登入นางเอกถูกเพื่อนหลอกไปเที่ยวผับแล้วมอมเหล้า หวังให้นางเอกโดนผู้ชายในผับฉุดไปทำมิดีมิร้าย แต่ได้พระเอกช่วยไว้ ช่วยจากผู้ชายคนอื่น แต่ไม่ได้ช่วยเธอให้รอดพ้นจากตัวเขาเอง เพราะเขาเองก็เป็นเสือร้ายที่อยากได้เธอ! — รักมีพิษ ใครๆก็รู้ แต่ที่เธอไม่รู้ คือพิษรักที่เขามี มันพิษดีหรือพิษร้าย ? “ตื่นแล้วเหรอ” “เมื่อคืนนายทำอะไรเรา” “เอา” เกียร์ (Gear) วิศวะการบินปี 3 หล่อ รวย ฮอต แต่เลว ต่อให้ต้องใช้วิธีเลวทรามต่ำช้าแค่ไหนเขาก็ไม่เกี่ยง ขอแค่ได้เธอมาเคี้ยวให้หายคันฟันเล่นๆเป็นพอ แพทริเซีย (Patricia) บริหารปี 3 ภาคอินเตอร์ สวย รวย น่ารัก แต่โง่ ก็เพราะว่าความโง่ ถึงทำให้เธอต้องตกไปอยู่ในมือเขา ผู้ชายสารเลว ที่ทำเรื่องชั่วช้าต่ำทรามกับเธอ เมื่อคืนนั้น “… ตอบดิ…” “ถะ…ถามทำไม” “ถามให้รู้ เวลาเอากันจะได้ครางเรียกชื่อถูก”
查看更多@1-J Brown University
@2-Faculty of Business Administration “แพท สอบมิดเทอมเสร็จแล้ว ไปดริ๊งค์กับพวกฉันป่ะ” “ไม่ละกัน พวกแกไปเถอะ เราจะกลับแล้วอ่ะ ขอบใจนะที่ชวน” แพทริเซียยิ้มบอก ก่อนจะทำท่าเดินผ่านคนชวนไป แพทริเซียเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เธอเป็นคนไทย ส่วนพ่อเธอเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ ฐานะร่ำรวย เพียบพร้อม เรียกได้ว่าชีวิตเธอค่อนข้างเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบแทบทุกอย่าง ทั้งสวย รวย น่ารัก เรียนก็เก่ง ถ้าไม่ติดกับว่าแพทริเซียเป็นคนค่อนข้างซื่อ หัวอ่อน ไม่ทันคน เข้ากับคนไม่เก่ง เลยไม่มีเพื่อนสนิท เพื่อนผู้หญิงสองคนที่ทักเธอเมื่อกี้ ก็เป็นแค่เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน คือบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นของประเทศเท่านั้น “เดี๋ยวดิแก ไปหน่อยเหอะ นะๆ ถือซะว่าไปปลดปล่อยไง” เพื่อนสองคนเมื่อกี้นี้เดินตามมาดักหน้าแพทริเซียไว้ แล้วเซ้าซี้เหมือนอยากให้เธอไปด้วยให้ได้ “แต่ว่า เราไม่อยากกลับดึกน่ะ” “น่า ดึกก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวพวกฉันไปส่งเอง สอบเสร็จทั้งที ไประบายออกบ้าง เห็นวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังสือ เดี๋ยวสมองก็เครียดตายพอดี แกไม่สงสารสมองบ้างเหรอ” “เอ่อ คือเรา…” “ไม่ต้องเราแล้ว ไม่ต้องคิดแล้วด้วย ปะ” แล้วเพื่อนเธอสองคนก็ถือวิสาสะคว้าข้อมือเธอคนละข้างแล้วพาเธอไปขึ้นรถ เหมือนจงใจมัดมือชกให้หมดสิทธิ์ปฏิเสธ@The SiX (ผับใหญ่ย่านดัง)
“ดื่มดิแก เอาแต่นั่งมองอยู่แบบนั้นแล้วเมื่อไหร่จะได้กิน” เพราะตั้งแต่โดนลากเข้าผับมา แพทริเซียก็เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมหยิบจับอะไร ถึงได้โดนทักแกมเหน็บกลายๆ แต่คนถูกทักก็ยังรู้สึกลำบากใจอยู่ดี “แต่เราไม่ค่อยอยากดื่มน่ะ เราไม่เคยดื่ม กลัวเมาด้วย” เธอตอบตามตรง “ไม่ต้องกลัวหรอก อันนี้ผสมแอลกอฮอล์แค่อ่อนๆ รับรองไม่เมา คออ่อนก็ดื่มได้สบาย อะ” คราวนี้วีวี่หนึ่งในเพื่อนผู้หญิงสองคนของแพทริเซียลงทุนยกแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีชาแก่ขึ้นมาให้ “น่า ลองดื่มดู ไม่เมาหรอก จริงๆ รับรอง” พันเซล เพื่อนอีกคนนึงก็ช่วยรบเร้า สุดท้ายคนลำบากใจก็เลยต้องจำใจรับแก้วมาถือไว้ในมือแล้วจำใจดื่มแม้ไม่คุ้นลิ้นคุ้นคอ สีหน้าของเธอมันเลยออกมาอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างพะอืดพะอม เต็มกลืนเต็มทีแม้จะจิบไปเพียงแค่เล็กน้อย …รสชาติฝาดเฝื่อนปะแล่มๆมันไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลยสำหรับเธอ “เป็นไรไปอ่ะ” วีวี่ถามขึ้นเมื่อเห็นแพทริเซียวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างเดิม “เราว่าเราพอแค่นี้ดีกว่า เราดื่มไม่ได้จริงๆ มันไม่อร่อยเลยอ่ะ” “ไม่อร่อย? หึๆ แกนี่ไม่รู้อะไรซะแล้วแพท ครั้งแรกมันก็แบบนี้แหละ ดื่มๆไปเดี๋ยวก็ชิน อะ คราวนี้หมดแก้ว ฝึกไว้ ดื่มให้เป็นเอาไว้อ่ะดีรู้ป่ะ” วีวี่รบเร้าอีกรอบพร้อมกับยกแก้วเหล้าแก้วเดิมส่งให้ “แต่เรา… เอ่อ กะ…ก็ได้” แพทริเซียชั่งใจอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะรับแก้วเหล้ามาอีกรอบ จากนั้นก็พยายามกลั้นหายใจดื่มจนหมดเพราะเกรงใจเพื่อน แล้วจากนั้นเธอก็โดนรบเร้าแกมคะยั้นคะยอให้ดื่มเรื่อยๆไปอีกหลายแก้ว จนกระทั่งคนไม่เคยแถมยังคอโคตรอ่อนในตอนนี้ กำลังถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เล่นงาน “เอ่อ เราว่าเราไม่ไหวแล้วอ่ะ ขอไปห้องน้ำหน่อยนะ จะไปล้างหน้าล้างตาหน่อย” ว่าแล้วคนกำลังเมาก็ลุกขึ้น ก่อนทำท่าจะเดินแม้ความสามารถในการทรงตัวไม่ดีนัก “เดี๋ยวแก แล้วแกไปไหวป่ะเนี่ย ให้พวกฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย” “ไม่เป็นไร เราคิดว่าไปได้” แพทริเซียบอกแล้วเดินโซเซออกจากโต๊ะเพื่อหวังจะตรงไปห้องน้ำ แต่เดินไปได้ไม่ทันจะถึงห้องน้ำก็ดันชนกับใครคนนึงกลางทาง ปึก! “โอ๊ย” แพทริเซียอุทานออกมา เธอไม่ได้ชนแรง แต่ที่เกือบจะล้มเพราะสติไม่ค่อยจะมีเหลือแล้ว ความเมามันเข้าแทรก แต่เธอก็ไม่ล้ม เพราะเหมือนคนที่เธอเดินไปชนจะรั้งร่างเธอไว้ไม่ให้ร่วงหล่น “เธอ เป็นไรรึเปล่า ไหวป่ะ” เสียงนั้นทำให้ยัยเมรีเงยหน้าขึ้นพร้อมกับพยายามปรือตามองเจ้าของเสียง และสติที่ยังพอหลงเหลืออยู่ทำให้เธอพอจะจำเขาได้ลางๆ ว่าเขาคือหนุ่มฮอตคณะวิศวะ สาขาวิศวกรรมการบินมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอที่ใครๆในมหาลัยต่างก็รู้จัก แล้วถ้าจะถามว่าความฮอตของเขามันขนาดไหนอ่ะเหรอ งั้นก็ลองคิดดูเอาก็แล้วกัน ว่าขนาดแพทริเซียที่ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ ก็ยังรู้จักเขาเลย …เกียร์ “เอ่อ เรา เราไหว ขอโทษนะที่ชนนาย” “ไม่เป็นไร แล้วเธอมาคนเดียวเหรอ” “มากับเพื่อนสองคน แต่เราจะไปห้องน้ำน่ะ งั้นเราไปก่อนนะ เอ่อ แล้วก็ ขอโทษนายอีกครั้งนะ” แพทริเซียบอกพร้อมขอลุแก่โทษจากเขาอีกครั้งด้วยการก้มหัวให้เขาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบางๆผสมความมึนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะเดินแยกตัวไปยังห้องน้ำ โดยที่ไม่ได้รู้เลย ว่าคนที่เธอเดินไปชนกำลังหันมองตามด้วยแววตามีความหมาย… ^ : . ^ หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ แพทริเซียก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ตอนแรกเธอก็นึกว่าเธอเดินกลับมาผิดโต๊ะ เพราะที่โต๊ะว่างเปล่า ไม่มีใครเลย แต่การที่เธอเห็นว่ากระเป๋าสะพายของเธอมันยังอยู่ ก็แปลว่าถูกโต๊ะ คำถามคือ …แล้ววีวี่กับพันเซลหายไปไหน? ความสงสัยทำให้แพทริเซียพยายามพาร่างที่แทบจะไม่เหลือสติของตัวเองให้ไปนั่งแล้วหยิบสมาร์ทโฟนโทรหาทั้งคู่ แต่ …ตู๊ด ตู๊ดด ตู๊ดดด———— ทั้งคู่ก็ไม่รับ แพทริเซียโทรแล้วโทรอีกจนตอนนี้เธอแทบไม่ไหวแล้ว มึนหัวมาก ลุกก็ไม่ขึ้นแล้ว เหมือนอาการเมาเริ่มแผลงฤทธิ์จนเต็มอัตรา เธอถึงได้ลืมตาไม่ขึ้นแล้วจำต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อบรรเทาอาการมึนเมาและความสติพร่าเลือน:
อีกมุมหนึ่งของผับ
“ไอ้เกียร์ มึงมองอะไรของมึงวะ กูเห็นมึงหันมองไปทางนั้นหลายรอบแล้วนะ” “นั่นดิ กูก็เห็นเหมือนไอ้เจได สรุปมึงมองอะไร” ระหว่างที่นั่งดื่มฉลองอำลามิดเทอมกันอยู่ เจไดเพื่อนสนิทของเกียร์ก็ทักขึ้นมา และตามด้วยประโยคเห็นด้วยแบบนิ่งๆของเกรย์ เพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคน “มองยัยเมรีขี้เมาโต๊ะนั้น กูอยากได้”เกียร์แทรกแกมขู่ด้วยสายตา ก่อนเดินหายไปในห้องแต่งตัว และดูเหมือนไม่ทันถึงนาทีด้วยซ้ำ เขาก็เดินกลับออกมาพร้อมเสื้อยืดสีควันบุหรี่ ส่วนกางเกงยังเป็นกางเกงยีนส์ตัวเดิม เพราะเมื่อกี้เขายังไม่ได้ถอด ก็ดันได้ยินเสียงเธอร้อง เลยออกมาจากห้องน้ำซะก่อน“จะเสร็จรึยัง” เกียร์ถาม เพราะตอนนี้แพทริเซียใส่ได้แค่เสื้อ กระโปรงเหมือนจะยัง เพราะเขาออกมาซะก่อน เธอที่กำลังจะใส่กระโปรงกลับตามเดิมเลยตกใจจนต้องเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมส่วนล่างของเธออีกรอบ“เอ่อ ใกล้แล้ว นายหัน หันไปก่อนสิ” “หันเหรอ ทำไม อาย?”“เอ่อ เรา เรา”“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย เพราะของเธออ่ะ ฉันเห็นหมดแล้ว รีบใส่ซะ หรือจะให้ช่วยใส่ ก็ได้นะ” แล้วเกียร์ก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาแพทริเซีย แต่เธอรีบห้ามไว้“เอ่อ ไม่ ไม่ต้อง เราใส่แล้ว เราใส่เองได้ นายอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเข้ามา”“งั้นก็เร็วๆ” เขายอมหยุดตามที่เธอบอก“อือ อืม” แพทริเซียจำใจพยักหน้า แล้วจัดการใส่กระโปรงอย่างทุลักทุเล และเกียร์เห็นแล้วรู้สึกว่ามันขัดตาเขาซะเหลือเกิน“มานี่มา ชักช้า” เขาเลยเข้าไปจัดการใส่ให้เธอเอง ไม่ถึงวิก็เสร็จ แต่เสร็จแล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยเธอหรอก กลับอุ้มเธอขึ้นมา“ว้าย
เช้าวันต่อมา…แพทริเซียรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วพยายามลุกขึ้นมานั่งพร้อมความรู้สึกปวดหัวและความรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งตัว ก่อนดวงตาของเธอที่ตอนนี้เริ่มหายจากอาการพร่ามัวจะบังเอิญมองตรงไปข้างหน้าแล้วเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียง ผู้ชายที่เธอเหมือนจะจำได้ว่าเขาคือเกียร์ หนุ่มฮอตคณะวิศวะที่เธอเดินชนในผับเมื่อคืน …หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ตอนนี้เธอมาอยู่บนเตียงได้ยังไง?แถมมีเขาอยู่ในห้องด้วย!และสภาพของเขาที่ใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียว เท่านั้นก็ทำเส้นประสาททุกเส้นของเธอกระตุก สัญชาตญาณเริ่มรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ก่อนเธอจะกลับมาก้มมองตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะก่อนหน้านี้เหมือนเธอจะลืมมองสภาพตัวเองไป แต่ตอนนี้ ตอนนี้เธอเห็นแล้ว เห็นสภาพตัวเองแล้ว หัวใจถึงได้เต้นแรงจนแทบทะลุออกมา …เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้า…เขาก็ใส่แค่กางเกง และเมื่อคืนนี้…เธอเมา!“ตื่นแล้วเหรอ” เหมือนจังหวะที่ระบบประสาทของแพทริเซียตื่นตัวทุกอย่าง และหัวใจกำลังสูบฉีดเลือดอย่างแรง โดยที่มือเธอก็รีบดึงผ้าห่มนวมสีขาวขึ้นมาปิดถึงหน้าอกทันทีหลังจากที่รู้ตัว จากที่เมื่อกี้มันค
“โต๊ะไหนวะ” เจไดชะเง้อมองเพราะยังไม่กระจ่าง ในขณะที่เกรย์เหลือบมองแบบนิ่งๆ“โต๊ะนั้น ที่มีผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียว ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ” คนที่บังเอิญเดินมาชนกูตอนเดินกลับมาจากห้องน้ำ…อันนี้เกียร์คิดในใจ แต่ขี้เกียจอธิบายเพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องที่ยัยนั่นนั่งอยู่คนเดียว เขาก็ไม่แปลกใจ ทั้งๆที่เธอบอกว่ามากับเพื่อนสองคน นั่นเพราะตอนที่ผู้หญิงสองคนที่โต๊ะนั้นลุกออกไป เขาเห็นเข้าพอดี แต่ตอนแรกเขาไม่รู้หรอก ว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนยัยขี้เมานั่น จนกระทั่งเธอเดินกลับมาที่โต๊ะ เขาเลยพอเดาได้ ว่าสองคนนั้นเองที่เป็นเพื่อนยัยเมรี และแน่นอน เขาไม่ต้องเดาให้มากความก็รู้ ว่าเพื่อนสองคนนั้นของยัยนั่น…หวังดีประสงค์ร้าย ไม่งั้นคงไม่ทิ้งเพื่อนเอาไว้กลางผับทั้งๆที่เพื่อนเมาแอ๋หมดสภาพแบบนี้หรอก แถมยัยนั่นก็ยังดูอ่อนต่อโลกไม่ทันคนอีกต่างหาก …แต่ก็ดีว่ะ เพราะมันเข้าทางเขา!//“น้อง น้องครับ” คนนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะถูกเรียกให้จำต้องชะโงกหน้าปรือตาขึ้นมอง ทั้งที่มึนตึ๊บ โลกหมุนติ้วๆๆไปหมด ก่อนเธอจะเห็นว่าคนที่เข้ามาสะกิดเรียกเธอเป็นผู้ชายท่าทางหื่นกามหน้าตาก็ไม่น่าไว้ใจตั้งสองสามคน“เอ่อ ค่ะ” แพทริเซียฝ
@1-J Brown University @2-Faculty of Business Administration “แพท สอบมิดเทอมเสร็จแล้ว ไปดริ๊งค์กับพวกฉันป่ะ” “ไม่ละกัน พวกแกไปเถอะ เราจะกลับแล้วอ่ะ ขอบใจนะที่ชวน” แพทริเซียยิ้มบอก ก่อนจะทำท่าเดินผ่านคนชวนไป แพทริเซียเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เธอเป็นคนไทย ส่วนพ่อเธอเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ ฐานะร่ำรวย เพียบพร้อม เรียกได้ว่าชีวิตเธอค่อนข้างเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบแทบทุกอย่าง ทั้งสวย รวย น่ารัก เรียนก็เก่ง ถ้าไม่ติดกับว่าแพทริเซียเป็นคนค่อนข้างซื่อ หัวอ่อน ไม่ทันคน เข้ากับคนไม่เก่ง เลยไม่มีเพื่อนสนิท เพื่อนผู้หญิงสองคนที่ทักเธอเมื่อกี้ ก็เป็นแค่เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน คือบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นของประเทศเท่านั้น “เดี๋ยวดิแก ไปหน่อยเหอะ นะๆ ถือซะว่าไปปลดปล่อยไง” เพื่อนสองคนเมื่อกี้นี้เดินตามมาดักหน้าแพทริเซียไว้ แล้วเซ้าซี้เหมือนอยากให้เธอไปด้วยให้ได้ “แต่ว่า เราไม่อยากกลับดึกน่ะ” “น่า ดึกก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวพวกฉันไปส่งเอง สอบเสร็จทั้งที ไประบายออกบ้าง เห็นวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังสือ เดี๋ยวสมองก็เครียดตายพอดี แกไม่สงสารสมองบ้างเหรอ” “เอ่อ คือเรา…” “ไม