พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

last updateLast Updated : 2026-01-07
By:  โจวอี้ฟางUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
20views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฉินฟ่านหนุ่มน้อยผู้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร โชคร้ายตายทั้ง ๆ ที่ชะตายังไม่ถึงฆาต เหล่าเทพที่บังเอิญมาเจอเขาต่างเห็นใจจึงกำนัลของวิเศษพร้อมส่งเขาไปเกิดใหม่ยังโลกคู่ขนาน

View More

Chapter 1

บทนำ : สวรรค์ไม่มีตา

ฟิ้ววววว

ฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ 

ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้

ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น 

แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้

โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้าวพลาดอีท่าไหนก็ไม่รู้ พลัดตกลงมาขาหัก

สภาพของเขาตอนนี้จึงได้กลายเป็นคนพิการขาเป๋เดินเก็บขยะใส่รถเข็นไปขาย พอที่จะได้เศษเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ชีวิตบัดซบแบบนี้สินะที่ผู้คนไม่เหลียวแล แม้แต่สุนัขยังหมางเมิน ทำให้เขาไร้ซึ่งความหวังใด ๆ ในชีวิต

เขาเงยหน้ามองพระจันทร์ที่งดงามอยู่ครู่หนึ่ง เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากจนแลดูคล้ายผู้ร้ายในหนังจีนยุค 90s

พระจันทร์กลมโตคืนนี้ดูเย็นชา แต่กลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เขาห่อไหล่ด้วยความรู้สึกหนาวสะท้าน เพราะเสื้อที่ใส่บางเกินไป เขาค่อย ๆ เข็นรถที่เต็มไปด้วยเศษขยะอยู่ริมถนนอย่างช้า ๆ พลางบ่นกระปอดกระแปดออกมา

"บรื๋อ...จะแข็งตายอยู่แล้วโว้ย"

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า เมื่อมองเห็นก้นบุหรี่ยี่ห้อดังที่มีคนสูบเสร็จแล้วเหยียบดับทิ้งไว้อยู่ข้างถนน เขาก้มลงเก็บมันด้วยความดีใจ เพราะสภาพของมันยังดูดีอยู่

"อา…วันนี้ท่าจะโชคดีแฮะ"

เขาก้มเก็บก้นบุหรี่ขึ้นมาใช้มือปัดฝุ่นก้นบุหรี่สั้น ๆ นั้นอยู่สองสามทีให้มันสะอาดแล้วจุดสูบทันที ค่อย ๆ ละเลียดควันขาวของมันอย่างชื่นอกชื่นใจในรสชาติ สูบได้สองทีก็หมดมวน แต่เพียงเท่านี้ก็สร้างความพึงพอใจให้กับคนยากไร้อย่างเขามากพอแล้ว

บรืนนนน

"ยะฮู้! สนุกจริงโว้ย เหยียบให้มิดเลย ใครเหยียบเบรกก่อนคนนั้นแพ้ ต้องถูกปรับเลี้ยงเหล้านะโว้ย ฮ่าๆ"

"ไป ๆ ลุยเลย"

"เฮ้ยส่งเหล้ามาหน่อยสิ"

"แต่ลูกพี่ดื่มไปเยอะแล้วนะ"

"ไอ้นี่วอนซะแล้ว คนกำลังสนุกดันมาทำให้เสียอารมณ์ เร็ว ๆ เข้า"

ฉินฟงลูกชายเศรษฐีหน้าแดงก่ำ ตาปรือ เพราะกำลังเมาทั้งเหล้า เมาทั้งยาเสพติด เขาขับรถสปอร์ตหรูเปิดประทุนสีแดงเพลิงด้วยความเร็วสูง พลางตะโกนคุยกับเพื่อนเสียงดังระหว่างแข่งความเร็วกับเพื่อนร่วมก๊วนลูกเศรษฐีที่ขับรถสปอร์ตสีขาวและน้ำเงิน ทั้งสามคันไล่บี้ตามกันมาติด ๆ อย่างคึกคะนอง ผลัดกันแซงหน้าแซงหลังจนกระทั่งเจอรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนมาบีบแตรใส่เสียงดัง 

"ไอ้พวกเด็กเปรตหลบไปสิโว้ย อยากตายมากหรือไงวะ" โชเฟอร์รถบรรทุกตะโกนด่าเสียงดัง พร้อมบีบแตรถี่ ๆ ไล่ให้เปิดทาง

