เข้าสู่ระบบเพราะความแซ่บระดับตัวซีเคร็ท ที่ทำเอาตัวพ่อจอมกะล่อนคนนี้ถึงกับต้องคอยติดเธอยิ่งกว่าเงา
ดูเพิ่มเติม@บาร์ลับชั้นใต้ดินของโรงแรมหรู
แสงไฟที่สาดส่องกับเสียงดนตรีที่เปิดดังกระหึ่มเป็นจังหวะเร้าใจ ทำให้บรรดาเหล่านักท่องเที่ยวราตรีต่างพากันลุกขึ้น เต้นโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาเป็นจังหวะอย่างสนุกสนาน
โดยอีกด้านหนึ่งของบาร์ก็มีกลุ่มสาวสวยดาวเด่นในค่ำคืนนี้ ที่กำลังเต้นวาดลวดลายอันแสนเย้ายวน เล่นทำเอาหนุ่มๆ เกือบทั้งร้านต่างพากันจับจ้องมองเป็นตาเดียว
“นี่นังข้าว! พรุ่งนี้มึงจะหมั้นกับพี่ดนัยแล้ว มึงชวนพวกกูมาปาร์ตี้แบบนี้พี่เขาจะไม่ว่าเหรอวะ” เสียงของ “ไอคิว” หนุ่มหล่อ หน้าใสสไตล์โอปป้าแต่หัวใจสาวเอ่ยถาม "ข้าวฟ่าง" สาวสวยรวยเสน่ห์ ที่กำลังยืนเต้นยั่วยวนเพื่อเช็กเรตติ้งของตัวเอง อย่างจีบปากจีบคอ
“เขาจะมาว่าอะไรกูได้ล่ะ วัน ๆ ก็ทำงานจะมาสนใจอะไรกับคนอย่างกู แถมงานหมั้นครั้งนี้ก็เป็นคำสัญญาของสองตระกูล ที่ได้ตกลงหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ซึ่งกูก็ไม่ได้พิศวาสอะไรเขาสักนิด” ฉันพูดตอบกลับ เพื่อนสนิทพร้อมกับกลอกตามองบนอย่างรู้สึกเซ็งๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าของ “พี่ดนัย” ว่าที่คู่หมั้นของตัวเอง ที่เป็นถึงเจ้าของบริษัทDN ผู้ผลิตอะไหล่เครื่องยนต์อันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยฉันแทบจะเจอหน้ากันแบบนับครั้งเลยก็ว่าได้
“หมั้นหมายตามคำสัญญา แบบนี้ไม่เรียกว่าคลุมถุงชนเหรอวะนี่มันสมัย2026 แล้วนะ โคตรเชยสัสๆ”
เสียงของ “ไข่มุก” สาวหมวยตัวเล็กจัดฟัน เพื่อนสนิทของข้าวฟ่างอีกคนเอ่ยดังแทรกขึ้นมา
“มึงหยุดพูดจาหยาบคายเลยนะนังมุก เพราะงานหมั้นของกู เป็นการหมั้นแบบพันธมิตรของทายาทคนรวยระดับพันล้านนะยะ ไม่ได้คลุมถุงชนอะไรสักหน่อย” ฉันเอ่ยตอบ ด้วยรอยยิ้มอย่างคนติดตลก พร้อมกับยกแก้วกระดกดื่มสบตามองเพื่อนของฉันด้วยแววตาแฝงไปด้วยความขบขัน
“กูจะล่าแบ้กับมึงจริงๆ นังข้าว” ไข่มุกถึงกับส่ายหัวไปมากับท่าทางของเพื่อนอย่างชอบใจ
“ตอนแรกกูก็กะจะปฏิเสธงานหมั้นเพราะกูก็ไม่ชอบให้ใครมาบังคับชีวิตของกูและยิ่งเป็นเรื่องจับคู่อย่างนี้กูยิ่งจะหนีออกห่างให้ไว" “แล้วทำไมมึงถึงยอมหมั้นง่ายๆ แบบนี้ล่ะ” ไอคิว เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ก็อีนังขวัญ น้องสาวตัวดีของกู ดันเสือกแอบชอบพี่ดนัยของกูน่ะสิ”
“เฮ้ย...เอาจริงดิแต่ที่กูฟังมึงเล่าก็ไม่แปลกใจเลยนะ เพราะน้องมึงมันสันดานขี้ขโมยของมึงอยู่แล้วอ่ะ” ไข่มุก พูดขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงของไอคิว เอ่ยดังแทรกขึ้นมาอีกคน
“จริง...เด็กมันขี้อิจฉามาแต่ไหนแต่ไร แถมพอมันรู้ว่ามึงชอบใคร มันก็จะเสนอตัวไปหาคนของมึงก่อนแทบจะทุกครั้ง แบบนี้ก็สมควรแล้วล่ะ ที่มึงจะเกลียดมันเข้าไส้ขนาดนี้” ไอคิว เอ่ยขึ้นอย่างจีบปากจีบคอ
“มันจ้องจะแย่งทุกอย่างที่เป็นของกูก่อน เรื่องอะไรที่กูจะต้องยอมมันด้วยล่ะจริงไหม” ฉันเอ่ยบอกและพลางนึกถึง “ขวัญข้าว” ลูกสาวคนละแม่ของฉัน ที่มักจะคอยทำตัวชิงดีชิงเด่นแข่งกับฉันในทุกๆ เรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ
เพราะตั้งแต่แม่ของฉันเสียชีวิตลงเพราะป่วยหนักคุณพ่อก็รีบพานังเมียน้อยและลูกของพ่ออีกคนเข้ามาอยู่ในบ้านของคุณแม่อย่างเปิดเผย ในขณะที่คุณพ่อก็เข้ามาจัดการโอนหุ้นในบริษัทเพื่อเข้ามาบริหารงานแทนแม่ของฉันอย่างเต็มตัว
ในช่วงแรกๆ คุณพ่อก็มักจะคอยดูแลและเอาใจใส่ฉันเป็นอย่างดี แต่พอพักหลังๆ มานี้ คุณพ่อกับหูเบาเชื่อคำยุแยงของสองแม่ลูกจนทำให้ทะเลาะกันกับฉันอยู่บ่อยครั้ง และเป็นฉันเองที่ทนไม่ไหวจนต้องย้ายข้าวของมาอยู่คอนโดหรูส่วนตัวเพียงลำพัง
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่พอจะเข้าข้างฉันอยู่บ้าง เพราะทรัพย์สินของคุณแม่ที่ทิ้งไว้เป็นชื่อของฉันมีมากมายอย่างมหาศาล รวมถึงหุ้นบริษัทที่มีชื่อของฉันอยู่สิบห้าเปอร์เซนต์ แถมเป็นหุ้นที่นังแม่เลี้ยงอยากจะได้จนตัวสั่น
“ถ้างั้นคืนนี้พวกกูสองคนขอเลี้ยงมึงเอง ฉลองให้กับงานหมั้นของมึงในวันพรุ่งนี้”
ไข่มุกเอ่ยบอกแล้วสบตามองไอคิวที่พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก่อนที่เสียงของข้าวฟ่างจะเอ่ยดังขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าคืนนี้ถ้ามันไม่เมาแบบจัดหนัก เพื่อนของเธอก็คงไม่กลับอย่างแน่นอน
“ก็จัดไปดิวะ คืนนี้ถ้าใครไม่เมาคลานเป็นหมา ก็ไม่ต้องกลับนะโว้ย เอ้า...ชนแก้ว!!” ฉันเอ่ยขึ้นแล้วยกแก้วชูขึ้นชนกับเพื่อนอย่างชอบใจ ก่อนที่ฉันและเพื่อนสนิทจะเริ่มเต้นวาดลวดลายแข่งกันอย่างเย้ายวน โดยในช่วงเวลานั้น ต่างก็มีหนุ่มๆ พากันเดินมาแวะเวียนชนแก้วและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานที่โต๊ะของฉันอย่างไม่ขาดสาย
#อีกด้านหนึ่ง
ภายในห้องพักของโรงแรมหรูติดริมทะเล ร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังขยับเคลื่อนไหวประสานความเร่าร้อนกันอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องพัก พร้อมกับส่งเสียงหวานที่ร้องครางกระเส่าออกมาอย่างเสียวซ่านอยู่เป็นระยะๆ
“อ๊ะ..พี่ดนัย ช่วยกระแทกหนู แรงอีกนิดได้ไหม..อ๊า…”
“ขวัญ อ่าห์…ตอดพี่ไปแล้วนะ”
“อือ...หนูไม่ไหว…พี่ช่วยเร็วอีกสิคะ หนูจะเสร็จแล้ว อ๊ะ”
“ได้สิครับ ทูนหัวของพี่”
สิ้นเสียงของดนัย เขาก็ขยับสะโพกโหมใส่ความอ่อนนุ่มที่ตอดรัดเขาอย่างรุนแรง จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงครางกระเส่าของคนทั้งสองกึกก้องไปทั่วห้องพักของโรงแรมหรู ที่จะใช้เป็นสถานที่จัดงานหมั้นของเขาในวันพรุ่งนี้
“อ๊ะ…หนูจะแตกแล้ว” ขวัญข้าวเอ่ยขึ้นและสบตามองชายหนุ่มที่กำลังแสดงบทรักกับเธออย่างร้อนแรง ด้วยแววตาแฝงไปด้วยความพึงพอใจ
เพราะหลังจากที่เธอรู้ข่าวว่า ครอบครัวได้มีสัญญาตกลงหมั้นหมายกับครอบครัวของพี่ดนัย ผู้ชายที่ทำให้เธอตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แถมยังมารู้ว่าในสัญญาดันระบุเป็นชื่อข้าวฟ่าง พี่สาวที่เธอแสนเกลียดชัง
จึงทำให้เธอเริ่มวางแผนและทำทุกวิถีทางเพื่อต้องการให้พี่ดนัยหันมาสนใจเธอ จนกระทั่งทั้งสองเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่หลายครั้งและครั้งนี้ด้วยเช่นกันที่ขวัญข้าวหาจังหวะเข้าหาพี่ดนัยของเธอถึงห้องพักและอ่อยพี่เขาจนเขายอมใจอ่อนมีอะไรกับเธออีกครั้ง
“พี่ก็ไม่ไหวแล้ว อ่าห์…”
ดนัยส่งเสียงกระเส่าและเร่งจังหวะอย่างรุนแรง จนไม่นานร่างทั้งสองคนก็กระตุกเกร็งพร้อมกับเสียงหวีดร้องที่ครางดังออกมาอย่างสุขสม รวมทั้งเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยจากคนทั้งสองที่เพิ่งเสร็จกิจกรรมรักอันแสนร้อนแรงไปหมาดๆ ก่อนที่เสียงของดนัยจะเอ่ยกระซิบดังออกมาอีกครั้ง
“โทษทีนะขวัญพี่เอาออกไม่ทันน่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูถือว่าเป็นของขวัญส่งท้ายสำหรับเรา เพราะพรุ่งนี้พี่ดนัยจะหมั้นกับพี่ข้าวฟ่างแล้ว พี่จะลืมหนูหรือเปล่าคะ” ขวัญข้าว เอ่ยถามพลางสบสายตามองผู้ชายที่เธอรักอย่างรอคำตอบ
“พี่จะลืมเราได้ยังไงล่ะ”
“แล้วพี่ดนัยหมั้นกับหนูไม่ได้เหรอคะ หนูรักพี่ยอมพี่ขนาดนี้แล้วยังต้องมาทนเห็นภาพบาดตาบาดใจอีก ถ้า อย่างนี้หนูจะอยู่ยังไงล่ะคะ ถ้าไม่มีพี่แล้ว” หญิงสาวเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอย่างน่าสงสาร
“เด็กโง่ พี่ก็แค่หมั้นหมายตามคำสั่งของผู้ใหญ่ก็เท่านั้น ขวัญก็รู้ว่า มันเป็นคำสัญญาที่ครอบครัวเราตกลงกันไว้ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แล้วพี่ก็ขัดคำสั่งนั้นไม่ได้” ดนัยพูดอธิบายแล้วสบตามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างปลอบประโลม
“แล้วพี่ดนัยชอบพี่ข้าวฟ่างหรือเปล่าคะ”
“พี่ว่าเราสองคนเลิกคุยเรื่องของคนอื่นดีกว่า คืนนี้พี่ขอกระแทกขวัญแรงๆ ทั้งคืนเลยได้หรือเปล่า”
ดนัยรีบ เปลี่ยนเรื่องพูดในทันที พร้อมกับก้มลงหอมแก้มเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอาใจ
“ได้สิคะ งั้นคืนนี้หนูจะครางชื่อพี่ดนัยให้เสียงแหบไปเลย”
“หึหึ ถ้าเสียงแหบจริงๆ ขวัญก็อย่ามาโทษพี่ก็แล้วกันนะ”
ดนัย พูดจบก็ก้มลงประกบริมฝีปากจูบขวัญข้าวอย่างดูดดื่ม ก่อนที่พายุรักอันแสนร้อนแรงจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงครางกระเส่าที่ดังออกมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบรุ่งเช้าของอีกวัน
#หลายเดือนต่อมา@สนามแข่งรถ FR “เครื่องยนต์ชุดนี้ พวกมึงเอาไปตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกรอบแล้วเอาไปขับวอร์มเครื่องและค่อยกลับมารายงานกูอีกครั้ง” เสียงเข้มของฟาโรห์ที่เอ่ยสั่งการลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความจริงจัง หลังจากที่เขาสั่งให้เอาเครื่องยนต์ที่เขาเพิ่งโมมาใหม่ไปตรวจเช็กความพร้อมก่อนที่จะมีการแข่งขันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ได้ครับพี่ฟาโรห์” ดินขานรับออกมาเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงของไอ้น้ำเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาพร้อมกับในมือของมันที่หอบหิ้วถุงร้านอาหารชื่อดังอย่างพะรุงพะรังเดินตามหลังนายหญิงเข้ามายังบริเวณอู่ซ่อมรถของสนามแข่งด้วยรอยยิ้มกว้าง “ทุกคน!!นายหญิงซื้ออาหารกลางวันมาฝาก...รีบลุกขึ้นไปล้างมือแล้วมากินข้าวกันเถอะ” “ขอบคุณครับนายหญิง” เสียงลูกน้องของฟาโรห์เอ่ยดังออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยความดีใจ ก่อนที่ทุกคนจะวางมือจากงานที่ทำแล้วขยับตัวลุกขึ้นไปเอาอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งจับกลุ่มทานกันตามมุมต่างๆของสนามอย่างรวดเร็ว “ฟาโรห์เหนื่อยไหม ตอนนี้นายหิวหรือเปล่า พี่สั่งอาหารญี่ปุ่นของโปรดมาให้นายด้วยนะ” ฉันที่
#เช้าวันต่อมา ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังรอบๆ ห้องนอนก็พบว่าฟาโรห์ไม่ได้นอนอยู่ข้างกาย จึงคิดว่าเขาคงออกไปเตรียมอาหารเช้าเหมือนอย่างที่เคยทำให้ฉันอยู่เป็นประจำ ก่อนที่ฉันจะรีบขยับตัวเองลุกขึ้นแล้วก้าวลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเองสดชื่นในทันที หลังจากที่ใช้เวลาส่วนตัวไม่นาน ฉันก็ก้าวเดินออกมายังห้องรับแขกด้านนอกพลางเอ่ยเรียกชื่อแฟนเด็กของฉันขึ้นมาเบาๆ “ฟาโรห์!!.... ฟาโรห์นายอยู่ไหนอ่ะ เขาหายไปไหนนะ” ฉันเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินไปยังรอบๆ ห้องพักด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเขาในทันที แต่ทว่ากดโทรหา เท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย จึงทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “นายจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ” ฉันพึมพำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะพยายามกดโทรหาแฟนเด็กของฉันอีกครั้ง แต่ทว่าในจังหวะนั้นสายตาของฉันก็หันไปเห็นโพสต์อิทที่ติดไว้อยู่ตรงหน้าตู้เย็นจึงทำให้ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัยในทันที “พี่ข้าวฟ่างช่วยใส่ชุดที่วางอยู่ในกล
#สามเดือนต่อมา@โรงแรมหรูริมชายหาด “ซี๊ด…เสียวหัวฉิบ....อ่าห์” เสียงครางกระเส่าพร้อมกับใบหน้าที่เหยเกของฟาโรห์ ที่กำลังใช้มือประคองสะโพกเล็กของข้าวฟ่างให้ขยับขึ้นลงดูดกลืนความแข็งแกร่งของเขาอย่างร้อนแรง โดยที่ทรวงอกอิ่มก็กระเพื่อมเด้งกระดอนไปมาอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะยกมืออีกข้างขึ้นมากอบกุม และอ้าปากดูดกลืนยอดอกอิ่มอย่างคนหื่นกระหายจนเรียกเสียงครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา “อือ ฟาโรห์…อ๊ะ ฟาโรห์ อื้อ…” เสียงของข้าวฟ่างที่ร้องครางเรียกชื่อแฟนเด็กของเธอในทุกๆการเข้าออก ก็เหมือนกับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบของฟาโรห์ให้กระแทกเอวสวนขึ้นอย่างหนักหน่วงแทบจะทันทีก่อนที่เขาจะยกร่างเล็กให้พลิกลงนอนราบบนโซฟาอย่างรวดเร็ว “บี๋ครางชื่อผมแบบนี้ ใครมันจะไปทนไหวกันวะ” “ก็อย่าทนสิเพราะพี่เอง ก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ที่รัก” “พี่แม่ง!!ยั่วเย…ฉิบหายเลย” ฟาโรห์ถึงกับเอ่ยคำรามออกมาในลำคอเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของข้าวฟ่าง ก่อนที่เขาจะจับแยกขาเล็กกางออกกว้างแล้วเร่งสะโพกตอกอัดใส่ความคับแน่นอย่างรุนแรง ยิ่งความอ่อนนุ่มตอดรัดเขาถี่ยิบมากเท
#หลายเดือนต่อมา@โรงพยาบาลจิตเวช ฉันที่หยุดยืนนิ่งและจ้องมองไปยังขวัญข้าวผ่านกระจกใสของหน้าห้องพักฟื้นคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ที่คุณพ่อขอร้องให้ฉันมาเป็นเพื่อนเขา หลังจากเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป ขวัญข้าวที่คราวแรกเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่ทว่ากลับเห็นข่าวแม่ของเธอที่เสียชีวิต เธอก็เริ่มสติแตกและกลับมาคลุ้มคลั่งอีกครั้ง จนพ่อต้องพาเธอมารักษาตัวยังโรงพยาบาลแห่งนี้ตามคำแนะนำของคุณหมอและไม่รู้เลยว่า ขวัญข้าวจะมีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า ฉันพลางถอนหายใจออกมาเบาๆและยืนมองเธอที่กำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนเตียงคนไข้พลางขยับโยกตัวไปมาและพูดพึมพำหัวเราะคนเดียวออกมาในสภาพที่เหม่อลอย ก่อนที่เธอจะเริ่มยกมือขึ้นมารั้งดึงเส้นผมตัวเองพลางส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างคนคลุ้มคลั่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลต่างก็พากันวิ่งกรูเข้ามาจนเธอต้องขยับตัวถอยหลังออกมาก่อนจะได้ยินเสียงของคุณพ่อเอ่ยดังขึ้นมาเบาๆจากทางด้านหลัง “ข้าวฟ่าง..ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะลูก ไม่เข้าไปเยี่ยมน้องแล้วเหรอ”ขจรเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจหลังจากที่เขาแยกต





