ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์

ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-12
Oleh:  RainyStarSea Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
98Bab
2.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลินซินจากนักศึกษาวิทยาลัยธรรมดา... เธอกลับถูกพัดพาข้ามกาลเวลามายังอีกโลกในนิยายและกลายเป็น ฮองเฮา แถมยังได้รับ ระบบเอไอสุดล้ำ มาเป็นผู้ช่วย ที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็กชายตัวน้อยน่ารักอย่างเสี่ยวหลิง เธอคิดว่า ชีวิตใหม่นี้คงจะเต็มไปด้วยความสุข สบาย มีเวลาจิบน้ำชาในสวนทุกวัน แต่แล้วระบบกลับแจ้งเตือนว่า… “พระเอกของโลกนี้... เสียหายเกินเยียวยา!” “ระดับอันตราย: ทำลายล้างโลก!” หากเธอไม่สามารถ เปลี่ยนใจพระเอก ได้ล่ะก็... โลกนี้จะล่มสลายและเธอจะตายไปพร้อมกัน!

Lihat lebih banyak

Bab 1

1

[เสียงระบบกระซิบในความมืด]

“เมื่อเขาหยุดเชื่อในความรัก และสูญเสียจิตใจอันดีงาม เมื่อนั้นโลกก็เริ่มพังทลาย”

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว...ดังสะท้านสะเทือนดั่งฟ้าลั่น สายลมพัดแรงส่งเสียงหวีดหวิว ช่วยส่งเสริมเปลวเพลิงให้ลุกโหม เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนที่เจ็บปวดทุรนทุรายก่อนตาย ความวุ่นวายกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง เสียงเปลวเพลิงโลมเลียกลืนกินวังหลวงที่เคยยิ่งใหญ่จนเหลือเพียงเถ้าธุลีกองหนึ่ง

แต่มีอยู่เพียงที่เดียวที่ยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งสรรพเสียงใด บนบัลลังก์มังกร... ร่างของจักรพรรดิหนุ่มผู้เย็นชานั่งนิ่งราวรูปสลัก กำลังถูกเปลวเพลิงกลืนกินทีละน้อย ความร้อนแผ่กระจายไปทั่ว ไฟเริ่มลุกไหม้โลมเลียแผ่นหลังกว้าง ส่งผลให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นเริ่มบวมแดงคล้ายจะปริแตกออกมา กลิ่นเนื้อไหม้ปะปนกับกลิ่นคาวเลือด รวมถึงควันคละคลุ้งและเศษซากสิ่งของในตำหนักสิ่งเหล่านั้นไม่อาจทำให้ชายผู้นั่งบนบัลลังก์มังกรสั่นไหวได้แม่แต่องคาพยพเดียว เขายังคงนั่งอยู่อย่างนั้นโดยสีหน้าไร้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ คล้ายกับว่าไม่ว่าความเจ็บปวดใดจะกล้ำกราย ก็มิอาจทำให้เขาเจ็บช้ำได้แม้เพียงน้อย เพราะเขาได้ผ่านสิ่งที่ทรมานเสียยิ่งกว่าความตายมาแล้ว

ร่างสูงสง่านั้นปิดเปลือกตาลง...ก่อนจะกระซิบชื่อใครบางคนเป็นคำสุดท้าย

“...ซินเยว่...”

[เสียงระบบ: รีเซ็ตโลกไม่สำเร็จ / กำลังค้นหาฮองเฮาคนใหม่]

…….

เสียงทุ้มต่ำแบบโมโนโทนชวนง่วงนอนของอาจารย์ในห้องเลกเชอร์ดังก้องอยู่ในความทรงจำเป็นฉากสุดท้ายที่เธอจำได้

“นักศึกษาทุกคนอย่าลืมส่งรายงานก่อนเที่ยงตรงวันพรุ่งนี้นะครับ”

จากนั้น... ทุกอย่างก็ดับวูบ…

“โอ๊ยยย ใครเขวี้ยงคีย์บอร์ดใส่หัวกูวะ!” เสียงโวยวายดังลั่น พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ดีดตัวขึ้นมานั่งบนเตียงไม้ ก่อนที่ศีรษะจะโขกเข้ากับหัวเตียงเสียงดังลั่นเสียจนทำหญิงสาวรู้สึกหัวหนักอึ้ง ราวกับถูกรุมทึ้ง สองมือเรียวยกขึ้นกุมศีรษะทันใด หลังจากอาการปวดหนึบเริ่มบรรเทาศีรษะเล็ก ๆ นั้นจึงหันไปมองรอบทิศ

หลินซินเยว่ นักศึกษาธรรมดา ๆ ที่ยังไม่ทันส่งรายงานโปรเจกต์จบปีสี่ ลืมตาขึ้นมาในห้องที่ประดับประดาด้วยลายมังกรสีทอง และกลิ่นชาดอกเหมยที่ลอยอวลอยู่ในอากาศโชยเอื่อยเข้าจมูกให้ความรู้สึกสดชื่น ผ้าม่านโปร่งบางสีแดงปกคลุมรอบเตียง ทำให้มองสิ่งที่อยู่นอกม่านไม่ถนัดนัก

“นี่ฉันดูซีรีย์จีนเยอะไปจนเก็บเอามาฝันเลยเหรอเนี่ย” หลินซินเยว่หย่อนปลายเท้าลงก่อนจะแหวกผ้าม่านโปร่งบางนั้นเพื่อจะเดินออกไปสำรวจภายในห้อง

“ฮิฮิ ไหน ๆ นี่ก็คือความฝัน งั้นขอฉันซนหน่อยละกัน”

ภายในห้องนั้นกว้างขวางโอ่อ่า เครื่องเรือนต่าง ๆ ทำอย่างประณีต แต่ที่ดึงดูดความสนใจของหลินซินเยว่ที่สุดกลับเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง

“ไหนขอดูหน่อยซิ สมัยนั้นเขาแต่งหน้ากันยังไง” หญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้หน้ากระจก หลินซินเยว่มองใบหน้านั้นไม่ถนัดนัก กระจกนั้นไม่ได้ชัดเจนเหมือนกับกระจกที่เธอส่องอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังพอมองออกว่าใบหน้าที่ปรากฏในกระจกนั้นช่างงดงามเหนือคำบรรยาย

“กระจกอะไรเนี่ย ส่องแล้วสวยกว่าตัวจริงซะอีก หลอกตาชะมัด” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่มุมปากกลับยกยิ้มไม่ยอมวาง ขณะที่หญิงสาวกำลังตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งในห้องอยู่นั้น

[ติ๊ง! ยินดีต้อนรับสู่ระบบกู้โลกเวอร์ชัน 3.0 BETA!]

[ภารกิจของหม่าม๊าคือ: จีบจักรพรรดิผู้ไร้หัวใจ ให้หลงรักก่อนโลกจะแตกในอีก 365 วัน!]

[คำเตือน: ถ้าทำไม่สำเร็จ... โลกนี้จะล่มสลาย และหม่าม๊าจะตายไปพร้อมกัน]

“...หา!?”

[และขอแสดงความยินดี... หม่าม๊าคือ “ฮองเฮา” ของเขา]

เสียงเล็ก ๆ ดังเจื้อยแจ้วในหัวของหลินซินเยว่ หญิงสาวสับสนไปหมดแล้ว ร่างบางหันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาที่มาของเสียง แต่ก็ไม่พบใคร เธอควรจะตกใจอะไรก่อนดี ระหว่างเสียงไร้ที่มา หรือสิ่งที่เสียงนั้นบอกเธอ!

[ระบบจะเริ่มอธิบายภารกิจเบื้องต้นภายใน 5 วินาทีหากระบบไม่โดนเจ้าของตบออกจากหัวเสียก่อน]

“พูดเองตบมุกเองด้วยนะนั่น…”

[โปรดฟังให้ดี:

1. ขณะนี้ท่านคือ “ฮองเฮา” แห่งแคว้นอวี้

2. พระเอกของโลกนี้คือ “จักรพรรดิอวี้เหยียน”

3. ค่าอารมณ์ของพระเอกอยู่ในระดับ “เย็นเยียบลบ 500 องศา”

4. พระเอกพังเกินเยียวยา หากปล่อยไว้นาน จะกลายเป็นตัวการล่มสลายของโลก

5. ภารกิจของท่าน: จีบพระเอกให้หลงรัก! และเพิ่มค่า “ดัชนีอบอุ่นหัวใจ” ให้ถึง 100 แต้ม

6. เริ่มภารกิจแรก: เอาตัวรอดจากวังหลังให้ได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่โดนใครวางยา ตบหน้า หรือใส่ร้ายว่าเป็นสายลับ]

“...อือหือ…” ซินซินเอามือทาบอก หายใจเข้าลึก ๆ อย่างสงบสติอารมณ์ ก่อนจะตะโกนลั่นห้อง

“นี่มันเกมจีบหนุ่มหรือ Hunger Games วะเนี่ย!!?”

“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าฉันกำลังฝันอยู่หรอกเหรอ แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ย?!”

[หม่าม๊าไม่ได้ฝันหรอกครับ นี่คือโลกเสมือน หม่าม๊าได้ถูกคัดเลือกให้เข้ามาทำให้ระบบสมบูรณ์ ซึ่งปัญหาใหญ่คือตัวพระเอกของโลกนี้หรือก็คือจักรพรรดิอวี้เหยียน ที่มักมีการกระทำไม่เป็นไปตามบทบาทที่ได้รับ แม้ระบบจะทำการรีเซ็ตตัวละครนี้ไปหลายครั้ง แต่ก็ยังมีพฤติกรรมแบบเดิม คล้ายว่าจะบัคเลยครับ ทางระบบจึงต้องใช้วิธีเรียบง่ายที่อาจได้ผลดี แม้จะต้องใช้เวลามากสักหน่อย โดยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาก่อนที่จิตใจเขาจะแตกสลาย และชักจูงเขาให้เดินในทางที่ถูกต้องและรู้จักความรักที่แท้จริง]

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?” หลินซินเยว่ว่าพลางชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

[เพราะว่าหม่าม๊าได้รับการคัดเลือกจากระบบว่ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนพระเอกของโลกนี้ได้ ซึ่งโอกาสนั้นสูงถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับหญิงสาวคนอื่น ๆ รวมทั้งความชอบและติดตามดูละครสั้น ซีรีย์จีน และดาราหนุ่มหล่อมากมาย ระบบจึงตัดสินใจเลือกหม่าม๊าครับ]

เสียงนั้นไม่พูดเปล่า แต่กลับแสดงหน้าจอปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของหลินซินเยว่ คลิปวิดีโอที่ฉายนั้นแสดงพฤติกรรมการหวีดหนุ่มจีนหล่อ ๆ ของเธอ รวมไปถึงตอนนั่งหัวเราะอ้าปากกว้างขณะดูซีรีย์อยู่ ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังปรากฏภาพเธอร้องไห้น้ำตาปนน้ำมูกไหลกับฉากสะเทือนใจกับการตายของพระนางของเรื่อง

“พอ ๆ ๆ ภาพพวกนี้มีคนอื่นเห็นไหมเนี่ย” หญิงสาวอับอายจนแทบจากจะมุดดินหนี ชีวิตของเธอถูกคนแอบมองตลอดเลยเหรอเนี่ย

[หม่าม๊าวางใจได้ ไม่มีคนอื่นเห็นครับ และระบบจะปกปิดเป็นข้อมูลลับเฉพาะส่วนตัวของหม่าม๊า ขอหม่าม๊าวางใจได้คนรับ]

“นี่ เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที ฉันยังไม่มีลูกนะ” ก่อนที่ระบบจะได้ตอบกลับสิ้งใดต่อไป เสียงประตูหน้าห้องก็เปิดออกเบา ๆ ปรากฏร่างสาวใช้ในชุดผ้าแพรสีชมพูก้มตัวอย่างนอบน้อม

“ถวายพระพรฮองเฮา ฝ่าบาทจะเสด็จมาที่ตำหนักคุนหนิงในอีกหนึ่งชั่วยามเพคะ...”

[ติ๊ง! มิชชันพิเศษ: “สบตาพระเอกครั้งแรก โดยไม่สะดุดล้ม ทำปากพล่อย หรือโดนดุ”

รางวัล: +5 คะแนนความมั่นใจ

สถานะ: เสี่ยง 87%]

“อะไรนะ...พระเอกจะมาเหรอ?”

[ขอแนะนำให้ท่านรีบล้างหน้า เปลี่ยนชุด และซ้อมยิ้มหน้ากระจกภายใน 15 นาที

โหมดจำลองเปิดใช้งานแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม: พระเอกของท่านอารมณ์ไม่คงที่ มีแนวโน้มฆ่าคนในระยะห้าเมตรโดยไม่กระพริบตา]

ซินซินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“หนีตอนนี้ยังทันไหมอะ?”

[ไม่ทันแล้ว ท่านลงทะเบียนระบบไปแล้วนะ ปลดไม่ได้ ยกเลิกไม่ได้ คืนก็ไม่ได้ ขอให้ท่านโชคดี...]

“ม่ายยยย!”

ไม่นานหลังจากนั้นเสียงประตูบานใหญ่เปิดออก... ขันทีและสาวใช้หลายคนต่างเดินเข้ามาก่อนจะพากันยอบตัวคำนับเธอ

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่านางกำนัลทั้งหลายต่างเข้ามารุมล้อมตัวนางเพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ให้หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่สุดในวังหลัง อาภรณ์งดงามสีชาดลายหงส์สยายปีกถูกสวมคลุมบนร่างแบบบาง หลังจากจัดการกับชุดได้แล้ว นางกำนัลก็ผายมือเชื้อเชิญนางให้นั่งลงห้าโต๊ะเครื่องแป้งนั้น ก่อนจะลงเครื่องประทินผิวพร้อมด้วยแป้งบางเบา ก่อนจะแต่งแต้มชาดที่แก้มและลงสีที่ริมฝีปากเล็กบาง ตลอดช่วงเวลานั้นหลินซินเยว่รู้สึกราวกับตัวเองเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตที่ถูกคนจับใส่เสื้อผ้าและบิดตัวจูงแขนจับใบหน้าหันไปมา ในที่สุดช่วงเวลาที่ความคิดจิตใจล่องลอยไปไกลก็ถูกดึงกลับมาอีกครั้ง เสี่ยวจิ่วนางกำนัลคนสนิท (ระบบขึ้นตัวหนังสือบอกชื่อและสถานะบนหัวของหญิงรับใช้) ก็สรรเสริญเยินยอความงามของเจ้านายตนเองทันที หลินซินเยว่แอบกรอกตามองบนเบา ๆ

แต่แล้วโดยยังไม่ทันตั้งตัว ก็มีเสียงจากขันทีที่เฝ้าหน้าประตูห้องรายงานเข้ามาอีกว่า

“ฝ่าบาทเสด็จ!”

