LOGINฉินฟ่านหนุ่มน้อยผู้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร โชคร้ายตายทั้ง ๆ ที่ชะตายังไม่ถึงฆาต เหล่าเทพที่บังเอิญมาเจอเขาต่างเห็นใจจึงกำนัลของวิเศษพร้อมส่งเขาไปเกิดใหม่ยังโลกคู่ขนาน
View Moreฟิ้ววววว
ฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ
ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้นหร็อมแหร็ม ผมรองทรงแสกข้างยาวปรกหน้าปรกตา ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้าน เพราะตากแดดตากลม ตามซอกเล็บดำจนเห็นได้ชัด สวมเสื้อผ้าเก่ามอซอ จนจำสีเดิมไม่ได้
ในยามที่คนผู้นี้เดิน แค่ชำเลืองมองก็รู้ว่าเขาเป็นคนขาเป๋ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่มีอะไรสะดุดตา เขาเหมือนคนจนทั่ว ๆ ไปที่มีให้พบเห็นอยู่ดาษดื่น
แววตาของเขาราวกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาสู้บากบั่นอดทนหาเลี้ยงปากท้องมาหลายอาชีพ เพราะไม่มีความรู้จึงหางานดี ๆ ทำได้ลำบาก งานล่าสุดคืองานกรรมกรก่อสร้างที่ต้องทำงานหนัก แต่ก็พอเลี้ยงปากท้องได้
โชคร้ายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บางครั้งชีวิตคนเราก็บัดซบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาปีนนั่งร้านขึ้นไปสูงห้าเมตร เพื่อผูกไม้ไผ่เป็นนั่งร้านล้อมรอบตัวอาคารสูง แต่เพราะไม่มีเงินกินข้าวมาสองวันแล้วจึงหิวโหยจนหน้ามืดตาลาย เขาก้าวพลาดอีท่าไหนก็ไม่รู้ พลัดตกลงมาขาหัก
สภาพของเขาตอนนี้จึงได้กลายเป็นคนพิการขาเป๋เดินเก็บขยะใส่รถเข็นไปขาย พอที่จะได้เศษเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ชีวิตบัดซบแบบนี้สินะที่ผู้คนไม่เหลียวแล แม้แต่สุนัขยังหมางเมิน ทำให้เขาไร้ซึ่งความหวังใด ๆ ในชีวิต
เขาเงยหน้ามองพระจันทร์ที่งดงามอยู่ครู่หนึ่ง เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากจนแลดูคล้ายผู้ร้ายในหนังจีนยุค 90s
พระจันทร์กลมโตคืนนี้ดูเย็นชา แต่กลับให้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่คุ้นเคยอยู่บ้าง เขาห่อไหล่ด้วยความรู้สึกหนาวสะท้าน เพราะเสื้อที่ใส่บางเกินไป เขาค่อย ๆ เข็นรถที่เต็มไปด้วยเศษขยะอยู่ริมถนนอย่างช้า ๆ พลางบ่นกระปอดกระแปดออกมา
"บรื๋อ...จะแข็งตายอยู่แล้วโว้ย"
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า เมื่อมองเห็นก้นบุหรี่ยี่ห้อดังที่มีคนสูบเสร็จแล้วเหยียบดับทิ้งไว้อยู่ข้างถนน เขาก้มลงเก็บมันด้วยความดีใจ เพราะสภาพของมันยังดูดีอยู่
"อา…วันนี้ท่าจะโชคดีแฮะ"
เขาก้มเก็บก้นบุหรี่ขึ้นมาใช้มือปัดฝุ่นก้นบุหรี่สั้น ๆ นั้นอยู่สองสามทีให้มันสะอาดแล้วจุดสูบทันที ค่อย ๆ ละเลียดควันขาวของมันอย่างชื่นอกชื่นใจในรสชาติ สูบได้สองทีก็หมดมวน แต่เพียงเท่านี้ก็สร้างความพึงพอใจให้กับคนยากไร้อย่างเขามากพอแล้ว
บรืนนนน
"ยะฮู้! สนุกจริงโว้ย เหยียบให้มิดเลย ใครเหยียบเบรกก่อนคนนั้นแพ้ ต้องถูกปรับเลี้ยงเหล้านะโว้ย ฮ่าๆ"
"ไป ๆ ลุยเลย"
"เฮ้ยส่งเหล้ามาหน่อยสิ"
