LOGINหญิงจากยุคปัจจุบันตื่นขึ้นมาในร่างของสาวชาวบ้านในยุค 70 ที่แสนจะยากจน หนำซ้ำถูกลูกพี่ลูกน้องตีหัวโยนลงน้ำจนตาย แต่ก่อนที่ร่างเดิมจะตายดันช่วยผู้ชายคนหนึ่งไว้ ใครจะคิดว่าเขากลับซ่อนความลับไว้มากมาย!!
View Moreตอนพิเศษ 6“อีกไม่นานหนูก็จะไปปักกิ่งแล้ว แม่จะคิดถึงหนูไหม” เซิงอู๋ลี่ถามแม่เสียงแผ่วเบาจี้อู๋เจินยิ้มพลางตักซุปใส่ชาม “คิดถึงสิ แต่แม่ดีใจมากกว่า ที่ลูกได้ไปเรียนในที่ที่อยากไป แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ รับปากแม่ก่อน” เธอบอกอย่างอ่อนโยน“ค่ะ หนูจะดูแลตัวเองดีๆ หนูจะทำอาหารกินเองบ้าง ไม่ให้ผอมเกินไปหรอกค่ะ” ลูกสาวพยักหน้ารับทันที ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่ออาหารถูกยกออกมาวางเต็มโต๊ะ สีสันสดใส ทั้งยังมีกับข้าวร้อน ๆ ซุปใสหอมกรุ่น และอาหารจานเล็กที่จัดอย่างพิถีพิถันเซิงเหยาฉวนมองแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “เหมือนตอนลูก ๆ ยังเล็กเลยนะ โต๊ะนี้ไม่เคยเงียบเหงา”ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าว กินไปคุยไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาเรื่องงาน เรื่องเรียน และเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เซิงเหยาเหลียงเล่าถึงโครงการใหม่อย่างจริงจัง เซิงอู๋ลี่พูดถึงมหาวิทยาลัยในปักกิ่งด้วยแววตาเป็นประกาย จี้อู๋เจินกับเซิงเหยาต่างก็ฟังอย่างตั้งใจอีกไม่กี่ปีถัดมา เซิงหล่ายกรุ๊ปก็เปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์ โดยแทบไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนใด ๆ เซิงเหยาเหลียงรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารอย่างเต็มตัว เขาดูแลโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ ด้ว
ตอนพิเศษ 5กาลเวลาผ่านไปราวยี่สิบปี จากเด็กชายตัวเล็กที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในสวน วันนี้เซิงเหยาเหลียงเติบโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ไหล่กว้าง หลังตรง แววตานิ่งสุขุมคล้ายผู้เป็นพ่อ แต่ในความสงบนั้น ยังมีประกายความมุ่งมั่นที่แตกต่างออกไป เป็นชายหนุ่มที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองเช้าวันแรกที่เขาก้าวเข้าไปในสำนักงานก่อสร้าง ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการอย่างเป็นทางการ เซิงเหยาฉวนยืนมองลูกชายจากระยะไม่ไกล เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองเงียบ ๆ ราวกับอยากจดจำภาพนี้เอาไว้ให้ชัดเจนเซิงเหยาเหลียงก้มลงตรวจแบบก่อสร้าง เขาพูดคุยกับหัวหน้าคนงานอย่างสุภาพแต่หนักแน่น ทุกคำสั่งชัดเจน ไม่มีลังเล จี้อู๋เจินที่นั่งอยู่ในรถ มองผ่านกระจกออกไปก็อดยิ้มไม่ได้ มือกำแน่นด้วยความรู้สึกตื้นตัน“เขาโตจริง ๆ แล้วนะ” เธอพูดกับสามีเบา ๆเซิงเหยาฉวนพยักหน้าและพูดเบา ๆ “ใช่ โตจนไม่ต้องพึ่งเราแล้ว”แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในน้ำเสียงกลับมีทั้งความภูมิใจและความอาลัยปะปนกัน เขายังจำได้ดีถึงวันที่ลูกชายร้องไห้เพราะหกล้ม จำได้ถึงมือเล็ก ๆ ที่เคยจับนิ้วเขาแน่น วันนี้มือคู่นั้นกลับถือแบบพิมพ์เขียว และตัดสินใจแทนคนทั้งไซต์งานได้อย่างเด็ดขาดเซิงเหยาเ
ตอนพิเศษ 4ห้องคลอดของโรงพยาบาลเงียบสงบกว่าที่จี้อู๋เจินคิดไว้ แสงไฟสีขาวนวลส่องสว่างอย่างพอดี กลิ่นสะอาดของยาฆ่าเชื้อ ทำให้เธอรู้สึกหนาวเย็นขึ้นอย่างประหลาด แม้จะมีอาการเจ็บท้องเป็นระยะ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในระดับที่เธอรับมือได้เซิงเหยาฉวนยืนอยู่ข้างเตียง เขาไม่ยอมไปไหนตั้งแต่เธอถูกพาเข้ามาในห้องนี้ เขาจับมือเธอไว้แน่น รู้สึกได้ถึงแรงบีบเบา ๆ ทุกครั้งที่มดลูกบีบตัว แต่แทนที่จะตื่นตระหนกเหมือนที่เคยจินตนาการไว้ เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น“หายใจตามที่พยาบาลบอกนะ ไม่ต้องเกร็ง” เขาพูดเสียงนุ่มกับภรรยา เขาพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นจี้อู๋เจินพยักหน้าและทำตามคำแนะนำของสามีอย่างตั้งใจ เธอไม่ได้ร้องโวยวาย ไม่ได้ตื่นตระหนก เพียงแค่ตั้งสมาธิ หายใจลึก ๆ และปล่อยให้ร่างกายทำหน้าที่ของมัน ทุกครั้งที่รู้สึกเจ็บ เธอจะมองหน้าเซิงเหยาฉวนเหมือนขอพลังใจ และเขาก็จะตอบกลับด้วยสายตาที่มั่นคงเสมอเวลาผ่านไปไม่นานอย่างที่คิด แพทย์ตรวจดูแล้วบอกว่าช่องคลอดเปิดครบตามที่ต้องการ สามารถเบ่งคลอดได้ จี้อู๋เจินทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ความเจ็บแล่นผ่านเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจ
ตอนพิเศษ 3ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา บ้านหลังเล็กที่เคยเงียบสงบ ก็เหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นอีกขั้น จี้อู๋เจินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม มือหนึ่งวางบนท้องที่ยังแบนราบ แต่อีกไม่นานก็จะเปลี่ยนไป หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล และทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกันเซิงเหยาฉวนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขานิ่งไปนานกว่าปกติ สายตาจ้องมองท้องของเธอราวกับไม่กล้ากะพริบตา เมื่อได้ยินคำยืนยันจากหมอ ชายหนุ่มที่เคยสุขุมเยือกเย็น กลับเหมือนคนถูกสะกดคำพูดไว้ในลำคอ“หมายความว่า…” เสียงเขาเบาจนแทบเป็นเสียงลม “ผมจะได้เป็นพ่อแล้วใช่ไหม”จี้อู๋เจินพยักหน้ารับ เธอยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตากลับแดงเล็กน้อย “ใช่ค่ะ เรากำลังจะมีลูกแล้ว พี่ดีใจไหมคะ” เธอถามเขาอย่างยิ้มแย้ม และเรียกเขาอย่างเป็นกันเองมากขึ้นคำว่า “ลูก” ทำให้เซิงเหยาฉวนหัวใจพองโตขึ้นมา เขาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเธอช้า ๆ ราวกับกลัวจะทำให้เรื่องทั้งหมดหายไป จากนั้นก็ยื่นมือไปแตะท้องของเธออย่างลังเล ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย“ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณและลูกให้ดีที่สุด” เขาพูดเสียงหนักแน่นแต่อบอุ่นไม่น้อยตั้งแต่นั้นมา เซิงเหยาฉวนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาตื่นเช
บทที่ 10 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70“เอ... ฉันจะเริ่มจากอะไรก่อนดีนะ อ้อ... จริงสิ ต้องเริ่มจากการต้มยาก่อน แล้วก็ไปปลุกคุณเซิงมากินข้าวกินยา” เธอพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินมุ่งตรงเข้าไปในครัว เมื่อมาถึงก็พบว่ายาสมุนไพรถูกห่อใส่ผ้าขาวบางเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว เธอเพียงแค่ก่อไฟต้มน้ำ แล้วโยนห่อยาสมุน
บทที่ 9 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70“ไม่เป็นไรค่ะ จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คุณนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งทรมานตัวเองเลย นึกออกเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน” หญิงสาวพยายามพูดให้เขาสบายใจมากที่สุด“ครับ ผมคงต้องหยุดคิดก่อน เพราะยิ่งคิดยิ่งปวดหัว” ชายหนุ่มตอบกลับมาเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นและได้ยินอย่างนั้น จี้กวงกับเ
บทที่ 8 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70สามคนพ่อแม่ลูกมองหน้ากัน และคิดอยู่ว่าจะลองปลุกเขาดูดีไหม นั่นเพราะว่าตั้งแต่ที่ช่วยเขาขึ้นมา นี่ก็ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ แล้ว แต่เขายังไม่ฟื้นสักที ดูแล้วอาการน่าเป็นห่วงไม่น้อย“พี่ ฉันคิดว่าเราควรเข้าไปปลุกเขาสักหน่อยนะ เร็วเข้าเถอะ” เฉิงลู่บอกพร้อมกับดันสามีให้เข
บทที่ 7 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70จี้กวงยิ้มอย่างยินดี เวลานี้เขามีความสุขเหลือเกิน ที่ได้ยินคำพูดพวกนี้จากปากของลูกสาว เขาจึงบอกเธออย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อเข้าใจ ตอนนั้นลูกยังเด็กเลยเห็นเรื่องความรักเป็นเรื่องสำคัญ ทว่าตอนนี้ลูกคิดได้แล้ว พ่อกับแม่เองก็ดีใจมากเลยนะ”“ฉันขอสัญญาว่าต่อจากน

