ใจของหลินซินเยว่เต้นถี่รัว ฝ่ามือเย็นชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเธอสบเข้ากับแววตาเย็นชาของชายผู้หนึ่ง

จักรพรรดิอวี้เหยียน พระเอกที่ระบบบอกว่า...เสียหายเกินเยียวยา ร่างนั้นสูงโปร่ง แม้จะอยู่ในอาภรณ์ที่สวมทับกายหลายชั้น แต่เธอก็ยังพอมองออกถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงภายใน เค้าโครงหน้านั้นช่างเหมาะเจาะพอดี ทำเอาหลินซินเยว่แทบลืมหายใจ

‘จะบ้าตาย พระเอกของโลกนี้มันต้องหล่อขนาดนี้เลยเหรอวะ ถ้าพี่แกอยู่ในโลกจริงล่ะก็ รับรองได้ว่าบทตัวร้ายที่จับสลากได้บทพระเอกต้องเป็นของเขาแน่นอน’

ดวงตาเรียวคู่นั้นนิ่งเฉียบเย็นชา ราวกับมองทะลุจิตใจเธอได้ คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อเจอกับท่าทางผิดปกติของฮองเฮาในยามนี้

[ระบบ: อุณหภูมิหัวใจพระเอก -500 องศา]

[ระดับอันตราย: ทำลายล้างโลก]

เขาเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำติดแหบเล็ก ๆ

“ข้าจำไม่ได้เลยว่าอนุญาตให้เจ้า...มองข้าตั้งแต่เมื่อไหร่”

และนั่นทำเอาทุกอย่างในตัวหลินซินเยว่... เย็นเฉียบไปทั้งร่าง

นี่มัน...เกมจีบหนุ่มฉบับนรกชัด ๆ!

ใบหน้าเล็กรีบก้มลงจนคางชิดอก อยู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา นี่หรือคือรัศมีของฮ่องเต้เจ้าผู้ครองแคว้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนนางที่ตัวเล็กอยู่แล้วยิ่งรู้สึกตัวลีบลงไปอีก

“นี่ ระบบ หยุดพักแป๊บหนึ่งได้มั้ย ขอพักหายใจหายคอก่อนได้ป่ะ อีตาพระเอกนี่รังสีพิฆาตกดดันจนจะหายใจไม่ออกแล้ว” หลินซินเยว่พึมพำออกมาเสียงเบา ในหัวหวังว่าเจ้าระบบตัวดีจะหยุดให้ แบบละครสั้นจีนแนวระบบที่เธอเคยดูมา แต่รออยู่สักพักก็ไม่มีสิ่งใดปรากฎออกมาเลย

“นี่เจ้าจะเล่นลูกไม้อะไรกับเราอีก ฮองเฮา” ชายในชุดคลุมมังกรยื่นมือมาบีบคางนางให้หันมาสบตากับเขา อวี้เหยียนชิงชังในตัวนางยิ่งนัก นับแต่ที่เขาได้ครองราชย์ไม่มีวันใดเลยที่สตรีนางนี้จะทำให้เขาสบายใจ มีแต่สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน วังหลังที่ควรมีฮองเฮาช่วยแบ่งเบาและจัดการควบคุมให้อยู่ในกฏระเบียบอันควรจะเป็น แต่ผู้มีอำนาจจัดการอย่างนางกลับเป็นตัวปัญหาเสียเอง หากว่าเขาไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายไร้ค่า และตระกูลของนางได้ช่วยให้เขาบรรลุจุดประสงค์ได้ล่ะก็ เขาคงสั่งปลดและประหารนางไปนานแล้ว

“หม่อมฉัน…” หลินซินเยว่ดวงตาเบิกกว้าง ปากคอสั่น ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจอใครทำรุนแรงกับนางเช่นนี้มาก่อน ไหนเลยจะยังรับมืออารมณ์ของฝ่าบาทได้

“หึ วันนี้เล่นบทหญิงเจ้าน้ำตาแล้วหรือ ต่อไปถ้าส่งคนไปเชิญข้ามาเพียงเพื่อมาดูเจ้าเล่นละครเช่นนี้ล่ะก็ เจ้าคงรู้นะว่าสุดท้ายเจ้าจะเป็นเช่นไร” พระสุรเสียงแข็งกร้าวนั้นแน่นอนว่ามาพร้อมกับท่าทีที่กระด้างยิ่งกว่า ฝ่ามือหนาที่บีบคางเล็กเรียวสบัดออกราวต้องของร้อน ก่อนจะผลักนางให้ห่างตัว จนหลินซินเยว่ที่ไม่ทันตั้งตัวจึงล้มลงไปทั้งอย่างนั้น

เสียงเจ็บปวดดังลอดออกจากลำคอของหลินซินเยว่ รสเลือดจาง ๆ แตะปลายลิ้น แต่เธอฝืนกัดฟันกลืนมันลงไป เงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาคลอ

เบื้องหน้านางชายผู้ครองอำนาจสูงสุดก้าวเดินออกไปอย่างไม่ไยดี แผ่นหลังกว้างนั้นเปี่ยมด้วยรัศมีที่น่าหวาดหวั่น ทว่า...เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะก้าวลับตาไป อวี้เหยียนชะงัก สายพระเนตรคมกริบเหลือบกลับมามองเธอ

แม้ดวงเนตรคู่นั้นยังคงเย็นชา...แต่ในความลึกสุด กลับวูบไหวราวเปลวเพลิงที่กำลังจะมอดดับ คล้ายกับว่ามีบางอย่างที่เขา พยายามกดทับไม่ให้ใครเห็น

[ยินดีกับผู้เล่นคนใหม่ ท่านผ่านภารกิจการพบหน้าครั้งแรกโดยไม่ถูกลงโทษ

คะแนนความมั่นใจ +5

ค่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับฝ่าบาท -1,000]

[คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบเจตนาสังหารรอบตำหนัก]

[ระยะเวลาเอาตัวรอด: 6 ชั่วโมง]

เลือดในกายหลินซินเยว่เย็นเฉียบทันที

“...หา!? ยังไม่จบอีกเหรอ!” เธอเผลอตะโกนเสียงสั่น

ทันใดนั้น เสียงโลหะเสียดสีกันก็ดังขึ้นจากหลังฉากผ้าม่าน

ร่างบางหันขวับไปมองทันที จึงได้เห็นเงาคนลึกลับกำลังก้าวออกมาช้า ๆ...