"แต่ลูกพี่ดื่มไปเยอะแล้วนะ"
"ไอ้นี่วอนซะแล้ว คนกำลังสนุกดันมาทำให้เสียอารมณ์ เร็ว ๆ เข้า"
ฉินฟงลูกชายเศรษฐีหน้าแดงก่ำ ตาปรือ เพราะกำลังเมาทั้งเหล้า เมาทั้งยาเสพติด เขาขับรถสปอร์ตหรูเปิดประทุนสีแดงเพลิงด้วยความเร็วสูง พลางตะโกนคุยกับเพื่อนเสียงดังระหว่างแข่งความเร็วกับเพื่อนร่วมก๊วนลูกเศรษฐีที่ขับรถสปอร์ตสีขาวและน้ำเงิน ทั้งสามคันไล่บี้ตามกันมาติด ๆ อย่างคึกคะนอง ผลัดกันแซงหน้าแซงหลังจนกระทั่งเจอรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนมาบีบแตรใส่เสียงดัง
"ไอ้พวกเด็กเปรตหลบไปสิโว้ย อยากตายมากหรือไงวะ" โชเฟอร์รถบรรทุกตะโกนด่าเสียงดัง พร้อมบีบแตรถี่ ๆ ไล่ให้เปิดทาง
ปี๊น ๆ
"เฮ้ย…"
หนุ่มเพลย์บอยอย่างฉินฟงแตกตื่นตกใจ เพราะเสียงดังของแตรและแสงไฟหน้ารถบรรทุกที่สาดเข้าดวงตา เขาจึงหักหลบอย่างแรงเป็นเหตุให้รถของพวกเขาเสียหลักชนกันเองเข้าอย่างจัง
โครมมมม
หนึ่งคัน สองคัน สามคัน
เสียงรถสปอร์ตหรูสามคันชนกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องถนน
ฉินฟ่านได้ยินเสียงดังจึงหันกลับไปมอง แสงไฟหน้ารถหรูส่องใบหน้าของเขา เขาตกใจจนต้องเบิกตาโต ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
"ฉิบหายแล้ว!"
ราวกับเห็นภาพสโลว์โมชัน รถสีแดงเพลิงกำลังพลิกตลบหมุนคว้างกลางอากาศพุ่งมาชนรถเข็นโกโรโกโสของฉินฟ่านอย่างแรงราวกับลูกโบว์ลิ่งที่ทำแต้มสไตร์ค รถเข็นพังยับเยินกลายเป็นเศษเหล็กส่งผลให้เศษขยะลอยกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน รวมทั้งร่างของฉินฟ่านที่กระเด็นปลิวไปไกลดุจเศษขยะที่ไร้ค่า
เลือดกระอักออกจากปากของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายแทบไม่มีแรงขยับเขยื้อน มีเพียงปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายที่กระตุกอยู่เบา ๆ
เจ็บ…
เจ็บจังเลย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เจ็บปวดมากขนาดนี้
ฉินฟ่านรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างพร้อมกับความคิดแวบหนึ่งว่าเขาถูกรถชนเหรอ เขากำลังจะตายใช่ไหม ในตอนนั้นร่างของเขากระแทกลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงแล้วกลิ้งไปอีกหลายตลบก่อนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใครมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ก็คงต้องพากันส่ายหน้า
ชาวบ้านแถวนั้นคงโทรแจ้งเหตุ เพราะหลังจากนั้นสิบห้านาทีก็มีรถพยาบาล และรถกู้ภัยเปิดไฟวิบวับแล่นมาจอดอยู่ข้างถนนหลายคัน
"หลบหน่อย ขอทางหน่อยครับ"
"หัวหน้าครับ งานนี้เละเป็นโจ๊กอีกแล้ว คนเจ็บเพียบเลย"
เสียงของเจ้าหน้าที่ตะโกนขอความร่วมมือกับคนรอบข้างที่มุงดูอยู่ ฝูงชนหลายคนต่างรีบกุลีกุจอช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนใช้เครื่องมือตัดเหล็ก บางคนทุบกระจกรถ เพื่อดึงคนเจ็บออกมา
เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความคึกคะนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเสพติดของทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองจำนวนสามถึงสี่คน นอกจากนี้ยังมีสาวสวยหลายคนที่เป็นคู่ขาของพวกเขา อุบัติเหตุรถครั้งนี้มีคนได้รับบาดเจ็บนับสิบคน เป็นเหตุให้ชาวบ้านละแวกนั้นก่นด่าสาปแช่งกันยาวเหยียด
ซึ่งตอนนี้บางคนที่อาการเบาหน่อยก็ได้รับการปฐมพยาบาลพันแผลห้ามเลือดเอาไว้แล้ว แต่คนที่ดูแล้วอาการหนักแถมยังเสียเลือดมากมีอยู่สองคน ซึ่งบุรุษพยาบาลกำลังปั๊มหัวใจให้ คนหนึ่งคือฉินฟ่าน ชายเก็บขยะที่มีบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบไปทั่วร่าง อีกคนที่นอนห่างไปสองเมตรคือฉินฟง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีร้านเพชร เขาไหปลาร้าหัก แต่ก็ไม่อันตรายถึงกับตาย
เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ตลาดจึงมีคนมามุงดูห่าง ๆ มากพอสมควร ในจำนวนนั้นมีชายสวมสูทสีขาวดูสะอาดตาขัดกับใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับผีดิบ หวีผมเรียบแปล้ สวมแว่นตาสีดำ รูปร่างผอมสูงราวกับต้นถั่วงอก เขากำลังอยู่ในอาการมึนเมาจนร่างส่ายโงนเงนไปมา ตบบ่าสะกิดเร่งน้องชายที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำผิวคล้ำที่สวมสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นพวกเขาได้แม้แต่คนเดียว
ใช่แล้ว พวกเขาคือ ไป๋อู๋ฉางและเฮยอู๋ฉาง ยมทูตขาวยมทูตดำ ผู้มีหน้าที่มารับดวงวิญญาณนั่นเอง
มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่พวกเขายังเป็นมนุษย์ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน แต่เพราะมีนิสัยเกียจคร้านไม่ยอมทำงานทำการจึงถูกพ่อแม่ขับไล่ออกจากบ้าน ทั้งคู่จึงไปทำงานเป็นผู้คุมนักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาได้รับหน้าที่คุมนักโทษประหารเดินทางไปยังเมืองข้าง ๆ ระหว่างทางนักโทษร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าอยากจะกลับบ้าน เพื่อไปสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายและให้สัญญาว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน
เมื่อสองพี่น้องได้ยินก็รู้สึกสงสารจึงปล่อยตัวไป แต่สันดานโจรพอไปแล้วก็ไปลับไม่ยอมกลับมา สองพี่น้องจึงถูกลงโทษจองจำในคุก ด้วยความเสียใจพวกเขาจึงจบชีวิตของตนเองในคุก
จากนั้นพญายมจึงรับดวงวิญญาณของทั้งสองให้มาช่วยงานแต่งตั้งให้เป็นยมทูตขาวและยมทูตดำ
"นี่…นี่...เสี่ยวเฮย ข้าว่านะ…เอิ๊กกก เรารีบเก็บดวงวิญญาณให้เสร็จจะได้ไปก๊งเหล้ากันต่อ เพราะถ้าเราไปช้าละก็ เจ้าเสี่ยวหงต้องซัดเหล้าเหมาไถจนหมด ไม่ยอมเหลือให้เราแม้แต่หยดเดียวแน่ ๆ เอิ๊ก…เจ้าว่าดีหรือเปล่าล่ะ" เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เพราะฤทธิ์เหมาไถขวดที่สิบที่เพิ่งจะแอบดื่มกันมาระหว่างทำงาน
"ดี เอิ๊ก…จัดไป" เสี่ยวเฮยพยักหน้าพร้อมกับยืนเซไปเซมาด้วยความเมา เขาดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก แล้วใช้ไฟแช็กดูปองท์สีทองจุด
