LOGIN“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
“อืม! งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ” เขาก้าวเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่ต่างกับตอนก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เห็นแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอสงสารตัวเองมากกว่า...หากว่าปล่อยให้เขาได้หื่นตามใจชอบ คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่ได้นอน ก็ตั้งปณิธานจะยิงประตูซะขนาดนั้นนี่นา ระหว่างที่อเล็กซิสกำลังอาบน้ำด้วยความรู้สึกสุดเซ็ง พลันขาเจ้ากรรมก็ดันไปเตะเข้ากับถังขยะใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำจนมันล้มลง เดือดร้อนให้เขาต้องก้มลงเก็บมันอีก แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน แต่ทำไมขยะใบนี้กลับยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขยะสักชิ้นเดียว จะว่าเธอเอาออกไปทิ้งข้างนอกก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขานั่งดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นว่าเธอจะถืออะไรออกมา “ร้ายนักนะยัยตัวแสบ” อเล็กซิสกัดฟันคาดโทษเธอในใจ เมื่อคิดได้ว่าคงโดนเธอตุ๋นจนเปื่อยเข้าให้แล้ว “ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าปวดท้อง” เขาแสร้งถามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่นอน ในขณะที่เธอกลับมองหน้าเขางงๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบตอบกลับไป “อ๋อ! ใช่ๆ ปวดท้อง” ตอบไปแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีนะท
“ได้เวลาแล้ว ไปให้พรลูกกันเถอะค่ะ” เมษาตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะบ่นไปมากกว่านี้ “การแต่งงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน หมั่นเติมความรักให้กันทุกวัน ความรักจะสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจกันนะลูกนะ อเล็กซ์แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ ถ้าน้องทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็อย่าถือน้องนะลูก แก้วเองก็เหมือนกัน วันนี้ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพร้อมจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง มีอะไรต้องใช้เหตุผลให้มากๆ นะ” เมษาอวยพรในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังนั่งพับเพียบรอรับพรอยู่บนเตียง “พ่ออาจจะมาช้าไป แต่ให้ลูกจำไว้ว่าพ่อคนนี้จะอยู่ข้างลูกเสมอ ถ้าหากวันไหนไอ้หมอนี่มันบังอาจมารังแกลูกของพ่อ พ่อจะไปจัดการมันให้ พ่อ...” ยังไม่ทันที่ก้องเกียรติจะได้อวยพรต่อ เมษาก็รีบขัดขึ้น “พอเลยคุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้” เมษาเอ็ดเสียงเขียว ทำเอาอเล็กซิสถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างจากแก้วมุกดาที่อดขำไม่ได้กับคำอวยพรของคนเป็นพ่อ ก็แหม! เล่นขู่ซะขนาดนี้ พ่อลูกเขยตัวดีก็ใจฝ่อไปหมดน่ะสิ “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวมอนเตอโรของเรานะลูก จากนี้ไปหนูคือลูกสาวของมัม ถ้าเจ้าลูกชายต
ในขณะที่สองหนุ่มกำลังยืนมองกันด้วยสายตาเชือดเฉือน อย่างไม่มีใครยอมใคร บุคลที่สามที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เมื่อตอนนี้ได้หลงเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการของตัวเอง และโลกที่เธอสร้างขึ้นก็เต็มไปด้วยภาพที่มีเดนิสเป็นพระเอก ส่วนใครเป็นนางเอกคงไม่ต้องบอก แบบนี้เขาเรียกว่
“เฮ้ย! ใครอยู่ข้างนอก มานี่หน่อยซิ เอาสองคนนี้ออกไปรอฉันที่ห้องที เดี๋ยวฉันจะตามไปจัดการทีหลัง” อเล็กซิสสั่งคนของตัวเองที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “เอาล่ะ ทีนี้ก็หมดตัวปัญหา” ‘ยังไม่หมดย่ะ ยังเหลือคุณอีกคน’ แก้วมุกดาต่อให้ในใจอีก “ทีนี้เรามาเคลียร์กันเรื่องระหว่างเราต่อ” แก้วมุกดาทำตาโตอย่าง
“ส่วนแก มากับฉัน” เขากวักมือเรียกเธอที่กำลังหันมามองอย่างสงสัย “ไปไหนครับ ผมมีงานต้องทำ คงไปไหนไม่ได้” ด้วยยังเคืองเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย เรื่องอะไรจะยอมไปกับเขาง่ายๆ อีก “ก็ไปเดินดูรอบๆ เรือนี่ไง เมื่อเช้าเรายังเดินกันไม่ถึงไหนเลย” อเล็กซิสบอกหน้าตาเฉย ทำเป็นจำเรื่องเมื่อเช้าไม่ได้
“เป็นเกียรติและยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” เธอบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ที่ไม่สามารถปกปิดอาการดีใจของตัวเองได้ในตอนนี้ และในขณะนั้นเองขณะที่เธอกำลังปลื้มปริ่มกับความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ซึ่งเธอนิยามให้มันเป็นเสียงแห่งความหายนะ “ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอ







