พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
67Bab
262Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ฉินฟ่านหนุ่มน้อยผู้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร โชคร้ายตายทั้ง ๆ ที่ชะตายังไม่ถึงฆาต เหล่าเทพที่บังเอิญมาเจอเขาต่างเห็นใจจึงกำนัลของวิเศษพร้อมส่งเขาไปเกิดใหม่ยังโลกคู่ขนาน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ : สวรรค์ไม่มีตา

ฟิ้ววววว

ฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ 

ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้

ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น 

แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้

โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้าวพลาดอีท่าไหนก็ไม่รู้ พลัดตกลงมาขาหัก

สภาพของเขาตอนนี้จึงได้กลายเป็นคนพิการขาเป๋เดินเก็บขยะใส่รถเข็นไปขาย พอที่จะได้เศษเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ชีวิตบัดซบแบบนี้สินะที่ผู้คนไม่เหลียวแล แม้แต่สุนัขยังหมางเมิน ทำให้เขาไร้ซึ่งความหวังใด ๆ ในชีวิต

เขาเงยหน้ามองพระจันทร์ที่งดงามอยู่ครู่หนึ่ง เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากจนแลดูคล้ายผู้ร้ายในหนังจีนยุค 90s

พระจันทร์กลมโตคืนนี้ดูเย็นชา แต่กลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เขาห่อไหล่ด้วยความรู้สึกหนาวสะท้าน เพราะเสื้อที่ใส่บางเกินไป เขาค่อย ๆ เข็นรถที่เต็มไปด้วยเศษขยะอยู่ริมถนนอย่างช้า ๆ พลางบ่นกระปอดกระแปดออกมา

"บรื๋อ...จะแข็งตายอยู่แล้วโว้ย"

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า เมื่อมองเห็นก้นบุหรี่ยี่ห้อดังที่มีคนสูบเสร็จแล้วเหยียบดับทิ้งไว้อยู่ข้างถนน เขาก้มลงเก็บมันด้วยความดีใจ เพราะสภาพของมันยังดูดีอยู่

"อา…วันนี้ท่าจะโชคดีแฮะ"

เขาก้มเก็บก้นบุหรี่ขึ้นมาใช้มือปัดฝุ่นก้นบุหรี่สั้น ๆ นั้นอยู่สองสามทีให้มันสะอาดแล้วจุดสูบทันที ค่อย ๆ ละเลียดควันขาวของมันอย่างชื่นอกชื่นใจในรสชาติ สูบได้สองทีก็หมดมวน แต่เพียงเท่านี้ก็สร้างความพึงพอใจให้กับคนยากไร้อย่างเขามากพอแล้ว

บรืนนนน

"ยะฮู้! สนุกจริงโว้ย เหยียบให้มิดเลย ใครเหยียบเบรกก่อนคนนั้นแพ้ ต้องถูกปรับเลี้ยงเหล้านะโว้ย ฮ่าๆ"

"ไป ๆ ลุยเลย"

"เฮ้ยส่งเหล้ามาหน่อยสิ"

"แต่ลูกพี่ดื่มไปเยอะแล้วนะ"

"ไอ้นี่วอนซะแล้ว คนกำลังสนุกดันมาทำให้เสียอารมณ์ เร็ว ๆ เข้า"

ฉินฟงลูกชายเศรษฐีหน้าแดงก่ำ ตาปรือ เพราะกำลังเมาทั้งเหล้า เมาทั้งยาเสพติด เขาขับรถสปอร์ตหรูเปิดประทุนสีแดงเพลิงด้วยความเร็วสูง พลางตะโกนคุยกับเพื่อนเสียงดังระหว่างแข่งความเร็วกับเพื่อนร่วมก๊วนลูกเศรษฐีที่ขับรถสปอร์ตสีขาวและน้ำเงิน ทั้งสามคันไล่บี้ตามกันมาติด ๆ อย่างคึกคะนอง ผลัดกันแซงหน้าแซงหลังจนกระทั่งเจอรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนมาบีบแตรใส่เสียงดัง 

"ไอ้พวกเด็กเปรตหลบไปสิโว้ย อยากตายมากหรือไงวะ" โชเฟอร์รถบรรทุกตะโกนด่าเสียงดัง พร้อมบีบแตรถี่ ๆ ไล่ให้เปิดทาง

ปี๊น ๆ 

"เฮ้ย…"

หนุ่มเพลย์บอยอย่างฉินฟงแตกตื่นตกใจ เพราะเสียงดังของแตรและแสงไฟหน้ารถบรรทุกที่สาดเข้าดวงตา เขาจึงหักหลบอย่างแรงเป็นเหตุให้รถของพวกเขาเสียหลักชนกันเองเข้าอย่างจัง

โครมมมม 

หนึ่งคัน สองคัน สามคัน

เสียงรถสปอร์ตหรูสามคันชนกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน 

ฉินฟ่านได้ยินเสียงดังจึงหันกลับไปมอง แสงไฟหน้ารถหรูส่องใบหน้าของเขา เขาตกใจจนต้องเบิกตาโต ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

"ฉิบหายแล้ว!"   

ราวกับเห็นภาพสโลว์โมชัน รถสีแดงเพลิงกำลังพลิกตลบหมุนคว้างกลางอากาศพุ่งมาชนรถเข็นโกโรโกโสของฉินฟ่านอย่างแรงราวกับลูกโบว์ลิ่งที่ทำแต้มสไตร์ค รถเข็นพังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็กส่งผลให้เศษขยะลอยกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน รวมทั้งร่างของฉินฟ่านที่กระเด็นปลิวไปไกลดุจเศษขยะที่ไร้ค่า 

เลือดกระอักออกจากปากของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อน มีเพียงปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายที่กระตุกอยู่เบา ๆ 

เจ็บ… 

เจ็บจังเลย

นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เจ็บปวดมากขนาดนี้ 

ฉินฟ่านรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างพร้อมกับความคิดแวบหนึ่งว่าเขาถูกรถชนเหรอ เขากำลังจะตายใช่ไหม ในตอนนั้นร่างของเขากระแทกลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงแล้วกลิ้งไปอีกหลายตลบก่อนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใครมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ก็คงต้องพากันส่ายหน้า

ชาวบ้านแถวนั้นคงโทรแจ้งเหตุ เพราะหลังจากนั้นสิบห้านาทีก็มีรถพยาบาล และรถกู้ภัยเปิดไฟวิบวับแล่นมาจอดอยู่ข้างถนนหลายคัน 

"หลบหน่อย ขอทางหน่อยครับ"

"หัวหน้าครับ งานนี้เละเป็นโจ๊กอีกแล้ว คนเจ็บเพียบเลย"

เสียงของเจ้าหน้าที่ตะโกนขอความร่วมมือกับคนรอบข้างที่มุงดูอยู่ ฝูงชนหลายคนต่างรีบกุลีกุจอช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนใช้เครื่องมือตัดเหล็ก บางคนทุบกระจกรถ เพื่อดึงคนเจ็บออกมา 

เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความคึกคะนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเสพติดของทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองจำนวนสามถึงสี่คน นอกจากนี้ยังมีสาวสวยหลายคนที่เป็นคู่ขาของพวกเขา อุบัติเหตุรถครั้งนี้มีคนได้รับบาดเจ็บนับสิบคน เป็นเหตุให้ชาวบ้านละแวกนั้นก่นด่าสาปแช่งกันยาวเหยียด 

ซึ่งตอนนี้บางคนที่อาการเบาหน่อยก็ได้รับการปฐมพยาบาลพันแผลห้ามเลือดเอาไว้แล้ว แต่คนที่ดูแล้วอาการหนักแถมยังเสียเลือดมากมีอยู่สองคน ซึ่งบุรุษพยาบาลกำลังปั๊มหัวใจให้ คนหนึ่งคือฉินฟ่าน ชายเก็บขยะที่มีบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบไปทั่วร่าง อีกคนที่นอนห่างไปสองเมตรคือฉินฟง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีร้านเพชร เขาไหปลาร้าหัก แต่ก็ไม่อันตรายถึงกับตาย

เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ตลาดจึงมีคนมามุงดูห่าง ๆ มากพอสมควร ในจำนวนนั้นมีชายสวมสูทสีขาวดูสะอาดตาขัดกับใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับผีดิบ หวีผมเรียบแปล้ สวมแว่นตาสีดำ รูปร่างผอมสูงราวกับต้นถั่วงอก เขากำลังอยู่ในอาการมึนเมาจนร่างส่ายโงนเงนไปมา ตบบ่าสะกิดเร่งน้องชายที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำผิวคล้ำที่สวมสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นพวกเขาได้แม้แต่คนเดียว 

ใช่แล้ว พวกเขาคือ ไป๋อู๋ฉางและเฮยอู๋ฉาง ยมทูตขาวยมทูตดำ ผู้มีหน้าที่มารับดวงวิญญาณนั่นเอง

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่พวกเขายังเป็นมนุษย์ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน แต่เพราะมีนิสัยเกียจคร้านไม่ยอมทำงานทำการจึงถูกพ่อแม่ขับไล่ออกจากบ้าน ทั้งคู่จึงไปทำงานเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาได้รับหน้าที่คุมนักโทษประหารเดินทางไปยังเมืองข้าง ๆ ระหว่างทางนักโทษร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าอยากจะกลับบ้าน เพื่อไปสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายและให้สัญญาว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน

เมื่อสองพี่น้องได้ยินก็รู้สึกสงสารจึงปล่อยตัวไป แต่สันดานโจรพอไปแล้วก็ไปลับไม่ยอมกลับมา สองพี่น้องจึงถูกลงโทษจองจำในคุก ด้วยความเสียใจพวกเขาจึงจบชีวิตของตนเองในคุก 

จากนั้นพญายมจึงรับดวงวิญญาณของทั้งสองให้มาช่วยงานแต่งตั้งให้เป็นยมทูตขาวและยมทูตดำ

"นี่…นี่...เสี่ยวเฮย ข้าว่านะ…เอิ๊กกก เรารีบเก็บดวงวิญญาณให้เสร็จจะได้ไปก๊งเหล้ากันต่อ เพราะถ้าเราไปช้าละก็ เจ้าเสี่ยวหงต้องซัดเหล้าเหมาไถจนหมด ไม่ยอมเหลือให้เราแม้แต่หยดเดียวแน่ ๆ เอิ๊ก…เจ้าว่าดีหรือเปล่าล่ะ" เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เพราะฤทธิ์เหมาไถขวดที่สิบที่เพิ่งจะแอบดื่มกันมาระหว่างทำงาน

"ดี เอิ๊ก…จัดไป" เสี่ยวเฮยพยักหน้าพร้อมกับยืนเซไปเซมาด้วยความเมา เขาดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก แล้วใช้ไฟแช็กดูปองท์สีทองจุด

เปลวไฟสีส้มลุกสว่างวาบในความมืด พอบุหรี่ติดไฟจนแดงได้ที่ เสี่ยวเฮยก็เริ่มสูบบุหรี่อย่างแรงจนบุหรี่แดงวาบอย่างต่อเนื่องกลายเป็นขี้เถ้าทั้งมวนในคราเดียว แล้วเขาค่อย ๆ พ่นควันขาวออกไป

ควันขาวลอยอ้อยอิ่งเป็นกลุ่มก้อน แล้วกลายเป็นตัวอักษรโบราณแบบเสี่ยวจ้วน มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลอยอยู่กลางอากาศอย่างแปลกพิสดารพันลึก บ่งบอกถึงชื่อเสียงเรียงนามประวัติของวิญญาณที่พวกเขาจะมารับไป

ฉินฟง 

เพศชาย

อายุสามสิบปี 

ภูมิลำเนา อู่ฮั่น

ความผิด ข่มขืนนักศึกษาสาวสองคน ทุบตีพนักงานบริษัทสามคนจนบาดเจ็บสาหัส เผาร้านอาหารจนไฟลุกลามไหม้บ้านเรือนไปอีกแปดหลัง 

ยืนยันตัวตนของบุคคลเสร็จ เสี่ยวเฮยจึงยกนิ้วชี้นิ้วกลางเหยียดตรงประกบกันชี้ไปข้างหน้าส่ายไหวไปมาราวกับวาดยันต์ เพื่อร่ายเวทย์เสกบ่วงล่าวิญญาณ พร้อมเล็งเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร ด้วยฤทธิ์สุราดวงตาที่เพ่งมองจึงหรี่ปรือจนเห็นภาพซ้อน กลายเป็นร่างของฉินฟงสามสี่คน เขาสะบัดหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติจากความมึนเมา

"เอ๋...คนไหนกันแน่วะเนี่ย ทำไมมีหลายคนจัง เอิ๊ก...อ๋อ ฮ่า ๆ อยู่นั่นเอง" เขาชี้นิ้วสั่งบ่วงให้พุ่งวาบออกไปคล้องวิญญาณอย่างแม่นยำ แต่แบบผิดฝาผิดตัว เพราะเสี่ยวเฮยดันไปคล้องเอาวิญญาณของฉินฟ่านมาแทน

บุรุษพยาบาลวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าทีมมีโครงหน้าสี่เหลี่ยม ตัดผมสั้นเกรียนแบบทหาร คิ้วหนา ริมฝีปากหนา ดวงตากลมโตของเขาแดงก่ำ เพราะอาการอดหลับอดนอน

งานกู้ชีพหน่วยของเขาขาดแคลนกำลังคน ทำให้เขาต้องควบเวรทำงานหลายกะจนเมียที่บ้านบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเขาไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง 

เขากำลังใช้มือกดเข้าที่ทรวงอก เพื่อปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของฉินฟ่าน ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

"อย่าตายนะ เข้มแข็งไว้ ไอ้บ้าเอ๊ยฟื้นขึ้นมาสิวะ" 

"หัวหน้าพอเถอะครับ ปั๊มมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชีพจรเลย เขาไปสบายแล้วล่ะ" รุ่นน้องห้ามปรามเขาเสียงอ่อน พวกเขาเห็นคนตายมาก็มาก แต่ก็ยังรู้สึกทำใจลำบาก 

ในที่สุดหัวหน้าทีมก็ได้แต่ทอดถอนใจ ยุติการช่วยชีวิตของฉินฟ่าน 

"ปัดโธ่เว้ย เป็นแบบนี้ได้ยังไงวะ น่าเสียดายจริง ๆ ไม่น่าอายุสั้นเลย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ ๆ นายจดเวลาตายเอาไว้ด้วย สามทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที" หัวหน้าทีมส่ายหน้าพลางบอกรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจช่วยชีวิตฉินฟ่านได้ เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเศร้าสลด

คนดี ๆ ต้องมาตาย แต่ไอ้ลูกเศรษฐีชาติสุนัขที่เมายากลับดันรอด เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status