Masukทัชยกมือเสยผม ก่อนเดินกลับมานั่งที่เดิม กุญแจรถในมือถูกวางลงบนโต๊ะอีกครั้ง“กูก็คิดว่า…”เขาหยุดพูด สีหน้าครุ่นคิดแทนเลิกคิ้ว รอฟังจนทัชถอนหายใจออกมา“กูก็คิดว่าอยู่ด้วยกันขนาดนี้ เธอน่าจะรู้”“รู้ว่ามึงอยากให้เขาอยู่ด้วย...”“หรือรู้ว่ามึงรู้สึกกับเขายังไง?”คำถามนั้นทำให้ทัชชะงัก“มันคนละเรื่องกันนะเว้ย”แทนขยับตัวมาข้างหน้า เท้าแขนกับโต๊ะ“มึงเป็นคนเสนอแพ็กเกจให้น้องเอง กำหนดไว้เก้าสิบคืน”“พอครบแล้วมึงจะให้เขาทำยังไง จะให้เดินมาถามมึงว่าต่ออีกเดือนเท่าไหร่เหรอ?”“กูไม่ได้จะเก็บเงินเธอ”“กูรู้ แต่น้องรู้หรือเปล่า?”ทัชหลุบตาลงมองโทรศัพท์ในมือเขาไม่เคยคิดจะให้มายด์จ่ายอะไรเพิ่ม ไม่เคยคิดจะเก็บเงินเธอตั้งแต่แรกแล้ว และที่สำคัญตอนนี้ เขายังคิดไม่ออกว่าจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนก่อนรู้จักเธอได้อย่างไรห้องที่เคยเงียบมาตลอดมีเสียงเธออยู่ทุกวันบางครั้งเธอก็บ่นเรื่องงาน บางครั้งก็หัวเราะกับโทรศัพท์แล้วลากเขาไปดูด้วย ต่อให้ต่างคนต่างนั่งทำงาน แค่เขาเงยหน้าขึ้นมา แล้วเห็นเธออยู่ใกล้ ๆ เขาก็รู้สึกดีแล้วแต่ทั้งหมดนั้นเขาไม่เคยบอกเธอเลยสักครั้งส่วนมากที่พูดออกไปมีแต่คำแกล้ง คำหยอก จนเธอต้องตี
ทัชนิ่งไปครู่หนึ่งแทนแค่นหัวเราะ ก่อนถอดแว่นออกมาวางบนโต๊ะ“เออ ฟังมาก”“มายด์ถามเรื่องข้าว”“เขาถาม หรือมึงถามเขา?”ทัชเหลือบมองเพื่อนอย่างรู้ทัน แต่ไม่ได้เถียง เขาก้มพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ ว่าไม่เกินหนึ่งชั่วโมงจะกลับถึงห้อง ก่อนวางโทรศัพท์ลงข้างตัว“มีอะไรอีกมั้ย?”“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กูจะได้กลับ”“เดี๋ยวนี้ต้องจับเวลาแล้วเหรอวะ”“มีคนรอกินข้าว”แทนส่ายหน้า แต่ก็เลื่อนแฟ้มตรงหน้าออกไปอีกด้าน“เรื่องไนท์ ช่วงนี้มันเงียบดี ไม่มีอะไรเพิ่มเติม”รอยยิ้มของทัชหุบลงแทบจะทันที“ก็ดี”“กูว่า คุณหนูอรินดาคงจัดการ ‘เรื่อง’ ทั้งหมด”“หมายถึง?”“เรื่องของดาวด้วย”ทัชนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลืมเธอไปเสียสนิท“มึงแน่ใจ?”แทนใช้ปลายนิ้วดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนสบตาเพื่อนจริงจัง“กูแน่ใจ เพราะคุณหนูคนนี้ไม่ธรรมดาเหมือนกัน”ทัชถอนหายใจ“เอาเถอะ ดาวทำตัวเอง”“มึงจะกลับก็กลับ ถ้ามีอะไรเพิ่ม เดี๋ยวกูบอกมึงเอง”ทัชพยักหน้ารับ เขาไม่ได้ถามต่อ เดินไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือกลับไปหามายด์ กินข้าวด้วยกัน แล้วนั่งฟังเธอเล่าว่าวันนี้มีเรื่องอะไรบ้างถ้าเธอยังทำงานไม่เสร็จ เขาก็คงนั่งอ
หลังจากผ่านเรื่องคืนนั้นมาได้ ชีวิตของมายด์ก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เธอกลับไปเรียน ไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ ได้ตามปกติส่วนทัชอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เขากลับมาขับรถไปรับส่งเธอได้ เริ่มทำงานจนลืมเวลา และชอบมากวนใจเธอเวลาที่เขาว่าง จนบางวันมายด์ก็ลืมไปว่า เขาเพิ่งหายดีเย็นวันนี้ก็เหมือนกัน ก่อนที่ทัชจะออกไปหาแทน เขาเอาแต่ยืนมองเธอที่หน้าประตู ไม่ยอมไปเสียที จนมายด์ต้องเงยหน้าจากโน้ตบุ๊คแล้วถาม“พี่ลืมอะไรเหรอคะ?”“ลืมให้คนแถวนี้หอมแก้มก่อนออกจากห้อง”“พี่ทัช!”มายด์ย่นจมูกใส่ พลางเขวี้ยงหมอนอิงใส่เขาไปหนึ่งใบ ส่วนคนชอบแกล้งหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินกลับมาขโมยหอมแก้มเธอแล้วค่อยออกไปหลังจากนั้นมายด์ก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา โน้ตบุ๊กวางอยู่บนตัก มือเรียวเริ่มพิมพ์รายงานที่ค้างไว้ แต่สายตาของเธอมักหันไปมองทางหน้าประตูห้องเป็นระยะเธอเริ่มชินกับการรอเขากลับมาที่ห้องเริ่มชินกับการที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ ตอนที่ทานข้าวเริ่มชินกับการทีมีเขาไปรับไปส่งทุกวันและรู้สึกดีกับกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนทุกคืน รวมถึงการที่ตื่นนอนยามเช้าก็เจอเขาเป็นคนแรกของใช้ส่วนตัวของเธออยู่ภายในห้องนี้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ
อรินดามองเธอ ก่อนเหยียดยิ้ม“ทำไมคะ?”“มันไม่เกี่ยวกับเขา”“เธอเป็นคนดึงเขาเข้ามาตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอ?”ดาวรีบยันตัวลุกขึ้น เอื้อมมือไปหมายจะคว้าโทรศัพท์ แต่อรินดาเบี่ยงหลบ ขณะเดียวกันบอดี้การ์ดทั้งสองก็ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวมองชายทั้งสอง ก่อนค่อย ๆ ลดมือลง“คุณอริน…ฉันขอร้อง”น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวสั่นจนแทบฟังไม่เป็นคำอรินดามองเธออย่างเย็นชา“ก่อนทำ ทำไมไม่คิดล่ะคะ”น้ำตาของดาวไหลลงมาตามแก้ม เธอรีบยกมือปาด แต่กลับสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วสัมผัสรอยเจ็บ“ฉันจะไม่ยุ่งกับไนท์แล้วค่ะ”อรินดาไม่ตอบ“กับพี่ทัชหรือกับมายด์ก็จะไม่ยุ่งค่ะ”ความเงียบของอีกฝ่ายทำให้ดาวยิ่งร้อนรน“ฉันพูดจริง ๆ นะคะ”อรินดาหลุบตาลงมองแหวนบนนิ้วของตัวเอง ก่อนยิ้มออกมา“ถ้าเธอคิดได้แบบนี้แต่แรก ก็คงดีนะคะ...”“คุณอริน...”ดาวครางเสียงเครืออรินดาลุกขึ้น หยิบกระเป๋าถือมาคล้องแขน ดาวรีบขยับตาม สายตาเหลือบไปยังประตูอย่างมีความหวังแต่หญิงสาวกลับหยุดตรงหน้าเธอ“ในเมื่อเธอกล้าทำ…”อรินดาสบตากับดาว รอยยิ้มเย็นชา“ก็ต้องกล้ารับผลของมันด้วยนะคะ คุณดาว”...เช้าวันรุ่งขึ้น อรินดาเดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางอารมณ์ดี เธอสวมเสื้อยืด
อรินดากระแทกโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างแรง ใบหน้าที่นิ่งมาตลอดเริ่มแดงก่ำ“เธอนั่งฟังฉันเล่าเรื่องเขา ถามว่าฉันจะไปหาเมื่อไร จะคุยอะไรกับเขา แล้วก็ห้ามฉันไว้ทุกครั้ง”เธอหยิบภาพกระเป๋าเดินทางขึ้นมา ก่อนปาใส่หน้าดาวจนอีกฝ่ายผงะ“เพราะเธออยู่ในห้องเขาไง!”ภาพถ่ายตกลงบนตัก ดาวก้มลงมือ ก่อนละล่ำละลักบอก“ฉันอธิบายได้นะคะ”“ฉันฟังอยู่”ดาวบีบมือแน่น คำแก้ตัวเรื่องที่พักที่เตรียมไว้ไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป เมื่ออีกฝ่ายรู้แม้กระทั่งวันและเวลาที่เธอเข้าออกคอนโดของไนท์“ไนท์เป็นคนชวนฉันค่ะ”อรินดานิ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ดาวจึงรวบรวมความกล้า เธอยืดหลังตรง น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น“ไม่งั้นฉันจะเข้าไปที่นั่นได้ยังไง”อรินดาหัวเราะในลำคอ“ในที่สุดก็เลิกบอกว่า...ไม่มีอะไรแล้วสินะ”ดาวเม้มปาก ก่อนจะมองไปไปยังแหวนบนนิ้วของอีกฝ่าย“แล้วคุณจะมาลงที่ฉันทำไมคะ ในเมื่อเขาเลือกทำแบบนั้น”“ฉันไม่ได้บอกว่าเขาไม่ผิด”“แต่คุณก็ยังยอมหมั้นกับเขาต่ออยู่ดี”อรินดาหน้าตึงขึ้นมาทันทีดาวเห็นแบบนั้น ก็ยิ้มเย้ยหยัน“คุณรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นยังไง”“แต่ก็ยังจะเอาเขา แล้วจะให้ฉันพูดอะไรอีก?”คำพูดนั้นทำให้อรินดาแค่นหัวเราะออกมา
รถยนต์สีดำเลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจอดสนิทใต้ชายคาด้านข้างดาวมองออกไปนอกกระจก บริเวณรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากตัวบ้านกับชายที่สวมชุดสูทสีดำที่ยืนรออยู่ตรงประตู“ที่นี่ที่ไหนคะ”อรินดาไม่ตอบ แต่หยิบกระเป๋าถือขึ้นมา ทันทีที่ประตูรถเปิด ดาวก็รีบหันกลับไปหาเธอ“คุณอริน ถ้าจะคุยก็คุยกันตรงนี้สิคะ”“ฉันต้องกลับแล้วนะ”“ตอนอยู่ในผับยังไม่เห็นรีบกลับเลยนี่คะ”อรินดาก้าวลงจากรถ ก่อนหันมามอง“หรืออยู่กับฉันแล้วไม่สนุกเท่าอยู่กับคู่หมั้นฉัน?”ดาวหน้าตึง เม้มริมฝีปาก มือกำสายกระเป๋าแน่นขึ้น เธอเหลือบมองโทรศัพท์ในมือ แต่ยังคงไม่มีข้อความตอบกลับจากไนท์“เชิญครับ”เสียงของบอดี้การ์ดทำให้เธอจำใจต้องลงจากรถรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะติดขัด ดาวเดินตามอรินดาเข้าไปในห้องรับแขก พยายามมองหาคนอื่น แต่ภายในกลับไม่มีใครนอกจากชายสองคนที่ตามเข้ามายืนใกล้ประตูบนโต๊ะกลางห้องมีซองเอกสารวางอยู่หลายซองดาวเห็นแล้วก็ชะงัก อรินดานั่งลงบนโซฟา ไขว่ห้างอย่างใจเย็น ก่อนผายมือไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้าม“เชิญนั่งค่ะ”“ฉันยืนได้ค่ะ”“ตามใจ”หญิงสาวหยิบซองแรกขึ้นมา ดึงภาพถ่ายออกแล้ววางเรียงบนโต๊ะ







