LOGINหลินซินจากนักศึกษาวิทยาลัยธรรมดา... เธอกลับถูกพัดพาข้ามกาลเวลามายังอีกโลกในนิยายและกลายเป็น ฮองเฮา แถมยังได้รับ ระบบเอไอสุดล้ำ มาเป็นผู้ช่วย ที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็กชายตัวน้อยน่ารักอย่างเสี่ยวหลิง เธอคิดว่า ชีวิตใหม่นี้คงจะเต็มไปด้วยความสุข สบาย มีเวลาจิบน้ำชาในสวนทุกวัน แต่แล้วระบบกลับแจ้งเตือนว่า… “พระเอกของโลกนี้... เสียหายเกินเยียวยา!” “ระดับอันตราย: ทำลายล้างโลก!” หากเธอไม่สามารถ เปลี่ยนใจพระเอก ได้ล่ะก็... โลกนี้จะล่มสลายและเธอจะตายไปพร้อมกัน!
View Moreหมอกควันจากธูปสีเทาจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือหลังคาตำหนักหลวง ปะปนไปกับไอเย็นของหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนกลีบดอกมหาหงส์ขาวนับแสนดอกที่ถูกขนย้ายเข้ามาประดับทั่ววัง ท้องฟ้าในเช้านี้แปลกพิกล มันไม่เป็นสีครามสว่างสดใสเหมือนทุกวัน แต่กลับเป็นสีเทาหม่นประดุจผืนผ้าดิบที่ถูกย้อมด้วยน้ำหมึกจางๆเสียงแรกที่ทำลายความเงียบสงัดไม่ใช่เสียงนก แต่เป็นเสียงกระแทกของด้ามทวนทหารองครักษ์นับพันที่กระแทกลงบนพื้นหินแกรนิตพร้อมกันเป็นจังหวะเนิบช้า ตึง... ตึง... ตึง... กังวานลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนที่ได้ยินอวี้เหยียน ประทับยืนอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองในห้องทรงพระอักษร พระหัตถ์ที่เคยจับกระบี่ปลิดชีพศัตรูมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่พระองค์พยายามผูกปมผ้าคาดเอวสีขาวหยาบๆ บนฉลองพระองค์ผ้าดิบไร้ลวดลาย รอยคล้ำใต้พระเนตรบ่งบอกถึงราตรีที่ไม่ได้ผ่านการหลับนอน พระองค์จ้องมองเงาของตนเองในกระจก แต่ในใจกลับเห็นเพียงภาพใบหน้าของพี่ชายที่ยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหลับตาลงอวี้เหยียนกระซิบกับความว่างเปล่า “พี่ใหญ่... ท่านชอบป้อมหิมะขาวนักมิใช่หรือ? เหตุใดจึงเลือกทิ้งร่างไว้ในอุทยานที่อบอุ่นเช่นนี้..
อุทยานหลวงชั้นใน ยามไฮ่ ท่ามกลางเสียงดนตรีและแสงเสียงจากพลุที่ดังไกลออกไป อ๋องอวี้ ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเงามืดหน้าเรือนรับรองของพระราชวัง ชุดเกราะสีเงินของเขาต้องแสงจันทร์ดูอ้างว้าง คืนนี้เขาตั้งใจจะแอบเข้ามาพบ อวี้เหยียน เพื่อบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับไปประจำการที่ ป้อมหิมะขาว ชายแดนทางเหนืออันแสนทารุณ และอาจจะไม่ได้กลับมาเยือนเมืองหลวงอีกหลายปี เขามองดูตำหนักคุนหนิงที่สว่างไสวด้วยโคมมงคล ในใจมีทั้งความยินดีและความขมขื่นที่ยากจะแยกอวี้หยางรำพึง “อวี้เหยียน... เจ้าช่างมีวาสนานัก ทั้งแผ่นดิน ทั้งความรัก และบัดนี้คือสายเลือดที่กำลังจะเกิดมา เจ้าล้วนได้ทุกสิ่งสมปรารถนาแล้ว... ส่วนข้า คงทำได้เพียงเป็นคนเฝ้าประตูเมืองที่ไร้ตัวตนในใจพวกเจ้า”ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินออกไปจากจุดนั้น สัญชาตญาณนักรบก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นไหม้ของดินระเบิดที่รุนแรงผิดปกติ เขาหันไปมองยอดหลังคาตำหนักคุนหนิง เห็นเงามืดนับสิบที่มีอาวุธหน้าไม้กลที่อานุภาพทำลายล้างสูง กำลังเล็งไปที่หน้าต่างห้องบรรทม ซึ่งมีเงาของอวี้เหยียนและอวิ๋นซินเยว่ประทับอยู่คู่กันชายหนุ่มคำรามก้อง “ไม่!!!”เขาทะยานร่างขึ้นไปบนหลังคาดุจพยั
