Share

บทที่ 12

last update Dernière mise à jour: 2026-02-14 16:16:10

บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 12

"อะไรคะ" ตอนที่เธอกำลังจะออกจากห้องเขาได้ยื่นกุญแจรถให้

"ขับรถเป็นอยู่ไม่ใช่เหรอ"

"ขับเป็นค่ะ คุณเอารถให้ฉันเลยเหรอคะ?" คิดว่าเขาจะให้รถตอนที่ย้ายมาอยู่กับเขาเสียอีก

"ทำไมต้องไปเรียกแท็กซี่ให้มันลำบาก" ชาละวันวางกุญแจลงกับมือของเธอ และบอกให้ไปเปิดดูสัญญาณรถเอาเองว่าคันไหน เพราะตอนที่เราปลดล็อกผ่านรีโมทไฟกระพริบของรถคันนั้นก็จะสว่างขึ้น

เขาไม่ได้ลงมาส่งเธอหรอก เสน่หาลงลิฟต์มาคนเดียวจนถึงลานจอดรถใต้คอนโดหรู

มาถึงหญิงสาวก็ปลดล็อกผ่านกุญแจ และรถมินิคันหนึ่งก็แจ้งเตือนไฟกระพริบ เธอถึงได้มองยี่ห้อจากกุญแจรถอีกครั้งเพราะทีแรกไม่ได้ดูว่าเขาให้รถอะไรมา เขาให้ Mini เลยเหรอ?

[ห้องพักรายวัน]

"เพื่อนเราว่ายังไงบ้างลูก"

"เพื่อนมีบ้านหลังหนึ่งอยู่แถวชานเมือง จะให้แม่ย้ายไปอยู่ที่นั่นค่ะ"

"ให้แม่ย้ายไปอยู่หมายความว่ายังไง"

"หนูอาจจะไม่ได้ไปอยู่ด้วย แต่ก็จะหาเวลาไปหาแม่ค่ะ เพราะหนูต้องเรียนต่อ"

"หนูมีเงินเรียนต่อเหรอ"

"ตอนนี้หนูมีงานทำแล้วค่ะ เป็นบริษัทของพ่อเพื่อน พอได้เอาเงินมาจ่ายค่าเทอม"

"ดีจังเลย แล้วหนูจะพักอยู่ที่ไหน"

"จะพักอยู่กับเพื่อนค่ะ" หวังว่าคงไม่บาปไปกว่านี้นะ

"แล้วบ้านเป็นแบบไหนล่ะลูก"

"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" ได้ยินคำถามของแม่แล้วเหนื่อยใจเลย ท่านจะติดสบายไปถึงไหน

เช้าของวันต่อมา.. เสน่หาก็ลุกมาเก็บของจากห้องพักรายวัน เพราะวันนี้เธอต้องพาแม่ไปอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว เมื่อคืนเขาได้ส่งโลเคชั่นมาให้

"ไปกันเถอะค่ะแม่" หญิงสาวเดินออกมาจากห้องเช่ารายวันก็ใช้กุญแจรถ เปิดรถมินิที่จอดอยู่ด้านหน้า

"รถใครหรือลูก"

"ยืมรถของเพื่อนมาค่ะ"

"เพื่อนหนูนี่ดีจังเลยนะ ไม่เหมือนเพื่อนแม่ ไอ้พวกนั้นกลัวแต่จะติดร่างแหไปด้วย"

"อย่าไปพูดถึงเรื่องพวกนั้นเลยค่ะ" พวกเขาไม่ผิดหรอกที่ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย ใครๆ ก็กลัวตัวเองจะลำบากไปด้วยทั้งนั้นแหละ

เสน่หาขับรถออกมาตามโลเคชั่นที่เขาให้ไว้ ใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงได้เพราะต้องฝ่ารถติดออกมาอีก

"หลังนี้เหรอลูก"

"ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ" พอมาเห็นบ้านแล้วเธอก็ไม่แน่ใจว่าใช่หลังนี้ไหม เลยต้องทักไลน์ไปถามเขาดูพร้อมกับถ่ายรูปบ้านส่งไปให้เขาดูเพื่อยืนยันด้วย

กดส่งไปไม่นานอีกฝ่ายก็เปิดอ่าน และคำตอบที่เขาให้มาก็คือใช่คำเดียว

"เพื่อนหนูคนไหนเนี่ยทำไมประเสริฐจังเลย" บ้านหลังนี้เหมือนเป็นบ้านตากอากาศแถวชานเมืองเลย มีการจัดสวนให้สวยงามเข้ากับตัวบ้าน

"สวัสดีค่ะ ใช่คุณเสน่หาใช่ไหมคะ"

"ใช่ค่ะสวัสดีค่ะ"

"เชิญคุณสองคนเข้ามาข้างในเลยค่ะ"

"เธอเป็นใคร" เสียงของแม่พูดแทรกขึ้นมา

"ฉันเป็นผู้ดูแลบ้านหลังนี้ค่ะ"

"เป็นคนรับใช้เหรอ"

"แม่คะ"

"จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ เชิญคุณสองคนเข้ามาสิคะ"

"ขอบคุณค่ะ พี่ชื่ออะไรคะ"

"พี่ชื่อแก้วจ้ะ"

เสน่หาไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองหรอกเธอแนะนำชื่อแม่ไป เพราะพี่แก้วก็รู้จักชื่อเธอแล้ว

"ว้าว" ยิ่งเข้ามาเห็นในตัวบ้านก็ยิ่งทำให้ตื่นตาตื่นใจ "คอยดูนะฉันจะไปโพสต์ลงไอจีอีพวกนั้นมันจะได้เลิกนินทาฉันสักทีว่าไม่มีที่ซุกหัวนอน"

"แม่คะ"

"แกจะอะไรนักหนา ฉันเอาห้องนี้นะ" คนเป็นแม่เห็นว่าห้องนอนใหญ่ตกแต่งสวยงามเลยเลือกห้องนั้น "ว่าแต่เธอจะอยู่คอยรับใช้ฉันที่นี่ใช่ไหม"

"ไม่ใช่ค่ะแม่" แก้วยังไม่ตอบเสน่หาก็เป็นคนพูดไปก่อน เธอไม่รู้หรอกว่าคนนี้เป็นคนดูแลเก่าหรือเขาจัดมาให้ใหม่ แต่เธออยากให้แม่ช่วยเหลือตัวเองให้ได้

"ฉันไม่ได้ถามแก"

เป็นแม่ลูกกันจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย แก้วได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ตอบไปหรอก

คืนนี้เสน่หาค้างที่บ้านหลังนี้เป็นเพื่อนแม่ไปก่อน เธอเลือกห้องที่มองออกไปแล้วเห็นวิวบรรยากาศท้องทุ่งนาเขียวขจี แถวชานเมืองนิยมปลูกข้าวตลอดปี

ตอนที่อาบน้ำออกมาก็เห็นมีข้อความเข้าเสน่หาเลยเปิดดู เขาส่งข้อความมาบอกให้เธอไปเรียนพรุ่งนี้ได้เลย นี่เขาจัดการเรื่องเรียนให้เธอเองเลยเหรอ? เสน่หายังคิดอยู่เลยว่าจะกลับไปคุยกับอาจารย์ยังไงดี

ไม่นานก็มีคนโทรเข้ามาอีก ทีแรกคิดว่าเป็นชาละวันแต่ไม่ใช่

>>{"ได้ยินว่าแกจะกลับมาเรียนเหรอ"} คนที่โทรมาก็คืองามพร้อม

   {"แกรู้เรื่องนี้แล้วเหรอ"}

>>{"ฉันก็เพิ่งได้ยินมาเมื่อตอนจะเลิกเรียนนี่เอง"}

   {"ใช่พรุ่งนี้ฉันก็จะเข้าเรียนแล้ว"}

>>{"ฉันดีใจนะ"}

   {"ฉันก็ดีใจ"}

>>{"ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันนะเสน่ห์"}

เช้าวันต่อมา.. โชคดีที่เธอมีชุดนักศึกษาติดกระเป๋ามาด้วย ทีแรกว่าจะทิ้งไปหมดแล้วแหละ แต่เก็บไว้เพื่อระลึกถึงเฉยๆ ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้อีก

"หนูจะไปเรียนวันนี้เลยหรือลูก"

"ใช่ค่ะเย็นนี้หนูอาจจะไม่ได้กลับมานะ เรื่องกับข้าวเดี๋ยวพี่แก้วจะจัดการให้แม่ ส่วนเรื่องอื่นแม่ต้องทำเองนะคะ"

"แล้วเงินล่ะเผื่อแม่อยากไปซื้อของทำยังไง"

"ฉันมีอยู่แค่นี้" เธอล้วงเอาเงินสดที่มีอยู่ติดตัวออกมาส่งให้แม่ ส่วนในบัญชีก็ยังพอมีอยู่แต่ก็ไม่มากแล้ว

"เงินแค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้"

"กับข้าวก็ไม่ได้ซื้อเอง แล้วแม่จะเอาเงินไปใช้อะไร"

"เผื่อฉันอยากไปพบปะเพื่อนฝูงไง"

"แม่คะ"

"ไม่ต้องพูดแล้วจะไปก็ไปสิ"

เธอได้แต่ถอนหายใจก่อนออกมาจากบ้าน เคยเห็นแต่เลี้ยงลูกตามใจ แต่นี่พ่อเลี้ยงภรรยาตามใจเกินไปไหม ..จะพูดอะไรมากก็ไม่ได้เพราะตัวเองเป็นลูก

เสน่หาขับรถคันนั้นมาที่มหาวิทยาลัย เธอออกมาเช้าเลยมาถึงที่นี่ก่อนเข้าเรียน

"เสน่ห์ทางนี้" งามพร้อมที่รออยู่หน้าคณะกวักมือเรียกเพื่อน

"ฉันนึกว่าเป็นแค่ข่าวลือมันเรื่องจริงเหรอเนี่ย เห็นว่าล้มละลายแล้วไม่ใช่หรอเอาเงินไหนมาเรียนต่อ" เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลพูดกัน

"คิดถึงแกจังเลย"

"คิดถึงแกเหมือนกัน" งามพร้อมไม่ได้ถามเพื่อนหรอกว่าใช้วิธีไหนถึงกลับมาเรียนได้ ในเมื่อตัวเองช่วยเพื่อนไม่ได้เพื่อนช่วยตัวเองจนกลับมาเรียนถือว่าดีมากแล้ว

"พวกเราก็ดีใจนะที่เธอดิ้นรนกลับมาเรียนได้เหมือนเดิม ว่าแต่เอาเงินมาจากไหนเหรอ" ถึงแม้งามพร้อมจะไม่ถามก็มีคนรอที่จะถามอยู่ดี

"แบบนี้เขาเรียกเสือกใช่ไหม" เสน่หาหันไปพูดกับงามพร้อม

"หึหึ" งามพร้อมก็นึกขำ แต่กลุ่มที่ถามเริ่มควันออกหูแล้ว "เราเข้าห้องเรียนกันดีกว่า"

"ฉันขาดเรียนไปเป็นอาทิตย์เลย"

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันติวให้"

"ขอบใจแกมากนะงาม"

เข้ามาในห้องเรียนเพื่อนอีกกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในห้องเรียนต่างก็หันไปให้ความสนใจกับเสน่หาที่ดิ้นรนกลับมาเรียนอีกจนได้ หนุ่มๆ ในห้องที่เคยขายขนมจีบให้เธอก็แวะเวียนเข้ามาพูดคุยด้วย

"ตอนเที่ยงไปทานข้าวด้วยกันไหมเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"

"ทำไมพวกนายต้องมาเลี้ยงเพื่อนฉันด้วย" งามพร้อมเห็นเสน่หาไม่พูดเลยเป็นคนพูดแทน

"เสน่ห์เพื่อนเธอคนเดียวที่ไหนล่ะก็เพื่อนพวกฉันด้วย เผื่อว่าจะได้ช่วยกัน"

"ช่วยเก็บปากไว้กินข้าวดีกว่าไหม" เจอคำพูดอีกดอกของเสน่หาเพื่อนผู้ชายก็รีบสลายตัวก่อน

"หึหึ ยังปากเก่งได้เหมือนเดิม นี่ขนาดเป็นนางฟ้าตกจากสวรรค์แล้วนะ" ผู้หญิงในห้องนั้นส่วนมากไม่ชอบขี้หน้าเธอหรอก

จนถึงตอนเที่ยงงามพร้อมและเสน่หาก็ออกมาที่โรงอาหาร

"เฮ้ยกูตาฝาดหรือเปล่าวะ" โรงอาหารของทางมหาวิทยาลัยมีอยู่แห่งเดียว หรือถ้าใครจะออกไปทานรอบนอกก็ได้ "เป็นฝีมือไอ้เสี่ยชาหรือเปล่าวะเนี่ย" ต้นข้าวกระซิบถามคิมหันต์

"กูจะไปรู้เหรอ​ มึงก็ถามเจ้าตัวเองสินั่งอยู่ข้างๆ​ มึงเนี่ย"

"เอ้าไอ้นี่มึงก็รับมุกกูหน่อยสิวะ"

"ทำไมวันนี้คนเยอะจังเลย" เข้ามาในโรงอาหารต้องหาที่นั่งให้ได้ก่อน เรื่องอาหารค่อยว่ากันอีกที

"เสน่ห์มานั่งโต๊ะเดียวกับเราก็ได้นะ" ตอนที่มองหาที่นั่งอยู่เพื่อนผู้ชายในห้องที่มาจับจองโต๊ะก่อนก็เรียกเธอกับงามพร้อมไปนั่งด้วย

"ไม่มีโต๊ะว่างเลยหรือเราจะไปนั่งกับพวกนั้นดี" มองไปจนทั่วแล้วก็ไม่เห็นมีโต๊ะว่างงามพร้อมเลยหันกลับมาถามเสน่หาดู

🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 20//18+

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 20🔞เดินผ่านมาทางหน้าคณะวิศวะก็เห็นนักศึกษากำลังทยอยกันออกมา บางคนก็นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่หน้าคณะ ส่วนมากมีแต่หนุ่มๆ ที่เรียนคณะนี้"คนสวย ทำไมวันนี้ถึงนึกอยากเดินผ่านทางนี้ล่ะครับ" ใครที่สวยเด่นในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะอยู่คณะไหนก็เป็นที่พูดถึงของหนุ่มๆ อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเสน่หาแล้วด้วย ถ้าเธอลงประกวดดาวมหาวิทยาลัยแน่นอนว่าตำแหน่งนั้นต้องเป็นของเธอ แต่เสน่หาไม่สนใจเรื่องพวกนี้ทีแรกเสน่หาก็ไม่ได้คุยกับคนที่แซวเธอหรอกแต่พอมองดูรอบๆ แล้วไม่เห็นคนที่เธอต้องการพบเลยหันไปถาม"รุ่นพี่ชาละวันกลับหรือยังคะ""ว้าว ถามหารุ่นใหญ่เลยเหรอเนี่ย""ทำไมแกถึงถามหาพญาจระเข้วะ" งามพร้อมกระซิบถามเพื่อน"พวกพี่ก็ไม่ได้มองนะว่าไอ้ชามันออกไปหรือยัง ว่าแต่น้องอยากเปลี่ยนใจคุยกับพวกพี่ไหมล่ะ"เห็นว่าถามคนพวกนี้ไม่ได้เรื่องเสน่หาเลยเดินผ่านคณะนี้ไป พอเสน่หาเดินออกไปอันปันก็เดินเข้ามาถามกลุ่มเมื่อสักครู่ว่าแม่นั่นมาถามหาใครคนกลุ่มนั้นยังชั่งใจอยู่ว่าจะบอกความจริงไปดีไหม เพราะใครๆ ก็รู้ว่าอันปันเป็นอะไรกับชาละวัน แถมแม่นี่ก็ตามหาเรื่องผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ชาละวันซะด้วย"ฉันถามว่าผู้หญิงสอง

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 19

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 19"รุ่นพี่คณะเราก็ทำไม่ถูกนะ ฝ่ายชายยังไม่เปิดตัวเลยหาระรานคนอื่นไปทั่ว"นั่งทานข้าวตอนเที่ยงได้ยินรุ่นน้องพูดกันอยู่ด้านหลัง เสน่หาเลยหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นรุ่นน้องผู้หญิงคนที่ถูกหาเรื่องเมื่อวานนี้"แกอย่าพูดเสียงดังสิเดี๋ยวงานก็เข้าฉันอีกหรอก""แบบนี้ฟ้องร้องได้เลยนะทำให้เธอเสียหาย เห็นไหมคนเขามองเธอกันใหญ่แล้ว""ช่างมันเถอะเดี๋ยวเขาก็ลืมกัน""ได้ยินว่าเมื่อวานถูกตบด้วยนะ" งามพร้อมกระซิบบอกเสน่หาที่หันไปมองกลุ่มนั้นอยู่"อะไรนะ? ตบรุ่นน้องเลยเหรอ??""ฉันก็ไม่แน่ใจว่าคนที่พูดได้เห็นกับตาไหม แต่ก็ไม่น่ารุนแรงขนาดนั้นต้องไปว่าให้ฝ่ายชายมากกว่าไหม"เย็นของวันนั้น.. เสน่หากลับมาที่คอนโดก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ วันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาไปเรียนไหม เธอเลยโทรไปหาเขาดูว่าเรื่องที่เธออยากขอคุยกับนักสืบเขาว่ายังไง และเธอก็ยังมีอีกเรื่องที่จะต้องคุยกับเขาด้วยเสียงโทรศัพท์ดังสองถึงสามทีปลายสายก็ตัดไป ..อยู่กับใครอีกล่ะเนี่ยถึงรับสายเราไม่ได้"ใครโทรมาวะทำไมมึงไม่รับสาย""จะถามทำไม""ไม่ถามก็ได้ครับเจ้าชายเย็นชา""แล้วนี่จะนัดออกมาทำไมนักหนา ก็รู้อยู่ว่ากูยังปวดหัว""รุ่นน้

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 18//18+

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 18🔞หน้ามหาวิทยาลัย.."จอดค่ะ""จอดทำไม""ฉันเห็นร้านลูกชิ้น นานๆ ป้าแกจะมาขายที" เห็นว่าเธอจะลงไปซื้อของชาละวันเลยจอดรถให้ แต่พอเสน่หาลงจากรถเธอก็บอกให้เขาเข้าไปก่อนเลยถึงแม้จะจอดรอก็คงจอดไม่ได้เพราะเส้นขาวแดงเขาห้ามจอด ชาละวันเลยต้องขับรถเข้าไปก่อน พอเขาเคลื่อนตัวรถออกไปเสน่หาก็มองไปรอบๆ ว่ามีใครเห็นตอนที่เธอลงจากรถของเขาไหม และนี่แหละคือเหตุผลที่เธอขอลงจากรถก่อน ถ้าเข้าไปจอดในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยต้องมีคนเห็นแน่ว่าเธอนั่งรถมากับเขา ส่วนลูกชิ้นน่ะเหรอป้าแกมาขายทุกวันอยู่แล้ว"ขอลูกชิ้นสามไม้ค่ะ" ไหนๆ ก็เอามาเป็นข้ออ้างลงจากรถ เธอเลยเดินไปซื้อป้าหน่อยพอได้ลูกชิ้นเสน่หาก็เดินเข้ามาที่คณะ"แกไม่ชอบกินลูกชิ้นไม่ใช่เหรอ" งามพร้อมเห็นเสน่หาหิ้วถุงลูกชิ้นเข้ามาเลยถามดู"ฉันซื้อมาให้แกไง""ซื้อมาให้ฉัน? ขอบใจแกมากนะเพื่อน เรารีบขึ้นข้างบนเถอะ" ตอนที่เดินขึ้นไปงามพร้อมก็พยายามกินลูกชิ้นให้หมด เพราะในห้องเรียนไม่ให้เอาอาหารเข้าไปด้วยเที่ยงของวันนั้น.."พวกนั้นมีอะไรกัน" ลงมาจากคณะเห็นพี่ปี 3 กำลังมีเรื่องกับน้องปี 1"นั่นพี่คนที่เป็นแฟนของรุ่นพี่วิศวะไหม" ทีแรกเสน

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 17//18+

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 17🔞"ฮัดเช้ย" ตอนที่กำลังมองเขาอยู่เธอก็ได้จามออกมาจนคนที่กำลังจะเดินผ่านหันไปมอง"แก!" อยู่ดีๆ เพื่อนก็จามออกมาจนเป้าหมายหันมาใครจะไม่ตกใจล่ะ"ฮัดเช้ย" รู้สึกคัดจมูกมากจนกลั้นจามไม่ได้เธอเลยปล่อยออกมาอีกครั้ง คงเป็นเพราะโดนฝนเมื่อคืนนี้แน่เลย"ไปกันเถอะค่ะชา" อันปันเห็นชาละวันมองไปดูรุ่นน้องเลยไม่ชอบใจรีบดึงแขนของชาละวันให้ตามมา"ไปกันเถอะชา แหวะ!" งามพร้อมล้อเลียนก่อนจะหันไปถามเพื่อนว่าเป็นอะไรไม่สบายเหรอ"เมื่อคืนโดนฝนนิดหน่อยเราเข้าห้องเรียนกันเถอะ""อ้าวแล้วไม่ไปกินข้าวแล้วเหรอ""ไม่หิวแล้ว" เห็นเขาพาผู้หญิงคนนั้นเดินไปทางโรงอาหารไม่ตามไปดีกว่าวันนี้เสน่หารู้สึกเวียนหัวเลยไปขอยาที่ห้องพยาบาลมาทาน พอทานยาเข้าไปก็รู้สึกง่วงนอนแต่ก็ต้องบังคับตัวเองไม่ให้หลับ"เสน่ห์!" งามพร้อมหันมาเขย่าตัวเพื่อนเพราะถึงแม้เธอจะบังคับตัวเองยังไงก็สู้ความง่วงไม่ไหว"มีอะไรเหรองามพร้อม""เอ่ออาจารย์คะคือเพื่อนของงามไม่ค่อยสบายค่ะ""ไม่สบายแล้วทำไมไม่ไปขอยามาทาน""ไปขอมาแล้วค่ะ""รู้ว่าตัวเองไม่ไหวจะเข้าห้องเรียนทำไมให้มันดูไม่ดี""ขอโทษด้วยนะคะ" เขย่าตัวเพื่อนยังไงก็ไม่ตื่นจนใ

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 16

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 16ลงมาถึงข้างล่างก็ลืมเลยว่าตัวเองไม่ได้หยิบเอากระเป๋าออกมาด้วย ถ้าจะกลับเข้าไปเอาอีกเดี๋ยวขัดจังหวะเขา เสน่หาเลยมานั่งโซฟาที่ทางคอนโดจัดหาไว้ให้ โทรศัพท์มือถือก็อยู่ในกระเป๋าจะเลื่อนโทรศัพท์เล่นเพื่อฆ่าเวลาหน่อยก็ไม่มี ตอนนั่งรอเธอก็เอาแต่มองดูคนนั้นเดินผ่านทีคนนี้เดินผ่านทีจังหวะที่กำลังมองอะไรเพลินๆ อยู่ประตูลิฟต์ก็เปิด เสน่หามองไปพอดีเห็นว่าหนึ่งในคนที่ออกจากลิฟต์มามีชาละวันด้วย เธอกำลังมองหาที่หลบแต่ถ้าหลบก็คงไม่ทัน"......" เขาไม่เห็นเรานั่งอยู่ตรงนี้เหรอ จะเห็นได้ยังไงก็เขาไม่ได้มองมานี่ ..ถามเองและก็ต้องตอบเองพอชาละวันเดินออกไปแล้วเสน่หาถึงได้กลับมาชั้นบน"??" ตายห่าแล้วไม่ได้เอากุญแจห้องออกมาด้วย ประตูของห้องถ้าปิดมันจะล็อกอัตโนมัติ ทำยังไงดีของก็อยู่ในห้องหมดเลย ตามเขาลงไปตอนนี้ทันไหมเนี่ยยังไงก็ต้องเสี่ยงเผื่อว่าเขายังคงคุยโทรศัพท์อยู่ในรถ เสน่หารีบตรงมาที่ลิฟต์แล้วกดลงชั้นล่าง พอมองไปทั่วๆ ลานจอดรถก็ไม่เห็นรถเขาจอดอยู่แล้วโอ๊ยฉันจะบ้าตาย มองไปเห็นรถที่เขาให้เธอใช้ จอดอยู่ตรงนั้นแต่ก็ไม่มีปัญญาที่จะไปเปิดมันเพราะกุญแจอยู่ในกระเป๋าเขาจะกลับมาง่า

  • บำเรอรักวิศวะร้าย   บทที่ 15

    บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 15"ตื่นแล้วเหรอ" ชาละวันที่อยู่ในชุดลำลองมีแค่กางเกงขายาวตัวเดียวโดยไม่ได้สวมเสื้อ ตอนที่เธอตื่นขึ้นมาก็เห็นเขายืนมองดูวิวบรรยากาศรอบนอกของคอนโดที่มีกำแพงเป็นกระจกรอบทิศทาง"ค่ะ" รู้สึกระบมไปทั้งตัวเลยแต่ก็ต้องกัดฟันลุกขึ้นมาให้ได้"สายๆ ฉันมีธุระ จะพาออกไปซื้อเสื้อผ้า""ค่ะ" โชคดีที่เขาไม่ได้หันมองมา ถ้างั้นเธอคงอายมากกว่านี้แน่และสภาพของเธอก็ดูไม่ได้เลย เสน่หาค่อยๆ พาร่างตัวเองเข้าห้องน้ำ ตอนก้าวเดินความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีก็ปรากฏบนร่างกายขณะที่อาบน้ำอยู่ก็รู้สึกเจ็บแสบตรงที่ถูกเสียดสี รวมไปถึงช่วงต้นขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งต้นขาเลยพอทำความสะอาดร่างกายเสร็จเธอก็ออกมาจากห้องน้ำ​ และไม่ลืมที่จะบอกเขาว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่ออกไปข้างนอกชาละวันเดินไปหยิบชุดของผู้หญิงส่งให้กับเธอ "คงใส่ได้นะ"เสน่หารับชุดนั้นมาก็รับรู้ได้เลยว่ามันคงเป็นชุดผู้หญิงที่มาค้างกับเขาที่นี่ เพราะมันมีร่องรอยการสวมใส่แล้ว​ ถึงแม้ว่าจะซักทำความสะอาด​ ผู้หญิงก็ดูออกแถมไม่ใช่ไซส์ของเธอด้วย และมันก็เป็นแบบที่เธอคิด เขาคงไม่เก็บความบริสุทธิ์ของตัวเองไว้ให้ผู้หญิงคนใดคนหนึ่งหรอก ผู้ชายต้องหาความสุข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status