ปี๊น ๆ 

"เฮ้ย…"

หนุ่มเพลย์บอยอย่างฉินฟงแตกตื่นตกใจ เพราะเสียงดังของแตรและแสงไฟหน้ารถบรรทุกที่สาดเข้าดวงตา เขาจึงหักหลบอย่างแรงเป็นเหตุให้รถของพวกเขาเสียหลักชนกันเองเข้าอย่างจัง

โครมมมม 

หนึ่งคัน สองคัน สามคัน

เสียงรถสปอร์ตหรูสามคันชนกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน 

ฉินฟ่านได้ยินเสียงดังจึงหันกลับไปมอง แสงไฟหน้ารถหรูส่องใบหน้าของเขา เขาตกใจจนต้องเบิกตาโต ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

"ฉิบหายแล้ว!"   

ราวกับเห็นภาพสโลว์โมชัน รถสีแดงเพลิงกำลังพลิกตลบหมุนคว้างกลางอากาศพุ่งมาชนรถเข็นโกโรโกโสของฉินฟ่านอย่างแรงราวกับลูกโบว์ลิ่งที่ทำแต้มสไตร์ค รถเข็นพังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็กส่งผลให้เศษขยะลอยกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน รวมทั้งร่างของฉินฟ่านที่กระเด็นปลิวไปไกลดุจเศษขยะที่ไร้ค่า 

เลือดกระอักออกจากปากของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อน มีเพียงปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายที่กระตุกอยู่เบา ๆ 

เจ็บ… 

เจ็บจังเลย

นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เจ็บปวดมากขนาดนี้ 

ฉินฟ่านรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างพร้อมกับความคิดแวบหนึ่งว่าเขาถูกรถชนเหรอ เขากำลังจะตายใช่ไหม ในตอนนั้นร่างของเขากระแทกลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงแล้วกลิ้งไปอีกหลายตลบก่อนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใครมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ก็คงต้องพากันส่ายหน้า

ชาวบ้านแถวนั้นคงโทรแจ้งเหตุ เพราะหลังจากนั้นสิบห้านาทีก็มีรถพยาบาล และรถกู้ภัยเปิดไฟวิบวับแล่นมาจอดอยู่ข้างถนนหลายคัน 

"หลบหน่อย ขอทางหน่อยครับ"

"หัวหน้าครับ งานนี้เละเป็นโจ๊กอีกแล้ว คนเจ็บเพียบเลย"

เสียงของเจ้าหน้าที่ตะโกนขอความร่วมมือกับคนรอบข้างที่มุงดูอยู่ ฝูงชนหลายคนต่างรีบกุลีกุจอช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนใช้เครื่องมือตัดเหล็ก บางคนทุบกระจกรถ เพื่อดึงคนเจ็บออกมา 

เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความคึกคะนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเสพติดของทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองจำนวนสามถึงสี่คน นอกจากนี้ยังมีสาวสวยหลายคนที่เป็นคู่ขาของพวกเขา อุบัติเหตุรถครั้งนี้มีคนได้รับบาดเจ็บนับสิบคน เป็นเหตุให้ชาวบ้านละแวกนั้นก่นด่าสาปแช่งกันยาวเหยียด 

ซึ่งตอนนี้บางคนที่อาการเบาหน่อยก็ได้รับการปฐมพยาบาลพันแผลห้ามเลือดเอาไว้แล้ว แต่คนที่ดูแล้วอาการหนักแถมยังเสียเลือดมากมีอยู่สองคน ซึ่งบุรุษพยาบาลกำลังปั๊มหัวใจให้ คนหนึ่งคือฉินฟ่าน ชายเก็บขยะที่มีบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบไปทั่วร่าง อีกคนที่นอนห่างไปสองเมตรคือฉินฟง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีร้านเพชร เขาไหปลาร้าหัก แต่ก็ไม่อันตรายถึงกับตาย

เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ตลาดจึงมีคนมามุงดูห่าง ๆ มากพอสมควร ในจำนวนนั้นมีชายสวมสูทสีขาวดูสะอาดตาขัดกับใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับผีดิบ หวีผมเรียบแปล้ สวมแว่นตาสีดำ รูปร่างผอมสูงราวกับต้นถั่วงอก เขากำลังอยู่ในอาการมึนเมาจนร่างส่ายโงนเงนไปมา ตบบ่าสะกิดเร่งน้องชายที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำผิวคล้ำที่สวมสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นพวกเขาได้แม้แต่คนเดียว 

ใช่แล้ว พวกเขาคือ ไป๋อู๋ฉางและเฮยอู๋ฉาง ยมทูตขาวยมทูตดำ ผู้มีหน้าที่มารับดวงวิญญาณนั่นเอง

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่พวกเขายังเป็นมนุษย์ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน แต่เพราะมีนิสัยเกียจคร้านไม่ยอมทำงานทำการจึงถูกพ่อแม่ขับไล่ออกจากบ้าน ทั้งคู่จึงไปทำงานเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาได้รับหน้าที่คุมนักโทษประหารเดินทางไปยังเมืองข้าง ๆ ระหว่างทางนักโทษร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าอยากจะกลับบ้าน เพื่อไปสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายและให้สัญญาว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน

เมื่อสองพี่น้องได้ยินก็รู้สึกสงสารจึงปล่อยตัวไป แต่สันดานโจรพอไปแล้วก็ไปลับไม่ยอมกลับมา สองพี่น้องจึงถูกลงโทษจองจำในคุก ด้วยความเสียใจพวกเขาจึงจบชีวิตของตนเองในคุก 

จากนั้นพญายมจึงรับดวงวิญญาณของทั้งสองให้มาช่วยงานแต่งตั้งให้เป็นยมทูตขาวและยมทูตดำ

"นี่…นี่...เสี่ยวเฮย ข้าว่านะ…เอิ๊กกก เรารีบเก็บดวงวิญญาณให้เสร็จจะได้ไปก๊งเหล้ากันต่อ เพราะถ้าเราไปช้าละก็ เจ้าเสี่ยวหงต้องซัดเหล้าเหมาไถจนหมด ไม่ยอมเหลือให้เราแม้แต่หยดเดียวแน่ ๆ เอิ๊ก…เจ้าว่าดีหรือเปล่าล่ะ" เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เพราะฤทธิ์เหมาไถขวดที่สิบที่เพิ่งจะแอบดื่มกันมาระหว่างทำงาน

"ดี เอิ๊ก…จัดไป" เสี่ยวเฮยพยักหน้าพร้อมกับยืนเซไปเซมาด้วยความเมา เขาดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก แล้วใช้ไฟแช็กดูปองท์สีทองจุด

เปลวไฟสีส้มลุกสว่างวาบในความมืด พอบุหรี่ติดไฟจนแดงได้ที่ เสี่ยวเฮยก็เริ่มสูบบุหรี่อย่างแรงจนบุหรี่แดงวาบอย่างต่อเนื่องกลายเป็นขี้เถ้าทั้งมวนในคราเดียว แล้วเขาค่อย ๆ พ่นควันขาวออกไป

ควันขาวลอยอ้อยอิ่งเป็นกลุ่มก้อน แล้วกลายเป็นตัวอักษรโบราณแบบเสี่ยวจ้วน มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลอยอยู่กลางอากาศอย่างแปลกพิสดารพันลึก บ่งบอกถึงชื่อเสียงเรียงนามประวัติของวิญญาณที่พวกเขาจะมารับไป

ฉินฟง 

เพศชาย

อายุสามสิบปี 

ภูมิลำเนา อู่ฮั่น

ความผิด ข่มขืนนักศึกษาสาวสองคน ทุบตีพนักงานบริษัทสามคนจนบาดเจ็บสาหัส เผาร้านอาหารจนไฟลุกลามไหม้บ้านเรือนไปอีกแปดหลัง 

ยืนยันตัวตนของบุคคลเสร็จ เสี่ยวเฮยจึงยกนิ้วชี้นิ้วกลางเหยียดตรงประกบกันชี้ไปข้างหน้าส่ายไหวไปมาราวกับวาดยันต์ เพื่อร่ายเวทย์เสกบ่วงล่าวิญญาณ พร้อมเล็งเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร ด้วยฤทธิ์สุราดวงตาที่เพ่งมองจึงหรี่ปรือจนเห็นภาพซ้อน กลายเป็นร่างของฉินฟงสามสี่คน เขาสะบัดหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติจากความมึนเมา

"เอ๋...คนไหนกันแน่วะเนี่ย ทำไมมีหลายคนจัง เอิ๊ก...อ๋อ ฮ่า ๆ อยู่นั่นเอง" เขาชี้นิ้วสั่งบ่วงให้พุ่งวาบออกไปคล้องวิญญาณอย่างแม่นยำ แต่แบบผิดฝาผิดตัว เพราะเสี่ยวเฮยดันไปคล้องเอาวิญญาณของฉินฟ่านมาแทน

บุรุษพยาบาลวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าทีมมีโครงหน้าสี่เหลี่ยม ตัดผมสั้นเกรียนแบบทหาร คิ้วหนา ริมฝีปากหนา ดวงตากลมโตของเขาแดงก่ำ เพราะอาการอดหลับอดนอน

งานกู้ชีพหน่วยของเขาขาดแคลนกำลังคน ทำให้เขาต้องควบเวรทำงานหลายกะจนเมียที่บ้านบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเขาไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง 

เขากำลังใช้มือกดเข้าที่ทรวงอก เพื่อปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของฉินฟ่าน ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

"อย่าตายนะ เข้มแข็งไว้ ไอ้บ้าเอ๊ยฟื้นขึ้นมาสิวะ" 

"หัวหน้าพอเถอะครับ ปั๊มมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชีพจรเลย เขาไปสบายแล้วล่ะ" รุ่นน้องห้ามปรามเขาเสียงอ่อน พวกเขาเห็นคนตายมาก็มาก แต่ก็ยังรู้สึกทำใจลำบาก 

ในที่สุดหัวหน้าทีมก็ได้แต่ทอดถอนใจ ยุติการช่วยชีวิตของฉินฟ่าน 

"ปัดโธ่เว้ย เป็นแบบนี้ได้ยังไงวะ น่าเสียดายจริง ๆ ไม่น่าอายุสั้นเลย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ ๆ นายจดเวลาตายเอาไว้ด้วย สามทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที" หัวหน้าทีมส่ายหน้าพลางบอกรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจช่วยชีวิตฉินฟ่านได้ เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเศร้าสลด

คนดี ๆ ต้องมาตาย แต่ไอ้ลูกเศรษฐีชาติสุนัขที่เมายากลับดันรอด เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
บทนำ : สวรรค์ไม่มีตา
ฟิ้วววววฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้า
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 1 เยือนนรก
อาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรากว้างขวางโอ่อ่าอย่างยิ่ง หากมีใครหลงเข้ามา คงต้องคิดว่าเป็นสโมสรของพวกเศรษฐีระดับวีวีไอพีดูได้จากพื้นที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ฝาผนังผสานด้วยไม้มะฮอกกานีตกแต่งด้วยกระจกแกะสลักลวดลายวิจิตรงามตา เสาอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกและโรมัน มุมห้องซ้ายมือมีรูปไม้แกะสลักเป็นรูปของลูสิเฟอร์ผู้เป็นลูกรักลูกชังของพระเจ้าขนาดเท่าตัวคนตั้งตระหง่านอยู่ เพดานกลางห้องโถงแขวนไว้ด้วยโคมไฟแชนเดอเรียขนาดใหญ่โตสูงร่วมสองเมตร งดงามเปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งดูก็รู้ว่าราคาคงจะแพงจนแทบบ้าคลั่ง ประมาณว่าสามารถเอาไปซื้อบ้านได้หลังหนึ่งเลยทีเดียว แอร์เย็นฉ่ำ ดนตรีไพเราะ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศระดับไฮเอนด์รถปอร์เช่เปิดประทุนสีตะกั่วแล่นเข้ามาจอดยังหน้าอาคารหรูแห่งนั้น ยมทูตทั้งสองเปิดประตูรถ นำดวงวิญญาณของฉินฟ่านมาส่งหน้าประตูของที่นี่ "นี่ไอ้น้อง พี่มาส่งเพียงแค่นี้ เดี๋ยวแกเดินผ่านประตูนรกนั้น แล้วตรงเข้าไปก็จะเจอกับท่านพญายมเอง เอิ้ก…เอาละไปได้"เสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ประตูบานใหญ่"เฮ้ย…เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันมีนรกสวรรค์จริง ๆ หรือนี่ ว่าแต่พวกคุณพาผมมาผิดที
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 2 น้ำตาแห่งความทุกข์ตรม
"ไท่ซ่างเหล่าจวิน ทำไมท่านถึงดูใจลอย ๆ แถมยังทอดถอนใจอยู่บ่อย ๆ เปียแชร์ไม่ได้หรือยังไงกัน อย่าลืมสิว่าท่านคือเทพผู้ยิ่งใหญ่ ยังมีอะไรต้องกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่อีกหรือ" เทพสามตาหยอกไปเบา ๆ พลางซัดเหล้าเข้าปากจนหมดจอก พอทุกคนได้ยินต่างหันมาสนใจ"โอ้เดิมทีข้าตั้งใจปรุงโอสถดวงหทัยแห่งเพลิงนพเก้าถวายให้กับเจ้าแม่หนี่วา แต่ยังขาดกระสายยาสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง คือหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรม ข้าเสาะหามานานแล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้" "เอ๋…ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันคือสิ่งใดหรือ" ตือโป้ยก่ายถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ เพราะกำลังเคี้ยวน่องไก่อยู่เต็มปาก"มันคือน้ำตาของผู้ที่ผ่านความโศกเศร้าในชีวิตมามากมาย จนไม่อาจจินตนาการได้ถึงความทุกข์ตรมที่ได้รับว่ามากมายถึงเพียงใด""แล้วท่านพอที่จะมีเบาะแสของมันบ้างหรือไม่" เทพธิดาฉางเอ๋อถามด้วยความสนใจในเรื่องนี้"เบาะแสน่ะก็พอมี ข้าได้ยินว่าท่านมังกรจ้าวสมุทรแห่งทะเลตงไห่มีอยู่ขวดหนึ่ง ข้าจึงส่งข้อความวีแชตไปหาเขา เพื่อขอแบ่งปันมาสักสามหยด แต่ไอ้งูบัดซบนั่นกลับตอบมาว่าฝันไปเถอะ! แล้วก็ส่งอิโมจิหน้าเยาะเย้ยมาให้ข้าอีกสามอัน แล้วก็บล็อกข้าทันที เฮอะ! เสียแรงที่เคยคบหาเป
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 3 ลุคใหม่
ทันใดนั้นเองกระจกบานใหญ่สูงเท่าตัวคน ก็ถูกเทพสามตาเนรมิตขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าของเขา ฉินฟ่านมองคนที่อยู่ในกระจกอย่างเหลือเชื่อ เขาหยิกแก้มตัวเองแถมยังลองตบดูเบา ๆ มันเจ็บจริง ๆ ด้วยนี่คือเขาจริง ๆ เหรอ แขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ร่างโปร่งแสงเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนร่างเลือดเนื้อเหมือนคนปกติ ส่วนภาพที่เห็นในกระจกนั่นคือ ภาพของชายหนุ่มอายุประมาณสิบเก้าปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ดวงตามีเสน่ห์เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังอย่างประหลาด คิ้วเข้มชี้เฉียงราวกับกระบี่ จมูกโด่งเป็นสัน รูปหน้าคมคาย ผมหยักศกนิด ๆ ผิวขาวสะอาดดูดีมีออร่ากระจ่างใส หล่อลากไส้แบบวัวตายควายล้มเลยทีเดียว ลำตัวอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง จนรวมกันเป็นเส้นสายเรือนร่างที่งดงาม ขาที่เคยเป๋ก็หายดีดังเดิม โอ้โหแม้แต่สิ่งที่อยู่กลางลำตัวของเขา มันก็…ใหญ่ขึ้นและยาวขึ้นเท่าไรนะ อืม เอาเป็นว่าใกล้ถึงหลักสิบเลยแล้วกันเทพธิดาฉางเอ๋อทนเห็นฉากเปลือยสุดระทึกขวัญนี้ไม่ไหว จึงเสกเสื้อผ้ารองเท้าให้ฉินฟ่านชุดหนึ่ง"ฉินฟ่านเจ้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ ถึงหน้าตาของเจ้าเทพสามตาจะไม่ดีเท่าข้า แต่เขาถึงกับใจป้ำ มอบร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กนี้ใ
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 4 มารยาหญิงงาม
เธอรีบใช้มารยาหญิงงามแกล้งล้มลงไปนอนกับพื้น แล้วเริ่มร้องโอดโอยเสียงดังชวนน่าสงสาร"โอ๊ย…โอ๊ยเจ็บจังเลย ช่วยด้วยค่ะ เจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่คุณคะ อย่าเพิ่งไปสิ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ ขาของฉันคงแพลง เจ็บมากเลยค่ะ คุณช่วยพาฉันไปส่งที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ มันอยู่ไม่ไกลจากสวนนี้หรอกค่ะ"ฉินฟ่านหันกลับมามองเธอ เธอถึงกับกะพริบตาปริบ ๆ ถี่ ๆ แอ๊บแบ๊วทำสีหน้าออดอ้อนขอความเห็นใจจากเขา เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอเจ็บขาแบบนี้จะให้ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังก็คงไม่ดี ถ้าเกิดเธอเจอโจรผู้ร้ายจะทำยังไง เพราะว่าแถวนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของสวนที่ห่างไกลจากผู้คน จึงไม่ค่อยมีใครผ่านมาซะด้วย เขาจึงค่อย ๆ เดินมานั่งลงข้าง ๆ เธอ ขณะที่กำลังเอื้อมมือจะจับข้อเท้าของเธอเพื่อดูอาการ มือที่กำลังเอื้อมไปก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะคิดได้ว่าเธอเป็นเพียงสาวน้อย จู่ ๆ ไปถูกเนื้อต้องตัวกันก็คงจะไม่ดีเท่าไร พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้เขายังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่เลย ถึงตอนนี้เขาจะล่วงรู้วิชาแพทย์ของเทพเสินหนงจนกระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือ แต่ก็ยังขาดประสบการณ์ในการรักษาคนจริง ๆ ถ้าผลีผลามลงมือรักษาจนเจ็บหนักมากกว่าเดิมคงแย่ไปกันใหญ่"ขาข้าง
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 5 ขออีกครับ
ในที่สุดก็ถึงบ้านของเธอ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่เพียงชิ้นเดียว บ้านหลังนี้มีสามชั้นก่ออิฐฉาบปูน ภายนอกอาคารทาสีฟ้าน้ำทะเล ฝาผนังภายในทาสีเหลืองอ่อน หน้าบ้านมีสวนหย่อมเล็ก ๆ มีทั้งกุหลาบ โป๊ยเซียน กล้วยไม้ที่กำลังแข่งกันชูช่อสวยงาม มีสระเลี้ยงปลาคาร์ปเล็ก ๆ บริเวณสวนตั้งโต๊ะไม้นั่งเล่นอยู่ชุดหนึ่ง ที่มุมสวนจัดวางบ้านสุนัขเล็ก ๆ หลังหนึ่ง สนามหญ้าก็กว้างขวางพอสมควร ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและครัวที่ดูสะอาดตา พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีฟ้า ชั้นสองมีสองห้องนอน เป็นห้องของเธอกับน้องชาย ชั้นสามเป็นดาดฟ้า มีห้องนอนเล็ก ๆ อยู่อีกหนึ่งห้อง ที่เหลือเป็นลานกว้างไว้ตากเสื้อผ้ากับแคร่ไม้ไผ่เล็ก ๆ สำหรับไว้นั่งจิบเบียร์ชมวิวในยามค่ำคืน "บ้านคุณสวยน่าอยู่ดีนะครับ""ก็แค่บ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ เข้ามาสิคะ" เธอแกล้งเดินขากระเผลก ๆ รีบหาชุดวอร์มสีแดงของน้องชายมาให้ แล้วบอกเขาให้ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ พร้อมกับเอาเสื้อผ้าเก่าของเขา ไปใส่ในเครื่องซักผ้า ฉินฟ่านเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา พอเหลียนฟ่งเห็นถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากออกมาเสียงดัง เขาได้แต่ยืนทำหน้าเด๋อด๋า ที่เธอหัวเรา
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 6 ซาลาเปากลมโต
ขณะเดินลงบันไดที่มีผนังปูนของอาคารขวางกั้นบดบังสายตาอยู่ เขาทดลองเพ่งจิต โดยการใช้เนตรอัคคีมองรอบ ๆ ตัว พบว่า ดวงตาของเขาสามารถมองทะลุวัตถุได้ชัดแจ๋ว เหมือนมีตาเอกซเรย์อย่างน่าอัศจรรย์ ช่างน่าสนุกซะจริง ๆ มันถูกใจเขามากเลย ความคมชัดขึ้นอยู่กับความหนาบางของวัตถุที่บดบังสายตา แถมยังซูมภาพให้เข้ามาใกล้ได้อีกด้วย เขามองทะลุฝาผนังปูนซ้ายทีขวาที เห็นคุณยายที่ดัดผมหงอกบนหัวจนหยิกเป็นลอน กำลังนั่งถักเสื้อไหมพรมสีแดงบนเก้าอี้โยก มองเลยไปอีกหน่อยเห็นผู้หญิงใส่ชุดคลุมท้อง กำลังรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถประจำทาง หันกลับมามองทางขวาเห็นเด็กน้อยขี้มูกสีเขียวไหลย้อย กำลังก่อกองทรายเล่นกับเพื่อนอีกสามสี่คนตามประสาเด็กขณะที่กำลังแอบส่องดูคนอื่นอย่างเพลิดเพลิน ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อเหมือนซอมบี้ ลมหายใจหอบถี่กระชั้นเร่งร้อนขึ้นซะงั้น ตึกตึก…ตึกตึกหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เพราะเขาเห็น...เอ่อ ซาลาเปากลมโตคู่หนึ่งที่ตั้งตระหง่านเย้ายวนใจ ชวนให้กลืนกินอยู่ตรงหน้า มันทั้งอวบ ทั้งขาว ยอดตรงกลางชูชันสีแดงระเรื่อ ดั่งทับทิมเม็ดงาม ภาพที่เห็นส่งผลให้ฮอร์โมนลามกฉีดซ่านไปทั่วร่าง แบบดีใจจนดี๊ด๊าเกินเหตุ เกิดปฏิ
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 8 เรดาร์หญิง
หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน""ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 7 เจ้าม้าน้อย
เหลียนฟ่งตบอกยืนยันอย่างหนักแน่น แล้วรินเบียร์ให้ฉินฟ่าน ชวนเขาดื่มจนหมดแก้วเป็นการฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (ของเธอ) เพราะในตอนนี้เธอโมเมแล้วว่า ฉินฟ่านตอบตกลง เป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"เถ้าแก่ขอเบียร์เย็น ๆ อีกสองขวดค่ะ"ทั้งสองละเลียดฟองเบียร์ช้า ๆ อย่างชื่นใจ แต่พอติดเครื่องก็เปลี่ยนเป็นยกซดแทน เบียร์ถูกสั่งมาเรื่อย ๆ กับแกล้มสามจานหมดลงอย่างรวดเร็ว"อื้ม! ปีกไก่ทอดร้านนี้อร่อยแฮะ""เถ้าแก่ขอเบียร์กับปีกไก่ทอดอีกค่ะ""เอ้า…ชน หมดแก้ว"เหลียนฟ่งส่งเสียงดังอ้อแอ้ ชวนให้ดื่มอีก หน้าแดงก่ำเพราะความเมา"พอได้แล้ว คุณเมาแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่านะครับ เถ้าแก่คิดเงินด้วยครับ"ดื่มไปดื่มมาหมดเบียร์ไปสิบขวด ฉินฟ่านจ่ายเงิน แล้วให้เธอขี่หลังกลับบ้าน เพราะตอนนี้เธอเมาปลิ้น จนเดินไม่ไหวแล้ว"ไป้ ไปเลย" "เจ้าม้าน้อยวิ่งไปเลย เร็ว ๆ เข้า""ซาหนุกจริงจริ้ง"นี่เธอเมาจนนึกว่าเขาเป็นม้าไปแล้วหรือ เดี๋ยวก็ดึงหูซ้ายให้เลี้ยวซ้าย เดี๋ยวก็ดึงหูขวาให้เลี้ยวขวา คนที่เดินสวนมาแถวฟุตบาท ต่างพากันยกมือปิดปากขำเขาใหญ่เลย แถมเสียงของเธอดังเอะอะมาตลอดทาง"หมดแก้ว หมดแก้ว ฮ่า ๆ" จู่ ๆ เธอ
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more
บทที่ 8 เรดาร์หญิง
หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว
last updateLast Updated : 2026-01-06
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status