ก่อนที่แสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า บรรยากาศบนถนนสายหลักของเมืองหลวงแคว้นอวี้คึกคักจนแทบจะไม่มีที่ว่างให้เดิน ชาวบ้านจากทั่วสารทิศต่างพากันแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมเนื้อดีที่สุดเท่าที่ตนมี บ้างก็สวมชุดสีแดงมงคลตามธรรมเนียม บ้างก็สวมชุดสีม่วงอ่อนซึ่งเป็นสีที่ฮองเฮาโปรดปรานร้านรวงสองข้างทางต่างประดับประดาด้วยผ้าแถบสีทองและโคมไฟกระดาษที่วาดเป็นรูปมังกรโอบกอดหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความรักของฮ่องเต้อวี้เหยียนและฮองเฮาอวิ๋นซินเยว่“มาเถิดพี่น้อง! วันนี้ข้าแจกผ้าคาดเอวสีแดงฟรีร้อยผืน! เพื่อเฉลิมฉลองที่รัชทายาทตัวน้อยมาสถิตในครรภ์ฮองเฮา! ตั้งแต่ท่านหญิงอวิ๋นขึ้นเป็นแม่แห่งแผ่นดิน ร้านข้าก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะระบบจัดเก็บภาษีใหม่ที่ท่านช่วยคิดแท้ๆ!”“นั่นสิเถ้าแก่! ตั้งแต่มีโรงทานและสถานพยาบาลที่ฮองเฮาทรงตั้งขึ้น ลูกชายข้าที่เคยป่วยหนักก็รอดตายมาได้ ฝ่าบาทเองก็ทรงเมตตาขึ้นมาก ไม่สั่งโบยหรือสั่งประหารใครพร่ำเพรื่อเหมือนเมื่อก่อน... ช่างเป็นบุญของพวกเราชาวแคว้นอวี้จริงๆ”เสียงพูดคุยด้วยรอยยิ้มดังระงมไปทั่วตลาด สะท้อนให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงในรั้ววังได้แผ่ขยายออกมาสู่จิตใจของราษฎรอย่างแท้จริงบนล
อากาศยามเช้าในวังหลวงสดใสกว่าทุกวัน ทว่าภายในตำหนักคุนหนิงกลับมีความวุ่นวายเล็กๆ เกิดขึ้น เมื่อ อวิ๋นซินเยว่ ที่กำลังประทับอยู่ที่โต๊ะเสวยเพื่อร่วมรับประทานมื้อเช้ากับ อวี้เหยียน พลันมีสีหน้าซีดเผือดลงอย่างกะทันหันกลิ่นปลานึ่งขิงที่เคยเป็นของโปรด บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้จนนางต้องรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากอวิ๋นซินเยว่เสียงอู้อี้ “อุ้ก!... ฝ่าบาท... เอาปลาจานนี้ออกไปทีเพคะ หม่อมฉัน... หม่อมฉันเหม็นจนทนไม่ไหวแล้ว”อวี้เหยียนที่กำลังคีบอาหารให้ถึงกับชะงัก วางตะเกียบลงทันทีด้วยความตกใจ พระองค์รีบขยับเข้าไปประคองร่างบางไว้ด้วยความเป็นห่วง“เยว่เอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไรไป? หน้าซีดเหลือเกิน... อี้กงกง! ตามหมอหลวง! เร็วเข้า!”“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... สงสัยช่วงนี้คงพักผ่อนน้อย หรืออาจจะเพราะอากาศเปลี่ยน...”นางยังพูดไม่ทันจบ ความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้นางต้องรีบหันไปสำลักออกมาข้างแท่นบรรทม อวี้เหยียนไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย พระองค์บรรจงลูบหลังให้ภรรยาด้วยความร้อนรนใจ จนกระทั่งหมอหลวงเฒ่าผู้อาวุโสที่สุดในสำนักหมอหลวงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหมอหลวงคุกเข่า





