LOGINชะตาพลิกผันให้คนตายฟื้นคืนมาอีกครั้งเพื่อทวงคืนยุติธรรม พระชายาเอกผู้โง่เขลาถูกท่านอ๋องสามีที่นางรักหักหลัง หลอกใช้ร่วมมือกับชายารอง นางกลับมาครั้งนี้จะไม่มีอีกแล้วชายาโง่เง่า นางพร้อมจะทวงแค้นเอาคืน!
View Moreบทนำ
เสวี่ยหลิงเอ๋อ พระชายาเอกของอ๋องฝานเหวินหยู ย้อนเวลากลับช่วงก่อนที่นางจะถูกพระชายารองของสวามีวางแผนว่านางมีชู้รัก สวมหมวกเขียวให้สามี สามีไม่แม้แต่จะเชื่อคำพูดของนางว่าเรื่องทั้งหมดนางถูกใส่ความ สั่งฆ่าชายชู้โดยไม่ซักถามสักคำ แถมยังประทานยาพิษให้นางดื่ม เดิมทีเสวี่ยหลิงเอ๋อแต่งเข้าจวนอ๋องตั้งครรภ์มีบุตรให้แก่เขา ทว่าความสุขอยู่เพียงไม่นานจู่ ๆ เกิดปวดท้องขั้นรุนแรงทำให้นางต้องเสียบุตรในครรภ์ นางมารู้เมื่อครั้นก่อนจะดื่มยาพิษว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นางเสียบุตรหรือแม้แต่ครอบครัวของนาง บิดามารดาของนางที่นางเข้าใจว่าเป็นโรคร้ายหลังจากแต่งงานกับท่านอ๋องไม่นาน แท้ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของท่านอ๋อง เขาต้องการยึดทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่สินเดิมของนางทั้งหมด แต่ที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตของนางคือบุตรของนางที่ถูกชายารองวางยาให้นางดื่ม จนต้องเสียลูกไปเพราะความโง่เขลา นางเจ็บปวดหัวใจแตกสลายร่ำไห้เป็นสายเลือด ความเสียใจกลายเป็นความเคียดแค้นที่มีต่อบุคคลทั้งสอง บิดามารดา บุตรของนางล้วนแต่ถูกชายชั่วหญิงเลวทั้งสองคนนี้ทำลายแถมยังอยู่กันอย่างมีความสุข
เสวี่ยหลิงเอ๋อสาปแช่งก่อนจะดื่มยาพิษ หากสรรค์มีความเมตตาอยู่บ้างขอให้นางได้เกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้แค้นทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลของนาง
และแล้วสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น นางลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่แผนการสวมหมวกเขียวจะเกิดขึ้น ในเมื่อสวรรค์ยังมีความเมตตากลับมาครั้งนี้นางจะไม่ขอเป็นคนดี ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรใช้แผนการสกปรกหรืออันตรายเพียงใด นางจะลงมือทำโดยไม่ลังเลหากสิ่งเหล่านั้นคือการแก้แค้นอ๋องฝานเหวินหยูกับเมิ่งชิงหย่าให้ย่อยยับ ราวกับตกนรกทั้งเป็น
นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อ่านเพื่อความบันเทิง
**คำเตือน นางเอกไม่ใช่คนดียอมทำทุกอย่างเพื่อการแก้แค้น มีการนอกกายเอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ เป็นบันไดสู่อำนาจและการเอาคืนสามีนางเอกร้ายอำมหิตมากคนอ่อนไหวไม่ควรอ่าน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
กลางดึกอันเงียบสงัดเสวี่ยหลิงเอ๋อพระชายาเอกของท่านอ๋องฝานเหวินหยู ลืมตาขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดที่ศีรษะร่างกายอ่อนแรง แต่สมองกลับชัดเจนผิดปกติ นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงภายในห้องบรรทมอันคุ้นเคย แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างเข้ามา เฟยให้เห็นบรรยากาศเดิมทุกอย่างยังเหมือนเดิม.. ไม่ว่าจะเป็นเรือนยอดผ้า กลิ่นหอมจากธูปและเสียงลมหายใจของคนที่หลับอยู่ข้าง ๆ แต่วันนี้…มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะยังไม่ทันได้มองชัดแต่นางรู้แล้วว่า..ตัวเองได้ย้อนเวลากลับคืนมาก่อนเหตุการณ์วางยาใส่ร้ายว่านางสวมหใวดเขียวให้ท่านอ๋อง ก่อนที่เขาจะประทานยาพิษให้แก่นาง
ความทรงจำในชาติก่อนผุดขึ้นมา ภาพของถ้วยยาพิษ..รอยยิ้มเย็นชาของเขา..และความเจ็บปวดที่นนางเคยได้รับ ทำให้หัวใจของนางเย็นวาบด้วยความแค้น
“คราวนี้ข้าจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป สวรรค์เมตตาให้โอกาสข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าเจ็บปวดเจียนตายยิ่งกว่าสิ่งที่ข้าเคยพบเจอ เพื่อบิดา มารดาและบุตรของข้า ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดว่ามันสาหัสเพียงใด” นางคิดในใจต่อจากนี้นางไม่เพียงแค่ต้องรอดชีวิตแต่ต้องหาทางแก้แค้นให้สาสมกับทุกสิ่งที่เขาและชายารองทำกับนาง
ครืด …มือหนาคลำหาร่างบางเมื่อเห็นว่านางมิได้นอนหลับแต่ตื่นและลุกขึ้นมาเขาค่อย ๆ ขยับกายลืมตาขึ้นมาช้า ๆ พลางเอ่ยถาม
“พระชายานอนไม่หลับหรือ?” น้ำเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่นางจดจำได้ฝังใจว่าเคยเย็นชามากเพียงใด ทว่ายามนี้เขากลับเอ่ยวาจาอ่อนหวานเป็นห่วงเป็นใย แต่ทุกอย่างมิใช่ความจริงนี่คือการเสแสร้งของเขา
“ท่านอ๋องข้าฝันร้ายเพคะ ”
“มานี่มา นอนลงเถิดเปิ่นหวางจะกอดเจ้าเอง หากอยู่ในอ้อมกอดของเปิ่นหวางไม่มีผู้ใดมาทชทำสิ่งใดภรรยารักของเปิ่นหวางได้”
‘ใช่แล้วเพคะไม่มีผู้ใดทำสิ่งใดข้าได้นอกจากว่าผู้ที่ลงมือกระทำข้าคือตัวของท่านเอง’ เสวี่ยหลิงเอ๋อคิดในใจทว่ายามนี้นางจะต้องทำตัวเช่นเดิมเพื่อให้เขาตายใจ เมื่อไหร่ที่ท้องฟ้าสว่างนางจะค่อย ๆ คิดวางแผนเอาคืนเขา
“เพคะอ้อมกอดของท่านพี่ช่างอบอุ่นเหลือเกิน คืนนี้ข้าคงต้องให้ท่านพี่โอบกอดทั้งคืนข้าถึงจะหลับได้”
“เช่นนั้นก็จงหลับเถิดเปิ่นหวางจะเฝ้าดูแลเจ้าเอง” เสวี่ยหลิงเอ๋อโน้มตัวลงนอนกอดร่างของเขาทำราวกับว่านางรักเขามากเพียงใด ทว่าในใจของนางกลับรังเกียจอ้อมแขนของเขายิ่งนัก
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องสว่างเข้ามาในห้องบรรทมเสียงสาวใช้กำลังเปิดหน้าต่างรับแสงแดดและสายลมทำให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางค่อย ๆ หันไปมองข้างกายกลับไม่พบร่างของอ๋องฝานเหวินหยูแล้ว มีเพียงไออุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
“พระชายาตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันเตรียมน้ำมาให้ล้างพระพักตร์และเตรียมอาภรณ์สำหรับวันนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หม่อมฉันเปิดผ้าม่านนะเพคะ” เสียงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นจากด้านนอกผ้าม่าน
เสี่ยวอิงสาวใช้ที่จงรักภักดีกับนางจนวินาทีสุดท้าย เมื่อชาติก่อนนางจำได้ติดตาว่าเสี่ยวอิงถูกท่านอ๋องใช้ดาบฟาดลงที่กลางหลังในคราวเดียวอย่างโหดเหี้ยมเพียงเพราะนางเข้าข้างและเฝ้าร้องขอความเป็นธรรมให้แก่พระชายานายหญิงของนาง สาวใช้ที่จงรักภักดีเช่นนี้ชาตินี้เสวี่ยหลิงเอ๋อจะไม่ให้ผู้ใดมาทำร้ายนางได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ
“เสี่ยวอิงวันนี้ข้ามีเรื่องให้เจ้าจัดการ” เสวี่ยหลิงเอ๋อพลางเอ่ยครั้นเสี่ยวอิงกำลังเปิดผ้าม่านนำมัดเอาไว้ที่เสาเตียง
“มีสิ่งใดให้หม่อมฉันจัดการหรือเพคะ เชิญพระชายารับสั่ง”
“หลังมื้ออาหารเช้าเจ้าจงจัดการนำชุดเดิมของข้าไปทิ้งให้หมด และเรียกร้านผ้าที่ดีที่สุดในแคว้นนี้มาหาข้าที่ห้องโถงรับรองของจวน”
“ทิ้งหรือเพคะ ทิ้งหมดเลยหรือเพคะ” ดวงตาของเสี่ยวอิงเบิกโพลงเอ่ยถามเสียงดังด้วยความตกใจ เพราะอาภรณ์ทั้งหมดในตู้เสื้อผ้านั้นแม้จะมีสีสันที่จืดชืดแต่ทว่าก็เป็นผ้าเนื้อดี ไม่แปลกใจที่เสี่ยวอิงจะสงสัยและเสียดาย
“หากไม่ทิ้งเจ้าก็ลองนำไปขาย แล้วนี่ท่านอ๋องออกไปข้างนอกหรือ?”
“เพคะ หม่อมฉันจะนำไปขายเมื่อออกไปตามเถ้าแก่ร้านผ้านะเจ้าคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อพยักหน้าก่อนจะลุกเดินลงเตียงนอนออกไปข้างนอกห้องบรรทม มีสาวใช้หลายคนกำลังรอปรนนิบัติอยู่
นางเปลี่ยนแปลงการแต่งกายใหม่ทั้งหมด ใบหน้าแต่งแต้มให้เข้มมากกว่าที่เคยทำ ริมฝีปากแต้มสีชาดแดงเข้มตัดกับสีผิวขาวดุจหิมะ เครื่องประดับที่นางเคยคิดว่าน่ารำคาญบัดนี้ถูกจัดแต่งเต็มศีรษะเพื่อประดับบารมี สาวใช้หลายคนถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นพระชายาเอกเสวี่ยหลิงเอ๋อผู้ที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวาแต่ยังคงมีราศีความเป็นพระชายาเอกผู้อ่อนหวาน ทว่าบัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
“งดงาม งดงามหาผู้ใดเปรียบมิได้เลยเพคะ” เสี่ยวอิงดวงตาเป็นประกายแวววาว เอ่ยชื่นชมไม่หยุดปาก
“งดงามหรือ ? หากเจ้าว่างดงามต่อจากนี้จงยกหีบเครื่องประดับของข้าออกมาจากคลังสมบัติ ข้าจะแต่งกายเช่นนี้ในทุกวัน”
“จริงหรือเพคะ ช่างเป็นความคิดที่ดีข้าดีใจเหลือเกินที่พระชายาไม่ทนทุกข์กับความเศร้าโศกแล้ว” ตั้งแต่ที่พระชายาเอกเสียบุตรในครรภ์ไปนางเอาแต่เศร้าหมองจมอยู่กับความว่างเปล่าและเสียใจ เมื่อเห็นพระชายาลุกขึ้นมาแต่งกายเช่นนี้เสี่ยวอิงดีใจยิ่งนัก หากแต่ว่านางไม่รู้ความจริงว่าความเสียใจนั้นล้วนกลายเป็นความแค้น ความแค้นที่รอวันชำระ
“เอาล่ะต่อจากนี้ก็จงทำตามที่ข้าบอก เอาอาภรณ์ที่ข้ามีทั้งหมดเลือกเอาไว้มีอาภรณ์ที่สีสันสดใส ตัวใดที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวาจงนำไปขายทั้งหมด ส่วนเจ้าไปแจ้งพ่อครัวเย็นนี้จงจัดสำรับอาหารเลิศรสและนำสุราที่ได้รับจากท่านใต้เท้าโจฉวีที่มอบให้คราวก่อนมาให้ข้า”
“เพคะพระชายา” สาวใช้หลายนางต่างพากันไปทำตามคำสั่งก่อนที่เสวี่ยหลิงเอ๋อจะแยกเดินออกไปเดินเล่นที่สวนหย่อมขนาดเล็ก ๆ หน้าห้องของนาง
ตอนที่ 6 ลุ่มหลงสายลมพัดโชยกลิ่นดอกเหมยหอมอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในเรือนฝั่งขวา เสวี่ยหลิงเอ๋อออกมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาหน้าห้องของนางพลางจิบน้ำชาระหว่างที่สาวใช้กำลังบีบนวดร่างกาย“พระชายายามนี้เรื่องที่ให้หม่อมฉันไปแพร่งพรายบัดนี้น่าจะถึงหูพระชาชารองแล้วเพคะ ช่วงที่หม่อมฉันไปเอาสำรับอาหารที่โรงครัว สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินผ่านมาพอดี”“ดี ...ข้าอยากรู้นักว่านางจะร้อนอกร้อนใจหรือยังคงเฝ้าดูต่อไป แต่นางคงเฝ้ารอดูและเชื่อมั่นท่านอ๋องว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีทางที่จะมาลุ่มหลงข้าได้ วันนี้ข้าคงต้องไปรอรับท่านอ๋องที่หน้าจวนเสียหน่อยแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อยังคงเจ็บระบมช่วงล่างระหว่างขา ทว่าหากนางปล่อยเอาไว้มีหวังท่านอ๋องคงไปหาเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่ นางจะต้องใช้มารยาและรสสวาทดึงรั้งเขาเอาไว้ แสงแดดหมดลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวดวงตะวันลับลาขอบฟ้า เสวี่ยหนิงเอ๋อแต่งกายด้วยอาภรณ์ผืนบางมายืนเฝ้ารอท่านอ๋องอยู่หน้าจวน ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าได้วิ่งมาที่หน้าจวน ใบหน้าของนางฉายแววมีเลศนัยชั่วร้ายออกมา“มาแล้วสินะ คืนนี้ข้าจะรั้งเขาไว้โดยที่ไม่ใส่ยาปรุงกำหนัด” นางคิดในใจก่อนจะยิ้มกว้างต้อนรับการกลับจ
ตอนที่ 5 ปรนนิบัติมือนุ่ม ๆ ลูบค่อย ๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงไปด้านล่าง ลิ้นชุ่มไปด้วยน้ำลายอุ่นแตะลงที่ปลายแท่งร้อน ร่างใหญ่สั่นสะท้านวูบวาบ เหยียดเกร็งอย่างลืมตัว ในหัวพร่าเบลอกระจัดกระจายแผดเผาทุกตารางนิ้วนิ้วที่ถูกสัมผัส เพียงไม่นานปากเล็ก ๆ ของนางก็กลืนกินของเขาจนหมดสิ้น ค่อย ๆ ดูดเม้มราวกับว่ามันคือขนมหวาน นางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ เร่งจังหวะอย่างสันลมหายใจถี่กระชั้น ฝานเหวินหยูเงยหน้าขึ้นสูงหลับตารับความเสียวซ่านที่พระชายาเอกกำลังปรนนิบัติ จิกเกร็งปลายเท้า เมื่อร่างเล็กขบเม้มละเลงลิ้นอย่างชำนาญ แถมยังไม่ผ่อนแรงลงสักนิด จนเขาครวญครางกระเส่าอย่างชื่นชอบ“อ๊า อ๊า เสียว เสียวเหลือเกิน พระชายาเปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะว่านางทำให้เขาอดทนไม่ไหว น้ำขุ่นกระฉูดเข้าไปในลำคออย่างทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อมิได้คายมันทิ้ง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายยิ้มกริ่มและกลืนกินมันลงคอ ค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างใหญ่ของเขา “เหตุใดถึงเสร็จเร็วเช่นนี้ละเพคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ข้าจะปรนนิบัติเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาวนานท่านอ๋องยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ท่านเล่นไปทั้งคืน”
ตอนที่ 4 ยั่วยวนเรือนฝั่งซ้ายเมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที “ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรีย
ตอนที่ 3 ตกหลุมพรางยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?“เช่นนั้











