LOGINโธ่เอ๊ย! ภูมิกำหมัดแน่น จ้องทานตะวันด้วยความอ่อนใจ "อาขอสั่งห้ามนะตะวัน ห้ามพูดแบบนี้ แล้วก็ห้ามคิดอะไรแบบนี้กับอาเข้าใจไหม!" "ไม่เข้าใจ ก็ตะวันไม่อยากให้อาภูมิเสียใจเพราะผู้หญิงคนนั้นนี่คะ ตะวันทำผิดตรงไหน" เด็กหญิงแก้เก้อ "มันก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรา" "เกี่ยวสิคะ ตะวันไม่อยากให้ใครมาแย่งความรักของอาภูมิไปจากตะวัน" "งี่เง่า" ภูมิสบถ "ไม่ได้งี่เง่าซะหน่อย ตะวันหมายถึงว่าถ้าตะวันโตเป็นสาวแล้วถ้าอาภูมิแก่ตัวลงไม่มีใคร ตะวันอาสาเป็นเจ้าสาวให้อาภูมิเอง อาภูมิสัญญากับตะวันนะคะ" "แก่แดด!" ภูมิขึ้นเสียง แต่เด็กหญิงดูไม่สะทกสะท้านสักนิด "เปล่าแก่แดดซะหน่อย ก็ตะวันรักอาภูมิ" เธอบ่นพลางหน้างอคอหักใส่ ภูมิทวนคำพูดทานตะวันในใจก็สั่นระรัวยิ่งกว่ากลองเพล นี่ทานตะวันคิดว่าความรักคืออะไร คิดว่าตัวเองจะแทนที่ใคร ไม่มีใครแทนที่ใครได้โดยเฉพาะทานตะวัน เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นตัวแทนของใคร ไม่เคย... ไม่เคยเลย... ภูมิจะรอให้ถึงวันนั้น วันที่พร้อมทวงสัญญาที่ทานตะวันให้ไว้ คราวนี้ไม่ว่าใครก็อย่าได้ขวาง เพราะเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยเธอให้ใคร...
View More“ถ้าตะวันโตเป็นสาว อาภูมิต้องแต่งงานกับตะวันนะคะ”
ใครจะคิดว่าแค่คำพูดประโยคเดียวของคนคนหนึ่ง จะทำให้ใครอีกคนคิดไกลไปถึงเพียงนี้...
อะไรนะ...
แต่งงานงั้นเหรอ...
ภูมิที่นั่งกุมขมับถึงกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดกึ่งออกคำสั่งแบบนี้จากปากเด็กหญิงวัยยังไม่ถึงสิบห้าที่มารดาของเขารับอุปการะไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ
อะไรทำให้ทานตะวันพูดแบบนี้...
“อาภูมิสัญญากับตะวันนะคะ”
เด็กหญิงไม่พูดเปล่า ยื่นนิ้วก้อยปุ้มป้อมมาตรงหน้า ชายหนุ่มทอดถอนใจไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเด็กหญิงคว้ามือขึ้นมาแนบหน้า ภูมิมือสั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงผิวนวลนิ่มและเต่งตึงของวัยเยาว์
ไม่ทันตั้งตัวซ้ำสอง เขาก็ถูกเด็กหญิงโน้มตัวเข้ามาจูบริมฝีปากของเขาอย่างอ้อยอิ่ง ภูมิซึมซับความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างไม่คาดคิด ชายหนุ่มถึงกับผงะลุกขึ้นยืนและส่งน้ำเสียงดุดันใส่เด็กหญิงด้วยความตื่นตะลึง
“ทะ ทะ ทำอะไรน่ะ ตะวัน!”
“ก็ ก็ จะ จูบ”
“จูบอะไรของเรา ไปจำจากไหนมา!”
“ก็จากในทีวีไงคะ”
“แล้วทำทำไม”
“ก็ตะวันจูบมัดจำแล้ว อาภูมิอย่าลืมสัญญาแต่งงานของเรานะคะ”
โธ่เอ๊ย!
