เข้าสู่ระบบนอกจากการแบ่งหน้าที่ออกเป็นสองกลุ่มแล้ว กลุ่มที่มีความสามารถมากกว่ายังมีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มแรกมักจะมีกระโจมเป็นของตนเอง ส่วนจะเป็นกระโจมเล็กหรือใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังสามารถนำญาติหรือสามีภรรยาไปอยู่ในกระโจมเดียวกันได้
ส่วนกลุ่มที่ไม่มีความสามารถจะต้องอยู่รวมกันในหนึ่งกระโจม แม้ตัวกระโจมจะใหญ่แต่เพราะจำนวนคนมากจึงอยู่อาศัยไม่สะดวกนัก นอกจากเรื่องกระโจมแล้ว คนที่สามารถออกไปล่าสัตว์ได้ยังได้ส่วนแบ่งเนื้อมากกว่าคนที่ไม่ได้ออกไปล่าสัตว์ หากวันใดกลุ่มล่าสัตว์ล่าสัตว์กลับมาได้ไม่มากนัก ในวันนั้นกลุ่มหาของป่าก็อาจจะไม่ได้ส่วนแบ่งเนื้อเพราะปริมาณเนื้อมีไม่เพียงพอ
เยว่อิงฟังคำอธิบายเกี่ยวกับโลกใบนี้จากต้าเกอพร้อมก้าวขาไปด้านหน้า ยิ่งออกห่างจากเผ่ามากเท่าไร ยิ่งรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ สิ่งที่เคยเห็นผ่านภาพเสมือนตอนนี้เธอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว
ดวงตาหม่นแสงเล็กน้อยแปลเปลี่ยนเป็นประกายสดใส กวาดตามองสิ่งที่เคยเอาแต่จินตนาการนับพันนับหมื่นครั้ง ก่อนรอยยิ้มงดงามจะปรากฏบนใบหน้า หญิงสาวก้มหน้ามองต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า ยื่นมือออกไปสัมผัสด้วยอาการตื่นเต้น
เพียงมือสัมผัสโดนความสุขอันยากจะกักเก็บพลันทะลักออกมา
ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือรู้สึกเสียใจ แถมใบหน้ายังประดับรอยยิ้ม แต่น้ำตากลับไหลลงมาก่อนจะหยดลงบนยอดหญ้า
“ต้าเกอธรรมชาติละ สิ่งนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าธรรมชาติ” เสียงเธอช่างสั่นเครือ ยื่นมือสั่น ๆ ออกไปสัมผัสปลายยอดหญ้า สัมผัสความรู้สึกเย็นสบายที่กระทบบนปลายนิ้ว
รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นกว่าเดิม
“ต้าเกอมีความสุขมากเลย”
“อัตราการเต้นของหัวใจอิงอิงเร็วขึ้น สัมผัสได้ว่ามีความสุขมากจริง ๆ ”
“อื้อ มีความสุขมาก” ดวงตามีความสุขกวาดมองพื้นที่โดยรอบ มองต้นไม้สูงใหญ่ ทุ้งหญ้ากว้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นให้ใบหน้าสัมผัสแดดซึ่งส่องแสงลอดผ่านใบไม้ลงมา
เธอหลับตาลงสูดดมกลิ่นอายเย็นสบาย
อ่า...รู้สึกแบบนี้เองสินะ นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติ ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสแล้ว
หญิงสาวหลับตาดื่มด่ำกับบรรยากาศร่มเย็นมีความสุข ลืมเลือนสิ่งรอบข้างไปชั่วขณะ กว่าจะรู้สึกตัวเวลาก็ได้ผ่านไปเนิ่นนาน
“ต้าเกอ ทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างอีกคนได้เหรอ” เธอถามออกไปพร้อมเปิดเปลือกตาขึ้น
“เรื่องนี้ไม่สามารถอธิบายตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่มี สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิงอิง สามารถเรียกได้ว่าปาฏิหาริย์”
“ปาฏิหาริย์เหรอ?” หญิงสาวพึมพำพร้อมก้าวเท้าไปด้านหน้า ระหว่างเดินทางไปตามเส้นทางที่ต้าเกอบอก เธอยังคงอ้อยอิ่งอยู่กับการสัมผัสธรรมชาติอย่างหลงใหล จนถูกต้าเกอดุขึ้นมาประโยคหนึ่งจึงยอมเดินไปยังลำธารแต่โดยดี
หลังมาถึงเธอก็ถูกธรรมชาติดึงดูดเข้าอีกครั้ง
ความกระจ่างใสของสายน้ำดึงดูดความสนใจของเยว่อิงให้วิ่งเข้าไปใกล้ หญิงสาวก้าวไปยืนข้างลำธารชะโงกหน้ามองผ่านผิวน้ำลงไป สายน้ำใสกระจ่างจนสามารถมองเห็นผืนดินด้านล่างและเมื่อย่อตัวลงใช้มือสัมผัส ความเย็นสบายก็ทำให้เธอตกตะลึง
“เย็นมาก!! สุดยอดเลย” ดวงตางดงามเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากหยักยกมีความสุข
ธรรมชาติ ธรรมชาติเต็มไปหมดเลย!!
