Share

บทที่สี่ จับคู่

Penulis: Jtnpng
last update Tanggal publikasi: 2025-07-18 20:18:45

"ศิษย์ขอคาราวะท่านอาจารย์!!!"ทุกคนในห้องลุกขึ้นยืนทำความเคารพอาจารย์ประจำห้องนี้ที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกัน 

"นั่งลงเถอะ"อาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะหน้าห้องเรียนด้วยท่าทีสงบ เมื่อทุกคนเห็นว่าท่านนั่งลงแล้ว ทุกคนก็นั่งลงกลับเข้าที่ของตนเอง 

ท่านอาจารย์กวาดสายตามองสำรวจศิษย์ทุกคนอย่างละเอียดก่อนจะหันหน้ากลับมาและเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมแต่แผ่ซ่านไปด้วยความอบอุ่นชวนให้อุ่นใจ 

"ข้ามีนามว่าลู่หมิง หนึ่งปีต่อจากนี้พวกเจ้าจะได้อยู่ฝึกกับข้า หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือก็สามารถมาบอกกับข้าได้เสมอ" 

เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจแล้วลู่หมิงก็ยกยิ้มออกมา เด็กที่นี่ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ จึงเป็นการง่ายที่จะสามารถกล่าวออกไปตรงๆตามวิถีนักรบได้ 

"ดีล่ะ! วินาทีนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องตั้งใจฝึกบ่มเพาะพลังให้มากขึ้น ทุกปี สำนักจะคัดสรรเลือกผู้มีพรสวรรค์ห้าคนของแต่ละสาขาเข้าไปอยู่ในเขตภายในชั้นต้นของนิกาย"

"โดยเขตภายในชั้นต้นนั้นจะมีทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังสูงกว่าเขตภายนอกหลายเท่าตัว"

"จำเอาไว้ หากอยากแข็งแกร่งขึ้นพวกเจ้าจะต้องหมั่นฝึกฝนเพื่อจะได้เป็นหนึ่งในผู้คัดเลือกให้ได้ และถึงแม้จะมีโอกาสทุกปีก็ตาม"

"แต่ว่าทุกปีก็จะมีศิษย์ใหม่ที่อาจจะมีพรสวรรค์มากกว่าพวกเจ้าเดินเข้ามาสู่ประตูนิกาย พวกเจ้าก็ควรคิดเก็บเอาไว้เลยว่าหากไม่ได้เป็นผู้คัดเลือกในปีนี้ ปีหน้าก็อาจจะไม่มีหวัง เพราะเช่นนั้นจงพยายามให้หนักเท่าที่จะหนักได้ เพราะเป้าหมายหากไม่พยายาม ก็จะไม่มีวันได้พบกับความสำเร็จ!" 

"ศิษย์น้อมรับคำสอนขอรับ/เจ้าค่ะ!!!"ศิษย์ทุกคนในห้องเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน 

หลี่ถงถงมองไปยังนอกหน้าต่าง เขตภายในงั้นหรือ ในเนื้อหานิยายได้บอกเอาไว้ว่าภายในเขตภายในของนิกาย ประกอบไปด้วยหอคอยสามชั้นนั่นก็คือชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง 

โดยเขตภายในชั้นต้น จะรวมเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์จากสาขาต่างๆ การเรียนการสอนก็จัดว่าดีเยี่ยม และทรัพยากรในการใช้บ่มเพาะพลังเองก็มีเยอะมากเช่นกัน แต่ว่าภายในเขตภายในก็จะมีการคัดเลือกศิษย์เช่นเดิม แต่ว่าน้อยกว่าคัดเลือกรอบแรก เพราะการคัดเลือกของศิษย์ภายในชั้นต้นนั้นจะเลือกผู้ที่แข็งแกร่งยี่สิบอันดับแรกเข้าไปสู่เขตถัดไปเท่านั้น

เพื่อจะให้ได้เข้าสู่พื้นที่เขตภายในชั้นกลางที่มีทรัพยากรที่ดีกว่าเขตภายใน ทั้งยังได้รับการการสอนจากเหล่าอาจารย์ผู้มากไปด้วยฝีมือ ใครที่ได้รับคัดเลือกถือว่าเป็นโชคดียิ่งขึ้นไปแล้ว... 

และสุดท้ายคือเขตภายในชั้นสูง การคัดเลือกศิษย์เข้าไปในเขตนี้จะมีระดับที่ยากขึ้นไปอีก เพราะทางสำนักจะเลือกแค่สามคนเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปภายในเขตภายในชั้นสูงได้ 

เขตภายในชั้นสูงไม่เพียงแค่มีทรัพยากรที่ดีกว่าชั้นต้นและชั้นกลาง เพราะว่าคนที่สามาถผ่านเข้าไปได้ จะสามารถเป็นลูกศิษย์ของหนึ่งในเสาหลักทั้งสามคนของนิกายได้ 

แม้จะเป็นเพียงความฝัน ก็ไม่สามารถเอื้อมมือไปยังจุดนั้นได้... 

หลี่ถงถงเหลือบสายตามองนกคุ่มสีหรือไก่นาตัวอ้วนปุกปุยที่กำลังเดินจิกกินอาหารตามพื้นดินบนลานหญ้ากว้างของสำนัก ขนาดตัวของมันอ้วนฉุ เวลาเดินตัวของมันก็โยกคลอนไปมา

...จับกินได้มั้ยนะ? 

"การฝึกขั้นแรก ข้าจะให้พวกหักท่อนเหล็กให้ได้ ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งสัปดาห์ในการทำให้สำเร็จ มาหยิบเหล็กแท่งคนละหนึ่งตรงนี้" 

ทุกคนลุกขึ้นเดินไปหยิบแท่งเหล็กคนละหนึ่งแท่งที่หน้าชั้นเรียน 

"นี่ของเจ้า"ลู่หมิงยื่นแท่งเหล็กให้กับหลี่ถงถงเองต่างจากคนอื่นที่ต้องหยิบเอง 

แม้หลี่ถงถงจะสงสัย แต่นางก็ยื่นมือไปรับโดยไม่เอ่ยถามสิ่งใด

หลี่ถงถงสำรวจดูแท่งเหล็กในมือ แท่งเหล็กนี้มีขนาดยาวสามสิบเซ็นติเมตร และกว้างสองเซนติเมตร ส่วนน้ำหนักนั้นกลับหนักห้ากิโลกรัม 

ดูเหมือนว่าแท่งเหล็กนี้จะมีพลังลมปราณกดทับอยู่เป็นแน่...หลี่ถงถงเดินกลับเข้าไปนั่งที่ของตนเองพร้อมแท่งเหล็กในมือ

จะให้หักของพรรคนี้ด้วยพลังกายล้วนๆก็คงจะทำไม่ได้ แต่ต้องใช้พลังภายในด้วยงั้นสินะ... 

หลี่ถงถงหลับตาลงทำสมาธิ จดจำวิธีการมาจากที่ได้อ่านจากเนื้อหานิยาย วิธีเข้าไปดูห่วงพลังลมปราณของตัวเองนั้น ต่องทำสมาธิ และทำจิตใจให้ว่างเปล่า เพ่งเล็งหาจุดแสงสว่างของลมปราณของร่างกาย 

นั่นไงเห็นแล้ว! หลี่ถงถงเข้าไปสัมผัสพลังลมปราณสีแดงฉานขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้วงวิญญาณ เมื่อมือสัมผัส พลังลมปราณก็แผ่ซ่านหลั่งไหลสู่ร่างกายของหลี่ถงถง 

หลี่ถงถงพยายามควบคุมลมปราณของตัวเองให้คงที่ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองแท่งเหล็กที่อยู่ตรงหน้า 

มือบางเอื้อมไปหยิบแท่งหล็กหนักห้ากิโลขึ้นอย่างสบายๆก่อนจะหันไปมองคนอื่นในห้องว่ามีใครสามารถทำสำเร็จบ้างแล้ว

แต่กลับพบว่ายังไม่มีแม้แต่คนที่ทำให้แท่งแหล็กงอได้เลย... 

ให้ตายสิ ข้าจะลงมือหักแท่งเหล็กนี่ตอนนี้เลยก็ได้แท้ๆ แต่ว่าไม่อยากโดดเด่นเกินหน้าเกินตาของใครนี่สิ...

เอาไว้อีกประมาณสองสามวันก่อนแล้วกัน หลี่ถงถงเอ่ยในใจก่อนจะแสร้งทำเป็นพยายามหักท่อนเหล็กอย่างสุดแรง 

"อึก..."จู่ๆก็มีเสียงกลืนน้ำลายลงคอดังขึ้นข้างหู หลี่ถงถงหันไปมองคนข้างกายก็พบว่าฉีหานฟงสามารถทำให้แท่งเหล็กงอได้แล้วนิดหน่อย 

โอ้! ใช้ได้เลยนะเนี่ย...หลี่ถงถงเอ่ยชื่นชมชายหนุ่มในใจ 

ดูเหมือนฉีหานฟงจะเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะทั้งหลายงั้นสินะ...

ไม่นานหลังจากนั้นอวี้ซือเหลียงที่นั่งข้างหน้าสุดข้างๆมีหนิงอันนั่งคู่กัน อวี้ซือเหลียงก็สามารถทำให้แท่งเหล็กงอได้อีกคน

สมกับเป็นพระเอก ตบมือๆ...หลี่ถงถงยกมือขึ้นตบเบาๆอวยอวี้ซือเหลียงที่เป็นพระเอกนิยาย ทำให้ฉีหานฟงที่นั่งอยู่ข้างๆเกิดไม่พอใจขึ้นมา 

เขารู้ว่าหลี่ถงถงแอบรักอวี้ซือเหลียง แต่การที่ไปตบมือชื่นชมคนที่ทำได้หลังจากตนมันก็รู้สึกรำคาญอย่างกล่าวไม่ถูก 

จริงสิ หากว่าข้าใช้เรื่องนี้หลอกใช้นางล่ะ? ฉีหานฟงกล่าวในใจก่อนจะยกริมฝีปากขึ้นสูง

"เจ้ารักอวี้ซือเหลียงใช่หรือไม่?" 

หลี่ถงถงหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองฉีหานฟงที่นั่งส่งยิ้มให้ตน 

"ข้าไม่ได้รักเขา แต่ว่าข้าแค่ชื่นชมเขาเท่านั้น"หลี่ถงถงเอ่ย 

ฉีหานฟงยิ้มไม่หุบ "ข้าสามารถทำให้เจ้าได้เข้าใกล้ชิดกับอวี้ซือเหลียงได้นะ สนใจหรือไม่?" 

เอาแล้วสินะ บทพูดในนิยาย หลี่ถงถงยกยิ้มขำฉีหานฟงก่อนจะกล่าวออกมา 

"ไม่ล่ะ ข้าไม่ต้องการ หนิงอันนางชอบพอกับอวี้ซือเหลียง ก็อย่างที่เจ้าเห็นข้ากับหนิงอันเป็นสหายกัน ข้ามีหน้าที่เป็นแม่สื่อส่งให้ทั้งสองครองรักกัน"

"..."ฉีหานฟงเงียบ 

หึๆ นี่คือเหตุผลที่ข้ายอมสนิทกับแม่นางเอกหนิงอันนั่น เพราะมันสามารถทำให้คนตรงนี้ไม่อยากผูกมิตรกับข้าอย่างไรล่ะ หลี่ถงถงเอ่ยในใจ 

ฉีหานฟงผ่อนลมหายใจออกเบาๆก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง "เจ้ารักอวี้ซือเหลียงมิใช่รึ? เจ้าจะสามารถหลีกทางให้คนอื่นได้คนรักของเจ้าไปหรือ?" 

"หึ!"หลี่ถงถงแค่นหัวเราะ นี่เขายังไม่คิดยอมแพ้งั้นสินะ... 

งั้นก็ดี! แล้วแบบนี้ล่ะเป็นไง!

"เจ้ามองผิดแล้วล่ะฉีหานฟง ข้าไม่ได้หลงรักอวี้ซือเหลียงเลยแม้แต่น้อย ข้าบอกไปแล้วว่าข้าแค่ชื่นชมในตัวของเขา ที่โดดเด่นเหลือผู้ใด ข้ายึดอวี้ซือเหลียงเป็นเหมือนแบบอย่างให้ข้าได้ปฏิบัติเดินตาม ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ"

"..."ฉีหานฟงเงียบ 

"และก็นะ ข้ายินดีมากเลยล่ะที่จะได้เห็นอวี้ซือเหลียงได้ครองรักกับหนิงอัน หนิงอันนางเป็นคนดี เหมาะกับอวี้ซือเหลียงที่เป็นคนดีเช่นกัน เป็นคู่รักฟ้าประทานเลยใครเล่าจะไม่ยินดีน่ะจริงรึไม่?"หลี่ถงถงเอ่ยต่ออย่างนึกสนุก

เห็นใบหน้าที่ยับยู่ยี่ของฉีหานฟงแล้วรู้สึกบันเทิงใจยิ่งนัก!

​​​​​

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบหก ไม่รู้จักอาย

    ณ เนินเขาสูงหลังหอพักของเหล่าศิษย์นิกายเป่ยซานมีร่างหญิงสาวร่างหนึ่งกำลังทำสมาธิในท่าหกสูงบนเนินเขาหลังหอพัก โดยใช้แขนข้างเดียวในการยึดทรงตัวกับพื้นส่วนแขนอีกข้างถูกนำไปไคว้หลัง การทรงตัวที่นิ่งสงบดั่งสายน้ำ แข็งแกร่งยากจะทำได้ง่าย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมไปด้วยความเงียบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ฟึบ!!! จู่ๆก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีร่างบางที่กำลังทำท่าหกสูง แต่ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะมาเฉือนร่าง ร่างบางของสตรีก็พลิกหลบคมกระบี่อย่างง่ายดายอ่อนช้อย "อรุณสวัสดิ์เจ้าบ้า"หลี่ถงถงที่พลิกตัวหลบเปลี่ยนท่าเป็นนั่งขัดสมาธิเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักทายคนที่หมายจะเอาชีวิตของตนด้วยน้ำเสียงสดใส "ชิ!"ฉีหานฟงสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่หลี่ถงถงก่อนจะฟันกระบี่ไปที่ร่างของนางอีกครั้ง แต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม "เกือบแล้วนะอีกนิด วันพรุ่งนี้ก็มาพยายามด้วยกันอีกนะสหาย"หลี่ถงถงตีลังกาหลบอย่างสวยงามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีสงบ "..."ฉีหานฟงเงียบพลางมองร่างของหลี่ถงที่ตอนนี้สวมชุดสีขาวไม่หนาไม่บางจนเกินไป แต่เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกายของนางเป็นจำนวนมากจากการออกกำลังกายทำให้ชุดสีขาวของนางเปียกโชก เนื้อผ้า

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบห้าตรงๆ 

    "ถงถง เจ้าก็ไม่ดื่มหรือ?"ฟางซูมองหลี่ถงถงที่เอาแต่กินอาหารไม่สนใจแตะสุราเลย ทำให้ชายหนุ่มนักปราชญ์เกิดความสงสัย "ตอนนี้อยู่ในช่วงอดของข้าน่ะ เจ้าดื่มเลย"หลี่ถงถงตอบพลางยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มดับกระหาย "งั้นเหลือแค่ข้ากับฟางซูงั้นสินะที่ดื่ม"หนิงอันกล่าวอย่างรู้สึกเสียดายที่ดื่มกันแค่สองคนในสี่คน "...จะว่าไปช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีคนพบเห็นปีศาจออกมาเคลื่อนไหวใกล้ๆนิกายด้วยล่ะ"ฟางซูเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยกสุราขึ้นมาดื่ม "ปีศาจหรือ?"อวี้ซือเหลียงหันไปถามฟางซูอย่างตกใจ "ใช่ ในข่าวลือบอกว่าเมื่อวันก่อนมีศิษย์สาขาอักขระอาคมสามคนที่กำลังกลับมาจากทำภารกิจ แล้วบังเอิญพบกับปีศาจประเภทเผ่าพันธ์เงาทมิฬกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวมาทางฝั่งของนิกาย มีจำนวนประมาณหลายสิบตน ทั้งสามคนนั้นจึงรีบไปแจ้งผู้อาวุโสของนิกาย ทางผู้อาวุโสจึงได้เร่งออกไปตรวจสอบแต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย"ฟางซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ศิษย์พวกนั้นอาจจะกุเรื่องขึ้นมาก็ได้มิใช่รึ?"หนิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย "ข้าว่าก็อาจจะเป็นไปได้"ฟางซูพยักหน้าตอบรับคำของหนิงอัน "เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องท

