Mag-log in"ฉันกับเธอคงมีได้แค่งานหมั้นเท่านั้นแหละ ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ฉันจะถอนหมั้นทันที เพราะฉันไม่ได้รักเธอและไม่คิดจะรัก"
view moreปริ๊นซ์ อายุ 28 ปี
เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู ถูกแม่บังคับให้หมั้นกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้า มิว อายุ 22 ปี เธอต้องหมั้นกับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างนิยาย "ฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน" "มีห้องนอนห้องเดียวเหรอ" "มีสามห้องนอน แต่แม่กำชับมาว่าฉันกับเธอจะต้องนอนห้องเดียวกัน" "ค่ะ" "ฉันมีผู้หญิงที่ฉันชอบอยู่คนนึง ฉันชอบเขามานานหลายปีแล้ว" "ใครเหรอ" "เขาเป็นเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกับฉัน และเขาก็คือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากจะแต่งงานด้วย" "งั้นการที่คุณมาหมั้นกับฉันเพราะคุณถูกแม่บังคับใช่ไหม" "ใช่" "อืม ฉันเข้าใจแล้ว" "ผู้ชายคนนั้นใคร!" "เพื่อนค่ะ" "เพื่อนแน่เหรอ" "แน่ค่ะ" "เมื่อกี้ฉันได้ยินเพื่อนเธอบอกว่าชอบเธอ แล้วมันหมายความว่าไง" . . . . . . . . . . . . . . บ้านกัมพล เจ้าของใบหน้าสวยใสในวัยยี่สิบสองปีที่ตอนนี้ได้เรียนจบปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถงใหญ่ ซึ่งฝั่งตรงข้ามของเธอก็มีพ่อของเธอและสายชลภรรยาของพ่อเธอนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมตามประสาที่อยู่ต่อหน้าเธอ "ฉันจะให้เวลาแกสองอาทิตย์เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่" กัมพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แววตาของเขาไร้ซึ่งความเมตตาเจือปนอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย "ค่ะ" มิวรับคำด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอรู้สึกชินไปเสียแล้วกับท่าทีของพ่อตัวเองเวลาต้องคุยกับเธอเฉพาะเวลาที่จำเป็น ถ้าไม่จำเป็นเขาก็จะไม่คุยกับเธอ "ออกไปจากที่นี่แล้วก็อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก เพราะฉันกับเมียฉันจะไม่ต้อนรับแก" "ค่ะ" "ในวันที่แกออกไปจากที่นี่ฉันจะไม่ให้เงินแกแม้แต่บาทเดียว เพราะที่ฉันต้องฝืนใจให้ที่อยู่ ให้ข้าวให้น้ำแกมาเป็นเวลายี่สิบกว่าปีฉันก็สิ้นเปลืองมากพอแล้ว" "..." เธอจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็นพ่อของเธอแต่เขาไม่เคยคิดกับเธอว่าเป็นลูกด้วยซ้ำ ก่อนจะปรายตาไปมองยังหญิงวัยกลางคนที่นั่งข้างพ่อของเธอซึ่งตอนนี้หล่อนเบะปากแสดงสีหน้าสะใจเธออยู่ และเธอก็รู้สึกชินกับภาพเหตุการณ์แบบนี้มานานมากแล้วจนไม่อยากจะเก็บเอามาใส่ใจ "แกจะต้องไปหาที่อยู่วันนี้เลย ถ้าหาที่อยู่ได้วันนี้แกก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้เลย" "ค่ะ" ก่อนที่หญิงวัยกลางคนผู้ที่ไม่เคยเป็นมิตรกับเธอตั้งแแต่หล่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่จะพูดขึ้นด้วยท่าทีเกลียดชังเธอ "งั้นแกก็ออกไปเลยสิ จะมัวนั่งโง่อยู่ทำไมล่ะ เขาไล่แล้วยังไม่ไปอีก" พูดพร้อมกับเบะปากเย้ยหยัน "..." มิวจ้องมองไปยังชายหญิงวัยกลางคนด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะลุกออกจากโซฟาแล้วเข้าห้องนอนไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินอยู่สองพันกว่าบาทและออกจากบ้านไปขึ้นรถเมย์หน้าปากซอย จุดหมายปลายทางคือไปหาห้องเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเธอต่อไป ถึงพ่อของเธอจะเป็นคนที่มีฐานะดีแต่เธอก็มีชีวิตไม่ต่างจากคนหาเช้ากินค่ำทั่วๆไป เพราะเธอต้องทำงานหาเงินใช้เอง ตอนเธออายุสิบสามปีแม่ทิ้งเธอไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่ 'แม่จะไปไหน' 'ฉันจะไม่อยู่กับพ่อของแกอีกแล้ว ฉันจะไปอยู่กับคนที่ฉันรัก' 'แล้วแม่ไม่รักมิวเหรอ' 'ฉันไม่ได้รักแก' '...' 'แกอยู่กับพ่อแกไปเถอะ ส่วนฉันจะไปอยู่กับผัวฉัน' 'พามิวไปด้วยได้ไหมแม่' 'โอ๊ย! ฉันไม่เอาแกไปเป็นภาระของฉันหรอกนะ และที่สำคัญผัวฉันไม่ชอบเด็ก' 'มิวรักแม่นะคะ' 'แต่ฉันไม่ได้รักแก ถึงแกจะเป็นลูกฉันแต่ฉันก็ไม่ได้รักแก' '...' เธอถึงกับสะอึกและจุกอกเมื่อได้ยินที่แม่พูดออกมาตรงๆแบบนั้น ก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลลงมาอาบสองแก้มใสโดยไร้เสียงสะอื้น 'แกฟังฉันให้ดีนะมิวว่าแกเกิดมาจากความไม่พร้อมของฉันกับพ่อแก พ่อแกกับฉันไม่ได้ต้องการจะมีลูก แต่เป็นเพราะว่าตอนนั้นฉันพลาดท้อง ฉันกับพ่อแกตั้งใจจะไปเอาแกออก แต่พอไปถึงที่ทำแท้งด้วยความที่ฉันกลัวเจ็บฉันก็เลยจำเป็นต้องเก็บแกไว้ไง' '...' ยิ่งได้ฟังเรื่องจริงจากปากของแม่เธอ เธอจึงเข้าใจได้ในทันทีเลยว่าเพราะอะไรที่ผ่านมาพ่อกับแม่เธอจึงไม่เคยให้ความใส่ใจอะไรเธอเลย นมสักหยดเธอก็ไม่เคยได้รับจากอกของแม่ พ่อกับแม่ไม่เคยกอดเธอสักครั้งเท่าที่เธอจำความได้ เธอไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่ของเธอ จะมีก็แต่ป้าอ้อนเท่านั้นที่กอดเธอ อุ้มเธอ เพราะป้าอ้อนเป็นคนที่เลี้ยงเธอมา ป้าอ้อนเล่าว่าเธอนอนกับป้าอ้อนตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล จนอายุเจ็ดปีป้าอ้อนก็ฝึกให้เธอนอนคนเดียว ตอนเรียนอนุบาลป้าอ้อนไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียนด้วยการขึ้นรถเมย์หรือบางทีก็นั่งรถไฟฟ้าจนกระทั่งเธอจบปอหก พอขึ้นมอหนึ่งป้าอ้อนก็ฝึกให้เธอไปกลับโรงเรียนเองโดยการขึ้นรถเมย์และรถไฟฟ้าจนกระทั่งเธอเรียนจบ 'ฉันจะไปอยู่กับผัวฉัน ส่วนแกก็เข้าบ้านไปสิ และห้ามโทรไปหาฉันเด็ดขาด' พูดจบ แม่ของมิวก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถของสามีใหม่ของเธอ ปล่อยให้เด็กสาววัยสิบสามปียืนอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดและเสียใจ ก่อนที่อ้อนจะเข้ามากอดปลอบใจเธอและพาเธอเข้าบ้านไป หลังจากนั้นหนึ่งเดือนพ่อของเธอก็มีภรรยาใหม่ทันทีและพาเข้ามาอยู่ในบ้าน ภรรยาใหม่ของพ่อชื่อสายชล พ่อรักและหลงสายชลมาก ไม่ว่าสายชลจะพูดอะไรพ่อเธอก็เชื่อและทำตามทุกอย่าง จนกระทั่งเธออายุได้สิบแปดปีพ่อก็ให้เธอออกไปหางานทำ พ่อบอกว่าเธอจะต้องหาเงินใช้เอง รวมถึงค่าเทอมเธอก็ต้องเป็นคนจ่ายเอง พ่อบอกว่าถ้าหาเงินจ่ายค่าเทอมเองไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียน พอเรียนจบมอหกเธอก็สอบชิงทุนเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอดีใจมากเพราะจะไม่ต้องจ่ายค่าเทอม เพราะฉะนั้นเงินที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ก็ได้นำมาใช้จ่ายในการไปเรียน ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเธอจะไปเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านขายไอศกรีมในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนวันเสาร์กับวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เธอจะไปทำงานเป็นแคชเชียร์ในร้านสะดวกซื้อที่อยู่หน้าปากซอย ในวันโรงเรียนเปิดเธอจะตื่นตั้งแต่ตีสี่อาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินไปขึ้นรถเมย์หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน พ่อไม่เคยถามไม่เคยใส่ใจเธอว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง จะมีก็แต่ป้าอ้อนผู้ที่เป็นแม่บ้านและเลี้ยงเธอมาเท่านั้นที่คอยเป็นห่วงและคอยถามไถ่เธอทุกวัน แต่สิ่งที่เธอคิดว่ายังดีอยู่บ้างนิดหน่อยก็คงเป็นเรื่องที่เธอยังได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นและมีข้าวให้เธอกินทุกวัน แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องออกมาจากบ้านหลังนั้น ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไร เพราะในชีวิตของเธอไม่เคยได้พบเจอกับความสุขอยู่แล้ว จนวันที่แม่ทิ้งไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่และได้รู้ความจริงจากปากแม่ว่าเธอไม่ได้เป็นลูกที่พ่อกับแม่ต้องการ นั่นมันจึงทำให้ความรู้สึกของเธอดิ่งลึกลงไปจนทำให้เธอกลายเป็นคนเงียบและไม่ค่อยอยากพูดกับใคร จะมีก็แต่ป้าอ้อนเท่านั้นที่เธอคุยด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นใจหลายเดือนต่อมาตอนนี้มิวได้คลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้ชาย ตอนนี้อายุได้เก้าเดือนแล้ววันนี้คนเป็นพ่อกับคนเป็นแม่พาลูกออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้ากัน ปริ๊นซ์อุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนแกร่งแล้วเดินดูนั่นดูนี่ ก่อนจะพาไปนั่งตรงโซนที่เด็กเล่นเครื่องเล่นกัน ส่วนแม่ของลูกขอตัวไปซื้อข้าวของเคลื่องใช้ในบ้าน"รอให้ลูกโตก่อนนะครับลูกถึงจะเล่นได้" ปริ๊นซ์ก้มพูดกับลูกน้อยที่เขาให้นั่งบนตัก ก่อนที่เด็กน้อยตัวอวบจะดิ้นขยุกขยิกอยากลงเมื่อเห็นเด็กคนอื่นเล่นเครื่องเล่นกัน"เย่น..." เสียงเล็กของลูกชายเปล่งออกมาไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่เขาก็พอจะฟังออกว่าลูกพูดอะไร เย่นหมายถึงเล่นนั่นเอง"ลูกยังเล่นไม่ได้นะครับ" เรียวปากหนาบอกกับลูกชายตัวเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางมือหนาลูบหัวเล็กของลูกด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่ลูกอยากเล่น แต่เล่นไม่ได้ก่อนที่ร่างสวยของแม่ของลูกจะรุนรถเข็นมายังคนเป็นพ่อของลูกที่นั่งอุ้มลูกน้อยตัวอวบขาวอยู่"เรากลับกันเถอะค่ะพี่ปริ๊นซ์""ได้ของครบแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อลูกอ่อนหันถามยังภรรยาตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงน่าฟัง"ได้ครบแล้วค่ะ""งั้นก็กลับกันเถอะ" พูดจบ ปริ๊นซ์ที่ให้ลูก
หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของปริ๊นซ์กับมิวที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและอบอุ่นได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อตอนหัวค่ำ และตอนนี้คู่บ่าวสาว หรือเรียกอีกอย่างว่าสามีภรรยา ได้เดินทางมาถึงบ้านแล้ว เมื่อเข้ามาในห้องนอน ปริ๊นซ์ก็จัดการรูดซิปชุดแต่งงานของมิวลงไปจนถึงเอวคอด จากนั้นก็ปลดชุดแต่งงานสีขาวงาช้างออกไปจากร่างสวย ก่อนที่มือเรียวจะจับชุดไว้ พร้อมกับเอ่ยบอกไป"พี่ปริ๊นซ์ไปหยิบผ้าขนหนูมาให้มิวก่อนสิคะ มิวไม่อยากล่อนจ้อนค่ะ""พี่อยากเห็นมิวแก้ผ้ามากกว่ามิวใส่ผ้าซะอีก" ยิ้มอบอุ่น"พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ""ไม่เบื่อเลย แต่พี่กลับชอบด้วยซ้ำ ยิ่งสองสามเดือนมานี้พี่ไม่ค่อยได้เห็นมิวแก้ผ้าเลย" ตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง เขาก็เพลาๆเรื่องนั้นลง ไม่ทำบ่อยเหมือนตอนก่อนท้อง เพราะเขาอยากให้เลยช่วงท้องอ่อนๆไปก่อนถึงจะทำให้บ่อยขึ้น"คืนนี้พี่อยากทำไหมคะ" เรียวปากสีหวานถามอย่างเอาอกเอาใจ เธอก็เห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน เพราะพอเขารู้ว่าเธอท้อง เขาก็ลดเรื่องนั้นลง เนื่องจากว่าเป็นห่วงลูกในท้อง ทั้งที่ก่อนท้องเขาจะมีอะไรกับเธอบ่อยมากจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้วสำหรับเขา"อยากสิ พี่อยากมาเป็นอาทิตย์แล้ว" หนึ่งอาทิ
"แล้วปรายก็มีแฟนแล้วด้วย""ใครเหรอคะแฟนพี่ปราย" ร่างเล็กผละออกจากร่างหนา แล้วเอ่ยถาม"เขาสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นตากล้องน่ะ""อ๋อค่ะ""ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะ""ค่ะ""หมอบอกว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยถาม พลางฝ่ามือใหญ่ลูบไปบนหน้าท้องแบนราบของคนเป็นแม่ของลูกเบาๆ"สี่สัปดาห์ค่ะ" ตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน"ก็อีกแปดเดือนสินะที่ลูกของเราจะคลอดออกมา" เขาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มและสีหน้ามีความสุข"ค่ะ""หิวไหม""มิวไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นอาหารก็เหม็นไปหมด""แล้วทีนี้จะกินอะไรดีล่ะ..." ทำท่าครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ"หรือว่ากินผลไม้ไหม ผลไม้ไม่น่าจะมีกลิ่นนะ""ลองดูก็ได้ค่ะ""งั้นฉันออกไปซื้อก่อนนะ เธอจะไปกับฉันด้วยไหม""มิวไปด้วยก็ได้ค่ะ อยากนั่งรถเที่ยว" "งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าจบ ปริ๊นซ์ก็จับมือสวยของมิว แล้วพากันออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยด้านกัมพลหลังจากที่กัมพลรู้ผลตรวจว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่ออาทิตย์ก่อน และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ส่วนสายชลก็ออกจากบ้านไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะเธ
บริษัทปริ๊นซ์มิวสาวเท้าเข้ามาภายในบริษัทนำเข้ารถหรูขนาดใหญ่ของเขา แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกที่มีหลายสิบชั้น มิวก้าวขาออกจากลิฟต์และเดินไปยังห้องทำงานของเขา ก็เห็นว่ามีเลขาสาวอายุราวสามสิบกว่าปีนั่งอยู่หน้าห้องของเขา เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงทักทายพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มตามประสา"สวัสดีค่ะ ฉันมาหาพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""ท่านประธานออกไปทานข้าวกับคุณปรายยังไม่กลับมาเลยค่ะ" เลขาสาวตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร แล้วเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ""ฉันชื่อมิวเป็นคู่หมั้นของพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""อ๋อค่ะ พอดีดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเองค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าท่านประธานมีคู่หมั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าคุณปรายเป็นแฟนของท่านประธานซะอีก เพราะสองเดือนที่ฉันทำงานอยู่ที่นี่ ฉันเห็นว่าคุณปรายมาหาท่านประธานเกือบทุกวัน แล้วก็ออกไปทานข้าวด้วยกันค่ะ""..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป พลางจุกหน่วงอยู่ในใจเมื่อรู้ว่าเขากับพี่ปรายเจอกันทุกวัน โดยที่เธอไม่ได้รู้เลย"ถ้าอย่างนั้นคุณมิวเข้าไปนั่งรอท่านประธานในห้องก่อนก็ได้นะคะ ไม่นานท่านประธา