เยว่อิงตื่นเต้น ยื่นมือลงไปในน้ำอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทำมือเป็นหลุมตักน้ำขึ้นมาก่อนจะก้มลงกลืนน้ำลงคอ
ความเย็นสบายไหลผ่านลำคอลงไปถึงกระเพาะ ความเย็นสดชื่นเหมือนกลืนน้ำแช่เย็นทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
“สุดยอดเลยต้าเกอ สุดยอดมาก ๆ” ต้าเกอยิ้ม ยิ้มให้เด็กน้อยของเขา
เยว่อิงยังคงจดจ่ออยู่กับลำธาร หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มผิวน้ำเล่นด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะเริ่มยื่นมือลงไปทั้งฝ่ามือแล้วตบมือลงบนผืนน้ำ น้ำใสกระจ่างกระเด็นถูกตัวจนร่างกายเปียกชื้น ทว่าแทนที่เธอจะรู้สึกไม่ดี ริมฝีปากติดแห้งเล็กน้อยกับอ้าออกเป็นเสียงหัวเราะ
ต้าเกอมองอยู่ เขาเดินวนไปมารอบตัวเยว่อิง สายตายามมองเด็กน้อยเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ถึงจะบอกว่าเป็นเอไอ แต่เขาก็เป็นเอไอมีชีวิต สามารถเข้าใจความรู้สึกและความคิดของผู้ถือครอง ทั้งยังสามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่ต่างจากมนุษย์คนหนึ่ง
รัก โลภ โกรธ หลง เสียใจ ความรู้สึกที่มนุษย์มีเขาล้วนรู้สึกและสัมผัสได้ทั้งหมด แตกต่างเพียงหน่วยความจำและความสามารถนั้นเหนือกว่ามนุษย์ และไร้ซึ่งกายเนื้อ
“เลิกเล่นแล้วไปหาข้าวกิน”
“อื้อ” หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก ลุกขึ้นยืนก้าวขาออกห่างจากลำธารอย่างอ้อยอิ่ง เธอยังอยากจะเล่นอีก ทำให้พอก้าวขาออกห่างสองสามก้าวยังมิวายหันหน้ากลับมามองด้วยความรู้สึกเสียดาย
“ไว้มาทีหลัง ตอนนี้อิงอิงต้องหาอะไรกินก่อน ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารมาหลายวันแล้ว”
“เข้าใจแล้ว” หญิงสาวเอ่ย ก่อนจะหันไปย่นจมูกใส่ต้าเกอ ฝ่ายต้าเกอส่ายหัวอ่อนใจสั่งให้เธอก้าวเดิน
“ท่านพ่อข้าไม่เอาแล้ว ข้าจะหาสิ่งใหม่มาให้ท่านแม่”เฟิงซือพยักหน้าให้บุตรชาย แล้วเดินห่างออกไปจากบริเวณนี้“ท่านแม่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมขอรับ”น้ำเสียงเฟิงเหมายังคงรู้สึกผิด เด็กชายตัวน้อยไม่รู้ว่าเพราะอะไรมารดาถึงได้มีอาการเช่นนี้หลังเห็นสัตว์ตัวน้อยที่เขานำกลับมาเด็กชายยังคงรู้สึกเสียดายและตัดใจได้ไม่ขาด แต่เมื่อช่างน้ำหนักดูแล้วมารดาย่อมสำคัญกว่าเจ้าสิ่งนั้นสัตว์ป่าตนสามารถหามาให้มารดาใหม่ได้ แต่หากมารดาเป็นอะไรไป เขาคงไม่สามารถให้ภัยตนเองเยว่อิงมองเห็นความรู้สึกผิดในนัยน์ตาตรงหน้า จึงยื่นยกมือโอบกระชับไหล่เล็กทั้งสอง ตบเบา ๆ“อย่าได้รู้สึกผิดเลย เป็นแม่เองที่ใจไม่แข็งพอ”“ลูกไม่เข้าใจ”หญิงสาวผละเด็กชายตัวน้อยออกห่าง เผยยิ้มอ่อนโยนขยับปากเอ่ย“คนเก่งของแม่ เงยหน้ามองแม่หน่อยสิ”เด็กชายเงยหน้ามอง ท่าทางประหม่าเล็กน้อย“ลูกอยากรู้ใช่ไหม เช่นนั้นแม่จะบอกกับเจ้า แต่ต้องรอให้ท่านพ่อของเจ้ากลับมาก่อน”เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าเข้าใจเมื่อจัดการบุตรชายได้แล้ว เยว่อิงจึงหันไปหาเฟิงฮัว บุตรชายของเฟิงหู่“เฟิงฮัว น้าขอโทษที่ทำให้เจ้าหวาดกลัว วันนี้กลับไปหาพ่อเจ้าก่อน วันหลังค่อยมาเล่นกับเฟิงเหมา
“ท่านแม่ ดูนี่ ดูว่าข้าได้อะไรกลับมา!”เสียงตื่นเต้นดีใจของเด็กชายตัวน้อย ทำให้สองสามีภรรยาที่กำลังกอดรัดแสดงความรักต่อกันกลางวันแสก ๆ กระเด้งตัวออกจากกันทันทีเยว่อิงผู้ถูกเรียกขานรีบยืนขึ้น ในขณะที่เฟิงซือหันไปจัดการตนเองให้เจ้าสิ่งนั้นที่ขยายใหญ่ขึ้นมาสงบลง“เฟิงเหมาได้อะไรมาหรือลูก”หญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมก้าวออกจากบ้าน“ดูสิขอรับท่านแม่ ข้ากับเฟิงฮัวได้เจ้าสิ่งนี้มาขอรับ !”สิ่งที่เด็กชายตัวน้อยยกให้เยว่อิงดูทำหญิงสาวเกือบทรุดตัวลงพื้นไปทั้งอย่างนั้น เฟิงเหมาเห็นมารดาคล้ายคนกำลังจะเป็นลมพลันโยนสิ่งมีชีวิตในมือทิ้ง ขยับก้าวเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง“ท่านแม่เป็นอะไรไปขอรับ !?”เด็กชายตัวน้อยรีบก้าวเข้าไปประคองมารดา ในขณะที่เฟิงซือรีบก้าวออกมาพยุงคู่ครอง“เฟิงเหมาลูกทำอะไรเหตุใดแม่เจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้”น้ำเสียงนิ่งเงียบของบิดาทำเด็กชายตัวน้อยชะงักมือที่ยื่นออกมาท่านพ่อโกรธแล้ว...ท่านพ่อที่มักจะอ่อนโยนกับตนอยู่เสมอ แต่หากเกิดเรื่องกับท่านแม่ท่านพ่อก็จะเปลี่ยนเป็นอีกคน กลายเป็นคนน่ากลัวจนเขาไม่อยากเข้าใกล้คนถูกเอ่ยถามก้มหน้าหงุด มือทั้งสองกำเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มแน่น“เฟิงเหมา”เสียงกดต่ำข
“เยว่อิงเจ้าทำอะไรกินหรือ ? ข้าได้กลิ่นหอมออกไปถึงด้านนอก”“ท่านพ่อ !” เด็กชายตัวน้อยนัยน์ตาเป็นประกาย กระโดดลงจากเตียงหลังใหญ่ก้าวออกไปเปิดประตูต้อนรับบิดาเฟิงซือกอดบุตรชายตัวน้อยที่กระโดดเข้าใส่เอาไว้แน่น ก่อนจับยกขึ้นสูงวางไว้บนไหล่“เจ้าตัวน้อยวันนี้ไม่ออกไปเล่นข้างนอกหรือ ?”“ยังขอรับ ลูกกำลังรอกินข้าวกับท่านแม่”“หึ แสดงว่าเพราะยังไม่อิ่มถึงยังไม่ออกไปสินะ”เด็กชายพยักหน้าขึ้นลง พยายามก้าวลงจากไหล่บิดาเฟิงซือเห็นเช่นนั้นจึงยอมปล่อยลูกลงก่อนจะเดินมาหย่อนตัวนั่งข้างคู่ครองคำเรียกขานและคำลงท้าย เยว่อิงล้วนเป็นคนสอนพวกเขา หญิงสาวเอ่ยสอนและบอกว่าควรเรียกขานใครว่าอย่างไร แม้จะไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้กระจ่างชัด แต่ทุกคนกลับเต็มใจทำตามที่นางบอกล่าวด้วยรู้สึกว่าการพูดมีคำลงท้ายเช่นนี้ดูดียิ่งนักชายหนุ่มผู้มาใหม่หลังหย่อนตัวลงข้างคู่ครองแล้วไม่ได้รับการตอบรับดังเช่นทุกวันพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันหน้าไปเอ่ยถาม“เยว่อิงเจ้าเป็นอะไรไปหรือ ? เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าอารมณ์ไม่ดี”หญิงสาวหันมองคนข้างกายตาขวาง ก่อนจะหันไปใช้สายตาปกติมองบุตรชาย “เฟิงเหมาออกไปเล่นข้างนอกก่อนนะลูก แม่
“ท่านแม่ ท่านพ่อเก่งกาจถึงเพียงนั้นเลยหรือ ?”“แล้วลูกมองท่านพ่อเป็นเช่นไร”เด็กชายตัวน้อยครุ่นคิด ยกมือขึ้นจับปลายคางคิ้วขมวดเข้าหากันคนเป็นมารดาเผยยิ้มขำหันไปขยับมือคนกับข้าวในหม้อวันนี้เฟิงซือออกไปล่าสัตว์ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องออกไปล่าแล้วแต่ชายหนุ่มกลับยังคงทำเหมือนที่เคยทำมาตลอด แตกต่างเพียงแค่การออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ออกไปล่าบ่อยครั้งนักเหมือนอย่างเคย แต่จะออกทุก ๆ สี่หรือห้าวันแทนนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเวลาก็ผ่านไปร่วมหกปี ตอนนี้ทั้งสองคนนอกจากจะเป็นคนดูแลเผ่า ยังกลายเป็นผู้ปกครองเด็กชายตัวน้อยลูกชายตัวน้อยของพวกเขาเกิดมาพร้อมระดับพลังของนักรบระดับหนึ่ง นับตั้งแต่มีเผ่าเฟิงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีเด็กเป็นนักรบตั้งแต่เกิดคนในเผ่าตื่นเต้นกับการเกิดมาของบุตรชายตัวน้อยคนนี้มาก ถึงขั้นเลี้ยงฉลองกันสองวันสองคืน ทำเอาเนื้อที่เก็บไว้หมดไป ร้อนถึงนักรบเผ่าต้องออกไปล่าสัตว์มาใช้ในการทำอาหาร เพราะสัตว์ที่เลี้ยงดูไว้จะฆ่าเฉพาะยามจำเป็น หรือฆ่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นใบหน้าพวกเขาก็หาได้ไม่พอใจ ทุกคนต่างชื่นชอบการออกไปล่าสัตว์ ใช้ชีวิตอยู่กับป่าเช่นเดิม ทั้งที่ความเป็นอย
“เฟิงซือนับจากนี้สิ่งที่เจ้าจะต้องรับผิดชอบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าและคู่ครอง แต่เจ้าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเผ่า เจ้ายินดีดูแลคนในเผ่าหรือไม่”“ข้ายินดี”น้ำเสียงชายหนุ่มทั้งหนักแน่นและทรงพลังหลังคำพูดนี้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไป บริเวณลานกว้างพลันรู้สึกเย็นสบาย พลังในร่างกายของคนในเผ่าโดยรอบคล้ายถูกกระตุ้นให้สูงขึ้น ราวกับว่าเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังอวยพรพวกเขาอยู่คนในเผ่าต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนนัยน์ตาจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเลื่อมใสเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังร่วมยินดีกับพวกเขาใช่หรือไม่ ?เยว่อิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวสงสัยในการกระทำของเจ้าตุ่นน้อยจนต้องเอ่ยถาม‘เหตุใดถึงใช้พลังไม่บอกกล่าว’‘ข้าเพียงต้องการอวยพรคู่ครองของเจ้า ยอดเยี่ยมไปเลยใช่หรือไม่ ?’‘ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเห็นสีหน้าประหลาดใจของคนในเผ่าถึงได้ทำเช่นนี้หรือ ?’‘เจ้าก็รู้’‘ใช่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบทำอะไรไร้สาระ’เทพผู้ถูกต่อว่ามีสีหน้าบึ้งตึง ทว่าคำพูดต่อมาของนางกลับทำให้เขากลั้นยิ้ม‘แต่ก็ทำได้ไม่เลว’เทพผู้น้อยใจเมื่อสักครู่ปิดปากเงียบ หันหลังหนีไม่ยอมมองหน้ากัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหลบสายตาของนางท
“เฟิงซือเจ้ายินดีจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือไม่”คำพูดของเฟิงสงกระตุ้นให้คนโดยรอบหยุดมอง พวกเขาไม่ประหลาดใจในคำพูดของหัวหน้าเผ่าเท่าใดนัก ในเมื่ออีกฝ่ายอายุมากแล้วจะยอมถอยปล่อยให้คนหนุ่มกว่าขึ้นแทนตำแหน่งถือเป็นเรื่องสมควรพวกเขาล้วนเคยคิดว่าอีกไม่นานเฟิงซือคงได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าแทนหัวหน้าเผ่าคนเดิม เพราะชายหนุ่มแข็งแกร่งที่สุดในเผ่า อีกทั้งความสามารถยังมีมากกว่า นอกจากนี้คู่ครองของเขายังเป็นถึงผู้ส่งสารของเทพแห่งสรรพสัตว์ การจะยกตำแหน่งให้เขานั้นไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไรคนในเผ่าล้วนเห็นด้วยทั้งหมด จะมีก็แต่ชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไร้ปฏิกิริยาไม่ใช่ว่าเขาไม่ยินดีในตำแหน่งหัวหน้าเผ่า ทว่าเขาเพียงไม่เคยคิดว่าตำแหน่งจะตกมาถึงตนรวดเร็วเพียงนี้คนถูกจับจ้องหันมองคนรอบข้าง ทุกคนต่างพยักหน้าให้เขาราวกับยอมรับได้แล้ว“ท่านหัวหน้าท่านพูดจริงหรือ ? ข้า ตัวข้า”ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ“ข้าพูดจริง เจ้าเหมาะสมยิ่งนัก อีกทั้งคู่ครองของเจ้ายังเป็นคนโปรดของเทพแห่งสรรพสัตว์จะให้อยู่ตำแหน่งต่ำกว่าข้าได้อย่างไร”“แต่ว่า...”แม้ชายหนุ่มจะเห็นด้วยในความคิดของอีกฝ่าย ทว่าในใจยังคงเต็มไปด้วยความเกรงใจเฟ