แววตาเต็มไปด้วยความหมายเดียว…ฆ่า!!!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
98 Bab
2
เสียงโลหะเสียดสีกันดัง แกร๊ก... ก้องสะท้อนในความเงียบ หลินซินเยว่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นถี่รัวราวกลองศึก จากเงามืดเบื้องหลังม่านผ้าแพรแดง สายตาคมดุราวสัตว์ป่าก็ปรากฏขึ้น ร่างชายชุดดำพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วราวปีศาจร้าย เงาของดาบคมวาววับสะท้อนกับแสงตะเกียง เป้าหมายนั้นชัดเจน: คอของเธอ! “กรี๊ดดดดด!!” เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังสนั่นไปทั่วตำหนัก ร่างเล็ก ๆ พากันวิ่งหนีตายจนล้มลุกคลุกคลาน ต่างพากันหนีเอาตัวรอดด้วยความตกใจกลัวสุดขีด [ระบบ: แจ้งเตือนอันตราย! อัตรารอดชีวิตใน 3 นาทีข้างหน้า = 12%] “12% บ้าอะไร๊! นี่มันน้อยกว่าคะแนนสอบคณิตของฉันอีกนะ!!” มือสังหารก้าวย่างเข้ามาอีก กลิ่นเหล็กจากดาบแผ่ความเย็นยะเยือกจนซึมเข้ากระดูก หลินซินเยว่ถอยกรูดหลังแทบติดผนัง มองซ้ายมองขวา...สิ่งเดียวที่อยู่ใกล้มือคือ หมอนอิงปักดิ้นทอง “ตายแน่ ๆ นี่มันไม่ใช่ Hunger Games แต่เป็น Final Destination ต่างหาก!” นางคว้าหมอนขึ้นมาฟาดใส่หน้าคนชุดดำสุดแรง หมอนนั้นกระแทกดาบดัง เคร้ง! พอให้คมมีดเฉียดปลายเส้นผมของเธอไป [ระบบ: คะแนนเอาตัวรอด +1 แต่ความน่าขันพุ่งถึงขีดสุด] “นี่มันเวลามาล้อเล่นเรอะ!”
Baca selengkapnya
3
แคว้นอวี้…ดินแดนที่ตั้งตระหง่านเหนือคาบสมุทรตะวันออก แผ่นดินนี้กว้างใหญ่จนแสงอาทิตย์ต้องใช้เวลาสองวันเต็มจึงจะไล้แสงผ่านสุดขอบผืนดิน ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่คือดินแดนแห่งวรรณศิลป์และกลยุทธ์การศึก ขุนนางฝ่ายบุ๋นล้วนเชี่ยวชาญกลอนและพิชัยสงคราม ส่วนฝ่ายบู๊ก็ถือดาบดั่งเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ทิศเหนือสุดคือ ป้อมหิมะขาว อันหนาวเยือก คุมเส้นทางสู่แดนเถื่อน ทิศตะวันตกเป็นเทือกเขาตระหง่านที่คั่นแคว้นอวี้กับแคว้นเว่ย ทางทิศใต้ลงไปคือเมืองท่าที่การค้ารุ่งเรือง น้ำทะเลสีนิลและเรือสำเภานับพัน ส่วนทิศตะวันออกนั้นคือวังหลวงหัวใจของแคว้น ที่มีทั้งความงามสง่าและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเกมการเมือง และแน่นอนว่าผู้ครองบัลลังก์สูงสุดในวังนั้น…คือเขา…อวี้เหยียน พระองค์ไม่ได้เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์ หากแต่เป็นโอรสลำดับสุดท้ายของฮ่องเต้องค์ก่อน เกิดจากสนมขั้นต่ำจนไม่มีใครเหลียวแล เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ ที่ยืนอยู่ท้ายขบวนพี่น้อง ยามเสวยก็มักได้เพียงเศษอาหารที่เหลือ แต่ดวงตาคมเรียวคู่นั้น…กลับเฝ้าสังเกตทุกสิ่งเงียบ ๆ พระมารดาของเขานั้นหาได้รักใคร่เขาไม่ เพื่อปกป้องชีวิตของเขานางจึงต้องเสียข
Baca selengkapnya
4
หลินซินเยว่นั่งเงียบอยู่ในศาลากลางน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตำหนักคุนหนิงเท่าใดนัก เดินเพียงหนึ่งเค่อก็ถึง บริเวณรอบ ๆ มีขันทีและนางกำนัลรายล้อมคอยดูแลรับใช้ไม่ห่าง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทหารคอยเดินตรวจตราอยู่รอบนอก ระมัดระวังความปลอดภัยรอบด้านให้แก่สตรีผู้มีศักดิ์สูงส่งที่สุดในวังหลัง “ระบบ” หลินซินเยว่พึมพำเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ ไม่นานรอบตัวก็เหมือนถูกหยุดเวลา ทุกสิ่งหยุดนิ่ง หลินซินเยว่รับรู้ได้เลยว่ามันได้ผล [หม่าม๊าเรียกหาผมมีอะไรเหรอครับ?] คราวนี้ไม่ใข่แค่เสียงอีกต่อไป แต่กลับปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยดูแล้วอายุน่าจะไม่เกินห้าขวบ ผมหยักศกสีดำสนิทดูนุ่มน่าสัมผัส ริมฝีปากสีแดงเรื่อ ๆ ดูจิ้มลิ้มนั้นกำลังบอกข้อมูลเธออยู่ เด็กน้อยบอกว่าตนเองชื่อเสี่ยวหลิง เป็นระบบเอไอสุดอัจฉริยะที่จะคอยเป็นผู้ช่วยของเธอในโลกนี้ อวิ๋นซินเยว่มองริมฝีปากช่างเจรจานั้นอย่างเพลิดเพลิน เสียงเสี่ยวหลิงดังเจื้อยแจ้วอยู่ใกล้หู ขณะร่างโฮโลแกรมลอยวนรอบ ๆ ซินซินด้วยความกระตือรือร้น “ขอบใจมากนะเสี่ยวหลิง แล้ววันนี้มีภารกิจอะไรที่ฉันต้องทำไหม” [ขอแสดงความยินดี! มิชชันของวันนี้: จีบผ่านกระเพาะ ทำอาหารให้ฝ่าบ
Baca selengkapnya
5
[ติ๊ง! มิชชันใหม่เปิดใช้งาน: ทำให้ฝ่าบาทหัวเราะครั้งแรก!][รางวัล: +10 คะแนนความอบอุ่น / ปลดล็อกฉากหลังวัยเยาว์ของพระเอก]เช้าวันรุ่งขึ้นในตำหนัก หลินซินเยว่ยังไม่หายจากอาการมึนงงจากภารกิจเมื่อวาน เธอนั่งพิงหน้าต่างมองสวนหิมะโปรยบาง ๆ ด้านนอก พร้อมชาร้อนในมือ“...นายแน่ใจนะว่าเขาหัวเราะเป็น?”[ระบบ: ตามบันทึกในคลังจักรวรรดิ ไม่พบข้อมูลว่าฝ่าบาทเคยหัวเราะ แม้ในวัยเด็ก][เพิ่มเติม: ขันทีคนหนึ่งเคยลองเล่นกลลิงควงดาบหน้าตำหนัก ผลคือถูกส่งไปชายแดนทันที]“...พระเจ้าช่วยกล้วยทอด”หลินซินฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ลูบแก้มตัวเองอย่างปลง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นพลางพูดเสียงฮึดฮัด“ก็ได้! ถ้าเขาจะไม่เคยหัวเราะกับใครเลย ฉันจะเป็นคนแรกของเขาเอง!” ประโยคที่ออกมาจากปากของหลินซินเยว่นี้ ทำเอาระบบอย่างเสี่ยวหลิงถึงกับหลุดเสียงขลุกขลักคล้ายคนสำลักอะไรบางอย่าง…….ซินซินให้ระบบช่วยสร้างรายการ “มุกตลกยุคใหม่” พร้อมภาพประกอบแบบ hologram (แน่นอนว่าเธอเป็นคนเดียวที่มองเห็น) เธอฝึกมุกตลก 3 มิติ, เลียนเสียงสัตว์, แสดงละครใบ้กลางห้องบรรทมจนสาวใช้เริ่มมองแปลก ๆ“ฮองเฮา...พระองค์กำลังฝึก...ท่าเต้นเทพธิดาหรือเพคะ?”“เอ่อ...อา...ก็..
Baca selengkapnya
6
บ่ายคล้อย ลมหนาวพัดอวลเข้ามาในตำหนักคุนหนิงพร้อมเงาร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาพร้อมขันทีประจำตำหนัก “ถวายพระพรเพคะ ฮองเฮา...หม่อมฉันชื่อฝูซิน เพิ่งถูกส่งมาเพื่อปรนนิบัติพระองค์เพคะ” เสียงสาวใช้ใหม่แหลมเล็ก ดวงตากลมใสระยิบระยับ ดูไร้พิษภัยติดจะทึ่ม ๆ เสียด้วยซ้ำ อวิ๋นซินเยว่มองอย่างสงสัย “ทำไมถึงส่งคนใหม่มาอีก...?” ขันทีโค้งตัว “เป็นคำสั่งฝ่ายในบอกว่าเพื่อแบ่งเบาภาระฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ ในใจกลับไม่วางใจนัก แต่สายตาใสซื่อของฝูซินกลับทำให้ยากจะจับผิดได้ ‘ช่างเถอะ เราคงคิดมากไปเอง หากมีอะไรจริง ๆ เสี่ยวหลิงคงเตือนเราแล้วล่ะ’ อวิ๋นซินเยว่คิดในใจ ………. ยามค่ำวันนั้น อวิ๋นซินเยว่ตัวสั่นเทา แม้นางกำนัลคนสนิทอย่างจื่อเยว่จะนำเสื้อคลุมขนมิ้งค์สวมทับ และนำผ้านวมเนื้อหนามาคลุมทับให้เจ้านายอีกชั้น แต่ฮองเฮาก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น “ฮองเฮาเพคะ ให้หม่อมฉันไปตามหมอหลวงดีไหมเพคะ” จื่อเยว่เอ่ยด้วยเสียงเจือสะอื้น “ไม่เอา ข้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ กินอะไรร้อน ๆ ห่มผ้าหนา ๆ แล้วนอนสักตื่นก็หายแล้ว” แม้จะพูดแบบนั้นแต่ร่างบางภายใต้ผ้านวมหนาก็สั่นเทาจนเสียงที่ออกมาจากลำคอสั่นไปด้
Baca selengkapnya
7
ขณะที่คิดจะเตรียมผละจากไป อวิ๋นซินเยว่ก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดสด ๆ!อวี้เหยียนเบิกตากว้าง ก่อนจะมองดูใบหน้างามนั้นชัด ๆ อีกครั้ง ครานี้จึงเพิ่งสังเกตว่านางผิดปกติ นี่ไม่ใช่อาการของคนเป็นไข้ หรือนางจะถูกวางยา!“ใครก็ได้ ตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้” พระสุรเสียงดังสนั่นดุจฟ้าผ่า ทำเอาขันทีที่เฝ้าหน้าตำหนักคุนหนิงเร่งรีบไปตามหมอหลวง สองขาพันกันไปหมดเขายังคงนั่งเฝ้านางอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการเขาจึงได้ลุกจากเตียงและหลีกทางให้หมอหลวงทำงานได้สะดวกหมอหลวงตรวจชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง สองคิ้วขมวดแน่น“ข้าใคร่ขอถามหน่อย ก่อนหน้านี้ฮองเฮาได้เสวยสิ่งใดหรือไม่?” หมอหลวงผู้นั้นเอ่ยถาม“เรียนท่านหมอ ฮองเฮามิยอมเสวยสิ่งใดบอกเพียงว่าเสวยไม่ลง ครั่นเนื้อครั่นตัว จนข้าพบว่าพระองค์ประชวรด้วยพิษไข้ จึงได้สั่งให้ทางห้องเครื่องจัดเตรียมน้ำซุปร้อน ๆ ขับพิษไข้ให้พระองค์เสวยเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าขอดูหม้อต้มซุปได้หรือไม่”“ได้เจ้าค่ะ” จื่อเยว่รับคำก่อนจะเดินนำไปยังห้องเครื่องประจำตำหนักคุนหนิง เมื่อไปถึงกลับพบว่าหม้อนั้นแตกกระจายไปแล้ว รวมถึงน้ำซุปที่ยังเหลือก็หกก
Baca selengkapnya
8
