LOGINสายลมพัดโชยกลิ่นดอกเหมยหอมอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในเรือนฝั่งขวา เสวี่ยหลิงเอ๋อออกมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาหน้าห้องของนางพลางจิบน้ำชาระหว่างที่สาวใช้กำลังบีบนวดร่างกาย
“พระชายายามนี้เรื่องที่ให้หม่อมฉันไปแพร่งพรายบัดนี้น่าจะถึงหูพระชาชารองแล้วเพคะ ช่วงที่หม่อมฉันไปเอาสำรับอาหารที่โรงครัว สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินผ่านมาพอดี”
“ดี ...ข้าอยากรู้นักว่านางจะร้อนอกร้อนใจหรือยังคงเฝ้าดูต่อไป แต่นางคงเฝ้ารอดูและเชื่อมั่นท่านอ๋องว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีทางที่จะมาลุ่มหลงข้าได้ วันนี้ข้าคงต้องไปรอรับท่านอ๋องที่หน้าจวนเสียหน่อยแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อยังคงเจ็บระบมช่วงล่างระหว่างขา ทว่าหากนางปล่อยเอาไว้มีหวังท่านอ๋องคงไปหาเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่ นางจะต้องใช้มารยาและรสสวาทดึงรั้งเขาเอาไว้
แสงแดดหมดลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวดวงตะวันลับลาขอบฟ้า เสวี่ยหนิงเอ๋อแต่งกายด้วยอาภรณ์ผืนบางมายืนเฝ้ารอท่านอ๋องอยู่หน้าจวน ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าได้วิ่งมาที่หน้าจวน ใบหน้าของนางฉายแววมีเลศนัยชั่วร้ายออกมา
“มาแล้วสินะ คืนนี้ข้าจะรั้งเขาไว้โดยที่ไม่ใส่ยาปรุงกำหนัด” นางคิดในใจก่อนจะยิ้มกว้างต้อนรับการกลับจวนของสามี
ฝานเหวินหยูลืมไปเสียสนิทว่าตนเองให้หานหยางไปแจ้งกับพระชายารองว่าเขาจะไปเยือนที่เรือนฝั่งซ้าย ทว่าเขากลับคลุกกายแนบชิดอยู่กับพระชายาเอกทั้งคืนจนท้องฟ้าสว่าง วันนี้จึงตั้งใจจะไปหานางที่เรือนฝั่งซ้าย แต่เมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบพระชายาเอกยืนสง่างาม ใบหน้าหวานหยดย้อยสวมใส่อาภรณ์บางแทบจะมองเห็นด้านใน หัวใจของเขาเต้นแรงระรัวอีกครั้ง ใบหน้าของนางยามนี้ไม่ว่าจะเห็นเมื่อไหร่เขาก็เกิดอารมณ์ร้อนผ่าวไปทั้งตัว
“พระชายาทำไมถึงมารออยู่ที่นี่ร่างกายของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง” ทันทีที่เขาลงจากหลังม้ารีบเอ่ยถามนางทันที กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณจากตัวนางเตะจมูกของเขาจนเขาแทบอยากจะฝังจมูกลงไปดมกลิ่นหอมที่ซอกคอระหงของนางเหลือเกิน
“ร่างกายของหม่อมฉันดีขึ้นมาแล้วเพคะ มีเพียงร่องรอยที่ท่านพี่ฝากรักเอาไว้ กลับมาเหนื่อย ๆ ให้หม่อมฉันนวดให้ดีหรือไม่เพคะ นี่ก็ถึงเวลากินอาหารเย็นแล้ว ท่านพี่กินมาจากข้างนอกหรือยัง หรือว่าเย็นนี้ท่านจะไปที่เรือนฝั่งซ้าย หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดขวางเพคะ เพียงแค่ได้มาต้อนรับท่านที่หน้าเรือนก็เพียงพอแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อเข้าไปกอดแขนของเขาเอาไว้แน่น หน้าอกกระเพื่อมแนบแขนของเขา จนร่างใหญ่ต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
“เปิ่นหวางยังไม่ได้กินอะไรเข้ามา และไม่ได้จะไปหาที่เรือนฝั่งซ้าย”เขาตอบอย่างไม่ลังเล
“เช่นนั้นไปที่เรือนของข้านะเพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อส่งยิ้มหวานยั่วยวนมือเรียวแตะลงที่แผ่นอกแกร่งของเขา จนร่างกายของฝานเหวินหยูร้อนวูบวาบ ราวกับรู้ว่านางมิได้มาชวนเขาไปกินอาหารเย็นแต่เป็นการกินนางแทนต่างหาก ฝานเหวินหยูยิ้มกริ่มใช้แขนช้อนร่างบางของนางขึ้นมา เสวี่ยหลิงเอ๋อส่งยิ้มหวาน เพียงทั้งสองสบตาในระยะนี้ในกายก็ร้อนรุ่ม วินาทีต่อมาก็ทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง ความร้อนระอุที่แล่นพล่านทำให้สติเลือนราง ไม่อาจใคร่ครวญสิ่งอื่นใด หลงลืมเจตนาหลงลืมผู้คนรอบตัวในหัวอื้ออึงหลงทิศหลงทางอยากจะพาร่างบางนอนลงเสียตรงนี้แต่ก็ต้องพยายามอดใจเอาไว้
“รีบร้อนถึงเพียงนี้เลยหรือเพคะ ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนนี้ท่านพี่ก็ไม่มีเวลาให้ข้าได้พักสักนิด หวังว่าวันนี้ท่านพี่จะปราณีข้า" ร่างบางโอบกอดคอของเขาขยับกายกระซิบข้างหูของฝานเหวินหยูแผ่วเบา หยอกเย้าด้วยความไร้เดียงสาจอมปลอม เล่นกับขีดความอดกลั้นเส้นความยับยั้งตัวเองถูกเขี่ยขยี้
“เพราะเจ้าทำให้ที่ทำให้เปิ่นหวางกำลังบ้าคลั่ง ยังจะมาทวงถามความปราณีอยู่อีกหรือ? ผู้ใดกันเล่าที่เป็นผู้เริ่ม” รอยยิ้มของเสือร้ายที่พร้อมขยำกวางน้อยในอ้อมแขนเร่งฝีเท้าไปยังเรือนฝั่งขวาอย่างรีบร้อน
ขณะที่กำลังเดินไปเรือนฝั่งขวา สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินกึ่งวิ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้ ใบหน้าของนางตื่นตระหนกราวว่ากำลังเกิดเรื่องใหญ่ ท่าทีร้อนรนมาหยุดอยู่หน้าของท่านอ๋องอย่างไร้มารยาท
“ท่านอ๋องเพคะ เกิดเรื่องแล้วเพคะ!!”
“เกิดเรื่องหรือ ? เรื่องอันใดกันที่ทำให้เจ้าบังอาจมาขวางทางเดินเปิ่นหวาง”
“เอ่อ…คือว่าพระชายารองเพคะ นางเฝ้ารอท่านอ๋องตั้งแต่เมื่อวาน ท่านอ๋องบอกว่าจะไปเยือนที่เรือนฝั่งซ้าย พระชายารองไม่ยอมเข้าไปในเรือนเพื่อรอท่าน หม่อมฉันพยายามกล่อมให้พระชายารองเข้าบรรทม แต่นางยังคงเฝ้ารอท่านที่หน้าเรือนจนท้องฟ้าสว่าง เหมือนว่าพระชายารองจะจับไข้เพคะร่างกายร้อนราวกับเพลิงลุกไหม้สั่นเทานอนหนาวสั่นอยู่บนเตียงมาตั้งแต่เช้าแล้วเพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อกระตุกยิ้มนี่คงเป็นแผนการของเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่
“ท่านพี่เพคะ หากเป็นเช่นนั้นท่านพี่ปล่อยข้าลงเถิด แล้วรีบไปหาพระชายารองเป็นเพราะข้าเองที่รั้งท่านเอาไว้” เสวี่ยหลิงเอ๋อแสร้งทำใบหน้าเศร้าสลดเสียใจที่ตนเองเป็นสาเหตุ ฝานเหวินหยูถอนหายใจอย่างน่ารำคาญ ก่อนจะกล่าวตำหนิสาวใช้ของเมิ่งชิงหย่า
“หากนางจับไข้ตั้งแต่เช้าเหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ไปตามท่านหมอมาตรวจร่างกายนางกัน ช่างไม่เอาไหน!! หานหยางสั่งโบยสาวใช้ในเรือนฝั่งซ้ายที่ไม่สามารถดูแลพระชายารองได้เรื่องเพียงเท่านี้ยังไม่รู้จัดการ ข้าไปหานางได้ก็มิใช่ท่านหมอนางจะหายเป็นปลิดทิ้งเช่นนั้นหรือ ? หานหยางไปที่เรือนฝั่งซ้ายจับสาวใช้ไปโบยคนละสิบไม้ หลังจากนั้นจงไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของพระชายารอง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอ๋องเพคะ ท่านอ๋องโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพราะหม่อมฉันโง่เขลาเอง” เฟยเยี่ยทรุดตัวนั่งลงกับพื้นใช้ศีรษะโขกลงพื้น นางไม่คิดว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ หากเป็นเมื่อก่อนท่านอ๋องไม่มีทางที่จะปล่อยผ่านคงรีบเดินกึ่งวิ่งไปหานายหญิงของตนเป็นแน่ หรือว่าท่านอ๋องลุ่มหลงพระชายาเอกจนหมดสิ้นไปแล้ว ใบหน้าของนางหวาดหวั่นสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงแซ้ที่โบยลงกลางหลัง ทว่าฝานเหวินหยูกลับไม่สนใจนางแม้แต่น้อย อุ้มร่างของเสวี่ยหลิงเอ๋อเดินจากไปทันที หานหยางพยักหน้าให้บ่าวรับใช้ในเรือนมาหิ้วปีกเฟยเยี่ยไปยังลานลงโทษและเดินตรงไปยังเรือนฝั่งซ้ายเพื่อจับตัวสาวใช้ทุกนางมาลงโทษตามคำสั่งของท่านอ๋อง
เสวี่ยหลิงเอ๋อหันหน้ามามองเฟยเยี่ยจังหวะนั้นเองที่นางกำลังถูกลากไปโบยสายทั้งสองประสานกัน เสวี่ยหลิงเอ๋อแสยะยิ้มมุมปากให้นางได้เห็นราวกับแสดงให้เห็นว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นของนาง เฟยเยี่ยกระตุกวาบเมื่อเห็นแววตาของพระชายาเอกนางมิใช่คนเดิมอีกต่อไปแต่สายตานี่คือนางปีศาจร้ายชัดๆ
ตอนที่ 6 ลุ่มหลงสายลมพัดโชยกลิ่นดอกเหมยหอมอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในเรือนฝั่งขวา เสวี่ยหลิงเอ๋อออกมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาหน้าห้องของนางพลางจิบน้ำชาระหว่างที่สาวใช้กำลังบีบนวดร่างกาย“พระชายายามนี้เรื่องที่ให้หม่อมฉันไปแพร่งพรายบัดนี้น่าจะถึงหูพระชาชารองแล้วเพคะ ช่วงที่หม่อมฉันไปเอาสำรับอาหารที่โรงครัว สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินผ่านมาพอดี”“ดี ...ข้าอยากรู้นักว่านางจะร้อนอกร้อนใจหรือยังคงเฝ้าดูต่อไป แต่นางคงเฝ้ารอดูและเชื่อมั่นท่านอ๋องว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีทางที่จะมาลุ่มหลงข้าได้ วันนี้ข้าคงต้องไปรอรับท่านอ๋องที่หน้าจวนเสียหน่อยแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อยังคงเจ็บระบมช่วงล่างระหว่างขา ทว่าหากนางปล่อยเอาไว้มีหวังท่านอ๋องคงไปหาเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่ นางจะต้องใช้มารยาและรสสวาทดึงรั้งเขาเอาไว้ แสงแดดหมดลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวดวงตะวันลับลาขอบฟ้า เสวี่ยหนิงเอ๋อแต่งกายด้วยอาภรณ์ผืนบางมายืนเฝ้ารอท่านอ๋องอยู่หน้าจวน ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าได้วิ่งมาที่หน้าจวน ใบหน้าของนางฉายแววมีเลศนัยชั่วร้ายออกมา“มาแล้วสินะ คืนนี้ข้าจะรั้งเขาไว้โดยที่ไม่ใส่ยาปรุงกำหนัด” นางคิดในใจก่อนจะยิ้มกว้างต้อนรับการกลับจ
ตอนที่ 5 ปรนนิบัติมือนุ่ม ๆ ลูบค่อย ๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงไปด้านล่าง ลิ้นชุ่มไปด้วยน้ำลายอุ่นแตะลงที่ปลายแท่งร้อน ร่างใหญ่สั่นสะท้านวูบวาบ เหยียดเกร็งอย่างลืมตัว ในหัวพร่าเบลอกระจัดกระจายแผดเผาทุกตารางนิ้วนิ้วที่ถูกสัมผัส เพียงไม่นานปากเล็ก ๆ ของนางก็กลืนกินของเขาจนหมดสิ้น ค่อย ๆ ดูดเม้มราวกับว่ามันคือขนมหวาน นางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ เร่งจังหวะอย่างสันลมหายใจถี่กระชั้น ฝานเหวินหยูเงยหน้าขึ้นสูงหลับตารับความเสียวซ่านที่พระชายาเอกกำลังปรนนิบัติ จิกเกร็งปลายเท้า เมื่อร่างเล็กขบเม้มละเลงลิ้นอย่างชำนาญ แถมยังไม่ผ่อนแรงลงสักนิด จนเขาครวญครางกระเส่าอย่างชื่นชอบ“อ๊า อ๊า เสียว เสียวเหลือเกิน พระชายาเปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะว่านางทำให้เขาอดทนไม่ไหว น้ำขุ่นกระฉูดเข้าไปในลำคออย่างทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อมิได้คายมันทิ้ง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายยิ้มกริ่มและกลืนกินมันลงคอ ค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างใหญ่ของเขา “เหตุใดถึงเสร็จเร็วเช่นนี้ละเพคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ข้าจะปรนนิบัติเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาวนานท่านอ๋องยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ท่านเล่นไปทั้งคืน”
ตอนที่ 4 ยั่วยวนเรือนฝั่งซ้ายเมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที “ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรีย
ตอนที่ 3 ตกหลุมพรางยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?“เช่นนั้
ตอนที่ 2 แผนการแรกสายลมพัดโชยเย็นสบายกลิ่นแสงแดดที่เสวี่ยหลิงเอ๋อคิดว่าตนเองจะไม่มีวันได้พบเจออีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนอยู่ต่อหน้า คอยเตือนหัวใจของนางว่าชีวิตของนางต่อจากนี้อยู่เพื่อการแก้แค้นพรึบ …เสียงฝีเท้าของบุรุษร่างกำยำเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเสวี่ยหลิงเอ๋อ นางลืมตาขึ้นช้า ๆ ราวกับรู้ว่าผู้ที่มาเยือนคือผู้ใด“มาแล้วหรือ?”“พ่ะย่ะค่ะพระชายา” เฟิงหยุนองครักษ์ที่บิดาของนางส่งมาดูแลนางตั้งแต่อยู่ที่เรือนตระกูลเสวี่ย แต่เมื่อแต่งเข้าจวนอ๋อง ฝานเหวินหยูเอ่ยเป่าหูนางในทุกค่ำเช้าว่าอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดบังอาจทำร้ายนางได้ และยามนั้นนางถูกคำว่ารักของเขาครอบงำ จึงสั่งให้เฟิงหยุนไปทำงานไกลตัว แต่ชาตินี้นางจะเก็บเฟิงหยุนไว้ข้างกายคอยเรียกใช้ให้ทำงาน“ข้าต้องการของสิ่งหนึ่ง เจ้าช่วยไปจัดการให้ข้าที”“สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อกระดิกนิ้วให้เฟิงหยุนเข้ามาใกล้ กระซิบแผ่วเบามิให้ผู้ใดได้ยิน ก่อนจะล้วงนำถุงเงินให้แก่เขา เฟิงหยุนยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับถุงเงิน ก้มศีรษะลงก่อนจะหายออกไปจากที่นั่น แม้จะสงสัยแต่มิอาจจะกล้าเอ่ยถามผู้เป็นนาย“แผนการแรกของข้าคือยั่วยุโทสะของชายารอง ข
บทนำเสวี่ยหลิงเอ๋อ พระชายาเอกของอ๋องฝานเหวินหยู ย้อนเวลากลับช่วงก่อนที่นางจะถูกพระชายารองของสวามีวางแผนว่านางมีชู้รัก สวมหมวกเขียวให้สามี สามีไม่แม้แต่จะเชื่อคำพูดของนางว่าเรื่องทั้งหมดนางถูกใส่ความ สั่งฆ่าชายชู้โดยไม่ซักถามสักคำ แถมยังประทานยาพิษให้นางดื่ม เดิมทีเสวี่ยหลิงเอ๋อแต่งเข้าจวนอ๋องตั้งครรภ์มีบุตรให้แก่เขา ทว่าความสุขอยู่เพียงไม่นานจู่ ๆ เกิดปวดท้องขั้นรุนแรงทำให้นางต้องเสียบุตรในครรภ์ นางมารู้เมื่อครั้นก่อนจะดื่มยาพิษว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นางเสียบุตรหรือแม้แต่ครอบครัวของนาง บิดามารดาของนางที่นางเข้าใจว่าเป็นโรคร้ายหลังจากแต่งงานกับท่านอ๋องไม่นาน แท้ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของท่านอ๋อง เขาต้องการยึดทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่สินเดิมของนางทั้งหมด แต่ที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตของนางคือบุตรของนางที่ถูกชายารองวางยาให้นางดื่ม จนต้องเสียลูกไปเพราะความโง่เขลา นางเจ็บปวดหัวใจแตกสลายร่ำไห้เป็นสายเลือด ความเสียใจกลายเป็นความเคียดแค้นที่มีต่อบุคคลทั้งสอง บิดามารดา บุตรของนางล้วนแต่ถูกชายชั่วหญิงเลวทั้งสองคนนี้ทำลายแถมยังอยู่กันอย่างมีความสุขเสวี่ยหลิงเอ๋อสาปแ