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสี่ ก่อกวน

    "ถงถง ข้าสอบผ่านแล้วนะ! ท่านอาจารย์ให้รางวัลที่สามารถผ่านเป็นคู่แรกได้ด้วย!!!"หนิงอันยกถังหูลู่(ผลไม้เคลือบน้ำตาล)ขึ้นมาและยื่นให้หลี่ถงถงหนึ่งไม้ "เจ้าเก่งยิ่งนัก สมกับเป็นอันอัน"หลี่ถงถงลูบศีรษะของหนิงอันอย่างอ่อนโยนพลางระบายยิ้มออกมา "แล้วพวกเจ้าจะไปสอบยามใดหรือถงถง"อวี้ซือเหลียงถามหลี่ถงถงอย่างสงสัย พลางหันไปมองฉีหานฟงที่ยืนอยู่เงียบๆข้างๆ "ข้าเรียนรู้ได้ช้า คงอีกสามวันจึงจะไปได้" เมื่อได้ยินหลี่ถงถงกล่าวหนิงอันก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่ถงถงอย่างสงสัย เรียนรู้ช้าหรือ? "จริงด้วยสิ ฟางซูฝากบอกว่าวันนี้จะพาพวกเราไปเดินเล่นในย่านการค้าของนิกาย มีใครอยากไปบ้าง?"หลี่ถงถงถามเงยหน้าทุกคน "ข้าไปๆ!"หนิงอันเป็นคนแรกที่ยกมือตอบคนแรกด้วยน้ำเสียงที่ดังสดใส "ข้าไปด้วย"อวี้ซือเหลียงพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทีสดใสของหนิงอัน "เจ้าล่ะ?"หลี่ถงถงหันไปถามฉีหานฟงที่ยืนมองตนเงียบๆ ชายหนุ่มมองหลี่ถงถงด้วยสายตาเย็นชา ยามนี้นางยังทำตัวเป็นปกติได้อีกงั้นหรือ? เมื่อเห็นว่าฉีหานฟงไม่ตอบ ทั้งสามก็มองฉีหานฟงอย่างสงสัย หลี่ถงถงเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆแสยะยิ้มออกมา อะไรเนี่ย? เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกของตั

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสามแผนลอบฆ่า

    สมกับเป็นเหล่าอัจฉริยะซะจริงๆ...หลี่ถงถงมองภาพที่ทุกคนกำลังร่ายรำกระบวนท่าได้อย่างชำนาญภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยาม แม้ฟางซูและหนิงอันจะดูยังเก้ๆกังๆอยู่แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับการฝึกครั้งแรก อยู่ท่ามกลางอัจฉริยะเช่นนี้ทำเอาลำบากใจไม่น้อยเลยนะเนี่ย...หลี่ถงเอ่ยในใจพลางเปลี่ยนกระบวนท่าร่ายรำ "ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิดเลยนะ..."หนิงอันเอ่ยพลางยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะเปลี่ยนกระบวนท่าไปอีกหนึ่งกระบวน ดูเหมือนนางจะมีพรสวรรค์ไม่น้อยหน้าใครเลย... "ข้าก็ว่าเช่นนั้น"ฟางซูเอ่ยต่อจากหนิงอันด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม อวี้ซือเหลียงเองก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ส่วนฉีหานฟงก็พยักหน้าตั้งแต่ที่หนิงอันกล่าวแล้ว "ดูเหมือนว่าจะมีข้าเพียงคนเดียวที่คิดว่ามันยากนะเนี่ย..."หลี่ถงถงแสร้งทำเป็นว่าตนไม่สามารถร่ายรำกระบวนท่าได้ เพื่อชีวิตที่ไม่เป็นจุดเด่น ข้าจะต้องทำตัวอ่อนแอเข้าไว้...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ข้าจะช่วยนะถงถง!"หนิงอันหันมากล่าวกับหลี่ถงถงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลี่ถงถงมองหนิงอันด้วยสายตาเรียบเฉยพลางพยักหน้ารับน้ำใจนางเบาๆ ...สมกับเป็นนางเอกนิยายจริงๆ ทั้งห้าร่วมกันฝึกฝนเช่นนี้กันทุกวัน

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสอง คู่หู  

    "...การต่อสู้ พละกำลังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ว่าก็ต้องควบคู่ไปพร้อมกับปัญญา แม้สาขาของเราจะเน้นไปที่การต่อสู้ไม่อาจไปเทียบเคียงกับสาขาที่เน้นความละเอียดอ่อนอย่างสาขาอื่น แต่พวกเราก็ต้องหัดที่จะอ่อนน้อมไม่แข็งทื่อจนเกินไป""พลังลมปราณภายในกายของทุกคนต้องใช้สมองในการขับเคลื่อนพลัง หากพวกเจ้าไม่หัดควบคุมอารมณ์ของตัวเองพวกเจ้าก็จะไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้""การที่ข้าได้ให้พวกเจ้านำแท่งเหล็กไปหัก ก็เพื่อให้พวกเจ้าเรียนรู้ในสิ่งพวกนี้ คนที่สามารถหักแท่งเหล็กนี้ได้จะต้องสามารถควบคุมพลังปราณของตนได้ควบคู่ไปกับพลังกาย""คนที่สามารถหักแท่งเหล็กได้จงนำแท่งเหล็กที่ถูกหักมาส่งคืนให้กับข้า ส่วนคนที่ยังทำไม่ได้ก็จงนำเอาไปฝึกฝนต่อเสีย"​​​​​ท่านอาจารย์กล่าวจบทุกคนก็รีบทำตามที่ท่านบอกทันที หลี่ถงถงเดินนำแท่งเหล็กที่หักไปวางในกล่องไม้หน้าชั้นเรียนพร้อมคนในห้องแต่ในระหว่างที่ถอยหลังออกจะเดินหันกลับเข้าที่ ก็บังเอิญชนเข้ากับแผ่นอกหนาของคนคนหนึ่งจากด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ ​​​​​​มือหนาของคนข้างหลังจับแขนของหลี่ถงถงเพื่อพยุงรับหลี่ถงถงอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยถามคนชนเสียงอ่อนนุ่ม "ไม่เป็นอะไรนะแม่นา

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบเอ็ด ทดสอบ

    หลายวันต่อมา... หลี่ถงถงที่เอาแต่อ่านตำรามาตลอดหลายวันลืมเรื่องที่ว่าตนจะเข้าห้องเรียนเพื่อไปสำรวจคนในห้องไปเลย วันนี้เป็นวันรวมตัวของศิษย์ทุกคนในสาขา เพื่อไปทำแบบทดสอบและรับบทเรียนบทใหม่จากท่านอาจารย์ "ถงถงเราไปกันเถอะ"หนิงอันหันมาเอ่ยกับสหายที่เพิ่งจัดที่นอนเสร็จ "อืม" ทั้งสองเร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องเรียนด้วยความเร็วเพราะใกล้จะเข้าเรียนสายแล้ว ให้ตายเถอะ! ไม่น่าตื่นสายเลยเรา หลี่ถงถงเอ่ยในใจ เมื่อมาถึงห้องเรียนหลี่ถงถงก็รีบวิ่งปรี่ตรงไปที่โต๊ะเรียนของตนทันที ด้านข้างมีฉีหานฟงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว "มาสายขนาดนี้ คงมัวแต่นอนอืดอยู่สินะ"ชายหนุ่มปากกล้าเอ่ยแขวะหญิงสาวทันทีที่เห็นว่านางมาถึง"ก็ดีกว่าคนตื่นเร็วแต่ลืมมารยาทเอาไว้ในฝันนั่นแหละ"หลี่ถงถงเอ่ยตอบโต้กลับอย่างไม่คิดยอมแพ้ "ปากเก่งจริงนะ" "ก็น้อยกว่าเจ้าแล้วกัน" ตั้งแต่วันนั้นในป่า ฉีหานฟงก็ได้ลืมนิสัยสุภาพและเผยนิสัยที่แท้จริงของตนออกมาให้ข้าได้เห็น คงเป็นเพราะข้ารู้เนื้อแท้ของเขาแล้ว เขาจึงไม่คิดที่จะเก็บมารยาทของตัวเองต่อหน้าของข้า ซึ่งมันก็น่ารำคาญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่เมื่อทุกทีที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะพูดจาแดกดันหาเร

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่เก้า อุ้ม

    หลังจากที่ทำแผลให้ฉีหานฟงเสร็จ หลี่ถงถงก็ได้พยุงร่างชายหนุ่มขึ้นเพื่อที่จะพาออกไปจากป่า ขนาดตัวของฉีหานฟงนั้นไม่ใช่เล็กๆ ทั้งยังหนักมากจนหลี่ถงถงต้องลำบากไม่น้อย "ให้ตายสิ! ปกติฉากแบบนี้มีแต่บุรุษช่วยพยุงร่างสตรีที่ได้รับบาดเจ็บมิใช่รึ? แล้วเหตุใดข้าจึงได้ต้องมาแบกบุรุษอกสามซอกเช่นนี้ด้วย? โลก

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่แปด ฝากไว้ก่อน

    "เจ้าไหวมั้ย!?"หลี่ถงถงหันไปถามกับฉีหานฟงที่กำลังถูกงูอสรพิษสีมรกตจำนวนหนึ่งไล่ต้อน "อึก!!!!"ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เพราะตอนนี้ไม่อาจที่จะต่อต้านการโจมตีของงูอสรพิษสีมรกตได้อีกแล้ว ฉึก!!! งูอสรพิษสีมรกตตัวหนึ่งใช้เกล็ดของมันเป็นอาวุธขนาดเล็กและได้คว้างเกล็ดนั้นใส่ที่ท้องของฉีหานฟงโดยที่ฉีหานฟงไม่สาม

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่เจ็ด พวกคนดี

    หลี่ถงถงเดินกลับไปที่จุดนัดรวมตัวพร้อมกับฟางซูที่เดินอยู่ข้างๆ "ถงถง!!!"หนิงอันที่เห็นว่าหลี่ถงถงเดินกลับมาแล้วก็รีบลุกขึ้นจากม้านั่งที่มีสองหนุ่มนั่งประกบซ้ายขวาทันที ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาหลี่ถงถงดูเหมือนจะอึดอัดมากเลยสินะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ มันคือชะตากรรมของนางเอกนี่นา...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ฟางซูเกิด

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่หก บาดเจ็บ

    เมื่อตกลงรวมกลุ่มกันเสร็จ ทั้งห้าก็แยกย้ายกันไปเตรียมของเพื่อใช้ในการเดินทางทำภารกิจ หลี่ถงถงได้อาสาเป็นคนทำเรื่องยื่นขอทำภารกิจเพราะมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับคนผู้หนึ่งด้วย "...เจ้า?" "ยินดีที่ได้พบนะ..." หลี่ถงถงเอ่ยกับคนที่นั่งหันหน้ามามองตนอย่างตกใจ หลายชั่วยามผ่านไป... ถึงเวลาเดินทางออกทำภา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status