Partager

บทที่ห้า รวมกลุ่ม

Auteur: Jtnpng
last update Date de publication: 2025-07-18 20:19:30

ในนิกายเป่ยซาน เงินที่ใช้จะเป็นแกนพลังในการแลกเปลี่ยน โดยที่ทองหรือเงินจากโลกภายนอกนั้นใช้กับที่นี่ไม่ได้ เพราะที่นี่ใช้แกนพลังในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น เพื่อความเท่าเทียมกันของศิษย์ในนิกาย และแกนพลังนั้นยังสามารถใช้ในการบ่มเพาะพลังได้อีกด้วย 

วันนี้หลี่ถงถงจึงได้ไปที่กระดานภารกิจเพื่อจะหางานทำเงินมาใช้บ่มเพาะพลังและใช้แลกเปลี่ยนของอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ 

แต่ว่าภารกิจง่ายๆกลับถูกเหล่าศิษย์ใหม่เก็บเรียบไปหมดแล้ว เหลือแต่ภารกิจยากๆที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง 

ชีวิตก็มีแค่ครั้งเดียว ใครมันจะไปกล้าเสี่ยงกัน? 

"เฮ้อ...มีแต่ภารกิจยากๆเลย..."หนิงอันเอ่ยออกมาอย่างเศร้าใจ 

หนิงอันเองก็ออกมาพร้อมกับหลี่ถงถง และก็ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเริ่มจะใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้ว 

"เอาภารกิจนี้ดีรึไม่?"หลี่ถงถงชี้ไปที่ป้ายภารกิจหนึ่ง หนิงอันหันไปอ่านทันที 

"เก็บดอกเบญจมาศทองหรือ? แต่มันอันตรายนะถงถง ที่นั่นมีสัตว์อสูรที่มีพลังแข็งแกร่งเยอะมาก" 

หลี่ถงถงคิดตาม ลำพังแค่ข้าตัวคนเดียวมันก็ทำได้สะดวกอยู่หรอกนะ แต่ว่าหนิงอันนางคงจะอยากไปด้วยแน่ๆ...

"เอาเช่นนี้ เรามาหาสมาชิกเพิ่มดีหรือไม่? สักสองสามคน รวมกลุ่มกันไว้ก็ได้มิใช่หรือ?"หลี่ถงถงออกความเห็น 

หนิงอันพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในตอนนั้นเองก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาทักทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มร่าเริง 

ผมสีบลอนด์ทอง นัยตาสีเขียวมรกตบ่งบอกว่าคนตรงหน้ามาจากเชื้อสายตระกูลฟางเป็นแน่ และคนคนนี้ถ้าจำไม่ผิด...

คงจะเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของนิกายในอนาคต 'ฟางซู'งั้นสินะ...หลี่ถงถงคิดในใจ 

"ยินดีที่ได้พบนะสาวๆ ข้ามีนามว่าฟางซู! เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าจะตั้งกลุ่มไปทำภารกิจ ไม่ทราบว่าข้าขอเข้าร่วมด้วยได้หรือไม่?"ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกล่าวพลางหันไปขยิบตาให้หนิงอันเพื่อโปรยเสน่ห์ 

ช่างแพรวพราวไม่ผิดจากเนื้อหานิยายเลย...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ 

"นี่ถงถง...เจ้าคิดว่าอย่างไร? รับเขาเข้าร่วมด้วยดีหรือไม่?"หนิงอันหันมากระซิบถามหลี่ถงถงพลางมองไปที่ฟางซูอย่างเกร็งๆ 

หลี่ถงถงมองฟางซูอย่างละเอียด ถึงเขาจะติดเล่น ดูตลกเฮฮา และดูขาดความจริงจังกับชีวิต แต่เขาก็มีฝีมือซ่อนเร้นอยู่มาก อีกทั้งเขาก็กำลังปกปิดพลังและตัวตนที่แท้จริงของตนอยู่... 

น่าสนใจแฮะ 

"ได้สิ... ข้าหลี่ถงถงเจ้าคงเคยได้ยินชื่อเสียงของข้ามาบ้างแล้ว"หลี่ถงถงตอบตกลงพลางกล่าวแนะนำตัวเองกลับ 

ฟางซูมองหลี่ถงถงอย่างวิเคราะห์ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนท่าทีแสร้งทำเป็นคนร่าเริง

"ยินดีที่ได้รู้จัก! ชื่อเสียงของเจ้าไม่ใช่เล่นๆจริงๆนั่นล่ะฮ่าๆๆ! ส่วนแม่นางคนนี้...คงจะเป็นแม่นางหนิงผู้งดงามอันดับหนึ่งของเหล่าศิษย์รุ่นใหม่งั้นสินะ"ฟางซูหันไปเอ่ยทักทายหนิงอันพลางหยอดวาจาแสนหวานให้นาง

หนิงอันถอยห่างจากฟางซูอย่างหวาดระแวงพลางเอ่ยตอบรับ"อื้ม...ข้าหนิงอัน ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

"ทีนี้ก็เหลืออีกสองคนงั้นสินะ เจ้าพอจะมีคนแนะนำรึไม่คุณชายฟาง?"หลี่ถงถงหันไปถามฟางซูอย่างสุภาพ 

ฟางซูคิ้วกระตุกก่อนจะเอ่ยออกมากลบเกลื่อนอาการประหม่า"แหม...แม่นางหลี่! เจ้าก็สุภาพกับข้าเกินไป เรียกข้าว่าฟางซูเถอะ" 

นางรู้งั้นสินะว่าข้ามาจากตระกูลฟางที่หายสิ้นไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไร...จะประมาทไม่ได้...ฟางซูเอ่ยในใจพลางมองไปที่หลี่ถงถงอย่างระมัดระวัง 

"ได้สิ เจ้าก็เรียกข้าว่าหลี่ถงถงเถอะ"หลี่ถงถงแสยะยิ้มออกมาอย่างสงบ 

"ส่วนข้า เจ้าเรียกว่าหนิงอันได้เลยนะฟางซู"หนิงอันเอ่ยต่อจากหลี่ถงถง 

"โอ้! ขอบคุณยิ่งนักหนิงอัน! แล้วก็...ข้าไม่มีคนแนะนำหรอกนะเพราะตั้งแต่เข้าเรียนมาข้าก็ไม่มีคนคบเลย..." 

"ข้าขอเข้าร่วมด้วยได้หรือไม่?"อวี้ซือเหลียงเดินเข้ามาหาทั้งสามพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม 

หืม? อวี้ซือเหลียงด้วยหรือ? งั้นก็ดีเลย...หลี่ถงถงเอ่ยในใจพลางมองไปที่หนิงอันที่หันหน้าไปมองอวี้ซือเหลียงด้วยท่าทีเอียงอาย 

"..."เอิ่ม...ก็นางเป็นผู้หญิงนี่นะ...(เจ้าก็เป็นผู้หญิงเฟ้ย!) 

"ถะ...ถงถง..."หนิงอันกอดแขนของหลี่ถงถงพลางเอียงหน้ามองอวี้ซือเหลียง ท่าทางของนางทำให้คนแถวนั้นรับดาเมจไม่ไหวจนต้องทรุดตัวลงกุมหัวใจของตนแน่น 

หลี่ถงถงถอนหายใจก่อนจะหันไปกล่าวกับอวี้ซือเหลียงเสียงเรียบ"ในเมื่อหนิงอันต้องการเช่นนั้นข้าก็ขอรับท่านเข้าร่วมกลุ่มด้วย ท่านคงจะรู้จักข้าอยู่แล้ว เรียกข้าว่าหลี่ถงถงเจ้าคะ" 

"ขอบคุณนะหลี่ถงถง เจ้าเองก็ไม่ต้องสุภาพกับข้าหรอกนะ เรียกข้าว่าอวี้ซือเหลียงได้เลย"อวี้ซือเหลียงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มๆ 

"อืม...งั้นเราก็ตั้งกลุ่มเพียงแค่นี้แล้ว..." 

"ช้าก่อน! ข้าขอร่วมด้วย!"จู่ๆฉีหานฟงก็เดินเข้ามาขอเข้าร่วมด้วยอีกคน 

หลี่ถงถงมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา ถ้ามีฉีหานฟงเข้าร่วมด้วยเรื่องคงได้วุ่นวายมากเป็นแน่... 

แต่ว่าจู่ๆก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของหลี่ถงถงทำให้หลี่ถงถงเผลอแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาครู่หนึ่งก่อนจะหุบหายไปอย่างรวดเร็ว

"หนิงอัน...เจ้าคิดว่าอย่างไร ให้เขาเข้าร่วมด้วยดีรึไม่?"หลี่ถงถงหันไปถามคนกอดแขนของตนเสียงเบา 

"เอ่อ...ข้า..."หนิงอันหันไปมองฉีหานฟงอย่างนึกลังเล ท่าทีเช่นนั้นของนางทำให้ฉีหานฟงรู้สึกใจเสียเป็นอย่างมาก 

หลี่ถงถงยกมือขึ้นปิดปากที่กลั่นรอบยิ้มของตนเอาไว้ ฟางซูที่รู้ทันหลี่ถงถงก็แอบหันหน้าไปหัวเราะออกมาเบาๆอย่างตลกขบขัน 

"ดะ...ได้สิฉีหานฟง เจ้าจะเข้าร่วมด้วยก็ได้"ในที่สุดหนิงอันที่ลังเลใจอยู่นานก็เอ่ยตอบรับ ทำเอาฉีหานฟงยิ้มร่าขึ้นมาทันที 

"จริงหรือ!? ขอบคุณนะหนิงอัน!"ฉีหานฟงเอ่ยออกมาอย่างดีใจ

ท่าทีเช่นนั้นของฉีหานฟงทำให้หลี่ถงถงขำออกมาเบาๆอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ ส่วนฟางซูก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างปิดไว้ไม่มิด ทำเอาทั้งสองคนโดนฉีหานฟงมองค้อนตาเขียวปัดเลยทีเดียว 

น่าตลกยิ่งนักให้ตายสิ ฮ่าๆๆๆ! หลี่ถงถงกล่าวในใจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบหก ไม่รู้จักอาย

    ณ เนินเขาสูงหลังหอพักของเหล่าศิษย์นิกายเป่ยซานมีร่างหญิงสาวร่างหนึ่งกำลังทำสมาธิในท่าหกสูงบนเนินเขาหลังหอพัก โดยใช้แขนข้างเดียวในการยึดทรงตัวกับพื้นส่วนแขนอีกข้างถูกนำไปไคว้หลัง การทรงตัวที่นิ่งสงบดั่งสายน้ำ แข็งแกร่งยากจะทำได้ง่าย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมไปด้วยความเงียบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ฟึบ!!! จู่ๆก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีร่างบางที่กำลังทำท่าหกสูง แต่ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะมาเฉือนร่าง ร่างบางของสตรีก็พลิกหลบคมกระบี่อย่างง่ายดายอ่อนช้อย "อรุณสวัสดิ์เจ้าบ้า"หลี่ถงถงที่พลิกตัวหลบเปลี่ยนท่าเป็นนั่งขัดสมาธิเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักทายคนที่หมายจะเอาชีวิตของตนด้วยน้ำเสียงสดใส "ชิ!"ฉีหานฟงสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่หลี่ถงถงก่อนจะฟันกระบี่ไปที่ร่างของนางอีกครั้ง แต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม "เกือบแล้วนะอีกนิด วันพรุ่งนี้ก็มาพยายามด้วยกันอีกนะสหาย"หลี่ถงถงตีลังกาหลบอย่างสวยงามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีสงบ "..."ฉีหานฟงเงียบพลางมองร่างของหลี่ถงที่ตอนนี้สวมชุดสีขาวไม่หนาไม่บางจนเกินไป แต่เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกายของนางเป็นจำนวนมากจากการออกกำลังกายทำให้ชุดสีขาวของนางเปียกโชก เนื้อผ้า

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบห้าตรงๆ 

    "ถงถง เจ้าก็ไม่ดื่มหรือ?"ฟางซูมองหลี่ถงถงที่เอาแต่กินอาหารไม่สนใจแตะสุราเลย ทำให้ชายหนุ่มนักปราชญ์เกิดความสงสัย "ตอนนี้อยู่ในช่วงอดของข้าน่ะ เจ้าดื่มเลย"หลี่ถงถงตอบพลางยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มดับกระหาย "งั้นเหลือแค่ข้ากับฟางซูงั้นสินะที่ดื่ม"หนิงอันกล่าวอย่างรู้สึกเสียดายที่ดื่มกันแค่สองคนในสี่คน "...จะว่าไปช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีคนพบเห็นปีศาจออกมาเคลื่อนไหวใกล้ๆนิกายด้วยล่ะ"ฟางซูเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยกสุราขึ้นมาดื่ม "ปีศาจหรือ?"อวี้ซือเหลียงหันไปถามฟางซูอย่างตกใจ "ใช่ ในข่าวลือบอกว่าเมื่อวันก่อนมีศิษย์สาขาอักขระอาคมสามคนที่กำลังกลับมาจากทำภารกิจ แล้วบังเอิญพบกับปีศาจประเภทเผ่าพันธ์เงาทมิฬกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวมาทางฝั่งของนิกาย มีจำนวนประมาณหลายสิบตน ทั้งสามคนนั้นจึงรีบไปแจ้งผู้อาวุโสของนิกาย ทางผู้อาวุโสจึงได้เร่งออกไปตรวจสอบแต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย"ฟางซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ศิษย์พวกนั้นอาจจะกุเรื่องขึ้นมาก็ได้มิใช่รึ?"หนิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย "ข้าว่าก็อาจจะเป็นไปได้"ฟางซูพยักหน้าตอบรับคำของหนิงอัน "เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องท

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสี่ ก่อกวน

    "ถงถง ข้าสอบผ่านแล้วนะ! ท่านอาจารย์ให้รางวัลที่สามารถผ่านเป็นคู่แรกได้ด้วย!!!"หนิงอันยกถังหูลู่(ผลไม้เคลือบน้ำตาล)ขึ้นมาและยื่นให้หลี่ถงถงหนึ่งไม้ "เจ้าเก่งยิ่งนัก สมกับเป็นอันอัน"หลี่ถงถงลูบศีรษะของหนิงอันอย่างอ่อนโยนพลางระบายยิ้มออกมา "แล้วพวกเจ้าจะไปสอบยามใดหรือถงถง"อวี้ซือเหลียงถามหลี่ถงถงอย่างสงสัย พลางหันไปมองฉีหานฟงที่ยืนอยู่เงียบๆข้างๆ "ข้าเรียนรู้ได้ช้า คงอีกสามวันจึงจะไปได้" เมื่อได้ยินหลี่ถงถงกล่าวหนิงอันก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่ถงถงอย่างสงสัย เรียนรู้ช้าหรือ? "จริงด้วยสิ ฟางซูฝากบอกว่าวันนี้จะพาพวกเราไปเดินเล่นในย่านการค้าของนิกาย มีใครอยากไปบ้าง?"หลี่ถงถงถามเงยหน้าทุกคน "ข้าไปๆ!"หนิงอันเป็นคนแรกที่ยกมือตอบคนแรกด้วยน้ำเสียงที่ดังสดใส "ข้าไปด้วย"อวี้ซือเหลียงพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทีสดใสของหนิงอัน "เจ้าล่ะ?"หลี่ถงถงหันไปถามฉีหานฟงที่ยืนมองตนเงียบๆ ชายหนุ่มมองหลี่ถงถงด้วยสายตาเย็นชา ยามนี้นางยังทำตัวเป็นปกติได้อีกงั้นหรือ? เมื่อเห็นว่าฉีหานฟงไม่ตอบ ทั้งสามก็มองฉีหานฟงอย่างสงสัย หลี่ถงถงเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆแสยะยิ้มออกมา อะไรเนี่ย? เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกของตั

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสามแผนลอบฆ่า

    สมกับเป็นเหล่าอัจฉริยะซะจริงๆ...หลี่ถงถงมองภาพที่ทุกคนกำลังร่ายรำกระบวนท่าได้อย่างชำนาญภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยาม แม้ฟางซูและหนิงอันจะดูยังเก้ๆกังๆอยู่แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับการฝึกครั้งแรก อยู่ท่ามกลางอัจฉริยะเช่นนี้ทำเอาลำบากใจไม่น้อยเลยนะเนี่ย...หลี่ถงเอ่ยในใจพลางเปลี่ยนกระบวนท่าร่ายรำ "ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิดเลยนะ..."หนิงอันเอ่ยพลางยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะเปลี่ยนกระบวนท่าไปอีกหนึ่งกระบวน ดูเหมือนนางจะมีพรสวรรค์ไม่น้อยหน้าใครเลย... "ข้าก็ว่าเช่นนั้น"ฟางซูเอ่ยต่อจากหนิงอันด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม อวี้ซือเหลียงเองก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ส่วนฉีหานฟงก็พยักหน้าตั้งแต่ที่หนิงอันกล่าวแล้ว "ดูเหมือนว่าจะมีข้าเพียงคนเดียวที่คิดว่ามันยากนะเนี่ย..."หลี่ถงถงแสร้งทำเป็นว่าตนไม่สามารถร่ายรำกระบวนท่าได้ เพื่อชีวิตที่ไม่เป็นจุดเด่น ข้าจะต้องทำตัวอ่อนแอเข้าไว้...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ข้าจะช่วยนะถงถง!"หนิงอันหันมากล่าวกับหลี่ถงถงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลี่ถงถงมองหนิงอันด้วยสายตาเรียบเฉยพลางพยักหน้ารับน้ำใจนางเบาๆ ...สมกับเป็นนางเอกนิยายจริงๆ ทั้งห้าร่วมกันฝึกฝนเช่นนี้กันทุกวัน

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสอง คู่หู  

    "...การต่อสู้ พละกำลังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ว่าก็ต้องควบคู่ไปพร้อมกับปัญญา แม้สาขาของเราจะเน้นไปที่การต่อสู้ไม่อาจไปเทียบเคียงกับสาขาที่เน้นความละเอียดอ่อนอย่างสาขาอื่น แต่พวกเราก็ต้องหัดที่จะอ่อนน้อมไม่แข็งทื่อจนเกินไป""พลังลมปราณภายในกายของทุกคนต้องใช้สมองในการขับเคลื่อนพลัง หากพวกเจ้าไม่หัดควบคุมอารมณ์ของตัวเองพวกเจ้าก็จะไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้""การที่ข้าได้ให้พวกเจ้านำแท่งเหล็กไปหัก ก็เพื่อให้พวกเจ้าเรียนรู้ในสิ่งพวกนี้ คนที่สามารถหักแท่งเหล็กนี้ได้จะต้องสามารถควบคุมพลังปราณของตนได้ควบคู่ไปกับพลังกาย""คนที่สามารถหักแท่งเหล็กได้จงนำแท่งเหล็กที่ถูกหักมาส่งคืนให้กับข้า ส่วนคนที่ยังทำไม่ได้ก็จงนำเอาไปฝึกฝนต่อเสีย"​​​​​ท่านอาจารย์กล่าวจบทุกคนก็รีบทำตามที่ท่านบอกทันที หลี่ถงถงเดินนำแท่งเหล็กที่หักไปวางในกล่องไม้หน้าชั้นเรียนพร้อมคนในห้องแต่ในระหว่างที่ถอยหลังออกจะเดินหันกลับเข้าที่ ก็บังเอิญชนเข้ากับแผ่นอกหนาของคนคนหนึ่งจากด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ ​​​​​​มือหนาของคนข้างหลังจับแขนของหลี่ถงถงเพื่อพยุงรับหลี่ถงถงอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยถามคนชนเสียงอ่อนนุ่ม "ไม่เป็นอะไรนะแม่นา

