Masuk“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
เพียงเท่านี้จากที่ขยับเบาๆ ก็เพิ่มความแรงมากขึ้นตามอารมณ์รักอารมณ์ใคร่นำพา ภูมิจับขาหลานสาวแยกออกจากกันห่างเพื่อให้งูยักษ์ขยับตัวเข้าออกโพรงสวาทอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เข่าสองข้างดันพื้นยันไว้ส่วนกลางลำตัวส่งแรงเร่งร้อน รุกเร้า คลายตัวผ่อนออกก่อนจะกระแทกเข้าไปจนมิดอีกครั้งแล้วแช่นิ่งราวหยอกเย้าทานตะวันกระตุกเกร็ง ขาสองข้างถูกอาหนุ่มรั้งไว้เหนือข้อพับแขนบึกบึนจนลอยไปมาตามแรงอัด ครู่หนึ่งดวงตาก็ลืมขึ้นด้วยสงสัย เธอมองเห็นดาวเต็มฟากฟ้าทั้งที่ไม่ได้มองนอกหน้าต่าง ร่างกระตุกเกร็งปล่อยน้ำเปียกชุ่มออกมาถึงจุดสุดยอดโดยไม่รู้ตัว น้ำรักพรั่งพรูฉ่ำเยิ้มสร้างความลื่นไหลให้กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นไปอย่างง่ายมากขึ้นและมากขึ้นมันท่วมท้นและหนักหน่วง...“อ่า เยี่ยมมาก ปลดปล่อยมันออกมาเลยตะวัน” เขาเพ้อทั้งตาปรือ ลำตัวยังคงเลื่อนเข้าออกกายสาวอย่างสุขสุดภูมิยั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองถึงที่หมายก่อน แต่พอทานตะวันถึงฝั่งฝันก็เป็นทีของเขาที่จะบุกตะลุยให้สุดปลายทาง“อาห์ อ่า อ่า อ่า”เสียงร้องครวญครางของเด็กสาวดังขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระแทกกระทั้น ภูมิห้อตะบึงส่วนกลางลำตัวเข้าออกรวดเร็วยิ่งขึ้นราวกับกลัวไม่ถึงฝัน
ในขณะที่นิ้วร้ายยังคงทำงานหนักหน่วงแทบไม่ต้องเบามืออีกต่อไป เพราะแรงอารมณ์คุโชนเต็มที ยามนี้เขาปรารถนาจะครอบครองร่างบอบบางแสนสวยนี้จนแทบจะลงแดงตายเสียงดูดดังจ๊วบจ๊าบทำให้ทานตะวันถึงกับสะดุ้งยันศอกชะเง้อขึ้นมองเห็นอาหนุ่มก้มหน้าก้มตากับทรวงอกของตน มือของเขายังคงดันเข้าดึงออกที่ส่วนกลางกายก็ทำให้เด็กสาวเสียวซ่านสุดหยั่ง เธอร้องออกมาอย่างอดใจไม่ไหว“อ๊า! ตะวันจะตายอยู่แล้ว”ภูมิลอบยิ้มเงยหน้าจากอกตูม เด็กสาวหลบตาวูบทันทีที่อาหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า“อาก็จะตายอยู่แล้ว อาขอนะ”ไม่รอให้เด็กสาวตอบแต่อย่างใด รอยยิ้มร้ายเอาแต่ใจก็ผุดขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวลงต่ำดึงนิ้วออกจากเนินนุ่มแทรกแทนด้วยลิ้นอุ่นชอนไช ทานตะวันถึงกับหลับตาปี๋ ทรมานแต่ซ่านเสียวสะท้านไปทั้งกายจนแทบร้องขอชีวิต ขนลุกชันไปทั้งตัว สมองเพริดพราวราวไม่เป็นตัวของตัวเอง “อ๊ะ... อ๊า อ๊า” เด็กสาวร้องครวญคราง สองมือเรียวเล็กจิกทึ้งหัวไหล่เปลือยของอาหนุ่มด้วยความเสียวซ่าน“พอแล้ว ตะวันจะตายอยู่แล้วมันทรมานค่ะอาภูมิ”ภูมิถึงจะเจ็บแต่ฟังเสียงลูกแมวแง้วๆ แล้วยิ่งได้ใจ ลิ้นร้อนแทรกชอนไชกระดกขึ้นลงลึกลงไปถึงจุดกระสันจนเด็กสาวฉ่ำชื้นพ
เธอบอกอย่างว่าง่ายแต่แล้วกลับทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกตามคำพูดภูมิเมื่อครู่“แต่อาภูมิยังไม่แก่จริงๆ นะคะ ก็แค่อายุมากกว่าตะวันมากไปนิดแล้วก็เกิดก่อนตะวันนานมากๆ ไปหน่อยแค่นั้นเอง” “ชื่นใจ”“อาภูมิวางใจนะคะ ตะวันจะแก่ทันอาภูมิเอง”ภูมิฟังแล้วถึงกับหลุดขำ ริมฝีปากหนาจรดแก้มนวลหอมฟอดเสียงดัง “อาก็รักตะวัน รักที่ตะวันเกิดทีหลังแต่พยายามจะแก่ทันอา” “อาภูมิอะ พูดซะตะวันเขิน” “อาชอบที่ตะวันเขิน” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉวยมือเธอมาวางแนบอกของตัวเอง “ได้ยินไหม” “หือ”“หัวใจอากำลังเต้นแรงมันตื่นเต้นแทบระเบิดออกมานอกอกแล้ว” “อาภูมิตื่นเต้นทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะ อย่างเช่นคุณสร้อย...” อื๊อออออ... เด็กสาวครางประท้วงในลำคอ เพราะเธอไม่เพียงพูดไม่ทันจบอาหนุ่มก็ก้มประกบริมฝีปากเธอ เรียวลิ้นร้อนซอกซอนชอนไชทุกอณูจนเธอร้อนรนเผลอตอบรับอีกฝ่ายด้วยความเก้อเขิน ภูมิยกยิ้มครู่เดียวก็บอกเธอว่า “อาทนไม่ไหวแล้ว ถ้าตะวันอยากรู้ว่าอาตื่นเต้นแค่ไหน ตะวันก็ต้องทำรักกับอา” ทานตะวันครางในลำคอ
ภูมิอดยิ้มขำไม่ได้เพราะดวงตาที่สบกันเต็มไปด้วยความกระดากอายจึงบีบจมูกเธอก่อนจะพูดล้อๆ “ได้ตามสั่งอยู่แล้วครับ... มาดาม”“เดี๋ยวๆ ค่ะอาภูมิ”“อะไรเหรอ”ทานตะวันมีท่าทีลังเลก่อนเอ่ย “อาภูมิคิดว่าเรื่องของเราจะเป็นไปได้จริงๆ เหรอคะ”เธอถามอออกไปด้วยสีหน้าตระหนก ถึงรักภูมิมากยอมได้ทุกอย่างแต่เธอก็ยังไม่มั่นใจจนกว่าจะได้ยินคำมั่นจากปาก“ทำไมถึงคิดว่าเรื่องของเราจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ”“ก็ตะวันเป็นเด็กไม่ดี กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา”“แล้วไง”“ไม่มีหัวนอนปลายเท้าด้วย”“แล้วยังไง”“ก็เป็นคนที่ไม่คู่ควรกับความรักของอาภูมิไงคะ”ทานตะวันถึงกับอึกอักไม่รู้จะบอกยังไง แต่ภูมิกลับบีบจมูกรั้นของเธอเหมือนที่เคยทำเวลาต้องการปลอบขวัญ“เพ้อเจ้อน่ะ อาถามตะวันแค่คำเดียวว่ารักอารึเปล่า”“รักค่ะ”“อะไรนะ อาไม่ได้ยิน” ภูมิถามเย้าขณะที่จมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียเบาๆ อยู่กับปลายจมูกแหลมเล็กของเด็กสาวอีกทานตะวันช้อนตาที่คลอไปด้วยน้ำตาขึ้นจ้องดวงตาคมกล้าของอาหนุ่ม มันมีแววแห่งความปรารถนาอยู่ในนั้นจนทานตะวันสั่นสะท้าน เธออยากก้าวข้ามความลังเลแล้วเป็นของอาหนุ่มด้วยความเต็มใจ“ต้องให้พูดอีกเหรอคะ”“ไม่ต้อง” ภูมิตอบทั้งยิ้มม
“สงสารก็แต่คุณเพชร เทียวไล้เทียวขื่อหนูตะวันมานาน จวงก็นึกว่าจะได้ลงเอยกัน ไร่สองไร่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันบ่อยๆ แบบนี้นะคะ”จวงถอนใจยาว สองมือเกยคางอย่างคิดหนัก ภาคินีได้แต่ส่ายหน้าพลางนึกไปถึงบ้านไร่ ป่านฉะนี้ทานตะวันจะเป็นอย่างไรบ้างยังไม่รู้...ทานตะวันมองตามเพชรขี่จักรยานกลับออกไปจนลับสายตาก็ลุกขึ้นเปิดประตูเข้าไปในบ้านก่อนจะพรูลมหายใจออกด้วยความอัดอั้น เธอไม่ชินกับการรับรู้ความรู้สึกของเพื่อนที่มีต่อเธอทั้งที่รู้มานานแต่เธอเลือกที่จะปฏิเสธมาตลอด แต่ตอนนี้เธอรู้ใจตัวเองและรู้ใจอาหนุ่มแล้ว เธอไม่อาจรับความรู้สึกของเพชรได้พอปิดล็อคประตูเสร็จสรรพร่างบางในชุดเดรสสั้นสีขาวชุดเดิมเมื่อวานก็หมุนตัวกลับเข้าไปด้านในแล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อพบใครอีกคนยืนหน้านิ่งอยู่กลางบ้าน“อาภูมิ!”“ก็อานะสิ นึกว่าผีรึไง”อาหนุ่มสวนทันควันสีหน้างอง้ำเหมือนเด็กถูกขัดใจไม่มีผิด“เปล่าค่ะ ตะวันแค่ตกใจ” เธอตอบทั้งที่ใจเต้นระทึกนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอดหน้าแดงไม่ได้เธอเบี่ยงตัวหลบอาหนุ่มแล้วเดินตัวลีบผ่าน แต่ยังไม่ทันพ้นก็ถูกรวบเอวจนแผ่นหลังของเธอปลิวเข้ามาปะทะแผงอกล่ำของเขาอย่างแรง“ไม่คิดเลยนะว่ามาถึงจะเจอฉา
ในเมื่อเขาบอกว่ารักเธอและเธอก็รักเขาอยู่เต็มหัวใจ อีกทั้งบุญคุณล้นพ้นที่เขาเก็บเธอมาชุบเลี้ยงให้ความรักให้การศึกษา เธออยากตอบแทนเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี เธอผิดหรือไม่ที่ตามใจเขาอย่างนี้ ภูมิขับรถเข้าโรงจอดข้างตัวบ้านก่อนจะรีบลงจากรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตู ค้อมตัวลงมายิ้มให้ดวงตาเปล่งประกายสุกใสทานต
“อาภูมิอย่าประชดแบบนี้สิคะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”“อารุ้แค่ว่าตะวันรังเกียจความรู้สึกของอา”“ตะวันไม่ได้รังเกียจ!”เธอหรือจะกล้าคิดอย่างนั้น...เด็กสาวน้ำตาหยดทันที ไวเท่าความคิดเท้าที่เจ็บเมื่อครู่กลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มันก้าวนำเธอไปทางฝั่งที่อาหนุ่มกำลังเปิดประตูรถโดยไม่นำพาว่าภูมิจะคิดยังไง“
เธอร้องเสียงหลงเหลียวหาคนช่วยแต่ถนนยามดึกเปลี่ยวจนน่าใจหาย ไม่มีรถแม้สักคันติดไฟแดงหรือผ่านไปมา ภูมินึกโมโหจนต้องตวาด“หยุดเดี๋ยวนี้! ร้องยังกะวัวถูกเชือดไปได้ อาไม่ได้จะพาไปฆ่าสักหน่อย”“อาภูมิไมได้ฆ่าให้ตายแต่อาภูมิจะฆ่าตะวันทั้งเป็นรู้ตัวรึเปล่าคะ” เธออุทธรณ์น้ำตาท่วมแก้ม“อาฆ่าตะวันทั้งเป็นตรงไ
เธอตัดสินใจผลักอาหนุ่มเต็มแรงจนร่างหนาเซชนกระจกฝั่งคนขับ ศอกชายหนุ่มสัมผัสโดนปุ่มกระจกเต็มแรง หน้าต่างฝั่งคนขับเลื่อนลงโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “คุณ... คุณ”“อย่ายุ่งน่า ใครวะ!” ภูมิสบถหันขวับไปมองถึงกับเบิกตาค้าง “เฮ้ย! ตำรวจ!”“ก็ตำรวจสิครับ” นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจเฮ







