LOGIN'เจ้าเอย' อยากเป็นเจ้าสาวมานาน เมื่อคนรักขอแต่งงานในวัยสามสิบสอง เธอจึงคาดหวังว่าจะมีวันที่ดีที่สุด แต่เมื่อถึงวันงาน เจ้าบ่าวกลับหนีออกไปพร้อมเพื่อนเจ้าสาว ทิ้งให้เธออยู่กับความอับอายพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย 'ทิวเขา' แอบรักเจ้าเอยมานาน เมื่อเพื่อนรักก่อเรื่องแสบทิ้งไว้ เขาตัดสินใจจะออกจากเงาคนแอบรักเพื่อปกป้องเธอ เขาจึงแสดงตัวเซ็นใบทะเบียนสมรสยื่นส่งให้บิดาเจ้าสาว ที่ประกาศหาเจ้าบ่าวตัวแทน “พี่รักน้องเอย” เขากลืนน้ำลาย สบตากับหญิงสาวเพื่อแสดงความจริงใจ “รักมานานแล้ว พี่ขอเป็นสามีตัวจริงต่อจากนี้ไปได้ไหม” ถูกหักหลังจนอกหัก แต่มีคนขอดามใจเร่งด่วน เพื่อนเจ้าสาวหนีไปกับเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าบ่าวแสดงบทปกป้องเจ้าสาว แล้วสรุปเจ้าเอยได้แต่งงานแล้วหรือยังนะ
View Moreชุดแต่งงานสีขาวที่ผู้หญิงหลายคนเฝ้าฝันว่าจะได้สวม บัดนี้ กลับไปแขวนอยู่หน้าตู้ เจ้าเอยแสนตื่นเต้นนัก ไม่นึกว่า...มันจะเกิดขึ้น
งานแต่งงานที่แฟนหนุ่มตามใจ อนุญาตให้เธอจัดการล้วนผิดแผนไปเสียหมด ทั้งที่ควรจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่เธอรัก ได้สร้างครอบครัวแสนสุขกับชายหนุ่มที่เธอหลงคิดว่าแสนดี เจ้าเอยควรกลายเป็นภรรยาที่ให้เขาได้โอ้อวดว่าโชคดีที่สุดในโลก
มันกลับไม่เป็นแบบนั้น
“พี่อยากให้เอยเป็นแม่ของลูก ต้องเป็นเอยเท่านั้น” เขาบอกเธอตอนยื่นแหวนทองประดับเพชร แม้เรียบง่าย แต่หรูหรา
นั่นคือความฝันของเจ้าเอย ศิลาคำ หญิงสาววัยสามสิบสองที่หลงคิดว่าจะได้ฉลองวันแห่งความสุขดังเช่นเพื่อนสนิททั้งสองเคยผ่าน ดังเช่นงานของพี่ชาย งานของน้องสาว ซึ่งเธอเคยเป็นเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมด
เขาถนอมเธอมาตลอด ความเป็นหญิงที่มีความต้องการเช่นกันก็สู้อดทน เพราะเธออยากเป็นผู้หญิงคนนั้นของเขา รอวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
เจ้าเอยควรสังหรณ์เค้าลางแห่งหายนะ แต่ไม่เลย ไม่มีสัญญาณเตือนใดแจ้งก่อน เงินเก็บที่ลงทุนกับงานนี้ครึ่งหนึ่ง และที่ต้องจ่ายหลังจบงาน ยกเว้นส่วนชุดเจ้าบ่าวที่จัดการเองก่อน พิธีหมั้นกับแต่งจัดในวันเดียวเลย โดยตอนเช้าจะเป็นงานไทย จากนั้นฉลองในตอนเที่ยง
มันควรสมบูรณ์แบบสิ
ไหนยังจะค่าผ่อนบ้านที่ทั้งสองเลือกด้วยกัน
เจ้ากรรมนายเวรแบบใดกันหนอ
เจ้าเอยพนมมือกับตัวเอง มองชุดเจ้าสาวที่สวมใส่วันนี้ แล้วพบว่า...มันไม่ได้เป็นดังที่คิดเลย
เมื่อเจ้าบ่าวในวันนี้ ดันไม่ใช่คนรักของเธอ
(เรื่องนี้ขอบอกก่อนเลยว่าพระเอกธงเขียวแบบยกป่าทั้งผืน ไม่มีพ่อแง่แม่งอน หากอยากหนีความจริงอันโหดร้าย ก็ขอฝากเรื่องราวของเจ้าเอยไว้ในอ้อมใจนักอ่านด้วยนะคะ
ถ้าหากใครชอบแนวดีต่อใจ ขอรบกวนเก็บเรื่องนี้ไว้ในชั้นหนังสือ หากใครชอบก็คอมเมนต์กันได้นะคะ หรือจะแชร์ชวนเพื่อนนักอ่านมาได้ ไรต์คนนี้ยินดีรับคำติชม ข้อเสนอทุกอย่างเลย ปกติแห้งแล้งค่ะ อยากอ่านมาก ๆ เพื่อนำไปปรับปรุง ฝากด้วยนะคะ)
เด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี