登入เธอแอบรักเขามานานนับสิบปี แต่ในสายตาของพี่ชายข้างบ้าน… เธอเป็นเพียงเด็กใจแตกที่เที่ยววิ่งตามผู้ชายไม่รู้จักโต วันที่เขาเริ่มมองเห็นความรักของเธอ กลับเป็นวันที่เธอตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเขา และเมื่อของเล่นที่เคยอยู่ข้างกายกำลังจะเป็นของคนอื่น… คนที่เคยบอกว่าไม่มีวันรัก กลับเป็นฝ่ายคลั่งรักจนยอมทำทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้
查看更多“คุณหนูพระพายคะ! ลงมาได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะคะ!”
เสียงเรียกของแม่บ้านดังขึ้นจากชั้นล่างเป็นครั้งที่สาม ทว่าคนที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กลับไม่มีทีท่าว่าจะรีบร้อนแม้แต่น้อย พระพาย สมบูรณ์มีทรัพย์ อายุ 18 ปี นักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ยกมือจัดโบสีกรมท่าตรงปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ ก่อนจะรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า เธอเอียงใบหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง จากนั้นจึงหยิบน้ำหอมกลิ่นอ่อนขึ้นมาฉีดกลางอากาศแล้วเดินผ่านละอองบางเบาอย่างอารมณ์ดี วันนี้ไม่ใช่แค่วันเปิดภาคเรียนสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่มันยังเป็นวันที่เธอตั้งใจจะเริ่มต้นภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตอีกด้วย ภารกิจทำให้พี่ชายข้างบ้านยอมมองเธอเป็นผู้หญิงสักที! “พี่เหนือจะออกจากบ้านกี่โมงคะ!” พระพายตะโกนถาม พร้อมกับวิ่งออกจากห้องนอน “รถคุณทิศเหนือออกไปหรือยังไม่ทราบค่ะ แต่รถของเราพร้อมแล้วนะคะ” แม่บ้านตอบกลับมาจากด้านล่าง เด็กสาวชะงักเท้าบนขั้นบันได ใบหน้าที่กำลังยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที “ไม่ได้ค่ะ! พายจะไปกับพี่เหนือ!” เธอรีบวิ่งลงบันไดจนเกือบสะดุดล้ม เมื่อมาถึงโถงหน้าบ้านก็พบเพียงกระเป๋านักเรียนที่วางเตรียมไว้บนโซฟา ส่วนมารดาของเธอกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางใจเย็น ม่านฟ้าเงยหน้ามองบุตรสาวที่วิ่งลงมาด้วยความรีบร้อน ก่อนจะถอนหายใจอย่างระอาปนเอ็นดู “ค่อย ๆ เดินก็ได้ลูก” “แต่พี่เหนือกำลังจะหนีไปแล้วค่ะ” “พี่เขาไปมหาวิทยาลัย ไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย” “ก็เหมือนกันแหละค่ะ ถ้าพายไม่ทัน พี่เหนือก็ไม่รอพายอยู่ดี” พระพายคว้าขนมปังขึ้นมาคาบไว้ในปาก มือหนึ่งหยิบกระเป๋านักเรียน อีกมือหยิบแก้วนมที่แม่บ้านเพิ่งรินให้ ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด “แม่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่เหนือมีเรียนเช้า ส่วนลูกกว่าจะถึงเวลาเรียนอีกตั้งชั่วโมงกว่า ๆ จะไปรบกวนพี่เขาทำไม” “พายไม่ได้รบกวนค่ะ พายจะช่วยทำให้เช้าของพี่เหนือมีสีสันต่างหาก” “แม่ว่าเช้าของพี่เหนือคงวุ่นวายเพราะลูกมากกว่า” ม่านฟ้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางเอ่ยต่อ “ความวุ่นวายกับสีสันก็คล้ายกันแหละค่ะ” พูดจบ เด็กสาวก็รีบวิ่งไปทางประตูหน้าบ้าน แต่ทันทีที่เอื้อมมือจับลูกบิด เธอกลับพบว่าประตูถูกล็อกจากด้านนอก เนื่องจากคนสวนกำลังฉีดน้ำล้างพื้นบริเวณทางเข้าหลักและนำโซ่มาคล้องไว้ชั่วคราว “อ้าว!” พระพายลองดึงประตูอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมา “ประตูทำไมล็อกคะ!” “ลุงชัยกำลังล้างพื้นค่ะคุณหนู ออกทางประตูห้องครัวก่อนได้นะคะ” แม่บ้านรีบตอบ เด็กสาวเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนจะส่ายหน้ารัว ๆ หากต้องเดินอ้อมไปทางประตูห้องครัวแล้วออกไปด้านหลัง จากนั้นค่อยเดินอ้อมกลับมาหน้าบ้าน เธอต้องไม่ทันรถของทิศเหนือแน่ ดวงตากลมโตจึงหันไปมองหน้าต่างกระจก ซึ่งมองเห็นแนวรั้วสีขาวที่กั้นระหว่างบ้านของเธอกับบ้านหลังใหญ่ข้างเคียง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พายไปก่อนนะคะแม่!” “เดี๋ยวสิลูก แล้วจะออกไปทางไหน” “ทางลัดค่ะ!” ม่านฟ้ามองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่วิ่งหายไปทางสวนหลังบ้าน ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างรู้ทันคำว่า “ทางลัด” ของพระพาย ไม่เคยหมายถึงเส้นทางปกติเลยสักครั้ง บริเวณสวนหลังบ้านของทั้งสองครอบครัวมีรั้วสีขาวสูงประมาณหนึ่งเมตรครึ่งกั้นอยู่ เดิมทีรั้วนี้มีประตูเล็กสำหรับเดินไปมาหาสู่กัน แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนคนงานเพิ่งนำประตูออกไปซ่อม เหลือเพียงแผ่นไม้ชั่วคราวปิดช่องว่างเอาไว้ สำหรับคนทั่วไป มันอาจเป็นอุปสรรคแต่ไม่ใช่สำหรับพระพาย เด็กสาววางกระเป๋านักเรียนลงบนกำแพงก่อนจะถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยแล้วเหยียบเก้าอี้สนาม จากนั้นจึงยกขาข้างหนึ่งพาดขึ้นไปบนรั้วอย่างคล่องแคล่วราวกับเคยทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนซึ่งความจริงแล้ว เธอก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนจริง ๆ “ง่ายนิดเดียว” พระพายพึมพำอย่างภูมิใจ ก่อนจะโยนกระเป๋านักเรียนข้ามไปอีกฝั่ง กระเป๋าใบสวยตกลงบนสนามหญ้าของบ้านข้าง ๆ อย่างปลอดภัย เด็กสาวกำลังจะขยับตัวตามไป แต่ส้นรองเท้านักเรียนกลับเกี่ยวเข้ากับซี่รั้วพอดี “เอ๊ะ…“ เธอพยายามดึงเท้าออก ทว่ายิ่งขยับ ร่างเล็กก็ยิ่งเสียสมดุล “เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่ง ว้าย!” ร่างของพระพายพลิกข้ามรั้วไปอีกฝั่งทันที เด็กสาวหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นหญ้า ภายในใจกำลังคิดว่าวันเปิดภาคเรียนของเธอคงต้องเริ่มต้นด้วยการเข้าโรงพยาบาลแทนโรงเรียนซะแล้วแต่ความเจ็บที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น สิ่งที่รองรับร่างของเธอคือท่อนแขนแข็งแรงคู่หนึ่ง พร้อมกลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคย พระพายค่อย ๆ ลืมตาขึ้นภาพแรกที่มองเห็นคือใบหน้าหล่อเหลาคมคายของผู้ชายที่เธอเฝ้ามองมาตั้งแต่จำความได้ เส้นผมสีดำที่เปียกชื้นจากเหงื่อปรกลงบนหน้าผากเล็กน้อย เสื้อยืดสีเทาเข้มพอดีตัวแนบไปกับแผงอกกว้าง เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งออกกำลังกายยามเช้าเสร็จ ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้แสดงอาการตกใจเท่ากับความไม่พอใจโดยเฉพาะคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม “จะอยู่ในท่านี้อีกนานไหม” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นเหนือศีรษะ พระพายกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยกแขนโอบรอบลำคอของเขาโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝัน “อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เหนือ” ภูรวัตร สุขประเสริฐสันติ หรือ “ทิศเหนือ” อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมยานยนต์ ทายาทรุ่นที่สองของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เขาเป็นผู้ชายสุขุม เย็นชา ยิ้มยาก มีระเบียบ และจริงจังกับชีวิต เพราะต้องการพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้รับตำแหน่งผู้บริหารเพียงเพราะเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท ทิศเหนือก้มมองเด็กสาวในอ้อมแขนด้วยสายตานิ่งสนิท “พี่ถามว่าจะอยู่แบบนี้อีกนานไหม” “พายอยู่ได้ทั้งวันเลยค่ะ พี่เหนือหนักเหรอคะ” “หนัก” คำตอบสั้น ๆ ที่ไร้ความปรานีทำให้พระพายทำปากยื่น “ผู้หญิงหนักไม่กี่สิบกิโลเองนะคะ พี่เหนือเป็นผู้ชายพูดแบบนี้ได้ยังไง“ “ถ้าไม่อยากให้พูดก็ลงไป” “พายไม่ได้ขึ้นมาเองสักหน่อย พี่เหนือต่างหากที่รับพายไว้” “ถ้าพี่ไม่รับ ป่านนี้เธอหัวกระแทกพื้นไปแล้ว” แม้ปากจะดุ แต่ทิศเหนือกลับวางร่างเล็กลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง เขารอจนแน่ใจว่าเธอยืนได้มั่นคงจึงค่อยปล่อยมือออกจากเอวบาง พระพายก้มมองฝ่ามือใหญ่ที่เพิ่งถอนออกไป ก่อนจะรู้สึกเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย “ถ้าหัวพายกระแทกพื้น พี่เหนือจะเสียใจไหมคะ” “ไม่” เขาตอบเร็วจนดูเหมือนไม่ต้องคิด ทำให้คนถามหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ “ไม่เสียใจจริงเหรอ” “พี่จะปวดหัวมากกว่า เพราะต้องพาเธอไปโรงพยาบาลและอธิบายกับน้าม่านฟ้าว่าทำไมลูกสาวถึงตกมาจากรั้วบ้านคนอื่น” “บ้านคนอื่นที่ไหน บ้านพี่เหนือก็เหมือนบ้านพายนั่นแหละค่ะ” “ไม่เหมือน” “ทำไมจะไม่เหมือนคะ อีกหน่อยก็อาจจะ…“ พระพายรีบเม้มริมฝีปาก ก่อนคำว่า ‘เป็นบ้านของพายด้วย’ จะหลุดออกไป “อาจจะอะไร” ทิศเหนือเลิกคิ้วมอง พลางเอ่ยถาม “อาจจะทุบรั้วออกก็ได้ค่ะ เดินไปมาสะดวกดี” เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะก้มลงหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาสะพาย ทิศเหนือมองสภาพของเด็กสาวตรงหน้า ตั้งแต่เส้นผมที่เริ่มยุ่งเล็กน้อย ไปจนถึงถุงเท้าสีขาวที่เลื่อนลงข้างหนึ่ง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ตรงรอยแดงบริเวณหัวเข่า “เข่าไปโดนอะไร” “ตรงไหนคะ” พระพายก้มลงมองตาม ก่อนจะพบรอยถลอกเล็ก ๆ ที่เกิดจากการเสียดสีกับรั้ว “แค่นิดเดียวเองค่ะ ไม่เจ็บหรอก” ทิศเหนือไม่ได้ตอบ แต่ย่อตัวลงตรงหน้าเธอ มือใหญ่จับข้อเท้าเล็กแล้วขยับขาของเธอ พระพายเบิกตากว้าง มองศีรษะของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “พะ…พี่เหนือทำอะไรคะ” “ดูว่าแผลลึกไหม” “ไม่ลึกค่ะ” “อยู่นิ่ง ๆ” น้ำเสียงเข้มทำให้พระพายรีบยืนตัวตรงทันที ทิศเหนือใช้นิ้วแตะรอบรอยถลอกเบา ๆ เพื่อดูว่าเธอเจ็บตรงไหนหรือไม่ สัมผัสเพียงเล็กน้อยกลับทำให้แก้มของเด็กสาวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ “เจ็บไหม” “ไม่เจ็บค่ะ” “แล้วหน้าแดงทำไม” “อากาศร้อนค่ะ” ทิศเหนือเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเช้าที่มีเมฆปกคลุม แสงแดดยังไม่แรงด้วยซ้ำ ก่อนจะมองกลับมาที่ใบหน้าหวานอีกครั้ง “วันนี้ยี่สิบห้าองศา” “พายเป็นคนขี้ร้อนค่ะ” “เมื่อวานเธอยังบอกว่าขี้หนาว” “คนเราก็เปลี่ยนกันได้ค่ะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง เขามองข้ามรั้วไปยังบ้านข้าง ๆ แล้วหันกลับมาถาม “ทำไมไม่ออกทางประตู” “ประตูหน้าล็อกค่ะ” “ก็ออกประตูหลัง จะมาปีนรั้วทำไม?” “มันไกล” “ไกลไม่ถึงห้าสิบเมตรเนี่ยนะ“ พระพายยังคงเถียงต่อ “แต่ถ้าเดินอ้อม พายจะไม่ทันพี่เหนือ” “แล้วทำไมต้องให้ทันพี่” “เพราะพายจะไปโรงเรียนกับพี่เหนือค่ะ” “พี่ไม่ได้บอกว่าจะไปส่ง” “แต่พี่เหนือกำลังจะผ่านหน้าโรงเรียนพายพอดี” “มหาวิทยาลัยพี่อยู่คนละทาง” “ถ้าอ้อมนิดเดียวก็ทางเดียวกันแล้วค่ะ” ทิศเหนือมองเด็กสาวที่ยิ้มกว้างอย่างไม่มีความรู้สึกผิด ก่อนยกมือขึ้นกอดอก “พระพาย” ทันทีที่เขาเรียกชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงจริงจัง เด็กสาวก็ยืดหลังตรงขึ้นเล็กน้อย “คะ” “ฟังให้ดี ต่อไปนี้ห้ามปีนรั้วอีก” “ทำไมคะ” “มันอันตราย” “แต่พี่เหนือรับพายทันนี่คะ” “ถ้าวันนี้พี่ไม่อยู่ตรงนี้ล่ะ” “พายก็คงตกพื้นค่ะ” “แล้วยังจะทำอีกไหม” คำถามนั้นทำให้พระพายทำท่าครุ่นคิด ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าพี่เหนือสัญญาว่าจะมายืนรับพายตรงนี้ทุกเช้า พายก็จะปีนค่ะ” “พี่ไม่ได้ล้อเล่น” คิ้วเข้มของชายหนุ่มกระตุกขึ้นทันที พระพายเป็นแบบนี้กับเขาเสมอต่อล้อต่อเถียง ดื้อและแสนเอาแต่ใจ “พายก็ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ” “พระพาย” “คะ” “ห้ามปีนรั้ว” เด็กสาวเม้มปาก ทำท่าจะรับคำ แต่สุดท้ายกลับเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้เขา “แต่ถ้าคนรับเป็นพี่เหนือ พายยอมตกทุกวันเลยค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมสวนหลังบ้าน ทิศเหนือมองใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนจะถอนหายใจยาว เขาเลือกหันหลังให้แทนการต่อปากต่อคำ เพราะรู้ดีว่าไม่มีวันเอาชนะเด็กดื้อคนนี้ได้ “กลับบ้านไปขึ้นรถตัวเอง” “พี่เหนือใจร้าย” “พี่มีเรียนเช้า” “พายรู้ค่ะ เพราะฉะนั้นเรารีบไปกันเถอะ” พระพายเดินตามเขาไปติด ๆ ราวกับคำสั่งก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น… ^^[เวลา 07:00 น.] รถสีดำคันหรูเคลื่อนออกจากบ้านในเวลาเจ็ดโมงตรง ภายในห้องโดยสารเงียบสงบอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งนาที เพราะทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย พระพายก็เริ่มทำหน้าที่สร้างความวุ่นวายตามปกติ “พี่เหนือคะ” “อืม” “เปิดเพลงหน่อยค่ะ” “อยากฟังก็เปิด” พระพายเอื้อมไปกดหน้าจอกลางรถ ก่อนจะเลือกเพลงรักจังหวะหวาน ตามมาด้วยเสียงใสที่ร้องคลอแบบคร่อมจังหวะดูอารมณ์ดีและขัดใจคนขับเป็นอย่างมาก เพลงแรกเพิ่งเล่นไปได้ไม่ถึงนาที ทิศเหนือก็ยกมือกดเปลี่ยนเพลงทันที “พี่เหนือ!” เสียงเรียกดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ แขนเรียวสองข้างกอดอกตัวเองทำท่าราวกับจะเอาเรื่อง “พี่ต้องใช้สมาธิขับรถ” “เพลงไม่ได้ทำให้เสียสมาธิสักหน่อย” “เสียงเธอต่างหากที่ทำให้เสียสมาธิ” พระพายทำหน้ามุ่ย ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างได้เพียงครู่เดียว แล้วหันกลับมาใหม่ “พี่เหนือคะ” “อะไรอีก“ “วันนี้พายสวยไหม” มือที่จับพวงมาลัยของทิศเหนือชะงัก เขาเหลือบมองเด็กสาวข้างกาย ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เหมือนทุกวัน” “เหมือนทุกวันนี่สวยหรือไม่สวยคะ” “ก็เหมือนเดิม” “เหมือนเดิมแบบไหน” “พระพาย!” “คะ” “เงียบสักห้านาทีได้ไหม” เด็กสาวก้มลงมองนาฬิก
“คุณหนูพระพายคะ! ลงมาได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะคะ!”เสียงเรียกของแม่บ้านดังขึ้นจากชั้นล่างเป็นครั้งที่สาม ทว่าคนที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กลับไม่มีทีท่าว่าจะรีบร้อนแม้แต่น้อย พระพาย สมบูรณ์มีทรัพย์ อายุ 18 ปี นักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ยกมือจัดโบสีกรมท่าตรงปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ ก่อนจะรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า เธอเอียงใบหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง จากนั้นจึงหยิบน้ำหอมกลิ่นอ่อนขึ้นมาฉีดกลางอากาศแล้วเดินผ่านละอองบางเบาอย่างอารมณ์ดีวันนี้ไม่ใช่แค่วันเปิดภาคเรียนสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่มันยังเป็นวันที่เธอตั้งใจจะเริ่มต้นภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตอีกด้วย ภารกิจทำให้พี่ชายข้างบ้านยอมมองเธอเป็นผู้หญิงสักที! “พี่เหนือจะออกจากบ้านกี่โมงคะ!” พระพายตะโกนถาม พร้อมกับวิ่งออกจากห้องนอน “รถคุณทิศเหนือออกไปหรือยังไม่ทราบค่ะ แต่รถของเราพร้อมแล้วนะคะ” แม่บ้านตอบกลับมาจากด้านล่าง เด็กสาวชะงักเท้าบนขั้นบันได ใบหน้าที่กำลังยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที “ไม่ได้ค่ะ! พายจะไปกับพี่เหนือ!” เธอรีบวิ่งลงบันไดจนเกือบสะดุดล้ม