อวิ๋นซินเยว่นอนนิ่งอยู่บนเตียงภายใต้ม่านแพรปักลายเมฆสีฟ้าอ่อน แสงตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดของคืนที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น ทั่วร่างยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่สติของเธอกลับแจ่มชัดอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบของระบบก้องอยู่ในหัว แต่เธอเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะในห้วงความคิดยามนี้ มีเพียงภาพของบุรุษผู้หนึ่งที่เข้ามาครอบครองเต็มพื้นที่ ภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไป ปรากฎใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ดวงตาดำสนิทที่เธอไม่เคยเห็นความอ่อนไหวใด ๆ บัดนี้กลับมีประกายความตื่นตระหนกแฝงอยู่ อ้อมแขนอันแข็งแกร่งที่อุ้มเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอมและมือที่ป้อนยาให้เธอด้วยตัวเองนั่นไม่ใช่การแสดงความรับผิดชอบในฐานะจักรพรรดิ…แต่เป็นความห่วงใยที่จริงใจจากส่วนลึกในใจของอวี้เหยียน เธอรู้สึกได้ว่าภายใต้กำแพงน้ำแข็งที่แข็งแกร่งและสูงใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองนั้น ได้พังทลายลงไปเพียงชั่วคราวจากการกระตุ้นของยาปริศนา...และการกระทำที่เปลี่ยนไปของเธอ “เสี่ยวหลิง” เธอเรียกด้วยเสียงแผ่ว [หม่าม๊า! ในที่สุดก็ตื่น! ค่าความเสี่ยงลดลงเหลือ 10%! ฝ่าบาทกำลังอารมณ์ดี ห้ามทำพลาดอีกนะ!] เสี่ยวหลิง
Baca selengkapnya
9
วินาทีที่อวิ๋นซินเยว่เอ่ยพระนามอวี้เหยียนออกมานั้น แรงบดขยี้ที่บ่าของนางนั้นแข็งกร้าวราวกับคีมเหล็ก แต่แรงสั่นเทาที่ปลายนิ้วของเขา รุนแรงยิ่งกว่าอาการประชวรใด ๆ ดวงเนตรคมกริบของจักรพรรดิอวี้เหยียนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนสุดขีด ภาพในอดีตฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิด มีเพียงสตรีผู้เดียวในชีวิตที่เคยกล้าเรียกชื่อเขาตรง ๆ เช่นนี้…และสตรีผู้นั้นก็เคยนำหายนะมาสู่ชีวิตเขา“หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาตะคอกใส่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่แฝงไว้ด้วยความสับสนอย่างรุนแรง อวิ๋นซินเยว่ไม่ถอยหนี เธอสบตาเขาอย่างแน่วแน่ ไม่ใช่ด้วยความรักแบบชู้สาว…แต่ด้วยความสงสารและความเข้าใจอย่างบริสุทธิ์ใจ เธอไม่ได้กลัวความโกรธของเขา…แต่กลัวการที่เขาจะปิดกั้นตัวเองอีกครั้ง“หม่อมฉัน…หม่อมฉันเพียงแค่” เธอพยายามเอ่ยต่อ“พอแล้ว!” อวี้เหยียนปล่อยมือจากบ่าของเธออย่างกะทันหัน แรงผลักนั้นทำให้ร่างบางซวนเซไปเล็กน้อยเขาหันหลังให้เธออย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน แผ่นหลังกว้างในชุดมังกรทองดูแข็งกระด้างและโดดเดี่ยวอีกครั้ง กำแพงน้ำแข็งที่เพิ่งจะปริร้าว…ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อปกป้องความอ่อนแอที
Baca selengkapnya
10
รุ่งอรุณสาดแสงสีทองผ่านม่านบาง ๆ ของตำหนักคุนหนิง อวิ๋นซินเยว่ลุกขึ้นด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจะทำสิ่งใดสักอย่างเพื่อตอบแทนพระเมตตาเมื่อคืนที่ผ่านมา จากที่ได้ฟังเรื่องราวที่เสี่ยวหลิงเล่าให้ฟัง ประกอบกับคำพูดของนางกำนัลถึงสิ่งที่ฝ่าบาททำให้ แม้จะไม่รู้ว่าคืนนั้นฝ่าบาทได้ยินอะไรไปบ้าง แต่หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกที่ว่าเธอกำลังก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้สำเร็จ “เตรียมสมุนไพรบำรุงร่างกาย ข้าจะลงมือทำซุปด้วยตัวเอง” นางสั่งเสียงหนักแน่น วันนี้ต้องไม่พลาดไม่นาน กลิ่นหอมละมุนของซุปสมุนไพรที่ใช้ ‘สกิลข้าวกล่องฮองเฮา’ ทำอย่างพิถีพิถัน ค่อย ๆ ลอยอบอวลไปทั่วตำหนัก มือเรียวเล็กยกถาดทองเหลืองขึ้นมั่นคง มุ่งตรงไปยังตำหนักหยางซิน ที่พำนักขององค์จักรพรรดิอวี้เหยียน ภายในท้องพระโรง อวี้เหยียนประทับบนบัลลังก์มังกรสูงสง่า ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด แววตาคมคายยังเย็นเฉียบไม่ต่างจากผืนน้ำแข็งพันปี เมื่อเห็นฮองเฮาก้าวเข้ามาพร้อมถาดในมือ พระเนตรหรี่ลงแวบหนึ่ง ความหงุดหงิดและความสับสนปะปนอยู่ในแววตา “หม่อมฉัน…ทำซุปบำรุงมาถวายเพคะ” อวิ๋นซินเยว่เอ่ยเสียงอ่อนโยน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status