ภูมิกำหมัดแน่น จ้องทานตะวันด้วยความอ่อนใจ
“อาขอสั่งห้ามนะตะวัน ห้ามพูดแบบนี้ แล้วก็ห้ามคิดอะไรแบบนี้กับอาเข้าใจไหม!”
“ไม่เข้าใจ ก็ตะวันไม่อยากให้อาภูมิเสียใจเพราะผู้หญิงคนนั้นนี่คะ ตะวันทำผิดตรงไหน” เด็กหญิงแก้เก้อ
“มันก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรา”
“เกี่ยวสิคะ ตะวันไม่อยากให้ใครมาแย่งความรักของอาภูมิไปจากตะวัน”
“งี่เง่า” ภูมิสบถ
“ไม่ได้งี่เง่าซะหน่อย ตะวันหมายถึงว่าถ้าตะวันโตเป็นสาวแล้วถ้าอาภูมิแก่ตัวลงไม่มีใคร ตะวันอาสาเป็นเจ้าสาวให้อาภูมิเอง อาภูมิสัญญากับตะวันนะคะ”
“แก่แดด!” ภูมิขึ้นเสียง แต่เด็กหญิงดูไม่สะทกสะท้านสักนิด
“เปล่าแก่แดดซะหน่อย ก็ตะวันรักอาภูมิ” เด็กหญิงบ่นพลางหน้างอคอหักใส่
ภูมิทวนคำพูดทานตะวันในใจก็สั่นระรัวยิ่งกว่ากลองเพล นี่ทานตะวันคิดว่าความรักคืออะไร คิดว่าตัวเองจะแทนที่ใคร ไม่มีใครแทนที่ใครได้โดยเฉพาะทานตะวัน เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นตัวแทนของใคร
ไปกันใหญ่แล้ว!
ภูมิไม่เคยคิดเลยว่าเด็กที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา เธอจะรู้ไหมว่าเพราะคำพูดนั้นทำให้ใจของเขาสั่นไหวแค่ไหน ความรักและการแต่งงานคืออะไรไม่ใช่ใครก็สักแต่จะพูดได้ แล้วยิ่งเป็นเธอคนที่เขารักยิ่งกว่าใคร
ไม่ได้การละ!
เห็นทีจะอยู่ที่ไร่ก่อนตะวันจะโตเป็นสาวไมได้เสียแล้ว...
หลายวันต่อมา...
บรรยากาศหน้าบ้านไม้สักสองชั้นขนาดใหญ่ท่ามกลางไร่ชาสุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยความอึมครึมราวกับกำลังปกคลุมด้วยเมฆเทาทะมึนขนาดใหญ่
ภูมิพ่นลมหายใจอึดอัดขณะที่มือยังไม่คลายจากกระเป๋าเดินทางใบโตที่เงื้อค้างขณะยกขึ้นท้ายกระบะ ชายหนุ่มยืนหันหลังให้เจ้าของร่างเล็กกว่าเขาเกือบสองศอกด้วยความอ่อนใจ ไม่อยากหันไปเห็นดวงหน้านวลใสนองน้ำตา
กลัวว่าจะใจอ่อน...
แน่ล่ะ...
แค่เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังมาจากด้านหลัง เขาก็รู้แล้วว่าหัวใจหายไปแค่ไหน หากมันถูกกัดกินด้วยน้ำตา หัวใจของเขาคงแหว่งวิ่นด้วยน้ำตาของทานตะวัน
แต่จะให้เผชิญหน้ากันทุกวันก็คงไม่ได้ ในเมื่อหัวใจของเขาคิดไกลกับเธอเกินไปกว่าจูบปลอบใจในวันนั้นเสียแล้ว...
“อาภูมิขาอย่าไปเลยนะคะ อาภูมิ!”
“อาเค้าไปทำงานนะลูก”
“แต่อาภูมิทิ้งคุณย่าด้วยนะคะ”
“อาบอกไม่ได้ทิ้ง”
“แต่อาภูมิจะไปอยู่ในเมืองทำไม อาภูมิจะทิ้งตะวันกับคุณย่าไปได้ยังไง คุณย่าขา...” เด็กสาวลากเสียงยาวฟ้องหญิงชราที่กอดร่างเล็กของเธออยู่
ภาคินีสบตากับภูมิก่อนจะพยักเพยิดให้ “ย่าไม่ยุ่งด้วยแล้ว สองอาหลานคุยกันเองก็แล้วกัน”
“คุณย่าขา”
ภูมิได้แต่ส่ายหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงกระเง้ากระงอดกลายๆ พอสบตามารดาก็เห็นสีหน้าตึงเปรี๊ยะบ่งบอกว่าเขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เอง
“โอเคๆ เอางี้นะตะวัน”
“อาภูมิจะไม่ไปแล้วใช่ไหมคะ”ภูมิส่ายหน้าทันควัน จำต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “ที่อาต้องไปค้างในเมืองก็เพราะงาน ไม่ได้จะทิ้งเรากับคุณย่า เพราะฉะนั้นระหว่างนี้ตะวันอยู่ดูแลคุณย่าแทนอาได้ไหมคะ”
“แค่เรื่องงานจริงๆ เหรอคะ”
“จริงสิ”
“ไม่ใช่เพราะอาภูมิ...” เด็กหญิงรีบตะครุบปากตัวเองเมื่อเห็นสีหน้าดุของเขา
ภูมิรู้ดีว่าเขาสปอยล์เด็กหญิงมากแค่ไหน และบางครั้งอาจจะมากเกินไปโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งวันที่ทานตะวันจูบเขา
ตั้งแต่นั้นความรู้สึกนั้นมันแปลกไปจนไม่อาจคาดเดา นับวันจะยิ่งรุนแรงจนเขาแอบเก็บเอามาฝัน ฝันอะไรไม่ว่า
ฝันว่ามีอะไรกับทานตะวันนี่สิ!
จะชั่วเกินไปแล้ว!
ไอ้อาชั่ว!
ภูมิตัดสินใจในนาทีนั้นว่าเขาต้องไปอยู่ที่ออฟฟิศในเมืองสักพักจนกว่าเปิดเทอมที่ทานตะวันจะย้ายไปอยู่หอพักในโรงเรียน หรือหากทานตะวันยังดื้อรั้นไม่ยอมไปตามที่เสนอ เห็นทีเขาต้องเป็นฝ่ายไปเองยาวๆ ไปให้ห่างจากทานตะวันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“แต่ตะวันไม่ยอมให้อาภูมิไปอยู่กับผู้หญิงที่ไหนอีกนะคะ!”
เด็กหญิงขึ้นเสียง ทำให้สองแม่ลูกตาค้าง และเป็นภูมิที่หันขวับมาดุใส่
“ตะวัน!”
“ก็อาภูมิจะทิ้งตะวันกับคุณย่า เกิดไปเจอผู้หญิงสวยๆ แบบอาสร้อยอีกจะทำยังไง”
“อย่าลามปามสิตะวัน อาไปทำงานต้องกลับดึก อาไม่อยากขับรถไปกลับมันอันตราย”
“แต่เมื่อก่อนก็ไปกลับได้”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
เพียงเท่านี้จากที่ขยับเบาๆ ก็เพิ่มความแรงมากขึ้นตามอารมณ์รักอารมณ์ใคร่นำพา ภูมิจับขาหลานสาวแยกออกจากกันห่างเพื่อให้งูยักษ์ขยับตัวเข้าออกโพรงสวาทอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เข่าสองข้างดันพื้นยันไว้ส่วนกลางลำตัวส่งแรงเร่งร้อน รุกเร้า คลายตัวผ่อนออกก่อนจะกระแทกเข้าไปจนมิดอีกครั้งแล้วแช่นิ่งราวหยอกเย้าทานตะวันกระตุกเกร็ง ขาสองข้างถูกอาหนุ่มรั้งไว้เหนือข้อพับแขนบึกบึนจนลอยไปมาตามแรงอัด ครู่หนึ่งดวงตาก็ลืมขึ้นด้วยสงสัย เธอมองเห็นดาวเต็มฟากฟ้าทั้งที่ไม่ได้มองนอกหน้าต่าง ร่างกระตุกเกร็งปล่อยน้ำเปียกชุ่มออกมาถึงจุดสุดยอดโดยไม่รู้ตัว น้ำรักพรั่งพรูฉ่ำเยิ้มสร้างความลื่นไหลให้กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นไปอย่างง่ายมากขึ้นและมากขึ้นมันท่วมท้นและหนักหน่วง...“อ่า เยี่ยมมาก ปลดปล่อยมันออกมาเลยตะวัน” เขาเพ้อทั้งตาปรือ ลำตัวยังคงเลื่อนเข้าออกกายสาวอย่างสุขสุดภูมิยั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองถึงที่หมายก่อน แต่พอทานตะวันถึงฝั่งฝันก็เป็นทีของเขาที่จะบุกตะลุยให้สุดปลายทาง“อาห์ อ่า อ่า อ่า”เสียงร้องครวญครางของเด็กสาวดังขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระแทกกระทั้น ภูมิห้อตะบึงส่วนกลางลำตัวเข้าออกรวดเร็วยิ่งขึ้นราวกับกลัวไม่ถึงฝัน
ในขณะที่นิ้วร้ายยังคงทำงานหนักหน่วงแทบไม่ต้องเบามืออีกต่อไป เพราะแรงอารมณ์คุโชนเต็มที ยามนี้เขาปรารถนาจะครอบครองร่างบอบบางแสนสวยนี้จนแทบจะลงแดงตายเสียงดูดดังจ๊วบจ๊าบทำให้ทานตะวันถึงกับสะดุ้งยันศอกชะเง้อขึ้นมองเห็นอาหนุ่มก้มหน้าก้มตากับทรวงอกของตน มือของเขายังคงดันเข้าดึงออกที่ส่วนกลางกายก็ทำให้เด็กสาวเสียวซ่านสุดหยั่ง เธอร้องออกมาอย่างอดใจไม่ไหว“อ๊า! ตะวันจะตายอยู่แล้ว”ภูมิลอบยิ้มเงยหน้าจากอกตูม เด็กสาวหลบตาวูบทันทีที่อาหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า“อาก็จะตายอยู่แล้ว อาขอนะ”ไม่รอให้เด็กสาวตอบแต่อย่างใด รอยยิ้มร้ายเอาแต่ใจก็ผุดขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวลงต่ำดึงนิ้วออกจากเนินนุ่มแทรกแทนด้วยลิ้นอุ่นชอนไช ทานตะวันถึงกับหลับตาปี๋ ทรมานแต่ซ่านเสียวสะท้านไปทั้งกายจนแทบร้องขอชีวิต ขนลุกชันไปทั้งตัว สมองเพริดพราวราวไม่เป็นตัวของตัวเอง “อ๊ะ... อ๊า อ๊า” เด็กสาวร้องครวญคราง สองมือเรียวเล็กจิกทึ้งหัวไหล่เปลือยของอาหนุ่มด้วยความเสียวซ่าน“พอแล้ว ตะวันจะตายอยู่แล้วมันทรมานค่ะอาภูมิ”ภูมิถึงจะเจ็บแต่ฟังเสียงลูกแมวแง้วๆ แล้วยิ่งได้ใจ ลิ้นร้อนแทรกชอนไชกระดกขึ้นลงลึกลงไปถึงจุดกระสันจนเด็กสาวฉ่ำชื้นพ
เธอบอกอย่างว่าง่ายแต่แล้วกลับทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกตามคำพูดภูมิเมื่อครู่“แต่อาภูมิยังไม่แก่จริงๆ นะคะ ก็แค่อายุมากกว่าตะวันมากไปนิดแล้วก็เกิดก่อนตะวันนานมากๆ ไปหน่อยแค่นั้นเอง” “ชื่นใจ”“อาภูมิวางใจนะคะ ตะวันจะแก่ทันอาภูมิเอง”ภูมิฟังแล้วถึงกับหลุดขำ ริมฝีปากหนาจรดแก้มนวลหอมฟอดเสียงดัง “อาก็รักตะวัน รักที่ตะวันเกิดทีหลังแต่พยายามจะแก่ทันอา” “อาภูมิอะ พูดซะตะวันเขิน” “อาชอบที่ตะวันเขิน” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉวยมือเธอมาวางแนบอกของตัวเอง “ได้ยินไหม” “หือ”“หัวใจอากำลังเต้นแรงมันตื่นเต้นแทบระเบิดออกมานอกอกแล้ว” “อาภูมิตื่นเต้นทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะ อย่างเช่นคุณสร้อย...” อื๊อออออ... เด็กสาวครางประท้วงในลำคอ เพราะเธอไม่เพียงพูดไม่ทันจบอาหนุ่มก็ก้มประกบริมฝีปากเธอ เรียวลิ้นร้อนซอกซอนชอนไชทุกอณูจนเธอร้อนรนเผลอตอบรับอีกฝ่ายด้วยความเก้อเขิน ภูมิยกยิ้มครู่เดียวก็บอกเธอว่า “อาทนไม่ไหวแล้ว ถ้าตะวันอยากรู้ว่าอาตื่นเต้นแค่ไหน ตะวันก็ต้องทำรักกับอา” ทานตะวันครางในลำคอ
“แต่ถ้าผ่านคืนนี้อาภูมิอาจเสียใจนะคะ” ทานตะวันเตือนสติทั้งที่ใจเตลิดเธอพร้อม...พร้อมเป็นของเขา...ชายที่เธอเทิดทูนบูชา เคารพรักยิ่งชีวิต...“อายอม อารับผิดชอบตะวันได้ทั้งชีวิต”อาหนุ่มยิ้มอ่อนปลอบหลานสาวนอกไส้ มือยังคงเค้นคลึงเต้างามอวบอิ่มเบาๆ ปทุมถันตั้งชูชันรับสัมผัสจนทนไม่ไหวก้มตัวลงไปจูบเหนื
มือของภูมิช่างไม่ต่างอะไรกับคีมเหล็ก...พอทานตะวันขยับถอยห่าง ภูมิก็ตรงเข้าซ้อนหลังล็อคเอวเธอไว้แล้วกดจูบที่ซอกคอโดยไม่ทันตั้งตัว นอกจากจะรวบทานตะวันเอาไว้ทั้งตัวแล้วมือซนยังเลื่อนลงต่ำไปจนถึงต้นขาลากผ่านลงไปจนถึงชายกระโปรงที่สั้นอยู่แล้วถลกมันให้เลิกขึ้นจนมือหนาสัมผัสกับส่วนสงวนที่มีชั้นในตัวบางกา
ในเมื่อเขาบอกว่ารักเธอและเธอก็รักเขาอยู่เต็มหัวใจ อีกทั้งบุญคุณล้นพ้นที่เขาเก็บเธอมาชุบเลี้ยงให้ความรักให้การศึกษา เธออยากตอบแทนเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี เธอผิดหรือไม่ที่ตามใจเขาอย่างนี้ ภูมิขับรถเข้าโรงจอดข้างตัวบ้านก่อนจะรีบลงจากรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตู ค้อมตัวลงมายิ้มให้ดวงตาเปล่งประกายสุกใสทานต
“อาภูมิอย่าประชดแบบนี้สิคะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”“อารุ้แค่ว่าตะวันรังเกียจความรู้สึกของอา”“ตะวันไม่ได้รังเกียจ!”เธอหรือจะกล้าคิดอย่างนั้น...เด็กสาวน้ำตาหยดทันที ไวเท่าความคิดเท้าที่เจ็บเมื่อครู่กลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มันก้าวนำเธอไปทางฝั่งที่อาหนุ่มกำลังเปิดประตูรถโดยไม่นำพาว่าภูมิจะคิดยังไง“





