เข้าสู่ระบบหลังจากใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่มารุตก็พาร่างบอบบางออกมาจากโรงพยาบาลได้สำเร็จตามใจคิด แต่ท้องถนนยามบ่ายแก่ๆก็ไม่ได้ทำให้การจราจรในเมืองกรุงสามารถขยับเคลื่อนตัวไปได้มากมายอย่างที่คิดคำนวณไว้ โดยเฉพาะเมื่อรวมกับฝนฟ้าที่ดูไม่ค่อยให้ความร่วมมือนักในความรู้สึกของมารุต
ความคิดของสารถีจำเป็นยังไม่ทันจางหายไป สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาจนการจราจรติดขัดในชั่วพริบตา สุดท้ายก็กลายเป็นตัวเขาเอง ที่ต้องติดอยู่กับนางมารร้ายในคราบนางฟ้าเพียงลำพังบนท้องถนนที่ไร้หนทางหลบหนี
“เมื่อกี้ พี่ลมตั้งใจช่วยผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม” น้ำเสียงที่ติดจะขัดใจเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไปนานกว่าชั่วโมง
“ถ้าใช่ แล้วจะทำไม?” มารุตตอบกลับเสียงเรียบ ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องท้องถนนและสายฝนที่ซัดกระหน่ำราวกับว่าภาพเหล่านั้นน่าดึงดูดใจกว่าคนข้างกายเป็นไหนๆ
“ถ้าใช่ ต่อจากนี้...ผู้หญิงคนนั้นคงอยู่ไม่สงบสุขเท่าไร” เธอตอบด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ไม่น้อย ราวกับเด็กเกเรที่เพิ่งพบของเล่นถูกใจก็ไม่ปาน
“พลอยชมพู!” มารุตตำหนิเสียงเข้ม รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเสียเฉยๆเมื่อแลกเปลี่ยนวาจากับหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย ทั้งที่พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น
“ใช่ค่ะ พลอยชมพู...กลัวลืมชื่อเหรอคะ? เรียกซะดังเชียว” เธอบอกเสียงหวาน ราวกับไม่ใส่ใจท่าทีขุ่นเคืองของคนข้างกาย
‘เพราะถึงอย่างไร มารุตก็ไม่กล้าโยนเธอลงจากรถเป็นแน่’
“ถ้าคุณรังแกเขา ผมจะไม่พูดกับคุณอีก” มารุตบอกออกไปในที่สุดหลังจากเงียบนาน
“ขู่ได้น่ากลัวมาก! คิดว่าพลอยจะแคร์?” เธอตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“คุณก็ลองทำดูสิ”คนพูดจริงทำจริงตอบกลับเสียงเรียบ
พลอยชมพูเม้มปากเข้าหากันอย่างคนถูกขัดใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้สิ่งใดออกมาอีก ทั้งสองยังคงนั่งอยู่บนรถท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดไม่ขยับเขยื่อน เช่นเดียวกับความคิดของคนทั้งคู่ ที่ดูจะจมดิ่งลงไปอยู่ในห้วงความรู้สึกของตนเอง
“เปิดเพลงได้ไหม” เป็นพลอยชมพูที่เอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเอื้อมมือไปยังปุ่มเปิดเครื่องเสียงบนรถทันที แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือบอบบางถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน
มารุตก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านปลายนิ้วมือในทันทีที่สัมผัสโดนมือนุ่มนิ่มที่เอื้อมมา และดูเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆเมื่อครู่ จะส่งผลมากกว่าที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะหัวใจของเขากลับเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“ถ้าขอ คุณก็ต้องรอให้เจ้าของรถอนุญาตก่อน ถ้าพูดแล้วทำเลยเขาเรียกไม่มีมารยาท” หลังจากขับไล่อารมณ์ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกตีรวนขึ้นมาอย่างไร้เห็นผลออกไปได้ เจ้าของรถก็เอ่ยสิ่งที่คิดออกมาทันที
“ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น เพราะยังไงพี่ลมก็ต้องอนุญาตอยู่แล้ว” เธอตอบกลับตามใจคิด
“อย่างน้อยก็ต้องรอคำอนุญาตก่อน” แม้สิ่งที่คนข้างกายว่าจะถูกต้องทุกอย่าง แต่มารุตก็เลือกที่จะเอ่ยออกไปเช่นใจคิด แม้น้ำเสียงที่ใช้จะบางเบาลงกว่าครึ่งก็ตามที
“อือหื้อ! เสียงเบา แสดงว่าพลอยพูดถูก” คนถูกเอ็ดเมื่อครู่สรุปเสร็จสรรพ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ยังว่างจากการเหนี่ยวรั้งกดปุ่มเปิดเครื่องเสียงทันที
“พลอยชมพู” มารุตเอ็ดเสียงเข้มแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนใจ เมื่อรอยยิ้มพิมพ์ใจแสนหวานปรากฏรับเสียงเอ็ดนั้นน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“เอาเป็นว่า...ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ต่อไปพลอยจะขอก่อน ตกลงไหมคะ” พลอยชมพูร้องบอกอย่างอ้อนๆตามนิสัย ก่อนจะยึดมือหนาที่รั้งมือบางของเธอไว้มาแนบแก้มนวลของตัวเองในทันที
มารุตนิ่งค้างเหมือนถูกสาป รู้สึกเหมือนตัวเองอาจจะกำลังต้องมนตร์ของแม่มดตัวร้ายในคราบนางฟ้าเข้าให้เสียแล้ว เมื่อหัวใจที่เคยเต้นสม่ำเสมอมาจนถึงเมื่อครู่ กลับเต้นเร็วแรงเหมือนกลองที่ถูกตีในจังหวะร็อก ทั้งท่วงทำนองเพลงที่คลอเบาๆมากระทบโสตประสาทกลับหวานซึ้งจนเกือบตรึงหัวใจให้ถูกสะกดโดยไม่อาจถอน
“เพราะงั้นอย่าให้พลอยรู้นะคะ ว่าพี่ลมไปสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้น” ภาพมนตร์สะกดที่ถูกร่ายกลับแตกสลายในพริบตาในความรู้สึกของคนที่เกือบถูกสาป
‘พลอยชมพู....เธอมันนางมารจำแลงชัดๆ!’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







