เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงของลูกสาวจอมซนในยุค 80

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงของลูกสาวจอมซนในยุค 80

last updateLast Updated : 2026-06-27
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8
4 ratings. 4 reviews
122Chapters
3.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชีวิตก่อนเป็นคุณครูสาวผู้ทุ่มเทให้กับเด็กๆ ชีวิตแสนเหน็ดเหนื่อยแม้แต่ตอนหมดลมหายใจยังแทบไม่รู้ตัว เกิดใหม่อีกครั้ง ‘กู้เหม่ยอิง’ ไม่ว่าอย่างไรจะต้องเลี้ยงลูกติดสามีวัย 4 ขวบให้เติบโตมาอย่างดีให้ได้

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ไป๋เหม่ยอิง

ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายในช่วงเลิกเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ไป๋เหม่ยอิง ส่งนักเรียนตัวจิ๋วคนสุดท้ายให้ผู้ปกครองเสร็จก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเสียที

เธอคิดถึงกลิ่นอาหารหอม ๆ ฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว…

อาชีพคุณครูปฐมวัยนี่สูบพลังกายเธอในแต่ละวันไปมากจริง ๆ แต่ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม แน่นอนว่ามันทำให้เธอตื่นเช้ามาทำงานอย่างมีความสุข

ไป๋เหม่ยอิงเลือกเรียนเฉพาะทางสำหรับการสอนเด็กปฐมวัย และด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่พ่อแม่รักใคร่ ย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุนทางเดินที่เธอเลือกอย่างเต็มที่

เดิมทีเธอยอมรับว่าไม่ได้มีนิสัยรักเด็กขนาดนั้น แต่ด้วยเพราะในตอนที่เธออายุเพียงสี่ขวบถูกคุณครูปฎิบัติไม่ดี ทั้งดุด่าและตะคอกใส่ บางวันถึงกับมีรอยหยิกเป็นจ้ำกลับบ้านจนคุณแม่ต้องมาเอาเรื่องครูคนนั้นถึงโรงเรียน

ความทรงจำเหล่านั้นฝังอยู่ในหัวไป๋เหม่ยอิงมาจนโต หญิงสาวจึงตั้งมั่นว่าหากเธอเป็นครูแล้ว เธอจะไม่มีวันทำกับเจ้าเด็กตัวจิ๋วพวกนี้อย่างที่เธอเคยเจอมาในตอนเด็กเด็ดขาด

เธอยังจำวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนในชั้นมัธยมปลาย ในตอนนั้นไป๋เหม่ยอิงตัดสินใจบอกเล่าให้ทุกคนในครอบครัวเกี่ยวกับอนาคตการงานของตนเอง และแน่นอนว่าทุกคนสนับสนุนเธอ โดยเฉพาะพี่รองที่เรียนเกี่ยวกับการบริหารองค์กร เขาถึงกับออกปากว่าจะเปิดโรงเรียนให้ แต่เธอไม่ได้อยากเป็นฝ่ายบริหาร เธออยากเป็นครูที่ดูแลเด็กเล็กจึงได้ปฎิเสธไป

แต่ทว่าหลังจากนั้นพี่รองและคุณพ่อก็ร่วมหุ้นกันเปิดโรงเรียนเอกชนขนาดกลางขึ้นมา และหลังจากนั้นสองปีที่ไป๋เหม่ยอิงเรียนจบก็ได้เข้าสอนในโรงเรียนแห่งนั้นทันที

ร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเก้าเดินหิ้วของพะรุงพะรังไปที่รถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณหลังอาคาร ใบหน้าที่บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาตั้งแต่เช้าตอนนี้เลือนหายไปจนแทบจะเหลือเพียงสีหน้าซีดเซียวของคุณครูคนสวย

“อ้าว! เหม่ยอิง ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?”

เสียงคุ้นเคยดึงความสนใจจากไป๋เหม่ยอิงที่กำลังวางของไว้ที่เบาะหลังรถในทันที เมื่อเห็นว่าคนที่ทักคือพี่สะใภ้รองใบหน้างามจึงยิ้มเจื่อนออกมา แววตาไร้แววความสดใส คงไว้แต่ความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดวัน

“พอดีนักเรียนคนสุดท้ายพึ่งกลับน่ะค่ะ พี่สะใภ้มาหาพี่รองเหรอคะ?”

“จ๊ะ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยจะชวนกลับด้วยกัน”หญิงสาวอายุมากกว่าตอบรับในทันที เธอมองสภาพของน้องสามีด้วยความรู้สึกสงสารปนจนใจ

เด็กคนนี้ก็จริง ๆ เลย ทั้งที่มีทางสบายให้เลือก กลับเลือกทางลำบากให้ตัวเอง ต้องโทษอุดมการณ์อันแรงกล้าสินะ ที่ทำให้เด็กสาวที่แสนสดใสกลายเป็นคุณครูปฐมวัยที่ดูเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้

แต่เธอเป็นเพียงสะใภ้จะพูดอะไรได้ ขนาดพ่อแม่ของเธอเองยังห้ามเธอไม่ได้เลย ฝูเฟยเมี่ยวได้แต่คิด พลางเผยยิ้มจางบนใบหน้า

“อย่างนั้นฉันขอกลับด้วยคนได้ไหมคะ? ฮือออ! ฉันเหนื่อยจนขับรถไม่ไหวแล้วค่ะพี่สะใภ้”น้ำเสียงอ่อนล้าเริ่มออดอ้อนพี่สะใภ้ในทันที

วันนี้เป็นช่วงแรกของการเปิดเทอม แม้จะเข้าใจธรรมชาติของเด็กเล็กเป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่างานของเธอมันเหนื่อยมากจริง ๆ

ในระหว่างที่น้องสามีกำลังกอดแขนข้างหนึ่งแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่ ฝูเฟยเมี่ยวสังเกตเห็นร่างสูงเด่นในชุดสูทสีเรียบดูสุขุมของสามีกำลังเดินมาทางนี้พอดี ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มให้สามีอย่างรู้กัน

ไป๋ตงหยางพอจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสาว เขาเพียงเดินไปหยิบของที่น้องสาวพึ่งวางไว้หลังรถขึ้นมาถือ พลางบ่นอย่างไม่จริงจังนัก

“เด็กดื้อ! พี่บอกให้ขึ้นมาอยู่ฝ่ายบริหารก็ไม่เชื่อ”

ดวงตากลมใสกลอกกลิ้งมองด้านบน ไป๋เหม่ยอิงรู้สึกเบื่อกับคำเชื้อเชิญแกมบังคับของพี่รองมากจริง ๆ ประโยคนี้เธอฟังมาตั้งแต่ทำงานได้สามวัน จนตอนนี้เธอเป็นครูได้ห้าปีพี่ชายคนนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม

พลันดวงตาคู่โตตวัดมองพี่ชายอย่างขุ่นเคือง

“หยุดว่าน้องเดี๋ยวนี้นะ พี่สะใภ้ดูพี่รองดุฉันอีกแล้ว”

พูดจบไม่วายหันไปออดอ้อนพี่สะใภ้ต่อ สถานการณ์เช่นนี้ฝูเฟยเมี่ยวเห็นแทบทุกวันก็ยังอดขบขันกับสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้เลย

“ฉันเห็นด้วยกับคุณนะคะ เหม่ยอิงของเราเหนื่อยเกินไปจริง ๆ”

“เอาเถอะค่ะ ๆ รบกวนท่านผู้อำนวยการและภรรยาหยุดหลอกล่อครูอนุบาลตัวน้อยอย่างฉันได้แล้วนะคะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยและหิวมาก เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันคิดถึงกับข้าวฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว”ไป๋เหม่ยอิงพูดออกมายาวเหยียด ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ ถี่รัวเรียกร้องความสงสาร

เธอเข้าใจความเป็นห่วงของทุกคนดี ยิ่งทุกคนเห็นเธอลับบ้านไปในสภาพนี้แทบทุกวันพวกเขาจะยิ่งห่วงเธอมากขึ้น แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอตั้งใจทำมันแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่สิถึงจะถูก

“จริง ๆ เลยนะเราน่ะ! เร็วเข้า!!”ไป๋ตงหยางยีผมบนหัวทุยเล็กที่เดิมทีก็ยุ่งอยู่แล้วอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งคนขับ

ฝูเฟยเมี่ยวเห็นสามีพร้อมแล้วเธอจึงเดินไปนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่ไม่ลืมเปิดประตูด้านหลังแล้วดันร่างอ่อนแรงของน้องสามีเข้าไปด้านในเสียก่อน

“แม่คะ หนูหิวจังเลย!!!”เสียงใสตะโกนเข้าไปในบ้านตั้งแต่ยังไม่ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ เธอรู้สึกหิวจนใส้จะขาดอยู่แล้ว ทั้งที่มื้อเที่ยงก็กินไปตั้งมาก แต่รู้สึกราวกับไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันอย่างไรอย่างนั้น

“กินนี่รองท้องไปก่อน วันนี้อากั๋วกลับบ้าน แม่จะทำมื้อใหญ่ ลูกรอหน่อยได้ไหม?”ซ่งเยว่ซินยัดหมั่นโถวที่เป่าจนคลายร้อนใส่ปากลูกสาวในทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาใกล้

ความอุ่นของก้อนแป้งขาวนวลในปากทำให้น้ำย่อยในกระเพาะค่อย ๆ สงบลง ไป๋เหม่ยอิงพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะแบมือขึ้นข้างหนึ่ง พลางส่งสายตาไปยังหมั่นโถวหลายลูกที่วางอยู่ในหม้อนึ่ง

ผู้เป็นแม่แม้จะเหนื่อยใจกับความกินจุของลูกสาวคนเล็ก ซ่งเยว่ซินส่ายหัวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบเอาลูกที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา ก่อนจะแบ่งออกเป็นสองส่วนเพื่อให้คลายร้อนเร็วขึ้นแล้ววางใส่มือลูกสาวคนเล็ก

เพียงเท่านี้ไป๋หม่ยอิงก็ยอมจากไปแต่โดยดี แค่หมั่นโถวสองก้อนแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำให้เธออิ่มท้องได้ แต่มันก็ช่วยให้เธอไม่ต้องทนหิวจนท้องร้องได้

ในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังช่วยกันขนย้ายข้าวของไปยังสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อเตรียมตั้งมื้อใหญ่ต้อนรับคนที่กลับบ้านมาเพียงปีละสองครั้งอย่างพี่ใหญ่เจี้ยนกั๋ว

ไป๋เหม่ยอิงถือโอกาสใช้สิทธิน้องสาวคนเล็กที่เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในการหอบร่างกายอันเหนื่อยอ่อนขึ้นชั้นสอง ขาเรียวก้าวไปยังห้องนอนส่วนตัวอย่างไม่ลังเล กว่าจะเดินถึงประตูห้องหมั่นโถวที่แม่ให้ก็หมดพอดี ปากเล็ก ๆ กลืนอาหารคำสุดท้ายลงท้องไปก่อนจะจิบน้ำตามเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มในทันที

ร่างกายที่แสนอ่อนล้าเมื่อสัมผัสเข้ากับความนุ่มของที่นอน และกลิ่นหอมอ่อนที่คุ้นเคยก็รู้สึกผ่อนคลาย ไป๋เหม่ยอิงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาเธออาจจะไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอีกแล้ว…

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนขึ้นในทุกวัน รอยเลื่อนเก่าของแผ่นเปลือกโลกก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่มีใครคาดคิด และแน่นอนว่าทุกชีวิตที่ดำเนินไปอย่างมีความสุขจำต้องหยุดชะงักลงในทันทีที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายใต้ฝ่าเท้า

เช่นเดียวกับสมาชิกครอบครัวไป๋ในปักกิ่ง บ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายชั่วอายุคน เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมีหรือจะยังคงตั้งอยู่ต่อไปได้ไหว หลังจากแผ่นดินไหวใจกลางเมืองเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที คฤหาสน์ขนาดสามชั้นก็พังครืนลงมา ซากปรักหักพังทับถมกันเป็นกองใหญ่เท่าเนินเขาขนาดย่อม เสียงกรีดร้องของสมาชิกในครอบครัวบ่งบอกความรู้สึกของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ร้อยเอกอนาคตไกลอย่างไป๋เจี้ยนกั๋วเร่งบึ่งรถกลับบ้านให้เร็วขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนใจ ทันทีที่ร่างสูงองอาจลงจากรถจี๊ปเขาตรงไปหาทุกคนที่ยังคงนั่งอยู่บริเวณสนามหญ้า “พ่อแม่ ทุกคนเป็นอย่างไรบ้างครับ?”

“แม่ไม่เป็นไร อากั๋ว! อาอิงอยู่ อึก! ในบ้าน ช่วยน้องด้วย ช่วยน้อง!!”คนเป็นแม่ร้องบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ

นายทหารหนุ่มละสายตาจากใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของแม่ ก่อนจะมองสำรวจไปยังคนอื่น แล้วเลื่อนสายตาไปยังเศษซากที่กองพะเนินตรงหน้าด้วยหัวใจระส่ำ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

fran007
fran007
ขณะนี้ได้จัดเรียงลำดับตอนให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วค่ะ
2026-07-14 10:45:30
1
0
aun Nisa
aun Nisa
เนื้อเรื่องสนุก แต่ลงสลับตอนทั้งเรื่องจนจบ เสียอรรถรสค่ะ
2026-06-28 08:50:04
0
1
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
เนื้อเรื่องน่าติดตาม สนุก แต่ขอหักคะแนนอัพเดทเนื้อเรื่องสลับตอนกันไปมาทำให้ต้องมานั่งเรียงข้อมูลในการอ่านเสียอรรถรส
2026-06-22 11:27:24
0
1
Ssert
Ssert
เนื้อเรื่องสนุก แต่สลับตอนกัน ทำให้การอ่านสะดุด ขอหักคะแนนคะ
2026-06-13 10:30:12
0
1
122 Chapters
ตอนที่ 2 เหลือไว้เพียงร่างไร้ลมหายใจ
ไป๋เจี้ยนกั๋วเห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจเช่นนี้มาก่อน อยู่ ๆ ปลายจมูกรู้แสบเล็กน้อย ทว่าเหลือบไปเห็นขาของน้องชายที่อาบไปด้วยเลือดแดงฉานก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาตลอดหลายปีเขาสามารถช่วยคนนับร้อยนับพันให้ผ่านพ้นความตายด้วยมือคู่นี้ของตนเอง แต่คนในครอบครัวแท้ ๆ เขากลับช่วยเอาไว้ไม่ได้ เพราะเขาที่มาช้าเกินไป พี่ใหญ่เช่นเขามันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆผ่านไปราวสองชั่วโมงซากปรักหักพังถูกเก็บกู้อย่างระมัดระวัง โดยมีร้อยเอกไป๋เจี้ยนกั๋วยืนคุมสถานการณ์ด้วยดวงตาแดงก่ำ แต่ละนาทีเวียนผ่านเชื่องช้าเสียจนหัวใจแกร่งรู้สึกราวกับถูกบดขยี้ทีละนิดร่างสูงโปร่งองอาจในชุดทหารสีเขียวขี้ม้าเดินตรงไปยังบริเวณด้านหนึ่งของกองปูนที่เป็นฝั่งเดียวกับห้องนอนน้องสาว จากประสบการณ์การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาอิงมีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก…และเขาก็ภาวนาให้เป็นเช่นนั้นอยู่ตลอดบริเวณบ้านของสกุลไป๋แม้จะกว้างขวางแต่ก็ถูกฝุ่นหนาปกคลุมเอาไว้จนทั่ว เสียงเก็บกู้ซากของตัวบ้านดังอึกทึก พลันเครื่องจักรหนักค่อย ๆ ยกก้อนปูนขนาดใหญ
Read more
ตอนที่ 3 กลับมาเกิดใหม่ในร่างเด็กสาว
“หลานเป็นครูปฐมวัยหรือ?”เสียงของชายชราดังขึ้นขณะพาหลานสาวตัวน้อยเดินไปเรื่อย ๆ ตามแสงแดดอุ่นสีขาวที่สาดเข้ามาตลอดทางเดินหลังจากพ้นเขตของสุสานที่เต็มไปด้วยหลุมศพแล้ว ไป๋เหม่ยอิงเดินตามคุณปู่มาเรื่อย ๆ จนพบกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่กินพื้นที่สุดลูกหูลูกตา แสงแดดอ่อน ๆ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นทั้งที่เป็นวิญญาณริมฝีปากซีดเผือดเผยรอยยิ้มพอใจ ไม่คิดว่าคุณปู่จะพาเธอมาเดินชมนกชมไม้ในที่ดี ๆ แบบนี้ ที่นี่ทั้งสวยและอุ่นกว่าใต้ต้นไม้เมื่อครู่เสียอีก“ใช่ค่ะ ฉันมีปมเล็กน้อย เลยเลือกอาชีพนั้น”หญิงสาวตอบคุณปู่พลางยิ้มน้อย ๆ อย่างไม่คิดมากดวงตาคู่สวยมองไปยังบรรยากาศรอบข้างด้วยแววตาสนใจ ทั้งที่มาเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่สุสานนี้ทุกปี แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าใกล้ ๆ สุสานมีสถานที่สวยงามเช่นนี้ชายชราพยักหน้าพึงพอใจ พอดีกับที่พาหลานสาวเดินมาจนสุดทาง ชายชราไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกแล้ว ตนเองก็จำต้องกลับไปยังอีกที่หนึ่งเช่นกัน เขามาที่นี่ก็เพียงแค่ทำหน้าที่ส่งหลานสาวเพียงเท่านั้นตรงหน้ามีทางแยกสองทาง ซึ่งนิ้วของเขาชี้ไปยังด้านขวามือที่รอบข้างเป็นทุ่งดอก
Read more
ตอนที่ 4 เกิดในปี 1984
ในช่วงเวลาราวตีห้าของหมู่บ้านแถบชานเมืองไม่ได้ทำให้รู้สึกเงียบเหงาแต่อย่างใด ครอบครัวส่วนมากในแถบนี้ยังคนมีอาชีพหลักเป็นชาวนา และในบางส่วนทำงานโรงงานที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองเสียงการเคลื่อนไหวของบ้านใกล้เรือนเคียงและกลิ่นอาหารที่โชยมาตามสายลมถูกพัดเข้ามายังหน้าต่างห้องนอนของลูกสาวคนโตบ้านกู้ ทำให้ร่างผอมบางที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าจากภาพความทรงจำที่ได้รับมาทำให้หญิงสาวรู้สึกคุ้นชินกับสิ่งที่กำลังเผชิญมากยิ่งขึ้น ราวกับคำถามที่เกิดขึ้นมาในหัวได้ถูกคลี่คลายอย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน เธอได้มาเกิดใหม่ในปี 1984 และร่างนี้คือร่างของ กู้เหม่ยอิงไป๋เหม่ยอิงจุดตะเกียงเพื่อให้พอมีแสงสว่างพอที่จะมองอะไร ๆ ได้ชัดขึ้น ขาเรียวเล็กพาร่างอ่อนแรงเดินสำรวจภายในห้องที่มีเพียงเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้นเธอพอจะเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้จากความทรงจำที่ได้รับรู้มาเมื่อคืนนี้ ละค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กสาวที่หน้าเหมือนเธอคนนั้น คือ กู้เหม่ยอิงเด็กคนนั้นอายุเพียง 17 ปี เป็นลูกสาวคนโตของบ้านกู้กับภรรยาเก่าที่เสียช
Read more
ตอนที่ 5 ตัดสินใจแต่งให้พ่อหม้าย
“ลูกว่าอย่างไรนะ?”กู้เฉิงรู้สึกมึนงงกับคำพูดของลูกสาวเป็นอย่างมาก นัยน์ตาคมมองจ้องใบหน้าของลูกสาวอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อสองวันก่อนไม่ใช่ว่ายืนกรานหนักแน่น อย่างไรเจ้าตัวก็ยืนยันว่าจะไม่แต่งให้กับผู้ชายที่เขาเลือกให้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ดูเต็มใจ ราวกับเหตุการณ์ขัดแย้งใหญ่โตเมื่อสองวันก่อนไม่เคยเกิดขึ้นกู้เหม่ยอิงพยายามปรับสีหน้าและแววตาให้แนบเนียนที่สุด พ่อเธอคนนี้คือทหารระดับสูง แน่นอนว่าค่อนข้างมีฝีมือ เช่นนั้นแล้วการเล่นละครแบบเด็กน้อยไม่อาจใช้ตบตานายทหารคนนี้ได้อย่างเด็ดขาด“ผู้ชายคนนั้นที่พ่ออยากให้หนูแต่งงานกับเขาอย่างไรล่ะคะ หนูจะแต่งกับเขาค่ะ พ่อช่วยจัดการให้หนูด้วยนะคะ”เธอตอบออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น พลางมองสบตาผู้เป็นพ่อตาปริบ ๆน้ำตาเม็ดเล็กคลอหน่วย ปลายจมูกแดงก่ำยิ่งทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ แต่สงสารก็ส่วนสงสาร ตอนนี้เขาจำต้องพูดเรื่องนี้ให้รู้เรื่องเสียก่อน และต้องพูดอย่างใจเย็นเสียด้วยกู้เฉิงประคองร่างผอมบางของลูกสาวไปนั่งที่ห้องโถงเพื่อเริ่มพูดคุยเรื่องสำคัญนี้อีกครั้ง ชา
Read more
ตอนที่ 6 เปิดโปงแม่เลี้ยง
กู้เหม่ยอิงกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกไปถึงสีหน้าเจ็บแค้นของแม่เลี้ยงเมื่อครู่นี้ พลันมองไปยังชั้นวางว่างเปล่าที่อยู่มุมหนึ่งของห้องน้ำ ทว่าพอสังเกตให้ดีนอกจากสบู่ก้อนเล็กบางแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งอื่นอีกร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง จำใจเดินไปหยิบสบู่ก้อนน้อยนิดมาฟอกผิวกายรวมถึงสระผมไปก่อนเพื่อชำระคราบเหงื่อไคล ส่วนเรื่องการขัดผิวกายให้เรียบลื่นอย่างที่ตั้งใจคงต้องเอาไว้ครั้งหน้า พลันคิดในใจว่าคงต้องขอเงินพ่อไปซื้อของใช้พวกนี้บ้างแล้ว ที่ผ่านมายอมยกเงินให้แม่เลี้ยงทั้งหมดจนตนเองลำบาก ต่อจากนี้เธอไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครหน้าไหนอีกแล้วต่อแต่นี้ไปเธอไม่ใช่กู้เหม่ยอิงคนก่อนที่เอาแต่ก้มหน้ายอมทำตามความต้องการของแม่เลี้ยง ยินยอมและเสียสละทุกสิ่งอย่างจนตนเองมีชีวิตไม่ต่างจากคนรับใช้เช่นนี้ ในเมื่อมาอาศัยอยู่ร่างของคนอื่นแล้ว ก็ควรต้องดูแลรักษาร่างนี้ไว้ให้ดี ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจก็ตามทีสบู่ในยุคนี้มีฟองน้อยมาก ทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ไม่มี นั่นจึงทำให้หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนาน กว่าจะสะอาดก็หมดเวลาไปเกือบยี่สิบนาทีกู้เหม่ยอิงออกจากห้องน้ำด้วยชุดเสื้อ
Read more
ตอนที่ 7 คลังเสบียงขนาดย่อม
กู้เหม่ยอิงใช้เวลาอยู่กับตนเองภายในห้องนอนคับแคบอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าด้านนอกนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เพราะกำลังรู้สึกมีความสุขกับเงินที่พ่อให้มา พลางเริ่มวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม ซึ่งนิสัยการใช้จ่ายเงินเช่นนี้ติดตัวเธอมาตั้งแต่ชีวิตก่อนแล้ว ไม่ว่าจะมีรายได้มากขนาดไหน รายรับรายจ่ายอย่างไรก็ต้องแจกแจงให้ละเอียดการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บออมไม่ใช่นิสัยของเธอหลังจากเก็บเงินไว้ในที่ที่ปลอดภัยแล้วร่างบางนอนเกลือกลิ้งไปมาบนที่นอนแข็งไม่นานก็ผล็อยหลับไป จนกระทั่งใกล้เวลาอาหารเย็นจึงตื่นขึ้นมาเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป กู้เหม่ยอิงเลือกที่จะทำตามหน้าที่ของเธอในบ้านหลังนี้ต่อไป หลังจากล้างหน้าล้างตาจนสดชื่น หญิงสาวในชุดเก่าซอมซ่อไม่ต่างจากคนรับใช้เดินเข้าไปในส่วนของครัวซึ่งอยู่ในสุดของตัวบ้านหากว่ากันตามจริงด้วยนิสัยที่ติดตัวมาใช่ว่าจะชอบทำงานบ้านเสียเมื่อไหร่ แต่การมาอยู่ในร่างนี้ซึ่งกู้เหม่ยอิงทำทุกอย่างราวกับคนรับใช้ของบ้าน งานอื่นจะไม่ทำก็แล้วไปเถอะ แต่อาหารแต่ละมื้อหากเธอไม่เป็นคนทำแล้วจะกินอะไรกันเล่า อีกอย่างเธอเชื่อว่าแม
Read more
ตอนที่ 8 เพื่อนหญิงคนแรก 1
แม้ระยะทางจากบ้านไปจนถึงบ้านของสหายจะค่อนข้างไกลกันสักหน่อย แต่กู้เหม่ยอิงเลือกที่จะเดินมากกว่าปั่นจักรยานมา เพื่อไม่ให้ข้าวของในตะกร้าตกกระจายเสียก่อน หญิงสาวปาดเหงื่อที่ไหลตามกรอบหน้าในทันทีที่มาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านของสหายซึ่งก็คือบ้านของผู้นำหมู่บ้านอย่างคุณลุงจางอี้ สหายรุ่นพี่ของพ่อเธอนั่นเอง จากความสทรงจำแล้วนั้นครอบครัวจางค่อนข้างมีนิสัยดีและน่าคบหาครอบครัวหนึ่งนั่นจึงทำให้เธอคนก่อนพลอยสนิทสนมกับลูกชายลูกสาวบ้านจางไปด้วย“ลี่จู!! เธออยู่หรือไม่?”เสียงใสตะโกนไม่ดังนัก เพราะเกรงจะรบกวนคนอื่น ๆ ในบ้าน ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วคนส่วนใหญ่พึ่งเลิกงานจากแปลงนาและกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านเพียงชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงขานรับดังออกมาจากด้านในบ้าน หลังจากนั้นก็พบกับร่างอวบอัดของเด็กสาววัยเดียวกันวิ่งออกมาด้วยความรีบร้อนกู้เหม่ยอิงลอบสำรวจเพื่อนหญิงคนแรกในชีวิตนี้ด้วยความรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย เด็กสาวคนนี้รูปร่างอวบค่อนไปทางเจ้าเนื้อ แก้มกลมป่องสองข้างขึ้นสีแดงเลือดฝาดอย่างคนมีสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยผิวพรรณขาวเนียนดูสะอาดสะอ้าน นั่นทำให้เธอดูน่ารักไม่หยอกในสายตาของกู้เหม่ยอิง“กินข้าวอยู่เหรอ?
Read more
ตอนที่ 8 เพื่อนหญิงคนแรก 2
ถึงอย่างไรพี่ใหญ่ก็ต้องขับรถแทร็กเตอร์ไปส่งเจ้าหน้าที่ในเมืองอยู่แล้ว ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สองคนขออาศัยไปด้วยคงไม่ทำให้เขาลำบากกว่าเดิม อีกอย่างเธอรู้สึกขี้เกียจที่จะต้องถีบจักรยานไปกันเองสองคน ครั้นจะให้สหายถีบแล้วตนเองซ้อนก็เกรงใจเพราะกู้เหม่ยอิงตัวผอมบางกว่าเธอมากทีเดียว“ได้ ขอบใจนะที่ไปเป็นเพื่อนฉัน เธอกลับไปกินข้าวต่อเถอะ”ดูแล้วสหายคงกำลังเจริญอาหาร เมื่อตกลงธุระเรียบร้อยก็ควรจะกลับได้แล้ว แม้จะสนิทกันมานานแต่การรบกวนเวลามื้ออาหารไม่ใช่มารยาทที่ดีนัก ข้อนี้เธอรู้ดี“อ่า อื้ม! ไว้เจอกันพรุ่งนี้”หญิงสาวกล่าวลาสหายด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ทว่าเมื่อเตรียมจะหันหลังกลับ ด้านหลังของจางลี่จูกลับมีร่างสูงโปร่งคุ้นตาของอีกคนกำลังเดินตรงมาหาเธอไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องหลบเลี่ยง กู้เหม่ยอิงส่งยิ้มเบาบางให้เขาอย่างเป็นมิตร อย่างไรพี่ลู่เสียนก็ดีกับร่างนี้มาตั้งแต่เด็กพอดีกับที่จางลู่เสียนเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ชายหนุ่มดันหลังน้องสาวให้เข้าไปในบ้าน เพราะเห็นว่าสหายของน้องสาวไม่ได้นำจักรยานมาก็ได้ทีขันอาสา “เดี๋ยวพี่ไปส่ง ฟ้าใกล้มืดแล้ว”น้ำเสียงนุ่มทุ้มกล่าวอาสาในทันทีซึ่งเขาไม่ได้เอ่ยคำนี้กับหญิงสา
Read more
ตอนที่ 9 มีเงินย่อมไม่ลำบาก 1
ยังไม่ทันที่แสงแรกของวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า ร่างบางบนเตียงนอนเล็กขยับกายลุกขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ใครปลุก ด้วยวันนี้มีสิ่งที่ต้องทำ หญิงสาวพับผ้าห่มผืนบางวางไว้อย่างเป็นระเบียบเธอลงมือทำอาหารง่าย ๆ อย่างโจ๊กข้าวขาว ซึ่งก็เป็นวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในตู้ ใส่เนื้อหมูสับ กระเทียมเจียวและผักโรยหน้าอีกเล็กน้อย เพียงเท่านี้อาหารในหม้อก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมทานแล้วเมื่อวานเธอเห็นสายตาราวกับกำลังคาดโทษจากแม่เลี้ยงก็พอเดาได้ว่าหล่อนคงรู้แล้วว่าอาหารมากมายเมื่อวานนั้นมาจากคลังเสบียงที่แอบซ่อนเอาไว้ เห็นทีว่าหากพ่อกลับไปทำงานเธอคงจะโดนแม่เลี้ยงจัดการอีกไม่ใช่น้อยเชียวล่ะแต่แล้วใครจะสนใจกัน กู้เหม่ยอิงคนก่อนอาจจะยอมก้มหัวให้ แต่ไม่ใช่กับ ‘คุณหนูไป๋เหม่ยอิง’ คนนี้อย่างแน่นอนอีกอย่างอาหารในตู้ที่แม่เลี้ยงแอบซ่อนเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเงินที่หลอกล่อไปจากกู้เหม่ยอิงคนก่อนไม่ใช่เหรอ แม้จะไม่ถึงขั้นข่มขู่แย่งชิง แต่ก็ใช้คำพูดหลอกล่อเพื่อเอาเปรียบเจ้าของร่างนี้ เช่นนั้นแล้วเธอเองก็มีสิทธิที่จะได้กินอาหารพวกนั้นเช่นเดียวกันเธอเข้าใจดีที่แม่เลี้ยงกักตุนอาหารไว้อาจจะเพื่ออนาคตของครอบครัว แต่ที่ผ่านมากู้เหม่ยอิงคน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status