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบเอ็ด ทดสอบ

    หลายวันต่อมา... หลี่ถงถงที่เอาแต่อ่านตำรามาตลอดหลายวันลืมเรื่องที่ว่าตนจะเข้าห้องเรียนเพื่อไปสำรวจคนในห้องไปเลย วันนี้เป็นวันรวมตัวของศิษย์ทุกคนในสาขา เพื่อไปทำแบบทดสอบและรับบทเรียนบทใหม่จากท่านอาจารย์ "ถงถงเราไปกันเถอะ"หนิงอันหันมาเอ่ยกับสหายที่เพิ่งจัดที่นอนเสร็จ "อืม" ทั้งสองเร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องเรียนด้วยความเร็วเพราะใกล้จะเข้าเรียนสายแล้ว ให้ตายเถอะ! ไม่น่าตื่นสายเลยเรา หลี่ถงถงเอ่ยในใจ เมื่อมาถึงห้องเรียนหลี่ถงถงก็รีบวิ่งปรี่ตรงไปที่โต๊ะเรียนของตนทันที ด้านข้างมีฉีหานฟงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว "มาสายขนาดนี้ คงมัวแต่นอนอืดอยู่สินะ"ชายหนุ่มปากกล้าเอ่ยแขวะหญิงสาวทันทีที่เห็นว่านางมาถึง"ก็ดีกว่าคนตื่นเร็วแต่ลืมมารยาทเอาไว้ในฝันนั่นแหละ"หลี่ถงถงเอ่ยตอบโต้กลับอย่างไม่คิดยอมแพ้ "ปากเก่งจริงนะ" "ก็น้อยกว่าเจ้าแล้วกัน" ตั้งแต่วันนั้นในป่า ฉีหานฟงก็ได้ลืมนิสัยสุภาพและเผยนิสัยที่แท้จริงของตนออกมาให้ข้าได้เห็น คงเป็นเพราะข้ารู้เนื้อแท้ของเขาแล้ว เขาจึงไม่คิดที่จะเก็บมารยาทของตัวเองต่อหน้าของข้า ซึ่งมันก็น่ารำคาญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่เมื่อทุกทีที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะพูดจาแดกดันหาเร

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่เก้า อุ้ม

    หลังจากที่ทำแผลให้ฉีหานฟงเสร็จ หลี่ถงถงก็ได้พยุงร่างชายหนุ่มขึ้นเพื่อที่จะพาออกไปจากป่า ขนาดตัวของฉีหานฟงนั้นไม่ใช่เล็กๆ ทั้งยังหนักมากจนหลี่ถงถงต้องลำบากไม่น้อย "ให้ตายสิ! ปกติฉากแบบนี้มีแต่บุรุษช่วยพยุงร่างสตรีที่ได้รับบาดเจ็บมิใช่รึ? แล้วเหตุใดข้าจึงได้ต้องมาแบกบุรุษอกสามซอกเช่นนี้ด้วย? โลก

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่แปด ฝากไว้ก่อน

    "เจ้าไหวมั้ย!?"หลี่ถงถงหันไปถามกับฉีหานฟงที่กำลังถูกงูอสรพิษสีมรกตจำนวนหนึ่งไล่ต้อน "อึก!!!!"ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เพราะตอนนี้ไม่อาจที่จะต่อต้านการโจมตีของงูอสรพิษสีมรกตได้อีกแล้ว ฉึก!!! งูอสรพิษสีมรกตตัวหนึ่งใช้เกล็ดของมันเป็นอาวุธขนาดเล็กและได้คว้างเกล็ดนั้นใส่ที่ท้องของฉีหานฟงโดยที่ฉีหานฟงไม่สาม

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่เจ็ด พวกคนดี

    หลี่ถงถงเดินกลับไปที่จุดนัดรวมตัวพร้อมกับฟางซูที่เดินอยู่ข้างๆ "ถงถง!!!"หนิงอันที่เห็นว่าหลี่ถงถงเดินกลับมาแล้วก็รีบลุกขึ้นจากม้านั่งที่มีสองหนุ่มนั่งประกบซ้ายขวาทันที ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาหลี่ถงถงดูเหมือนจะอึดอัดมากเลยสินะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ มันคือชะตากรรมของนางเอกนี่นา...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ฟางซูเกิด

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่หก บาดเจ็บ

    เมื่อตกลงรวมกลุ่มกันเสร็จ ทั้งห้าก็แยกย้ายกันไปเตรียมของเพื่อใช้ในการเดินทางทำภารกิจ หลี่ถงถงได้อาสาเป็นคนทำเรื่องยื่นขอทำภารกิจเพราะมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับคนผู้หนึ่งด้วย "...เจ้า?" "ยินดีที่ได้พบนะ..." หลี่ถงถงเอ่ยกับคนที่นั่งหันหน้ามามองตนอย่างตกใจ หลายชั่วยามผ่านไป... ถึงเวลาเดินทางออกทำภา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status