เข้าสู่ระบบเจวางแขนพาดพวงมาลัย“พี่ขอถามต่อจากวันนั้นได้มั้ย?”เธอรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร“ถามสิคะ”“ที่อยากให้พี่มา…อยากให้พี่มาในฐานะไหน?”ไอซ์ก้มมองทิชชูในมือ หมุนมันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง“พี่อยากเป็นอะไรล่ะ?”“แฟนค่ะ”เธอเงยหน้าขึ้นเจสบตาเธอ สีหน้าจริงจัง ไม่มีการหัวเราะ ไม่ตบมุก และไม่เปิดโอกาศให้เข้าใจว่าเขาพูดเล่น“พี่อยากเป็นแฟนเธอ”เสียงฝนกระทบหลังคารถดังต่อเนื่อง ไอซ์รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงจนไม่แน่ใจว่า เขาจะได้ยินหรือเปล่า“แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ?”“จีบอยู่ค่ะ”“จีบหนูแบบกวนประสาทเนี่ยนะ?”เขายิ้มกว้าง“เธอก็คุยกับพี่ทุกวันไม่ใช่เหรอ”“เพราะหมั่นไส้ต่างหาก”“อืม แล้วตอนนี้ยังหมั่นไส้อยู่มั้ย?”ไอซ์มองเขา พยายามกลั้นยิ้ม“ยังหมั่นไส้อยู่ค่ะ”เจพยักหน้ารับ ก่อนถามอีกครั้ง“แล้วเป็นแฟนกับคนที่หมั่นไส้ได้หรือเปล่า?”เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง“ได้ค่ะ”คำตอบเบามาก แต่เจได้ยินชัด“อะไรนะคะ?”ไอซ์ตีแขนเขาทันที“พี่เจ! อย่ามาเนียนไม่ได้ยิน!”เขาหัวเราะ จับมือที่ตีตัวเองไว้หลวม ๆ ก่อนพลิกฝ่ามือเธอขึ้นมาแล้วสอดประสานนิ้วทั้งห้ากับเธอไอซ์ก้มลงมองมือ ก่อนเผลอบีบมือเขาแน่นเจยิ้มกว้างขึ้น“ตกลงแล้วนะ”“
วันแรกไอซ์คิดว่าเขาคงยุ่งวันที่สองเธอเริ่มเปิดแชทดูบ่อยขึ้นพอวันที่สาม เธอพิมพ์คำว่า ‘วันนี้พี่ไปไหน’ ค้างไว้เกือบนาที ก่อนลบทิ้ง“มึงจะจ้องโทรศัพท์ให้มันโทรออกเองเหรอวะ?”ฝ้ายถามขณะนั่งกินข้าวอยู่ตรงข้ามไอซ์วางมือถือทันที“กูดูเวลา”“นาฬิกาอยู่บนผนังค่ะ”แพมเงยหน้ามอง แล้วหัวเราะเบา ๆ“มึงมีอะไรหรือเปล่า?”“ไม่มี”ฝ้ายพยักหน้า“ดี งั้นกูไม่บอกนะว่าพี่เจไปไหน”ไอซ์เงยหน้าขึ้นทันที“ไปไหน?”เพื่อนยิ้มกว้าง“อ้าว ไหนไม่มีอะไร”“มึงนี่…”“ไปทำงานจ้ะ พี่แทนบอก”ไอซ์หยิบช้อนขึ้นมาเขี่ยข้าวในจานฝ้ายมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น“วันนั้นเขาพูดอะไรกับมึง?”ไอซ์ลังเล แต่สุดท้ายก็เล่าเรื่องหน้าร้านให้เพื่อนฟังพอฟังจบ ฝ้ายถอนหายใจยาว“แล้วมึงตอบว่าไง?”“กูยังไม่ได้ตอบ”“อีไอซ์!”“อะไรเล่า”“เขาบอกว่าอยากรู้ว่ามึงจะคิดถึงเขามั้ย แล้วตอนนี้มึงก็เอาแต่คิดถึงเขา”“แต่ไม่ยอมบอกเขาเนี่ยนะ!?”ฝ้ายถามเสียงสูง จนแพมหลุดหัวเราะออกมาไอซ์หันไปมองเพื่อนทั้งสองอย่างหงุดหงิด“ก็กูไม่รู้จะเริ่มยังไง”ฝ้ายเลื่อนโทรศัพท์คืนให้เธอ“เริ่มจากเลิกให้เขาเดาค่ะ ซิสสส”ค่ำวันนั้น ไอซ์แวะซื้อขอ
