากเลย ความคมชัดขึ้นอยู่กับความหนาบางของวัตถุที่บดบังสายตา แถมยังซูมภาพให้เข้ามาใกล้ได้อีกด้วย เขามองทะลุฝาผนังปูนซ้ายทีขวาที เห็นคุณยายที่ดัดผมหงอกบนหัวจนหยิกเป็นลอน กำลังนั่งถักเสื้อไหมพรมสีแดงบนเก้าอี้โยก มองเลยไปอีกหน่อยเห็นผู้หญิงใส่ชุดคลุมท้อง กำลังรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถประจำทาง หันกลับมามองทางขวาเห็นเด็กน้อยขี้มูกสีเขียวไหลย้อย กำลังก่อกองทรายเล่นกับเพื่อนอีกสามสี่คนตามประสาเด็กขณะที่กำลังแอบส่องดูคนอื่นอย่างเพลิดเพลิน ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อเหมือนซอมบี้ ลมหายใจหอบถี่กระชั้นเร่งร้อนขึ้นซะงั้น ตึกตึก…ตึกตึกหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เพราะเขาเห็น...เอ่อ ซาลาเปากลมโตคู่หนึ่งที่ตั้งตระหง่านเย้ายวนใจ ชวนให้กลืนกินอยู่ตรงหน้า มันทั้งอวบ ทั้งขาว ยอดตรงกลางชูชันสีแดงระเรื่อ ดั่งทับทิมเม็ดงาม ภาพที่เห็นส่งผลให้ฮอร์โมนลามกฉีดซ่านไปทั่วร่าง แบบดีใจจนดี๊ด๊าเกินเหตุ เกิดปฏิ
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 8 เรดาร์หญิง
หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน""ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 7 เจ้าม้าน้อย
เหลียนฟ่งตบอกยืนยันอย่างหนักแน่น แล้วรินเบียร์ให้ฉินฟ่าน ชวนเขาดื่มจนหมดแก้วเป็นการฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (ของเธอ) เพราะในตอนนี้เธอโมเมแล้วว่า ฉินฟ่านตอบตกลง เป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"เถ้าแก่ขอเบียร์เย็น ๆ อีกสองขวดค่ะ"ทั้งสองละเลียดฟองเบียร์ช้า ๆ อย่างชื่นใจ แต่พอติดเครื่องก็เปลี่ยนเป็นยกซดแทน เบียร์ถูกสั่งมาเรื่อย ๆ กับแกล้มสามจานหมดลงอย่างรวดเร็ว"อื้ม! ปีกไก่ทอดร้านนี้อร่อยแฮะ""เถ้าแก่ขอเบียร์กับปีกไก่ทอดอีกค่ะ""เอ้า…ชน หมดแก้ว"เหลียนฟ่งส่งเสียงดังอ้อแอ้ ชวนให้ดื่มอีก หน้าแดงก่ำเพราะความเมา"พอได้แล้ว คุณเมาแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่านะครับ เถ้าแก่คิดเงินด้วยครับ"ดื่มไปดื่มมาหมดเบียร์ไปสิบขวด ฉินฟ่านจ่ายเงิน แล้วให้เธอขี่หลังกลับบ้าน เพราะตอนนี้เธอเมาปลิ้น จนเดินไม่ไหวแล้ว"ไป้ ไปเลย" "เจ้าม้าน้อยวิ่งไปเลย เร็ว ๆ เข้า""ซาหนุกจริงจริ้ง"นี่เธอเมาจนนึกว่าเขาเป็นม้าไปแล้วหรือ เดี๋ยวก็ดึงหูซ้ายให้เลี้ยวซ้าย เดี๋ยวก็ดึงหูขวาให้เลี้ยวขวา คนที่เดินสวนมาแถวฟุตบาท ต่างพากันยกมือปิดปากขำเขาใหญ่เลย แถมเสียงของเธอดังเอะอะมาตลอดทาง"หมดแก้ว หมดแก้ว ฮ่า ๆ" จู่ ๆ เธอ
last updateآخر تحديث : 2025-12-22
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ข่มขู่ตบทรัพย์
ใช่ ตอนนี้เศรษฐีตัวน้อย ๆ อย่างเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว เพราะอลิซาเบธแม่ไก่ตัวอ้วนปุกปุย เป็นเหมือนเครื่องผลิตเงินส่วนตัวให้กับเขา เพราะว่ามันออกไข่ทองคำให้กับเขาทุกวัน ดังนั้นแค่ลืมตาตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า เขาก็มีเงินให้ใช้สอยไม่ขาดมือ"หา…ให้ใช้เงินคุณชอปปิง ได้ตามสบายจริง ๆ เหรอคะ" "ครับ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ใช้ได้ตามสบายเลยครับ"เหลียนฟ่งมองเขาด้วยสายตาสับสนงุนงง นี่เขาล้มหัวฟาดพื้นจนเอ๋อ หรือว่าเป็นคนใจป้ำสายเปย์กันแน่"แล้วคุณจะไม่ไปด้วยกันเหรอคะ""ผมไม่ว่างนะครับ คุณไปเถอะ""แล้วคุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ เดี๋ยวซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือที่เป็นเลสทอง เสื้อโค้ทกันลม โน้ตบุ๊ก กีตาร์ มือถือรุ่นใหม่อะไรแบบนั้นนะค่ะ""อืม...คุณช่วยดูว่าอันไหนจำเป็นใช้ ก็ช่วยซื้อมาให้ผมหน่อยก็แล้วกันครับ ส่วนเสื้อผ้าผมใส่อะไรก็ได้ ไม่ต้องตามแฟชั่นหรอกครับ"เหลียนฟ่งพยักหน้ารับเบา ๆ พลางกะพริบตากลมโตของเธอปริบ ๆ ไม่จริงมั้ง นี่เธอมีรายรับวันนี้หนึ่งแสนหยวนเลยเหรอ แล้วส่วนที่เหลืออีกหนึ่งแสน ก็ให้เก็บไว้ที่เธออีก รายได้แบบนี้ดีกว่าเป็นผู้จัดการดาราซะอีก แถมยังให้ชอปปิงตามใจชอบอ
last updateآخر تحديث : 2026-01-06
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status