Share

ตอนที่ 12 : ยิ่งกว่าครอบครัว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 17:41:28

ตอนที่

[12]

ยิ่งกว่าครอบครัว

          เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านข้างรถม้า ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องเปิดม่านไปดู แล้วก็พบกับร่างของสตรีวัยกลางคนที่คุ้นเคย ท่านป้าเสวียน บ่าวรับใช้คนสนิทของฉินฮูหยินนั่นเอง

“ท่านป้าเสวียน มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจ

เสวียนหงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและไม่เสแสร้ง แตกต่างจากรอยยิ้มของคนในจวนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง

“พอดีว่านายหญิงให้ข้าน้อยไปหาคุณหนูที่เรือนฟู่เฉิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เมื่อไปถึงคนงานที่นั่นกลับบอกว่าคุณหนูได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว ข้าน้อยจึงลองออกมาตามหาดู โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”

“ฉินฮูหยินมีเรื่องด่วนอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?” ลั่วเฉียวฮุ่ยค่อนข้างจะนอบน้อมต่อสตรีผู้นี้เป็นพิเศษ เพราะนางรู้ดีว่าเสวียนหงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่คือคนที่ฉินฮูหยินให้ความไว้วางใจมากผู้หนึ่ง

“เรื่องนั้น...ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” เสวียนหงส่ายหน้าเบา ๆ

“นายหญิงเพียงแค่สั่งให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนให้ได้ ท่านบอกว่ามี ‘เรื่องสำคัญ’ จะพูดคุยด้วย เช่นนั้นตามข้าไปที่จวนจะดีกว่านะเจ้าคะ”กล่าวพลางแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย

แม้จะยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ลั่วเฉียวฮุ่ยก็ยอมทำตามแต่โดยดี ก่อนจะสั่งให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลฉินทันที

ทว่าเมื่อรถม้าของนางมาถึง และได้ก้าวขาเข้าไปในจวนตระกูลฉินภาพที่เห็นกลับทำให้นางต้องตกตะลึงจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก

จวนตระกูลฉินที่ปกติจะดูสงบและเรียบหรู บัดนี้กลับถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสีสันและผ้าแพรที่งดงาม บรรยากาศดูครึกครื้นและเต็มไปด้วยความยินดี ราวกับกำลังจะมีงานมงคลอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“นี่มัน...”

ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถามอะไร เซียวหลิน เจ้าเด็กน้อยจอมซนก็ได้วิ่งออกมารับนางเสียก่อน

“พี่เฉียวฮุ่ยท่านมาแล้ว!”

เด็กน้อยไม่ได้พูดเปล่าแต่กลับจูงมือนางเข้าไปในห้องโถงใหญ่ทันทีและภาพที่ปรากฏแก่สายตาของลั่วเฉียวฮุ่ยในนั้นก็ทำให้หัวใจของนางต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง

เพราะยามนี้ทั่วทั้งห้องโถงถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีป้ายผ้าที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองอร่ามแขวนเด่นอยู่กลางห้อง บนโต๊ะอาหารตัวใหญ่ก็เต็มไปด้วยอาหารและขนมมงคลมากมายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน...

และสิ่งที่ทำให้น้ำตาของหญิงสาวแทบจะไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัวก็คือข้อความที่ถูกเขียนไว้บนป้ายผ้าผืนนั้น...

‘วันเกิดลั่วเฉียวฮุ่ยคนเก่งของพวกเรา’

ลั่วเฉียวฮุ่ยยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหินไปเสียแล้ว

ครอบครัวที่แท้จริงของนางไม่เคยมีใครจดจำ หรือแม้แต่จะใส่ใจในวันเกิดของนางเลยสักคน แต่พวกเขาคนที่นางเพิ่งจะรู้จักได้ไม่นานกลับ...

“พี่เฉียวฮุ่ย! มัวยืนนิ่งอยู่ทำไมเล่า รีบไปนั่งที่โต๊ะเร็วเถิดขอรับ” เซียวหลินดึงแขนนางเบา ๆ เพื่อเรียกสติ

“วันนี้ท่านย่าสั่งให้พ่อครัวทำของอร่อย ๆ ไว้รอท่านเต็มไปหมดเลยนะ ท่านย่าบอกว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของท่าน และท่านต้องกินให้เยอะ ๆ ด้วย ดูสิ...ช่วงนี้ท่านทำงานหนักจนผอมลงไปตั้งเยอะแน่ะ”

คำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเด็กน้อยทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องก้มหน้าลงเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา นางรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้จับใจ หนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นนางได้สนิทสนมกับเขามากขึ้น ก็ได้พบว่าเขาเป็นเด็กที่น่ารัก สดใส และให้ความสำคัญกับนางอย่างจริงใจ ช่างแตกต่างจากน้องชายต่างมารดาของนาง ที่วัน ๆ เอาแต่คิดหาวิธีที่จะกลั่นแกล้งและทำร้ายนางอยู่ตลอดเวลา

ลั่วเฉียวฮุ่ยเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยหัวใจที่พองโต ฉินฮูหยินที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็รีบคีบซี่โครงหมูตุ๋นสมุนไพรชิ้นโตใส่ลงในถ้วยของนางทันที

“กินเยอะ ๆ นะฮุ่ยเออร์ วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้า ต้องกินแต่ของดี ๆ” กล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

ก่อนจะกล่าวอวยพรวันเกิดให้นางด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่กลับกินใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคที่ทำให้น้ำตาที่นางพยายามกลั้นไว้ต้องไหลทะลักออกมาในที่สุด...

“จงจำไว้นะว่าเจ้ามิได้โดดเดี่ยวอยู่บนโลกใบนี้ฮุ่ยเออร์ เจ้ายังมีพวกเราอยู่ตรงนี้” ฉินฮูหยินยื่นมือมาจับมือของลั่วเฉียวฮุ่ยไว้แน่น

“จากนี้ถือว่าพวกเราเป็นครอบครัวของเจ้า...ได้หรือไม่?”

ลั่วเฉียวฮุ่ยชะงักไปความรู้สึกมากมายที่อยู่ในใจล้วนคล้ายจะกำลังปะทุ ทว่านางยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร ผู้ที่ชิงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาก่อนกลับเป็นเลี่ยงซูที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ฮือ ๆ คุณหนู ในที่สุด...ในที่สุดก็ได้พบคนที่ดีต่อคุณหนูแล้ว ฮือ ๆ”

เด็กสาวร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจปนซึ้งใจที่ได้เห็นผู้เป็นนายของตนเองได้รับความรักและความอบอุ่นจากคนอื่น ๆ เสียที ภาพนั้นทำให้ทุกคนในที่นั้น แม้กระทั่งลั่วเฉียวฮุ่ยเองก็อดที่จะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาไม่ได้

“ในเมื่อพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เช่นนั้นข้าก็กลายเป็นน้องชายของท่านแล้วใช่หรือไม่ขอรับ!” เซียวหลินรีบฉวยโอกาสทันที

ลั่วเฉียวฮุ่ยหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูแล้วพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

“เย่!!” เซียวหลินดีใจมาก ในที่สุดเขาก็เอาชนะใจพี่สาวคนสวยของเขาได้เสียที

ลั่วเฉียวฮุ่ยหันไปมองหน้าฉินฮูหยิน แล้วโค้งคำนับให้จากใจจริงแทนคำขอบคุณที่อัดอั้นอยู่ในใจ

คนผู้นี้ทำให้ชีวิตนางเปลี่ยนไปมากจริง ๆ

เมื่อพูดคุยเปิดใจต่อกันแล้วบรรยากาศหลังจากนั้นก็เต็มไปด้วยความครึกครื้นและเสียงหัวเราะ ลั่วเฉียวฮุ่ยกวาดสายตามามองทุกคนด้วยความสุข

‘นับตั้งแต่วันที่มารดาจากไปนี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ลั่วเฉียวฮุ่ยได้สัมผัสกับคำว่า ‘ครอบครัวที่อบอุ่น’ เช่นนี้กระมัง ทั้ง ๆ ที่พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้รู้สึกเช่นนี้ได้’

บรรยากาศในวันนี้แม้จะมีผู้คนไม่มากแต่นางกลับรู้สึกมีความสุขและอุ่นใจมากกว่างานเลี้ยงใหญ่โตใด ๆ ที่เคยผ่านมา แม้กระทั่งในชาติก่อนของนางก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ล้ำค่าเช่นนี้มาก่อน

และก่อนที่จะเดินทางกลับฉินฮูหยินยังได้มอบของขวัญชิ้นพิเศษให้แก่นางอีกด้วย

มันคือกำไลหยกมันแพะสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกแกะสลักเป็นลวดลายดอกเหมยอย่างงดงามและประณีต เป็นของที่ดูล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง

“กำไลวงนี้มันเหมาะสมกับเจ้ามาก ข้าจึงอยากจะมอบมันให้แก่เจ้า”

ลั่วเฉียวฮุ่ยรับมากำไว้ในมือ ไออุ่นจากกำไลหยกส่งผ่านเข้ามา ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด น่าแปลกที่ยามนี้นางรู้สึกเหมือนไม่ได้กำลังต่อสู้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว คิดแล้วจึงหันไปแย้มยิ้มให้ผู้ที่มอบของขวัญให้

ด้วยความที่ค่ำมืดแล้วฉินฮูหยินจึงได้สั่งให้คนคุ้มกันหลายคนคอยคุ้มกันรถม้าของนางเพื่อให้กลับไปที่จวนอย่างปลอดภัย

ทว่าในระหว่างทางนั้นเองหนึ่งในคนคุ้มกันก็เอ่ยทักทหารคนกลุ่มคนที่ใส่ชุดทหารที่ผ่านทางมาด้วยเสียงไม่หนักไม่เบาขึ้น

ทำให้แม้ว่ารถม้าจะไม่ได้หยุด แต่หูของนางก็ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน...

“เป็นอย่างไรบ้างสหาย เพิ่งจะกลับมาจากชายแดนหรือ”

“ใช่แล้ว ข้าเพิ่งจะถูกย้ายกลับเข้ามาประจำการในเมืองหลวง แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะรอดกลับมาได้” น้ำเสียงของเขากล่าวหวาด ๆ เล็กน้อย

“ลำบากมากเลยสินะ”

“ลำบากยิ่งกว่าอะไรดี! โดยเฉพาะตอนฤดูหนาว รองเท้าที่ทางการแจกให้ มันทั้งกัดเท้า ทั้งไม่กันน้ำ พอเจอหิมะเข้าไปเท้าก็แทบจะแข็งตาย! เป็นอุปสรรคในการออกรบและการลาดตระเวนเป็นอย่างยิ่ง”

คำพูดบ่นพึมพำของทหารนายนั้นทำให้ผู้ที่เอ่ยทักเห็นใจไม่น้อย ทว่ากลับทำให้ดวงตาของลั่วเฉียวฮุ่ยเป็นประกายขึ้นมา ฉับพลันความคิดบางอย่างได้แวบเข้ามาในหัวของนาง

ความคิดนั้นทำให้นางยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างมีเลศนัย

‘ดูท่าว่าความร่ำรวยจะถามหาข้าอีกแล้ว’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 3 : การเริ่มต้นบทใหม่

    ตอนพิเศษที่ [3]การเริ่มต้นบทใหม่ ครึ่งปีที่ชายแดนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลั่วเฉียวฮุ่ย หรือ ชินหวางเฟย ได้พิสูจน์ตนเองจนเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ทหารในค่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายที่นางริเริ่มด้วยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง มู่เซียวจวิ้นตัดสินใจพาพระชายากลับเมืองหลวงชั่วคราว เพื่อให้นางได้ตรวจสอบคุณภาพการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ที่โรงงาน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยการกลับมาครั้งนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถม้าของชินอ๋องเคลื่อนผ่านประตูเมือง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับของประชาชน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพผู้เกรียงไกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหวางเฟยผู้ปราดเปรื่องที่ช่วยให้เศรษฐกิจเมืองหลวงคึกคัก สตรีหลายคนมองนางเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาทำมาหากิน สร้างคุณค่าให้ตนเอง‘พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นตำหนักไทเฮา ร่างเล็กขององค์ชายเก้า มู่เซียวหลิน ก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยแววตาออดอ้อน“มาครั้งนี้จะอยู่นานไหมพ่ะย่ะค่ะ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่ ข้าคิดถึงหม้อไฟฝีมือท่าน แล้วก็คิดถึงเรื่องเล่าของท่านที่สุด"ลั่วเฉียวฮุ่ยห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 2 : ความว้าวุ่นของชินอ๋อง

    ตอนพิเศษที่ [2]ความว้าวุ่นของชินอ๋อง บรรยากาศภายในค่ายทหารชายแดนที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยระเบียบวินัย บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความกดดันอันน่าประหลาด ไม่ใช่เป็นเพราะว่าข้าศึกบุกประชิดชายแดน หรือเสบียงกำลังจะขาดแคลน แต่เป็นเพราะ ‘แม่ทัพใหญ่’ ของพวกเขาต่างหาก มู่เซียวจวิ้น หรือ ชินอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือ ผู้ที่ปกติจะมีใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง และมีดวงตาคมกริบที่อ่านความคิดข้าศึกได้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหลายวันมานี้ เขากลับเดินวนไปวนมาในกระโจมบัญชาการราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวเหม่อมองออกไปทางนั้นทีทางนี้ทีเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม “เจ้าว่าท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?” นายทหารหน้ากระโจมกระซิบถามเพื่อนยามผลัดเปลี่ยนเวร “ข้าจะไปรู้รึ! แต่เมื่อเช้าตอนฝึกดาบ ท่านแม่ทัพฟันหุ่นฟางขาดไปสิบตัวรวด ด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ข้านึกว่าข้าศึกแอบขุดอุโมงค์เข้ามาเสียอีก!” เหล่าทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่สุดท้ายจะจบที่คำว่า ไม่รู้ความจริงแล้วสาเหตุของเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือสตรีผู้มีนามว่า ‘ลั่วเฉียวฮุ่ย’ ในกระโจมใหญ่ ชิง

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/2 เช้าวันต่อมา ณ กระโจมบัญชาการหลัก บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองอาวุโส นำโดย แม่ทัพอาวุโสหลิน บิดาของหลินอี และเป็นคนเก่าแก่ที่รับใช้ราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นั่งหน้าถมึงทึงอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายคือชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นที่มีลั่วเฉียวฮุ่ยนั่งเคียงข้าง“ท่านอ๋อง กระหม่อมได้ยินว่าเมื่อวานบุตรสาวกระหม่อมพ่ายแพ้ให้แก่หวางเฟย แม้กระหม่อมจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของพระชายา แต่การศึกสงครามมิใช่การประลองยุทธ์ของเด็กเล่นขายของ การที่ท่านอ๋องอนุญาตให้สตรีเข้ามาวุ่นวายในกองทัพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เรื่องยา หรือแม้แต่แจกเสื้อผ้าประหลาดๆ นั่น มันจะทำให้ทหารเสียนิสัยและอ่อนแอลง!” แม่ทัพอาวุโสหลินตบโต๊ะเสียงดัง“แม่ทัพหลิน” มู่เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเย็น “สิ่งที่หวางเฟยทำ ล้วนเป็นประโยชน์...”“เป็นประโยชน์ประเดี๋ยวประด๋าว!” ชายชราแย้งเสียงแข็ง สายตามองเหยียดมาทางลั่วเฉียวฮุ่ย “พระชายาเป็นเพียงเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะไปรู้อะไรเรื่องความโหดร้ายของชายแดนและการฆ่าฟัน นางอยู่ที่นี่มีแต่จะเป็นตัวถ่วง หากข้าศึกบุกมา ท่านอ๋องจ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนพิเศษที่ 1 : พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1

    ตอนพิเศษที่ [1]พระชายาชินอ๋องไม่ถูกยอมรับ 1/1อันว่าหากถึงชายแดนเหนือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงไม่พ้นสายลมกระโชกแรงที่มักจะพัดพาเอาฝุ่นสีเหลืองขุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายทหารแดนเหนือนั้นขึ้นชื่อเรื่องความทุรกันดารและสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อนดั่งไฟ เดี๋ยวหนาวเหน็บจนกระดูกสั่นสะท้าน ช่างแตกต่างจากความเจริญและความสะดวกสบายในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงขบวนรถม้าของชินอ๋องมู่เซียวจวิ้นเคลื่อนตัวผ่านประตูค่ายไม้อย่างยิ่งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเกราะกระทบกันดังกึกก้อง ด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการกำลังรอรับผู้สูงศักดิ์ทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่ต่างยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยความเคารพศรัทธา ทว่าเมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนไปยังรถม้าคันหรูที่แล่นตามหลังมา แววตาของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนไป“ได้ยินว่าหวางเฟยผู้นี้เป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ใจยิ่งนัก” ทหารนายหนึ่งกระซิบกับสหาย“ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่ากันว่าชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางฉาวโฉ่นัก ร้ายกาจกับครอบครัว ทุบตีพี่น้อง แถมยังทำตัวเป็นแม่ค้าหน้าเลือด” อีกคนตอบกลับพลางส่ายหน้า “สตรีเช่นนี้จะมาทนอ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 36 : สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ)

    ตอนที่ [36]สตรีร้ายกาจที่ได้ดี (ตอนจบ) หลังจากคืนเข้าหออันแสนหวาน สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการพัฒนาความสัมพันธ์และทำความรู้จักกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพวกเขาจะต้องออกเดินทางกลับไปยังชายแดนส่วนทางด้านของจวนตระกูลลั่วนั้น ยามนี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหงาและสิ้นหวัง...ลั่วเฉียวฮุ่ยได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่านางจะไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับบิดาและครอบครัวจอมปลอมนั้นอีกต่อไปบิดาพยายามจะส่งคนมาขอเข้าพบนางเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่ก็สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ทุกวันลั่วฉู่หวังได้แต่นั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียใจอยู่แต่ในห้องหนังสือเพราะภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาไม่หยุด...ภาพของภรรยาคนแรก มารดาผู้ให้กำเนิดลั่วเฉียวฮุ่ย...สตรีผู้มาจากครอบครัวพ่อค้าที่คอยให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอดจนทำให้เขาได้มีวันนี้ แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนตามืดบอดหลงลืมบุญคุณ ดังที่ไทเฮาได้ตรัสไว้ไม่มีผิด เขายังมีหน้าไปดูถูกอาชีพค้าขายของบุตรสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือมาจากอาชีพนี้มาถึงตอนนี้ต่อให้บุตรสาวจะ

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 35 : ชินหวางเฟย

    ตอนที่ [35]ชินหวางเฟยนางวาดขาเตะเข้าที่ชายคนแรกที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มแรง จนมันกระเด็นไปชนกับพวกเดียวกันล้มลงราวกับใบไม้ร่วง เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ได้รับแรงเตะน้อยที่สุด นางก็จัดการถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็น ก่อนจะใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยจนสลบไป!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้กระทั่งองครักษ์เงาของชินอ๋องที่แอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว!ส่วนลั่วหลิงเม่ยได้แต่อ้าปากค้าง ‘นะ นี่...นังนี่ มันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ’ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกลั่วเฉียวฮุ่ยถีบเข้าที่ท้องจนหงายหลังล้มลงไป!“นี่ยังไม่สาสมกับที่เจ้าและมารดาของเจ้าผลักดันผู้หนึ่งให้ไปถึงความตาย สตรีเจ้ามารยาเช่นเจ้าไม่สมควรที่จะได้มีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ” ลั่วเฉียวฮุ่ยพูดขึ้นก่อนจะนึกแค้นเคืองแทนลั่วเฉียวฮุ่ยคนก่อน จึงชกเข้าที่หน้าของลั่วหลิงเม่ยหลายครั้ง จนใบหน้าอีกฝ่ายปูดบวมขยายวงกว้างขึ้น ลั่วหลิงเม่ยพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จด้วยสู้เรี่ยวแรงอีกฝ่ายไม่ได้ สาวรับใช้ของลั่วหลิงเม่ยที่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็อยากจะเข้ามาช่วยผู้เป็นนายแต่เมื่อเจอสายตาขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status