“ไปง่ายจังนะ”เจมองเธออย่างไม่เข้าใจ“เมื่อกี้เธอบอกให้พี่กลับก่อนไม่ใช่เหรอ?”“หนูบอกว่ากลับก่อนก็ได้”“แล้วอยากให้กลับมั้ย?”คำถามตรงเกินไปจนไอซ์ตอบไม่ทัน เจเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเธอ เว้นระยะให้คนอื่นเดินผ่านได้ ก่อนลดเสียงลง“ไอซ์ พี่ถามจริง ๆ”เธอกำถุงกระดาษแน่นขึ้น“พี่ไปส่งหนูตั้งหลายครั้งแล้ว ที่สำคัญคอนโดหนูก็ไม่ได้อยู่ทางเดียวกับพี่ด้วยซ้ำ”“อืม พี่รู้”“แล้วจะถามทำไม?”“เพราะพี่อยากรู้ว่าเธออยากให้พี่ไป หรือแค่ไม่อยากกลับคนเดียว”ไอซ์เงยหน้าขึ้นทันที เสียงคุยของเพื่อนยังดังอยู่ใกล้ ๆ แต่เจไม่ได้หันไปมองใคร“ถ้าเธอไม่ชอบให้พี่มารับ พี่จะเลิกค่ะ”เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเหมือนตัวเองฟังผิด“หนูไม่ได้พูดว่าไม่ชอบ”“แต่เธอบอกว่าไม่ต้องทุกครั้ง”“ก็พี่ชอบพูดเหมือนหนูอยากให้ไปส่งนักหนา”“ก็พี่อยากให้เธออยาก”ไอซ์นิ่งไปเจยกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ เหมือนเพิ่งรู้ว่าพูดอะไรออกมา“ฟังดูงงใช่มั้ย”เธอไม่ตอบ“พี่แค่อยากรู้ว่าถ้าวันหนึ่งพี่ไม่ถามก่อน เธอจะนึกถึงพี่บ้างหรือเปล่า”ริมฝีปากของไอซ์ขยับ แต่ยังไม่มีเสียงเจมองเธออีกครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ“ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ค่ะ”
“คืนนี้ร้านเดิมนะ ห้ามใครหนีกลับก่อนล่ะ”ตอนพูดประโยคนั้น เจมั่นใจมาก แต่พอเข็มนาฬิกาเลยสี่ทุ่ม คนที่เริ่มเหลือบมองประตูร้านบ่อยที่สุดกลับเป็นเขาเองไอซ์เห็นตั้งแต่ครั้งที่สามแล้วหญิงสาววางแก้วลง เอียงหน้ามองคนที่นั่งข้างกัน ก่อนยกยิ้มอย่างรู้ทัน“พี่ง่วงแล้วเหรอคะ?”“ใครง่วง?”“ก็เห็นพี่มองประตูอยู่นั่นล่ะ หรือพี่รอใครคะ?”เจหันกลับมา สายตาเลื่อนจากใบหน้าเธอลงไปยังเท้าที่ขยับอยู่ใต้โต๊ะ“รองเท้ากัดไม่ใช่เหรอ?”ไอซ์หยุดขยับเท้าทันที“เปล่าซะหน่อย”“งั้นเอาพลาสเตอร์ที่ติดอยู่หลังเท้าออกสิ”“พี่เจ!”เขาหัวเราะ ก่อนดึงถุงกระดาษใบเล็กจากข้างเก้าอี้มาวางบนตักเธอไอซ์ก้มมองอย่างสงสัย เมื่อเปิดถุงก็พบรองเท้าแตะคู่หนึ่งอยู่ข้างใน สีครีมเรียบ ๆ ไม่มีลายอะไร แต่ขนาดเท่ากับเท้าเธอพอดี“พี่ไปซื้อตั้งแต่เมื่อไหร่?”“ตอนเธอไปเข้าห้องน้ำ”“หนูไม่ได้ฝากซื้อ”“รู้”“แล้วซื้อทำไมคะ?”เจพยักพเยิดไปใต้โต๊ะ“จะได้เลิกนั่งกัดฟันเวลาขยับขาสักที”ไอซ์เม้มริมฝีปาก เถียงไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น ก่อนหยิบรองเท้าแตะมาวางข้างเท้าแล้วค่อย ๆ ถอดส้นสูงออก ความโล่งทำให้เธอเผลอถอนหายใจยาวคนที่นั่งข้างกันได้ยินจ
ทัชก้มมองโทรศัพท์ในมือ ก่อนใช้นิ้วเลื่อนไปยังแอปที่ไม่ได้เปิดมานาน สัญลักษณ์ของ Y.E.D. ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมายด์มองตามอย่างแปลกใจ“มีอะไรเหรอคะ?”“มีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”เขาเข้าไปยังหน้าโปรไฟล์ TouchMeNot 🖐️สถานะหยุดรับงานยังคงอยู่เหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่พวกเขาตกลงเป็นแฟนกัน ทัชก็ไม่ได้เปิดรับการจองอีกเลยปลายนิ้วเลื่อนผ่านเมนูต่าง ๆ ก่อนหยุดลงที่คำสั่งปิดโปรไฟล์ผู้ให้บริการมายด์ขยับตัวนั่งตรง“พี่จะปิดเหรอคะ?”“ค่ะ”“แน่ใจแล้วเหรอคะ?”ทัชหันมาสบตาเธอ“แน่ใจตั้งนานแล้วค่ะ”เขากดยืนยัน ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนตักมายด์มองหน้าจอที่กลับไปยังหน้าหลัก แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งผู้ชายที่เธอเคยรู้จักผ่านภาพและชื่อบัญชีในแอป ตอนนี้นั่งอยู่ข้างเธอในชุดครุย มือข้างหนึ่งยังจับมือเธอไว้ ส่วนอีกข้างเอื้อมมาจัดเส้นผมที่ปลิวเข้าหน้าให้“แล้ว TouchMeNot 🖐️ ล่ะคะ?”ทัชยิ้ม“เลิกให้บริการแล้วค่ะ”“น่าเสียดายจังค่ะ คะแนนรีวิวดีซะด้วย”เขาหรี่ตามองคนที่แกล้งแซว“หนูอยากให้มีคนมารีวิวพี่เหรอคะ?”มายด์ย่นจมูก ก่อนยกมือขึ้นบีบจมูกเขาเบา ๆ“ไม่ให้ใครมารีวิวแล้วค่ะ หวง”คำตอบสั้น ๆ กลับทำให้รอย
ทัชติดพลาสเตอร์ให้เสร็จ ก่อนลุกขึ้นนั่งข้างเธอ“แล้วเพื่อนหนูอีกคนล่ะคะ?”“คนไหนคะ?”เขาพยักพเยิดไปทางฝ้ายแทนกำลังฟังเธอพูดเรื่องทริปต่างจังหวัด สลับกับพิมพ์อะไรบางอย่างลงในโทรศัพท์ พอฝ้ายชี้ให้ดูหน้าจอ เขาก็โน้มตัวเข้าไปหาอย่างตั้งใจ“คนนั้นหนูไม่ห่วงค่ะ”“ทำไม?”“ฝ้ายเอาอยู่ค่ะ”ทัชหัวเราะ ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย…เย็นวันนั้น ก่อนถึงเวลานัดกับเพื่อน ทัชพามายด์เดินกลับมาที่ลานหน้าอาคารอีกครั้งผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว แสงแดดอ่อนกว่าช่วงเช้า บนพื้นยังมีริบบิ้นเส้นเล็กกับกลีบดอกไม้ที่ตกหล่นอยู่ประปรายมายด์ถือโทรศัพท์ไล่ดูรูปที่เพิ่งได้รับมา ส่วนทัชถือช่อดอกไม้ให้เธอทั้งหมด“รูปนี้พี่หล่อดีค่ะ”“รูปไหนพี่ไม่หล่อบ้างคะ?”เธอเงยหน้ามองทันที“หนูไม่น่าชมเลย”ทัชยิ้ม ก่อนชะโงกมาดูหน้าจอเป็นรูปที่เขาก้มมองเธอขณะที่เธอกำลังจัดสายครุยให้ ทั้งคู่ไม่ได้มองกล้อง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับเห็นชัด“ส่งรูปนี้ให้พี่หน่อยค่ะ”“จะเอาไปทำอะไรคะ?”“ตั้งรูปหน้าจอ”“รูปเดิมล่ะคะ?”“เก็บไว้ค่ะ วันนี้แฟนน่ารัก อยากใช้รูปใหม่”มายด์หลบตาลงไปกดส่งรูปให้เขา ทัชมองใบหูที่เริ่มแดง ก่อนหัวเราะเบา ๆผ่านมาหลายเดือนแ