เปลวไฟสีส้มลุกสว่างวาบในความมืด พอบุหรี่ติดไฟจนแดงได้ที่ เสี่ยวเฮยก็เริ่มสูบบุหรี่อย่างแรงจนบุหรี่แดงวาบอย่างต่อเนื่องกลายเป็นขี้เถ้าทั้งมวนในคราเดียว แล้วเขาค่อย ๆ พ่นควันขาวออกไป
ควันขาวลอยอ้อยอิ่งเป็นกลุ่มก้อน แล้วกลายเป็นตัวอักษรโบราณแบบเสี่ยวจ้วน มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลอยอยู่กลางอากาศอย่างแปลกพิสดารพันลึก บ่งบอกถึงชื่อเสียงเรียงนามประวัติของวิญญาณที่พวกเขาจะมารับไป
ฉินฟง
เพศชาย
อายุสามสิบปี
ภูมิลำเนา อู่ฮั่น
ความผิด ข่มขืนนักศึกษาสาวสองคน ทุบตีพนักงานบริษัทสามคนจนบาดเจ็บสาหัส เผาร้านอาหารจนไฟลุกลามไหม้บ้านเรือนไปอีกแปดหลัง
ยืนยันตัวตนของบุคคลเสร็จ เสี่ยวเฮยจึงยกนิ้วชี้นิ้วกลางเหยียดตรงประกบกันชี้ไปข้างหน้าส่ายไหวไปมาราวกับวาดยันต์ เพื่อร่ายเวทย์เสกบ่วงล่าวิญญาณ พร้อมเล็งเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร ด้วยฤทธิ์สุราดวงตาที่เพ่งมองจึงหรี่ปรือจนเห็นภาพซ้อน กลายเป็นร่างของฉินฟงสามสี่คน เขาสะบัดหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติจากความมึนเมา
"เอ๋...คนไหนกันแน่วะเนี่ย ทำไมมีหลายคนจัง เอิ๊ก...อ๋อ ฮ่า ๆ อยู่นั่นเอง" เขาชี้นิ้วสั่งบ่วงให้พุ่งวาบออกไปคล้องวิญญาณอย่างแม่นยำ แต่แบบผิดฝาผิดตัว เพราะเสี่ยวเฮยดันไปคล้องเอาวิญญาณของฉินฟ่านมาแทน
บุรุษพยาบาลวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าทีมมีโครงหน้าสี่เหลี่ยม ตัดผมสั้นเกรียนแบบทหาร คิ้วหนา ริมฝีปากหนา ดวงตากลมโตของเขาแดงก่ำ เพราะอาการอดหลับอดนอน
งานกู้ชีพหน่วยของเขาขาดแคลนกำลังคน ทำให้เขาต้องควบเวรทำงานหลายกะจนเมียที่บ้านบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเขาไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง
เขากำลังใช้มือกดเข้าที่ทรวงอก เพื่อปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของฉินฟ่าน ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
"อย่าตายนะ เข้มแข็งไว้ ไอ้บ้าเอ๊ยฟื้นขึ้นมาสิวะ"
"หัวหน้าพอเถอะครับ ปั๊มมาตั้งนานแล้วยังไม่เจอชีพจรเลย เขาไปสบายแล้วล่ะ" รุ่นน้องห้ามปรามเขาเสียงอ่อน พวกเขาเห็นคนตายมาก็มาก แต่ก็ยังรู้สึกทำใจลำบาก
ในที่สุดหัวหน้าทีมก็ได้แต่ทอดถอนใจ ยุติการช่วยชีวิตของฉินฟ่าน
"ปัดโธ่เว้ย เป็นแบบนี้ได้ยังไงวะ น่าเสียดายจริง ๆ ไม่น่าอายุสั้นเลย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ ๆ นายจดเวลาตายเอาไว้ด้วย สามทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที" หัวหน้าทีมส่ายหน้าพลางบอกรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจช่วยชีวิตฉินฟ่านได้ เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเศร้าสลด
คนดี ๆ ต้องมาตาย แต่ไอ้ลูกเศรษฐีชาติสุนัขที่เมายากลับดันรอด เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ





