Share

บทที่เก้า อุ้ม

Author: Jtnpng
last update Last Updated: 2025-11-18 11:06:15

หลังจากที่ทำแผลให้ฉีหานฟงเสร็จ หลี่ถงถงก็ได้พยุงร่างชายหนุ่มขึ้นเพื่อที่จะพาออกไปจากป่า

ขนาดตัวของฉีหานฟงนั้นไม่ใช่เล็กๆ ทั้งยังหนักมากจนหลี่ถงถงต้องลำบากไม่น้อย

"ให้ตายสิ! ปกติฉากแบบนี้มีแต่บุรุษช่วยพยุงร่างสตรีที่ได้รับบาดเจ็บมิใช่รึ? แล้วเหตุใดข้าจึงได้ต้องมาแบกบุรุษอกสามซอกเช่นนี้ด้วย? โลกช่างไม่ยุติธรรม!"ร่างบางบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดนัยตาทับทิมหันมองทางข้างหน้าอย่างเบื่อหน่าย

"ข้าก็ไม่อยากได้รับความช่วยเหลือจากสตรีที่ไร้เสน่ห์เช่นเจ้าเหมือนกันนั่นแหละ!"ฉีหานฟงเอ่ยตอบกลับอย่างไม่พอใจ

"กล่าวเช่นนี้เดินเองเลยมั้ย?"หลี่ถงถงเหลือบสายตาไปมองตัวภาระอย่างฉีหานฟงที่ถูกพยุงอยู่พลางเอ่ยเสียงเรียบ

"ชิ!"ชายหนุ่มหันหน้าหนีเพราะไม่สามารถตอบโต้อะไรกลับไปได้

"ถ้าเปลี่ยนจากข้าเป็นหนิงอัน ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะทำเช่นไร?"หลี่ถงถงหันหน้ากลับมามองทางและพาฉีหานฟงเดินต่อไปอย่างช้าๆเพราะกลัวว่าบาดแผลของเขาจะฉีกขาดเพิ่มอีก

ชายหนุ่มคิดตามคำกล่าวของหลี่ถงถง หากตอนนี้เป็นหนิงอัน ตนคงไม่ยอมให้นางมาแบกข้าเช่นนี้แน่ และคงจะฝืนตนอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้นางมาลำบาก...

"แล้วที่เจ้าบอกว่าจะช่วยให้ข้าได้ใกล้ชิดกับหนิงอัน เจ้าจะทำอย่างไร?"ฉีหานฟงเปลี่ยนเรื่องและเอ่ยถามถึงข้อตกลงที่หลี่ถงถงได้ให้กับตนเอาไว้ก่อนหน้านี้

หญิงสาวเบ้ปากก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด"บุรุษเช่นพวกเจ้าเนี่ย สนใจแต่เรื่องไร้สาระซะจริง..."

"รีบบอกมาอย่าเปลี่ยนเรื่อง!"เสียงทุ่มดังขึ้นอย่างขัดใจ ที่หลี่ถงถงเอาแต่เอ่ยเหน็บแนมตน

"เฮ้อ...พ่อแม่ส่งให้มาเรียนแท้ๆ วันๆเอาแต่คิดเรื่องรักๆใคร่ๆไม่ตั้งใจเรียน..."หลี่ถงถงแสร้งทำเป็นเหนื่อยใจก่อนจะรีบเอ่ยต่อเมื่อจู่ๆก็มีรังสีอำมหิตส่งมาจากร่างของชายหนุ่มร่างแกร่ง

"ข้าจะช่วยเจ้าแค่ครั้งเดียวนะ ไม่มีครั้งที่สอง"

เมื่อได้ยินว่าจะช่วยฉีหานฟงก็รีบพยักหน้าตอบรับทันทีอย่างเร่งรีบ จนหลี่ถงถงอดส่ายหน้าอย่างเอือมระอาไม่ได้

"รีบกล่าวมา!"

"เจ้าจะรีบร้อนไปทำไม หืม!? นั่นมันดอกเบญจมาศสีทองนี่!!!"หลี่ถงถงที่กำลังพูดจู่ๆสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกเบญจมาศสีทองที่กำลังชูช่ออยู่หลายดอกหลายต้น

โชคดีชะมัด!!!

หลี่ถงถงวางร่างของฉีหานฟงลงพิงกับต้นไม้ใหญ่ข้างๆก่อนจะรีบไปเก็บเกี่ยวเอาดอกไม้ใส่แหวนมิติที่ใช้เก็บของแทนกระเป๋าได้

ขนาดดอกของดอกเบญจมาศสีทองนั้นใหญ่เท่าฝ่ามือสองข้าง ลักษณะกลม กลีบดอกจะซ้อนๆ กันหลายชั้น

"เจ้าจะเอาไปแบ่งผู้อื่นด้วยหรือไม่?"ฉีหานฟงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย พลางมองหลี่ถงถงเด็ดดอกเบญจมาศสีทองอร่ามใส่แหวนมิติอย่างร่าเริง

"จะแบ่งทำไม ข้าไม่ใช่จิตอาสาเสียหน่อย"หลี่ถงถงเอ่ยตอบตามที่ตนคิด

เมื่อได้ยินคำตอบอันแสนเถรตรงของหลี่ถงถงฉีหานฟงก็หัวเราะออกมา หากเป็นคนอื่น ก็คงจะตอบอ้อมโลกไปเสียแล้ว ไม่มีทางกล่าวเช่นหลี่ถงถงแน่

"ช่างเป็นคนที่น่าอิจฉาเสียจริง ที่สามารถเอ่ยตามอารมณ์ความรู้สึกโดยไม่คิดปิดบังเอาไว้ได้"ฉีหานฟงทิ้งแรงพิงต้นไม้อย่างผ่อนคลาย

หลี่ถงถงที่กำลังเก็บเกี่ยวดอกไม้อยู่ก็เอ่ยตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

"เพราะว่าข้าเป็นอันธพาลที่มีอำนาจยังไงเล่า ไม่เหมือนพวกเจ้าที่มีอำนาจแต่วันๆไม่คิดจะใช้ แล้วก็เอาแต่เสแสร้งแกล้งทำจนไม่สามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาได้อีกแล้ว สมน้ำหน้า!"

ฉีหานฟงหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกขบขันกับคำกล่าวของสตรีตรงหน้า จะมีสักกี่คนกันเชียวที่จะกล้าเอ่ยออกมาตามตรงเช่นนี้

"บนโลกนี้คงมีแต่เจ้าคนเดียวแล้วมั้งที่คิดเช่นนี้"ฉีหานฟงเอ่ยถากถางแต่ไม่สามารถทำให้หลี่ถงถงรู้สึกอะไรเลย

"แน่นอนสิ ก็มีข้าแค่คนเดียวบนโลกนี้นี่ ข้าเก็บเสร็จแล้วไปกันเถอะ"หลี่ถงถงปัดมือของตนเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปพยุงร่างของฉีหานฟงขึ้นมาจากพื้นเพื่อจะเดินทางต่อ

ทั้งสองเร่งเดินทางกันต่อ โดยเลี่ยงทางที่ใช้ต่อสู้เมื่อครู่ให้มากที่สุด

เมื่อเดินทางมาถึงขอบชายป่า ทั้งสองก็หยุดลงเพราะมีแม่น้ำขวางทางเอาไว้

"จะเอาอย่างไรต่อ? เลี่ยงทางอื่นมีหวังเจองูอสรพิษสีมรกตอีกแน่"หลี่ถงถงหันไปถามฉีหานฟงอย่างสงสัย

"..."ชายหนุ่มเงียบ

ทางเดียวที่จะสามารถข้ามผ่านไปได้คือการเหาะข้ามไปเพราะไม่สามารถแหวกว่ายน้ำข้ามไปได้

ปกติก็ทำได้แหละ แต่ว่าเจ้าตัวร้ายนี่ดันมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่จะให้ถูกน้ำไม่ได้นี่สิ...หลี่ถงถงถอนหายใจ

แกร๊บ...!

"!?"จู่ๆก็มีเสียงกิ่งไม้หักใกล้ๆ ดูเหมือนว่าต้องรีบแล้ว!

หลี่ถงถงไม่พูดพร่ำทำเพลงก้มลงสอดแขนข้างหนึ่งหลังเข่าของฉีหานฟง แขนอีกข้างประคองหลังของร่างแกร่งก่อนที่จะออกแรงยกอุ้มชายหนุ่มขึ้นมาในท่าเจ้าสาว

"หลี่ถงถงนี่เจ้า!!!!"ฉีหานฟงตกใจกับสิ่งที่หญิงสาวทำพลางพยายามดิ้นรนให้หลี่ถงถงปล่อยตนลงจากท่าที่น่าอายนี้!

"โอ้ย! อยู่เฉยๆก่อนได้มั้ย!? พวกสัตว์อสูรมันแห่มากันแล้วเจ้าสัมผัสไม่ได้หรือ!?"หลี่ถงถงตวาดใส่หน้าของคนที่ถูกอุ้มก่อนจะเรียกดาบของตนให้ลอยขึ้นระดับเข่า

ฉีหานฟงหันไปมองข้างหลังของหลี่ถงถงเห็นว่ามีเงาของงูขนาดใหญ่อยู่จึงยอมอยู่เฉยๆตามคำสั่งของหลี่ถงถง

"เกาะข้าแน่นๆนะ"หลี่ถงถงเอ่ยจบก็กระโดดขึ้นบนดาบทันทีและสั่งให้ดาบบินหาตนข้ามฝั่งของแม่น้ำไป

ฉีหานฟงที่ไม่มีทางเลือกก็ได้คล้องคอของหลี่ถงถงเพื่อยึดเกาะไม่ให้ตนตก

ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของข้า มันแปดเปี้อนซะแล้ว! ฉีหานฟงเอ่ยคร่ำครวญในใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบหก ไม่รู้จักอาย

    ณ เนินเขาสูงหลังหอพักของเหล่าศิษย์นิกายเป่ยซานมีร่างหญิงสาวร่างหนึ่งกำลังทำสมาธิในท่าหกสูงบนเนินเขาหลังหอพัก โดยใช้แขนข้างเดียวในการยึดทรงตัวกับพื้นส่วนแขนอีกข้างถูกนำไปไคว้หลัง การทรงตัวที่นิ่งสงบดั่งสายน้ำ แข็งแกร่งยากจะทำได้ง่าย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมไปด้วยความเงียบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ฟึบ!!! จู่ๆก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีร่างบางที่กำลังทำท่าหกสูง แต่ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะมาเฉือนร่าง ร่างบางของสตรีก็พลิกหลบคมกระบี่อย่างง่ายดายอ่อนช้อย "อรุณสวัสดิ์เจ้าบ้า"หลี่ถงถงที่พลิกตัวหลบเปลี่ยนท่าเป็นนั่งขัดสมาธิเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักทายคนที่หมายจะเอาชีวิตของตนด้วยน้ำเสียงสดใส "ชิ!"ฉีหานฟงสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่หลี่ถงถงก่อนจะฟันกระบี่ไปที่ร่างของนางอีกครั้ง แต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม "เกือบแล้วนะอีกนิด วันพรุ่งนี้ก็มาพยายามด้วยกันอีกนะสหาย"หลี่ถงถงตีลังกาหลบอย่างสวยงามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีสงบ "..."ฉีหานฟงเงียบพลางมองร่างของหลี่ถงที่ตอนนี้สวมชุดสีขาวไม่หนาไม่บางจนเกินไป แต่เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกายของนางเป็นจำนวนมากจากการออกกำลังกายทำให้ชุดสีขาวของนางเปียกโชก เนื้อผ้า

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบห้า ตรงๆ  

    "ถงถง เจ้าก็ไม่ดื่มหรือ?"ฟางซูมองหลี่ถงถงที่เอาแต่กินอาหารไม่สนใจแตะสุราเลย ทำให้ชายหนุ่มนักปราชญ์เกิดความสงสัย "ตอนนี้อยู่ในช่วงอดของข้าน่ะ เจ้าดื่มเลย"หลี่ถงถงตอบพลางยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มดับกระหาย "งั้นเหลือแค่ข้ากับฟางซูงั้นสินะที่ดื่ม"หนิงอันกล่าวอย่างรู้สึกเสียดายที่ดื่มกันแค่สองคนในสี่คน "...จะว่าไปช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีคนพบเห็นปีศาจออกมาเคลื่อนไหวใกล้ๆนิกายด้วยล่ะ"ฟางซูเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยกสุราขึ้นมาดื่ม "ปีศาจหรือ?"อวี้ซือเหลียงหันไปถามฟางซูอย่างตกใจ "ใช่ ในข่าวลือบอกว่าเมื่อวันก่อนมีศิษย์สาขาอักขระอาคมสามคนที่กำลังกลับมาจากทำภารกิจ แล้วบังเอิญพบกับปีศาจประเภทเผ่าพันธ์เงาทมิฬกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวมาทางฝั่งของนิกาย มีจำนวนประมาณหลายสิบตน ทั้งสามคนนั้นจึงรีบไปแจ้งผู้อาวุโสของนิกาย ทางผู้อาวุโสจึงได้เร่งออกไปตรวจสอบแต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย"ฟางซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ศิษย์พวกนั้นอาจจะกุเรื่องขึ้นมาก็ได้มิใช่รึ?"หนิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย "ข้าว่าก็อาจจะเป็นไปได้"ฟางซูพยักหน้าตอบรับคำของหนิงอัน "เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องท

