Masuk***“เธอรู้อะไรไหมแก้วตา ความจริงฉันหวั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอแล้ว แต่ฉันแค่ไม่อยากยอมรับ เพราะฉันยังไม่อยากมีครอบครัว คิดดูสิว่ามาเฟียเพลย์บอยอย่างฉัน จะต้องกลายเป็นผู้ชายกลัวเมีย ไม่อะ ฉันยอมรับไม่ได้ มันเสียเชิงชาย” ***ถึงเธอจะตบตาเขาว่าเป็นผู้ชาย แต่เชื่อเถอะว่าเขาจำเธอได้ตั้งแต่วันแรกที่เธอเหยียบเข้ามาในถิ่นเขาแล้ว ในเมื่อเข้ามาแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปง่ายๆ แล้วเธอจะได้รู้ว่าเขาเจ้าเล่ห์และเผด็จการกว่าที่เธอคิด ***เพราะความจำเป็นบีบบังคับ ทำให้แก้วมุกดาจำต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อขึ้นไปทำงานบนเรือสำราญลำหรู แต่ใครจะคิดว่าโลกจะกลมทำให้เธอได้พบกับผู้ชายร้ายกาจอย่างอเล็กซิสที่นี่ ที่สำคัญเขายังเป็นเจ้านายเธอด้วย
Lihat lebih banyak“ใช่คนเดียวกันรึเปล่าวะ เอ! หรือว่าไม่ใช่” อเล็กซิสที่กำลังเดินหาเจ้าของโทรศัพท์เครื่องที่อยู่ในมือ ทำหน้าไม่แน่ใจเมื่อรูปที่เขาเปิดขึ้นมาดูกับผู้หญิงที่เขากำลังยืนมองอยู่ตอนนี้บางมุมก็เหมือนจะใช่ แต่มองอีกทีก็เหมือนจะไม่ใช่ ด้วยผู้หญิงที่เขากำลังจ้องมองอยู่ตอนนี้ดูสวยกว่าคนในรูปมาก จึงทำให้ไม่มั่นใจจนต้องเดินเข้าไปใกล้เพื่อมองให้ชัดๆ แต่
“กรี๊ด...! ไอ้โรคจิต” แก้วมุกดาที่รู้ตัวว่ากำลังถูกมองก็กรีดร้องขึ้นมาทันที ก็ดูท่าทางเขาน่าไว้ใจซะที่ไหน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ร้องขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้น ก็ถูกอีกฝ่ายยื่นมือมาปิดปากไว้ซะก่อน
“จะแหกปากทำซากอะไรฮะยัยเบื๊อก” อเล็กซิสต่อว่าอย่างหัวเสีย ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนขอร้องให้มาตามหาเจ้าของมือถือเครื่องนี้ล่ะก็ คนอย่างอเล็กซิสไม่ยอมมาทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด
“แออ้ออ่อยอั๊นอิไออ้า (แกก็ปล่อยฉันสิไอบ้า)” แก้วมุกดาบอกเสียงอู้อี้ด้วยกำลังถูกเขาปิดปากเอาไว้ เธอที่กำลังทำงานพิเศษรายได้ดีด้วยการรับจ๊อบจากบรรดาเมียหลวงให้ตามเก็บรูปสามีที่แอบนอกลู่นอกทาง แต่จู่ๆ ก็มาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้ตกใจกลัวอยู่ไม่น้อย อดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะกำลังถูกปองร้ายหรือฆ่าปิดปากจากผู้ชายที่เธอตามเก็บรูปอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงพยายามหาทางรอดให้ตัวเองด้วยการตั้งสติและทำใจไม่ให้กลัว แต่...
“หา! เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ จะอ่อยฉันเหรอ ขอโทษนะอย่างเธอน่ะต่อให้แก้ผ้าตรงหน้าฉันยังต้องคิดดูก่อนเลย” อเล็กซิสที่เห็นท่าทางของเธอแล้วจึงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจที่เธอพูด
“อ๊าย ไอ้อาอ๊ก อั๊นออกอ้าไอ้อ่อยไอ้ไอ้อ่อย อ่อยอิโอ๊ย (อ๊าย ไอ้ลามก ฉันบอกว่าให้ปล่อยไม่ได้อ่อย ปล่อยสิโว้ย)” ถึงแก้วมุกดาพยายามตะคอกเสียงใส่อย่างโมโหแต่มันก็ยังฟังอู้อี้อยู่ดี อเล็กซิสจึงได้ทีแกล้งพูดขึ้นอีก
“พูดอะไรของเธอ อ่อยๆๆ อยู่ได้ นี่ตกลงจะอ่อยฉันให้ได้เลยใช่ไหม” อเล็กซิสส่ายหน้าทำท่าราวกับกำลังเอือมระอานักหนา ทั้งที่ความจริงคนที่น่าเอือมระอาน่าจะเป็นเขาเองมากกว่า
“เออ” ในเมื่อพยายามพูดไปก็เหนื่อยเปล่า แก้วมุกดาจึงตอบรับไปด้วยเสียงกระแทกกระทั้น
“ยอมรับแล้วใช่ไหมยัยผู้หญิงหน้าไม่อายกล้าอ่อยผู้ชายกลางวันแสกๆ” (เอ่อ...แล้วมีกฎบัญญัติข้อไหนห้ามอ่อยผู้ชายกลางวันเนี่ย) อเล็กซิสทำหน้าล้อเลียนกับการตอบรับของเธอ แต่เมื่อเห็นสายตาราวกับจะเผาเขาให้เป็นจุณได้ในตอนนี้ เขาจึงเลิกล้อเล่น
“เออๆๆ ปล่อยก็ได้แต่ห้ามกรี๊ดอีกนะ บอกตรงๆ เสียงกรี๊ดๆ ของเธอทำเอาฉันประสาทจะกิน พรุ่งนี้ระบบขับถ่ายจะรวนรึเปล่าก็ไม่รู้” อเล็กซิสยอมปล่อยมือจากปากสวยๆ ของเธอและมันก็
“กรี๊ด...!” แก้วมุกดากรีดร้องเสียงดังทันทีที่ปากของเธอเป็นอิสระ แต่ที่กรี๊ดครั้งนี้ไม่ใช่อะไร แต่เพราะเจ็บใจที่ถูกเขากล่าวหาว่าอ่อยครั้งแล้วครั้งเล่า
“เอ้าเฮ้ย! จะกรี๊ดอีกทำไมวะเนี่ย” เสียงสั่นประสาทของเธอทำเอาอเล็กซิสเริ่มหัวเสียขึ้นมาอีกครั้ง
“หืม! ไอ้ผู้ชายเฮ็ง... นึกว่าหล่อตายแหละ ฉันก็ไม่เอาไอ้แก่เฒ่าหัวงูอย่างแกเหมือนกันนั่นแหละ ชิ! คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน ก็แค่ผู้ชายแก่ๆ ตัณหากลับ มีดีก็แค่กระเป๋าหนักแต่ไม่มีสมอง คิดแต่จะเอาเงินฟาดหัวผู้หญิง แต่ขอโทษต่อให้รวยกว่านี้ฉันก็ไม่เอา ไอ้เฒ่าหัวงู ไอ้ลามก ไอ้แก่จอมหื่น ไอ้” ยังไม่ทันที่เธอจะร่ายยาวต่อให้จบอเล็กซิสก็แทรกขึ้นมา
“ถ้าขืนเธอยังด่าฉันอีกคำล่ะก็ ปากจัดๆ ของเธอได้โดนฉันจูบจนขาดใจแน่ยัยหน้าจืด คนอะไรไม่สวยแล้วยังปากเปราะ” เกิดมาก็เพิ่งเคยถูกผู้หญิงด่ายาวขนาดนี้ ไม่แปลกที่เขาจะโมโหบ้าง ก็ปกติมีแต่ผู้หญิงเข้ามาออดอ้อนออเซาะพูดจาหวานหูให้ฟังตลอด แต่กับผู้หญิงคนนี้มีแต่ด่ากับด่า นี่ขนาดเพิ่งเจอหน้ากันไม่ทันไรเธอยังด่าเขาแทบไม่ซ้ำคำ
“นี่ มีสิทธิ์อะไรมาเรียกฉันหน้าจืด ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ไอ้เฒ่าหัวงู” แก้วมุกดาชี้หน้าเอาเรื่องพร้อมกับคิดในใจ ‘ถึงฉันจะไม่แต่งหน้า แต่ฉันก็สวยแบบมีสไตล์เป็นของตัวเองย่ะ’
“ก็แล้วเธอล่ะ มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันเฒ่าหัวงูฮะยัยหน้าจืด ยัยลูกเป็ดขี้เหร่ ยัยผู้หญิงปากเปราะ” อเล็กซิสต่อว่าด้วยความขุ่นเคืองไม่แพ้กัน ‘อย่างฉันเนี่ยนะแก่ ผู้ชายอย่างฉันเนี่ยนะเฒ่าหัวงู ชิ! ตาถั่วชะมัด ยัยลูกเป็ดตัวร้าย’
“คำนี้มันก็เหมาะกับคุณที่สุดแล้วนี่ เห็นเด็กในชุดนักศึกษาหน่อยไม่ได้ มาทำชีกอใส่ ฉันเห็นนะว่าคุณแอบถ่ายรูปฉันด้วยน่ะ อ๊าย! อย่าบอกนะว่ากล้องนั่นส่องทะลุเสื้อผ้าได้ กรี๊ด...! ไอ้ลามกฉันจะฆ่าแก กล้าดียังไงมาดูของของฉัน ฉันจะควักลูกตานายซะ อย่าอยู่เลยไอ้แก่” หลังจากที่คิดเองเออเองเสร็จสรรพ แก้วมุกดาก็พุ่งเข้าทำร้ายอีกฝ่ายอย่างทันท่วงทีชนิดที่เขาไม่มีโอกาสได้แก้ต่างให้ตัวเอง ทำได้แค่ล็อคแขนเธอเพื่อปกป้องใบหน้าหล่อๆ ของตัวเองให้รอดพ้นจากกรงเล็บของเธอ
“แหกตาดูก่อนสิว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มันของใคร แล้วก็หยุดทำร้ายร่างกายอันมีค่าของฉันสักที ไม่อย่างนั้นฉันจะกดเธอลงพื้น แล้วก็ทำอย่างที่เธอกล่าวหามันตรงนี้เลย” อเล็กซิสบอกด้วยใบหน้าถมึงทึง ตอนนั้นเองที่ทำให้เธอได้หยุดมอง
“นี่มันโทรศัพท์ฉันนี่ คุณไม่ใช่เฒ่าหัวงู” อเล็กซิสยิ้มอย่างโล่งใจ เมื่อในที่สุดเธอก็เข้าใจอะไรสักที แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่เพราะประโยคต่อมา “แต่นายมันเป็นไอ้หัวขโมย นายขโมยมาจากเพื่อนฉันใช่ไหม บอกมานะว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มาอยู่นี่ได้ยังไง นี่อย่าบอกนะว่านายทำร้ายเพื่อนฉัน อย่าอยู่เลยไอ้เฒ่าหัวงูขี้ขโมย” ว่าแล้วเธอก็กระโจนเข้าใส่คนที่กลายเป็นหัวขโมยแบบไม่รู้ตัว
“เฮ้ย! ยัยเพี้ยนนี่ทำบ้าอะไรของเธอวะเนี่ย โธ่เว้ย! วุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้นจริงๆ เลย” อเล็กซิสสบถอย่างหัวเสียพลางจับข้อมือเธอไว้ก่อนจะยื่นโทรศัพท์เจ้าปัญหาใส่ในมือ โดยไม่ลืมหยิบกระดาษเล็กๆ อีกแผ่นซึ่งมีข้อความสั้นๆ จากสุดที่รักเพื่อนที่เธอพูดถึงใส่พร้อมกันไปด้วย
“เลิกพล่ามแล้วเอานี่ไป จะได้ต่างคนต่างไปสักที ผู้หญิงอะไรน่ารำคาญชะมัด ลาแล้วลาลับขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน” อเล็กซิสเดินตึงๆ ออกไปอย่างไม่ใยดี
“เดี๋ยว” หลังจากได้อ่านข้อความที่เพื่อนฝากมาอย่างรวดเร็ว แก้วมุกดาจึงจำต้องเรียกเขาไว้
“จะเอาไงอีกฮะแม่คุณหรือว่าไม่เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ ฉันไม่สนด้วยแล้ว น่ารำคาญชะมัด” เขาหันมาพูดใส่หน้าอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นเร็วๆ เดือดร้อนให้เธอต้องวิ่งตามเพราะช่วงขาที่ต่างกัน
“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าไม่เชื่อ”
“เชื่อหรือไม่เชื่อฉันก็ไม่สนแล้ว แล้วก็เลิกตามฉันสักทียัยลูกเป็ดขี้เหร่” อเล็กซิสว่าพลางก้าวยาวๆ เพื่อหนี ในขณะที่เธอก็วิ่งตามอย่างไม่ลดละ ประหนึ่งหญิงสาวที่กำลังตามง้อขอความรักจากผู้ชายคนหนึ่ง แน่นอนว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่
“นี่ จะรีบเดินไปตามควายรึไงเนี่ย หยุดมาคุยกันก่อนสิ” เธอวิ่งตามด้วยความกระหืดกระหอบ
“หยุดให้โง่น่ะสิ ฉันไม่มีอะไรจะคุยแล้ว เพราะฉันจะไม่ยอมประสาทเสียเพราะเธออีกเด็ดขาด เฮ้ย! แล้วจะตามมาทำไมนักหนาวะเนี่ย”
“ถ้าไม่อยากให้ตาม คุณก็ให้ฉันไปกับคุณด้วยสิ” คำขอโต้งๆ ของเธอทำเอาเท้าทั้งสองของเขาถึงกับหยุดชะงัก ยังผลให้คนที่ตามมาติดๆ ผงะหน้าทิ่มกับแผ่นหลังผึ่งผายของคนตรงหน้าเต็มๆ แน่นอนว่าตอนนี้เธอคงไม่มีเวลาโวยวาย
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ” เขาค่อยๆ หันมาถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนักว่าตัวเองหูฝาดไปรึเปล่า
“ขอไปด้วยนะ” เธอบอกพลางส่งยิ้มหน้าเป็น ก่อนจะต้องยิ้มค้างเพราะถูกตัดเยื่อใย
“ไม่มีทาง อะไรทำให้เธอคิดว่าฉันจะพาผู้หญิงน่ารำคา
“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
ในขณะที่สองหนุ่มกำลังยืนมองกันด้วยสายตาเชือดเฉือน อย่างไม่มีใครยอมใคร บุคลที่สามที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เมื่อตอนนี้ได้หลงเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการของตัวเอง และโลกที่เธอสร้างขึ้นก็เต็มไปด้วยภาพที่มีเดนิสเป็นพระเอก ส่วนใครเป็นนางเอกคงไม่ต้องบอก แบบนี้เขาเรียกว่
“เฮ้ย! ใครอยู่ข้างนอก มานี่หน่อยซิ เอาสองคนนี้ออกไปรอฉันที่ห้องที เดี๋ยวฉันจะตามไปจัดการทีหลัง” อเล็กซิสสั่งคนของตัวเองที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “เอาล่ะ ทีนี้ก็หมดตัวปัญหา” ‘ยังไม่หมดย่ะ ยังเหลือคุณอีกคน’ แก้วมุกดาต่อให้ในใจอีก “ทีนี้เรามาเคลียร์กันเรื่องระหว่างเราต่อ” แก้วมุกดาทำตาโตอย่าง
“ส่วนแก มากับฉัน” เขากวักมือเรียกเธอที่กำลังหันมามองอย่างสงสัย “ไปไหนครับ ผมมีงานต้องทำ คงไปไหนไม่ได้” ด้วยยังเคืองเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย เรื่องอะไรจะยอมไปกับเขาง่ายๆ อีก “ก็ไปเดินดูรอบๆ เรือนี่ไง เมื่อเช้าเรายังเดินกันไม่ถึงไหนเลย” อเล็กซิสบอกหน้าตาเฉย ทำเป็นจำเรื่องเมื่อเช้าไม่ได้
“เป็นเกียรติและยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” เธอบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ที่ไม่สามารถปกปิดอาการดีใจของตัวเองได้ในตอนนี้ และในขณะนั้นเองขณะที่เธอกำลังปลื้มปริ่มกับความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ซึ่งเธอนิยามให้มันเป็นเสียงแห่งความหายนะ “ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอ