LOGINชีวิตก่อนเป็นคุณครูสาวผู้ทุ่มเทให้กับเด็กๆ ชีวิตแสนเหน็ดเหนื่อยแม้แต่ตอนหมดลมหายใจยังแทบไม่รู้ตัว เกิดใหม่อีกครั้ง ‘กู้เหม่ยอิง’ ไม่ว่าอย่างไรจะต้องเลี้ยงลูกติดสามีวัย 4 ขวบให้เติบโตมาอย่างดีให้ได้
View Moreตั้งแต่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาทำให้เขารู้ว่าภรรยาของเขาใส่ใจดูแลคนรอบข้างก่อนตนเองเสมอ เขาเป็นสามีของเธอก็ย่อมต้องคอยดูแลเธอให้ดีเช่นเดียวกัน“ทราบแล้วค่ะท่านนายพล”หญิงสาวกล่าวรับคำก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ ออกมาอย่างอารมณ์ดี การมีสามีอายุมากกว่ามีข้อเสียอยู่ที่ตรงนี้ เขามักรู้ทันเธอเสมอไม่ว่าเรื่องอะไร ทุกครั้งที่เธอมั่นใจว่าฉลาดหลักแหลมแต่เพียงแค่เขามองตาเธอ เขาก็สามารถเดาได้อย่างทะลุปรุโปร่งเสียแล้วหญิงสาวจำต้องหยุดการทำงานไว้ชั่วครู่ เพราะมีสามยืนกำกับอยู่ตลอด มือเรียวจึงยกแก้วนมขึ้นจิบ ก่อนจะใช้ช้อนคันเล็กตัดเค้กมาทานทีละน้อย อันที่จริงเธอก็หิวมากนั่นแหละ แต่เมื่อเห็นงานกองเท่าภูเขาเธอก็ลืมเรื่องกินไปเสียสนิทนั่นจึงเป็นเหตุผลที่สามีมักจะหนีงานมาเฝ้าภรรยาที่ไม่ยอมกินข้าวกินปลาอย่างเธออยู่บ่อยครั้ง“พี่เฟยหลงขา”กู้เหม่ยอิงเรียกสามีเสียงหวาน พลันเงยหน้าขึ้นไปให้เขาจัดการเช็ดเค้กที่เลอะอยู่มุมปากให้แต่แทนที่คนเป็นสามีจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดให้ เขากลับแนบริมฝีปากอุ่นลงบนกลีบปากของเธอเสียอย่างนั้น ใช้ลิ้นร้อนไล่เลียกินครีมที่ติ
กู้เหม่ยอิงยังเหลืองานที่ต้องจัดการต่ออีกมาก หลังจากจัดการเรื่องที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้วทั้งครอบครัวจึงกลับมาอยู่ที่ร้านขนมซินเซียงแทนทว่าสิ่งที่สำคัญกว่างานที่กองอยู่บนโต๊ะคือการพูดคุยกับลูกทั้งสองคน เธอให้สามีนั่งฟังอยู่ห่าง ๆ และให้ลูกทั้งสองนั่งอยู่ตรงหน้าเธอหญิงสาวเอนกายพิงพนักเก้าอี้ มือสองข้างยกขึ้นกอดอกพลางมองลูกชายลูกสาวที่อยู่ตรงหน้านิ่ง สถานการณ์นี้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ทั้งสามคนพ่อลูกไม่น้อย กู้เหม่ยอิงไม่เหมือนแม่บ้านอื่นที่ชอบโวยวายเสียงดัง แต่เธอมักจะนิ่งสงบ ไม่ด่าทอหยาบคาย ไม่ทุบตี แต่ทว่าสายตาและคำพูดที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนฟังเต็มใจคล้อยตามความคิดของเธอได้ไม่ยากเสิ่นเลี่ยงลี่แลกเปลี่ยนสายตากับน้องชาย แต่ยังไม่ทันที่จะกล่าวสิ่งใดออกมาผู้เป็นแม่ก็เป็นฝ่ายเริ่มถามขึ้นก่อน“ลี่ลี่ หนูเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิลูก หนูทำแบบนั้นเพราะอะไร?”หญิงสาวถามเสียงนุ่ม ริมฝีปากยังคงปรากฎรอยยิ้มบางและรอฟังลูกสาวอย่างตั้งใจ“ก็กัวซุนรังแกหนิงหลงของเราก่อนนี่คะแม่ หนูก็เลย…”ในตอนนั้นเธอยอมรับว่าโมโหเจ้าหมูตอนนั่นมา
“ไปหาคุณปู่ นายก็ตามมาด้วย”คนเป็นพี่สาวตอบเสียงราบเรียบ ก่อนจะเดินนำน้องชายไปยังห้องผู้อำนวยการหม่าชุนด้วยสีหน้าเรียบเฉยคุณพ่อสอนเธอและน้องชายเสมอเรื่องผลของการกระทำและความรับผิดชอบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยสอนให้ยอมถูกรังแกฝ่ายเดียว เรื่องวันนี้เธอทำลงไปเพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของคนที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนนี้ก็แล้วกันโทรศัพท์ด่วนจากโรงเรียนทำให้เสิ่นเฟยหลงต้องทิ้งงานแล้วขับรถไปรับภรรยาที่ร้านในช่วงบ่ายของวันอย่างเร่งรีบ เมื่อมาถึงก็เห็นสองพี่น้องนั่งทำหน้าเฉยเมยอยู่ข้างคุณปู่หม่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสิ่นเฟยหลงหรี่ตาลงมองสำรวจไปที่ลูกชายลูกสาว พลันรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล ทว่าไม่ใช่กับคนเป็นภรรยาที่เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกทั้งสองมากกว่าสิ่งใด หญิงสาวเร่งเดินไปยังทั้งคู่ก่อนจะจับให้ลุกขึ้นแล้วหมุนตัวไปมาอยู่หลายรอบ“เป็นอย่างไรกันบ้าง เจ็บตรงไหนกันหรือไม่?”เมื่อครู่คุณอาหม่าบอกแล้วว่านี่เป็นเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อมาถึงเธอจึงสำรวจความปลอดภัยของลูกก่อน แต่ก็ไม่เห็นว่าลูกหมู
น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้เสิ่นหนิงหลงรีบหันไปมองยังอีกด้านหนึ่งทันที เด็กชายยิ้มออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตนกำลังยืนกอดอกมองมาทางนี้อย่างไม่ทุกข์ร้อน“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ เสิ่นเลี่ยงลี่”กัวซุนกล่าวออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพื่อนร่วมชั้นคนนี้มีอิทธิพลขนาดไหนโรงเรียนนี้มีใครไม่รู้จักเธอบ้างเสิ่นเลี่ยงลี่ยิ้มเยาะพลางก้าวไปหาเพื่อนร่วมชั้นตัวอ้วนอย่างไม่รีบร้อน“ทำไมล่ะ? นายกลัวฉันเหรอ?”นัยน์ตากลมวาวโรจน์จดจ้องเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้กัวซุนจะตัวใหญ่กว่าถึงสองเท่า แต่เธอคิดว่าด้วยความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมากับคุณอาซีซวนย่อมไม่ใช่ปัญหาสองเท้าเล็กยังคงก้าวไปด้านหน้าไม่หยุด ส่วนกัวซุนก็ก้าวถอยไปด้านหลังไม่หยุดเช่นเดียวกัน“มะ ไม่! เธอก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ฉันมีตั้งสามคนจะกลัวเธอได้อย่างไร”เขาไม่อาจยอมรับต่อลูกน้องทั้งสองคนของเขาได้ว่ากลัวเสิ่นเลี่ยงลี่คนนี้ไม่น้อย และหากเขายอมรับออกไปตรง ๆ มีหรือที่สองคนนี้จะยังเดินตามและนับถือเขาเป็นลูกพี่อีกเด็กหญิงเพียงปรายตามองน้องชาย ก่อนจ
ถึงอย่างไรพี่ใหญ่ก็ต้องขับรถแทร็กเตอร์ไปส่งเจ้าหน้าที่ในเมืองอยู่แล้ว ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สองคนขออาศัยไปด้วยคงไม่ทำให้เขาลำบากกว่าเดิม อีกอย่างเธอรู้สึกขี้เกียจที่จะต้องถีบจักรยานไปกันเองสองคน ครั้นจะให้สหายถีบแล้วตนเองซ้อนก็เกรงใจเพราะกู้เหม่ยอิงตัวผอมบางกว่าเธอมากทีเดียว“ได้ ขอบใจนะที่ไปเป็นเพื่อนฉ
แม้ระยะทางจากบ้านไปจนถึงบ้านของสหายจะค่อนข้างไกลกันสักหน่อย แต่กู้เหม่ยอิงเลือกที่จะเดินมากกว่าปั่นจักรยานมา เพื่อไม่ให้ข้าวของในตะกร้าตกกระจายเสียก่อน หญิงสาวปาดเหงื่อที่ไหลตามกรอบหน้าในทันทีที่มาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านของสหายซึ่งก็คือบ้านของผู้นำหมู่บ้านอย่างคุณลุงจางอี้ สหายรุ่นพี่ของพ่อเธอนั่นเอง
กู้เหม่ยอิงกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกไปถึงสีหน้าเจ็บแค้นของแม่เลี้ยงเมื่อครู่นี้ พลันมองไปยังชั้นวางว่างเปล่าที่อยู่มุมหนึ่งของห้องน้ำ ทว่าพอสังเกตให้ดีนอกจากสบู่ก้อนเล็กบางแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งอื่นอีกร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง จำใจเดินไปหยิบสบู่ก้อนน้อยนิดมาฟอกผิวกายรวมถึงสระผมไป
กู้เหม่ยอิงใช้เวลาอยู่กับตนเองภายในห้องนอนคับแคบอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าด้านนอกนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เพราะกำลังรู้สึกมีความสุขกับเงินที่พ่อให้มา พลางเริ่มวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม ซึ่งนิสัยการใช้จ่ายเงินเช่นนี้ติดตัวเธอมาตั้งแต่ชีวิตก่อนแล้ว ไม่ว่าจะมีรายได้มากขนาดไหน รายรับรายจ่ายอย่า












reviews