LOGINเธอแต่งงานเพื่อทำทุกวิถีทางให้ได้หัวใจของเขา ในขณะที่เขาแต่งงานเพื่อทำทุกวิถีทางให้เธอออกไปจากชีวิต ความรักที่สวนทางกันจะจบลงอย่างไร?
View Moreเสียงเพลงคลอเบาๆภายในห้องทำงานสีขาวตัดเทาตามการออกแบบของเจ้าของห้อง เสียงทุ้มของคนออกแบบกำลังฮัมเพลงตามจังหวะดนตรีและท่วงทำนองที่เล่นไปเรื่อยๆอย่างสบายอารมณ์ มือหนายังคงขยับวาดภาพสเกตช์ลงในสมุดเล่มโปรดไปเรื่อยๆ หากใครบังเอิญได้เห็นก็อาจหลงเสน่ห์ของเจ้าของห้องได้อย่างง่ายดายเพียงแค่มองผ่าน
ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลอมดำดูเปล่งประกายสดใสรับกับใบหน้าคมคายตามแบบฉบับไทยแท้ คิ้วหนาได้รูปรับกับดวงตาชวนสะกดคู่นั้น จมูกโด่งเป็นสันรับริมฝีปากหนาที่มักจะมีรอยยิ้มมุมปากประดับเสมอ ชายหนุ่มยังคงลากลายเส้นไปบนกระดาษแผ่นเดิม ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อภาพร่างของเครื่องประดับคอลเล็กชันใหม่ที่ตนเองทุ่มเทมาหลายเดือนเสร็จสิ้นลง หลงเหลือเพียงแค่การเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อยเท่านั้นในแต่ละภาพที่ออกแบบไว้
มารุต ทนุธรรม หัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทพลอยชมพูจิวเอลรี ระบายยิ้มออกมาคล้ายโล่งอกเมื่อกวาดสายตาคู่คมไปยังปฏิทินตั้งโต๊ะที่มีวงกลมสีแดงตัวใหญ่วาดทับวันที่ในอีกสองวันข้างหน้า
การออกแบบให้เสร็จก่อนกำหนดเวลาเส้นตายเป็นเรื่องยากเสมอสำหรับนักออกแบบ...แต่ไม่ใช่สำหรับนายมารุตคนนี้!
‘ก๊อก..ก๊อก...ก๊อก!’
เสียงเคาะประตูที่มักไม่ค่อยถูกที่ถูกเวลาอยู่เสมอ กลับไม่สามารถสร้างความขุ่นมัวให้กับเจ้าของห้องที่กำลังปลื้มอกปลื้มใจกับภาพร่างเครื่องประดับได้เช่นทุกครั้ง
“เชิญครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอนุญาต เพียงไม่นานร่างอวบอัดที่เปล่งออร่าเหมือนเจ้าตัวเขมือบหลอดไฟเข้าไปแทนมื้ออาหารปกติของเลขาหน้าห้องก็เดินเข้ามา
“คุณลมจะรับอะไรดีคะ อีกเดี๋ยวก็พักเที่ยงแล้ว...บังอรจะลงไปซื้อมาให้” เธอจีบปากจีบคอถาม
ในความรู้สึกของมารุตผู้หญิงตรงหน้าช่างตลกดีแท้ ลิปสติกสีม่วงโดดตัดกับเสื้อผ้าสีเขียวอ่อนที่รัดแน่นจนน่ากลัวว่าคนใส่อาจจะหายใจไม่ออก ยิ่งเมื่อรวมกับรองเท้าส้นเข็มสีเดียวกับลิปสติกมันช่างดูแปลกประหลาด! แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ค่อนข้างชอบเลขาหน้าห้องที่ขาวเหมือนหลอดไฟรุ่นน้ำเต้ายักษ์มากกว่าเลขาคนก่อน ที่ดูเหมือนหลอดตะเกียบรุ่นขาดสารอาหาร ที่ชอบแต่งตัวจืดๆจนดูไร้อารมณ์เช่นเดียวกับหน้าตาเป็นไหนๆ
“ขอเป็น...ข้าวผัดกับโอเลี้ยงเหมือนเดิมละกันครับ” มารุตตอบกลั้วรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาร่างแบบในมือต่อไป
“ฮ๊ายยย! คุณลม กินโอเลี้ยงบ่อยแบบนี้ไงค่ะ ถึงได้ผิวสีเหมือนโอเลี้ยง” บังอรค่อนขอด
“งั้นถ้าผมเปลี่ยนไปกินน้ำแดง ตัวผมจะกลายเป็นสีแดงหรือไง” เขาบอกอย่างขำขันกับความเชื่อแปลกๆของเลขาหลอดนีออนหน้าห้อง
“โถ่...บังอรเป็นห่วงนี่ค่ะ” เธอบอกเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างมีจริต
“อย่าห่วงผมเลย ขอผมกินของดำให้เติมความดำเข้าตัวหน่อยเถอะ” มารุตตัดบท คร้านจะต่อปากต่อคำกับเลขาหลอดนีออน แต่กระนั้นมุมปากของเจ้าของห้องก็ยังคงประดับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ตามประสาคนที่กำลังอารมณ์ดี
“ได้ค่ะ เดี๋ยวบังอรจัดการให้” เธอรับคำเพียงเท่านั้นก่อนจำเป็นต้องถอยทัพออกมา เพราะเจ้านายหนุ่มยังคงให้ความสนใจต่องานตรงหน้ามากกว่าการสนทนากับเธอ แต่เพียงครู่เดียวคนที่ตั้งใจจะเดินออกมาก็ชะงัก เมื่อนึกได้ว่ามีอีกเรื่องที่จำต้องแจ้งต่อผู้เป็นนาย
“คุณลมค่ะ ท่านรองให้ตามไปพบนะคะ” คำพูดของเลขาหลอดนีออน ทำให้มือที่กำลังสเกตช์ภาพหยุดชะงักในทันที
“ยายพิงค์เหรอ?” คำถามที่เอ่ยออกไป คล้ายจะเต็มไปด้วยคำวิงวอนต่อสรวงสวรรค์เพราะรองประธานของบริษัทแห่งนี้มีสองคน
หนึ่งคนคือนางฟ้า ส่วนอีกหนึ่งคือนางมารร้าย!
“..คุณพลอยชมพูค่ะ” เลขาหลอดนีออนดับคำอ้อนวอนต่อสวรรค์ของเจ้าของห้องทันที ด้วยชื่อที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุด
“แจ้งกลับไปว่าผมยังทำงานไม่เสร็จ บ่ายๆจะเข้าไปพบ” น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ไม่คิดจะปกปิดกับท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเจ้าของห้อง ทำให้เลขาหลอดนีออนจำต้องรับคำและออกจากห้องไปแต่โดยดี
ใบหน้าคมที่มีรอยยิ้มประดับมุมปากจนถึงเมื่อครู่ กลับจืดจางและแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที ราวกับความสุขทั้งหมดที่มีบนโลกจะจางหายไปในวินาทีที่ได้ยินชื่อของ ‘พลอยชมพู’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน