مشاركة

บทที่ 11

last update تاريخ النشر: 2025-05-26 14:47:02
เมื่อเซียงฮวาก้าวเข้ามาแล้วก็หันไปมองข้างหลัง ที่แท้คนภายนอกจะเห็นทางเข้านี้เป็นหน้าผาสูง แต่คนภายในจะเห็นเป็นป่าทั่วไป

ระหว่างเดินตามหลังอาจารย์หวางไปที่ฐานลับ เซียงฮวาก็กระซิบกับเฮยหลง

“เฮยหลง ดีนะที่แคว้นฝูไม่ใช่แคว้นที่มีภูเขาสูงเท่ายอดเขาเอเวอเรสต์ เพราะหากข้าจำหน้าผาผิดขึ้นมามีหวัง… โอ๊ย~ดีดหน้าผากข้าทำไม!”

“แคว้นฝูไม่ได้เหน็บหนาวเพียงนั้น”

ไช่เซียงฮวาลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ ย้อนความทรงจำว่าเฮยหลงทราบได้อย่างไรว่าเอเวอเรสต์คือเทือกเขาน้ำแข็ง ในตอนนั้นเองที่ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนแวบเข้ามาในหัว...

‘เฮยหลง รู้หรือไม่ว่ายอดเขาอะไรสูงที่สุดในโลก เอ่อ…ยุทธภพแล้วกัน เจ้าคงไม่รู้เรื่องทฤษฎีการกำเนิดโลก’

ฝูเฮยหลงตอบคำถามตามภูมิความรู้ที่มี

‘ยอดเขาของแคว้นจินหรือ’

‘ผิด จ่ายมา’

ฝูเฮยหลงหยิบถุงเงินที่เย็บปักจากผ้าเนื้อดีในวังยื่นให้เซียงฮวาที่แบมือรออยู่แล้ว

‘เช่นนั้นคือยอดเขาอะไรกัน’

เฮยหลงเอ่ยถามพร้อมกับก้าวเดินตามหลังเซียงฮวาที่ถือถุงเงินของเขาซื้อถังหู่ลู่

‘เอเวอเรสต์ไง หนาวมากจนแทบจะแข็งตาย’

กลับมาที่ปัจจุบัน…

“ความจำดีสมเป็นองค์ชาย” ว่าแล้วนางก็ปรบมือให้เฮยหลง เอ่ยชมจากใจจริง

ฝูเฮยหลงยิ้มบาง ในใจคิด…

เจ้าก็จำได้มิใช่หรือ ใช่ข้าจำได้คนเดียวเสียเมื่อไร

ยามอิ๋น

ด้วยความเหนื่อยล้าจากการฝึกใช้พลังธาตุ เมื่อถึงจวน เซียงฮวาก็อาบน้ำแล้วเข้านอนโดยไม่สนใจอาหารเย็นตื่นมาอีกทีก็เป็นยามอิ๋น…

และเป็นเช่นนี้มาสองวันแล้ว!

ตอนนี้พลังของนางอยู่ในระดับแรกเริ่มของขั้นที่หนึ่ง ท่านอาจารย์บอกว่าคนทั่วไปจะใช้เวลาฝึกให้ผ่านไปได้แต่ละขั้นนั้นยากเย็นแสนเข็ญ การฝึกวรยุทธ์ให้สูงขึ้นไปจึงดูมีแววว่าจะสำเร็จได้มากกว่า

แม้แต่ท่านอาของนางเองที่กว่าจะมาระดับแปดนี้ได้ ก็ยังใช้เวลาถึง 20 ปี

ยิ่งระดับห้าขึ้นไป กว่าจะผ่านไปแต่ละขั้นจะต้องสูญเสียทรัพยากรไปไม่น้อย ดังนั้นการจะพ้นระดับสิบเพื่อเลื่อนขั้นไปเป็นเซียนฝึกหัดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ตอนนี้นางกับพี่สาวน้องสาวเหลือเวลาอีก 4 ปีในการฝึกฝนพลังธาตุเพื่อให้อยู่ในระดับสาม ตามกำหนดกฎเกณฑ์การเข้าสำนักศึกษากลาง มิเช่นนั้นจะไม่มีสิทธ์ได้เข้าเรียนเด็ดขาด

“ได้ที่หรือยังนะ”

ไช่เซียงฮวาหยิบดอกไม้ในโถขึ้นมาดูว่าโดนเผาไหม้พอหรือยัง การกระทำนี้เป็นผลมาจากความร้อนวิชา เรียนมาแล้วก็ต้องใช้เลย

ว่าด้วยธาตุดินนั้นรับน้ำได้ รับลมได้ รับไฟได้ ทุกที่มีพื้นดิน ต่อให้จะไม่ได้มีความบริสุทธ์นักแต่ก็ดีกว่าไม่ดูดซับพลังจากธรรมชาติเลย

วันนี้ร้อนมากนางจึงดูดซับความร้อนจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่งความร้อนมายังผืนดินบนภูเขาอันเป็นฐานลับของนางมากักเก็บไว้

“อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นแผงโซล่าเซลล์”

ไช่เซียงฮวาใช้พลังของตัวเองอบแห้งดอกไม้ที่ฝากสาวใช้เก็บช่วงเที่ยง นางอยากทราบว่าแห้งจากแสงอาทิตย์กับแห้งโดยพลังของนางต่างกันหรือไม่

“เหมือนจะได้อยู่นะ แต่ไม่ออแกนิค!”

เซียงฮวาทิ้งดอกไม้ที่อบแห้งโดยพลังของนางแล้วหยิบดอกไม้ที่ซูเมี่ยวอบร่ำมาให้แล้วใส่ในถุงหอมแทน

“ครั้งที่แล้วปักผ้าเช็ดหน้าให้ท่านแม่ ฉะนั้นถุงหอมอันนี้จะต้องเป็นของท่านอา”

หลังจากเอาดอกไม้ใส่ถุงหอมแล้ว นางก็หยิบก้อนกลม ๆ สีน้ำตาลที่ได้มาหลังจากดูดซับพลังธาตุของเมื่อวานและวันนี้ขึ้นมาเพื่อจะเอามาร้อยเป็นพู่ประดับถุงหอม

“ดีนะที่ให้ท่านอาจารย์เจาะรูให้ ฝีมือดี ๆ”

ถุงหอมพร้อมใช้แล้ว แต่เซียงฮวารู้สึกว่ายังไม่คลาสสิกพอจึงเขียนข้อความใส่ลงไปในถุงหอมด้วย

เขียนเสร็จแล้วก็พับให้เป็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ยัดใส่รูของไม้ไผ่อันเล็กที่เอาไว้ใช้สำหรับส่งสารแล้วเอาไม้ไผ่นั้นใส่เข้าไปในถุงหอมอีกที

“จะเปิดไม่เปิด ก็แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตแล้วกัน”

เซียงฮวาปลงตกแล้วถอนหายใจ

“หวังว่าตัวหนังสือจะไม่เลือนหายไปหรือผิดเพี้ยนจากฝีเป็นผี จากข้าเป็นบ้าหรอกนะ ฉากเด็ดจากหนังพี่มากพระโขนงแบบนี้ ขออย่าเกิดแต่กับข้า”

สาธุ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 233

    “เรียกว่าลับหรือไม่ข้าไม่แน่ใจ แต่ว่าครั้งนี้ข้าจะกำชับพวกเขาไม่ให้แพร่งพรายเรื่องของเราออกไปดีหรือไม่”หลงฮ้าวหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที จากท่าทีระแวงกลายเป็นปั้นปึ่งแทน“อ้อ แท้จริงแล้วท่านก็อายที่จะมีตำนานเรื่องเล่ากับข้า เซียงฮวากับหลงฮ้าว ไม่ดีตรงไหนหรือ ข้าเสียใจนะ”เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ข้าอ้าปา

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 232

    บทที่ ๑๕๒รักนิรันดร์พิธีรับตำแหน่งเทพบุปผาของข้าไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ใครคิดไว้ ช่วงเช้าเข้ากล่าวคำสาบานต่อหน้าเทียนตี้และเทพเซียนชั้นสูงทั้งหลาย ตอนบ่ายกลับมาเลี้ยงฉลองที่แดนบุปผาไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ไร้แววหลงฮ้าวเข้าร่วมแม้ข้าจะคิดไว้แล้วว่าเขาคงไม่เข้าร่วมงานด้วย แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 231

    หวงผิงมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ย้ำว่า ‘เล็กน้อย’ ไม่นานก็กลับมานิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม“หน้าตาที่คล้ายกับสามีของเพื่อนนี่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นบาปในจิตใจ ขอถามท่านเรื่องจินเกาฉายได้หรือไม่ ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ใดแล้วเจ้าคะ”“เขายังไม่บรรลุระดับสิบ เดิมทีก็ไม่สามารถขึ้นมาเป็นเทพฝึกหัดได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 230

    บทที่ ๑๕๑กุหลาบดำสระสัตบงกทั้งเก้าเกิดขึ้นมาได้เพราะพลังบริสุทธิ์จากเหล่าเทพเซียนในแดนบุปผาที่เทพบุปผาทุกรุ่นสะสมมาตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแต่เดิมสัตตบงกชควรให้ผลเป็นน้ำอมฤต ทุกห้าพันปีจะมีเพียงหยดเดียวเท่านั้น เป็นไปได้หรือที่สิ่งกำเนิดใหม่จะเปลี่ยนเป็นดวงวิญญาณแทนมิหนำซ้ำวิญญาณที่ว่านั้นยังค

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 229

    จื่อเจี่ยนเฉิงเองก็อึกอักท่าทางแปลกไป ดูท่าเรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้เขาคงรู้สึกว่ามันเกินไปที่จะพูด“มันกระดากปากจนพูดยากถึงเพียงนั้น!”เขาพยักหน้าตอบ ข้าจึงลองคาดเดาคำตอบอยู่ในใจ เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้แล้ว หรือว่า…“พวกเขาเป็นแบบเว่ยอู๋เซียนกับหลานวั่งจีหรือไม่”“ใครอีกล่ะนั่น/พวกเขาเ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 228

    “ข้ามาให้กำลังใจเจ้า เริ่มรู้สึกหรือยังว่าหากเลือกข้าตั้งแต่แรก เจ้าก็จะไม่เป็นเช่นนี้”รอยยิ้มสุภาพแต่สายตาจิดกัดของเขาทำให้ข้าแอบกำหมัดไว้แน่น“เยาะเย้ยข้าหรือเจ้าคะ”“ข้าพูดความจริง”เพราะนี่คือความจริงข้าจึงถอนหายใจยาว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าก็ยังมั่นใจว่าตนเลือกไม่ผิด“ทำให้ท่านเทพต้องผิดหวังแล

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 210

    “เห็นปราสาทนั่นหรือไม่”ท่านจีชี้นิ้วไปทางปราสาทสูง ตั้งอยู่ห่างไกลจากตำแหน่งที่ข้ายืนอยู่พอสมควร แต่กระนั้นข้าก็ยังสัมผัสได้ถึงความงามของปราสาท“ปราสาทแก้วตรงนั้นเป็นตำหนักของเทพบุปผาและเป็นโถงประกอบพิธีกรรมของแดนบุปผา เหล่าเซียนระดับสูงจะอยู่เรือนที่เป็นเถาวัลย์พันเอาไว้ ทั้งดินแดนมีเพียงเทพบุปผาเ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 209

    บทที่ ๑๓๘เปรี้ยวมากไหมสองชั่วยามก่อนเวลาจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ท่านจีได้มาปลุกข้าออกจากห้วงมิติเวลา ‘ความแข็งแกร่ง’ คือสิ่งที่ข้าสัมผัสได้เด่นชัดที่สุด “หลงฮ้าว ใกล้ได้เวลาที่แคว้นเหลียงจะเกิดดินถล่มแล้ว เจ้าอยากไปดูฝีมือของเทพเจ้าหรือไม่”ท่านจีเหยียดยิ้มเล็กน้อยตอนท้ายประโยค “อย่างไรหรือขอรับ

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 208

    บทที่ ๑๓๗หน้าที่หลักของเทพฝึกหัดปีหนึ่งก่อนหน้านี้การใส่หมวกปิดบังแสงแดดไว้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย รวมถึงตอนนี้ยิ่งไม่น่าอายเมื่อท่านจีได้พาข้ามายังดินแดนที่เทพฝึกหัดปีหนึ่งต้องทำ“ท่านจี ข้าต้องมาที่นี่ทุกวันเลยหรือ”“ใช่ ร้อนหรือไม่”“ร้อน”ข้าตอบพร้อมดึงหมวกให้บดบังใบหน้าไว้ ก่อนหน้านี้คิดว่าแดนควบค

  • บุปผาเยียวยาใจ   บทที่ 207

    “คำว่าศิษย์พี่คงมีเพียงท่านที่ไม่อยากรับไว้”“ใช่! รอข้าอยู่ปีสิบเมื่อไรเจ้าค่อยเรียก”เราเดินออกมาจากตำหนักที่พักไม่ไกลนัก ที่นั่นมีประตูดินอยู่หนึ่งบาน ท่านจีบอกว่านี่เป็นประตูสู่มิติควบคุมโลกมนุษย์ หน้าที่ของเทพฝึกหัดปีหกถึงสิบคือการทำหน้าที่หลังประตูบานนี้“ใส่หมวกไว้ให้ดีเล่า”ตอนแรกข้าย่อมใส่ห

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status