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสี่ ก่อกวน

    "ถงถง ข้าสอบผ่านแล้วนะ! ท่านอาจารย์ให้รางวัลที่สามารถผ่านเป็นคู่แรกได้ด้วย!!!"หนิงอันยกถังหูลู่(ผลไม้เคลือบน้ำตาล)ขึ้นมาและยื่นให้หลี่ถงถงหนึ่งไม้ "เจ้าเก่งยิ่งนัก สมกับเป็นอันอัน"หลี่ถงถงลูบศีรษะของหนิงอันอย่างอ่อนโยนพลางระบายยิ้มออกมา "แล้วพวกเจ้าจะไปสอบยามใดหรือถงถง"อวี้ซือเหลียงถามหลี่ถงถงอย่างสงสัย พลางหันไปมองฉีหานฟงที่ยืนอยู่เงียบๆข้างๆ "ข้าเรียนรู้ได้ช้า คงอีกสามวันจึงจะไปได้" เมื่อได้ยินหลี่ถงถงกล่าวหนิงอันก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่ถงถงอย่างสงสัย เรียนรู้ช้าหรือ? "จริงด้วยสิ ฟางซูฝากบอกว่าวันนี้จะพาพวกเราไปเดินเล่นในย่านการค้าของนิกาย มีใครอยากไปบ้าง?"หลี่ถงถงถามเงยหน้าทุกคน "ข้าไปๆ!"หนิงอันเป็นคนแรกที่ยกมือตอบคนแรกด้วยน้ำเสียงที่ดังสดใส "ข้าไปด้วย"อวี้ซือเหลียงพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทีสดใสของหนิงอัน "เจ้าล่ะ?"หลี่ถงถงหันไปถามฉีหานฟงที่ยืนมองตนเงียบๆ ชายหนุ่มมองหลี่ถงถงด้วยสายตาเย็นชา ยามนี้นางยังทำตัวเป็นปกติได้อีกงั้นหรือ? เมื่อเห็นว่าฉีหานฟงไม่ตอบ ทั้งสามก็มองฉีหานฟงอย่างสงสัย หลี่ถงถงเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆแสยะยิ้มออกมา อะไรเนี่ย? เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกของตั

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสาม แผนลอบฆ่า  

    สมกับเป็นเหล่าอัจฉริยะซะจริงๆ...หลี่ถงถงมองภาพที่ทุกคนกำลังร่ายรำกระบวนท่าได้อย่างชำนาญภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยาม แม้ฟางซูและหนิงอันจะดูยังเก้ๆกังๆอยู่แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับการฝึกครั้งแรก อยู่ท่ามกลางอัจฉริยะเช่นนี้ทำเอาลำบากใจไม่น้อยเลยนะเนี่ย...หลี่ถงเอ่ยในใจพลางเปลี่ยนกระบวนท่าร่ายรำ "ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิดเลยนะ..."หนิงอันเอ่ยพลางยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะเปลี่ยนกระบวนท่าไปอีกหนึ่งกระบวน ดูเหมือนนางจะมีพรสวรรค์ไม่น้อยหน้าใครเลย... "ข้าก็ว่าเช่นนั้น"ฟางซูเอ่ยต่อจากหนิงอันด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม อวี้ซือเหลียงเองก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ส่วนฉีหานฟงก็พยักหน้าตั้งแต่ที่หนิงอันกล่าวแล้ว "ดูเหมือนว่าจะมีข้าเพียงคนเดียวที่คิดว่ามันยากนะเนี่ย..."หลี่ถงถงแสร้งทำเป็นว่าตนไม่สามารถร่ายรำกระบวนท่าได้ เพื่อชีวิตที่ไม่เป็นจุดเด่น ข้าจะต้องทำตัวอ่อนแอเข้าไว้...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ข้าจะช่วยนะถงถง!"หนิงอันหันมากล่าวกับหลี่ถงถงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลี่ถงถงมองหนิงอันด้วยสายตาเรียบเฉยพลางพยักหน้ารับน้ำใจนางเบาๆ ...สมกับเป็นนางเอกนิยายจริงๆ ทั้งห้าร่วมกันฝึกฝนเช่นนี้กันทุกวัน

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสอง คู่หู  

    "...การต่อสู้ พละกำลังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ว่าก็ต้องควบคู่ไปพร้อมกับปัญญา แม้สาขาของเราจะเน้นไปที่การต่อสู้ไม่อาจไปเทียบเคียงกับสาขาที่เน้นความละเอียดอ่อนอย่างสาขาอื่น แต่พวกเราก็ต้องหัดที่จะอ่อนน้อมไม่แข็งทื่อจนเกินไป""พลังลมปราณภายในกายของทุกคนต้องใช้สมองในการขับเคลื่อนพลัง หากพวกเจ้าไม่หัดควบคุมอารมณ์ของตัวเองพวกเจ้าก็จะไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้""การที่ข้าได้ให้พวกเจ้านำแท่งเหล็กไปหัก ก็เพื่อให้พวกเจ้าเรียนรู้ในสิ่งพวกนี้ คนที่สามารถหักแท่งเหล็กนี้ได้จะต้องสามารถควบคุมพลังปราณของตนได้ควบคู่ไปกับพลังกาย""คนที่สามารถหักแท่งเหล็กได้จงนำแท่งเหล็กที่ถูกหักมาส่งคืนให้กับข้า ส่วนคนที่ยังทำไม่ได้ก็จงนำเอาไปฝึกฝนต่อเสีย"​​​​​ท่านอาจารย์กล่าวจบทุกคนก็รีบทำตามที่ท่านบอกทันที หลี่ถงถงเดินนำแท่งเหล็กที่หักไปวางในกล่องไม้หน้าชั้นเรียนพร้อมคนในห้องแต่ในระหว่างที่ถอยหลังออกจะเดินหันกลับเข้าที่ ก็บังเอิญชนเข้ากับแผ่นอกหนาของคนคนหนึ่งจากด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ ​​​​​​มือหนาของคนข้างหลังจับแขนของหลี่ถงถงเพื่อพยุงรับหลี่ถงถงอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยถามคนชนเสียงอ่อนนุ่ม "ไม่เป็นอะไรนะแม่นา

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบเอ็ด ทดสอบ

    หลายวันต่อมา... หลี่ถงถงที่เอาแต่อ่านตำรามาตลอดหลายวันลืมเรื่องที่ว่าตนจะเข้าห้องเรียนเพื่อไปสำรวจคนในห้องไปเลย วันนี้เป็นวันรวมตัวของศิษย์ทุกคนในสาขา เพื่อไปทำแบบทดสอบและรับบทเรียนบทใหม่จากท่านอาจารย์ "ถงถงเราไปกันเถอะ"หนิงอันหันมาเอ่ยกับสหายที่เพิ่งจัดที่นอนเสร็จ "อืม" ทั้งสองเร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องเรียนด้วยความเร็วเพราะใกล้จะเข้าเรียนสายแล้ว ให้ตายเถอะ! ไม่น่าตื่นสายเลยเรา หลี่ถงถงเอ่ยในใจ เมื่อมาถึงห้องเรียนหลี่ถงถงก็รีบวิ่งปรี่ตรงไปที่โต๊ะเรียนของตนทันที ด้านข้างมีฉีหานฟงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว "มาสายขนาดนี้ คงมัวแต่นอนอืดอยู่สินะ"ชายหนุ่มปากกล้าเอ่ยแขวะหญิงสาวทันทีที่เห็นว่านางมาถึง"ก็ดีกว่าคนตื่นเร็วแต่ลืมมารยาทเอาไว้ในฝันนั่นแหละ"หลี่ถงถงเอ่ยตอบโต้กลับอย่างไม่คิดยอมแพ้ "ปากเก่งจริงนะ" "ก็น้อยกว่าเจ้าแล้วกัน" ตั้งแต่วันนั้นในป่า ฉีหานฟงก็ได้ลืมนิสัยสุภาพและเผยนิสัยที่แท้จริงของตนออกมาให้ข้าได้เห็น คงเป็นเพราะข้ารู้เนื้อแท้ของเขาแล้ว เขาจึงไม่คิดที่จะเก็บมารยาทของตัวเองต่อหน้าของข้า ซึ่งมันก็น่ารำคาญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่เมื่อทุกทีที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะพูดจาแดกดันหาเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status