Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา

Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา

last updateDernière mise à jour : 2026-06-02
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
48Chapitres
213Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ภาคิน เป็นพวกหนุ่มเย็นชา สายตาเขาไม่ได้มีไว้มองสาวสวย ไม่ได้มีไว้มองใคร เขาจะทำเมื่อเขาต้องการ และหากเขาไม่ต้องการก็ไม่มีใครที่สามารถจะสั่งเขาได้ เขามีผู้หญิงห้อมล้อมมากมาย บางครั้งก็เล่นด้วยบ้างเพื่อระบายอารมณ์ แต่ทุกอย่างเป็นไปเมื่อเขาได้เจอ พะแพง เด็กนิเทศศาสตร์เจ้าของรอยยิ้มหวานที่แค่มองครั้งเดียวก็ทำให้เขาจดจำ ภาคินหาวิธีเข้าหาและดูเหมือนสถานการณ์ก็จะเป็นใจทุกครั้ง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้ความบังเอิญนั้น เป็นแผนของเธอที่ทำทุกอย่างเพื่อผลักภาระหนี้ที่มีอยู่ออกไปให้ไกล

Voir plus

Chapitre 1

- 1 - ครั้งแรก

แดดแรงที่ส่องผ่านพาดหน้าตึกคณะที่มีลานโต๊ะม้าหินอ่อนไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัว ‘คิน ภาคิน’ อบอุ่นขึ้นมาเลยสักนิด 

แต่มันกลับเยือกเย็นราวกับถูกห่อหุ้มด้วยกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ร่างสูงโปร่งในชุดนิสิตที่ปล่อยชายเสื้อออกด้านนอกให้ดูสบายๆ ทว่าดูภูมิฐานด้วยนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่บ่งบอกรสนิยมและฐานะอันมั่งคั่ง 

เขากำลังเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาหญิงจากต่างคณะที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายเพียงเพื่อหวังจะได้สบตากับเจ้าชายน้ำแข็งแห่งวิศวะยานยนต์อย่างเขา

“พี่คินคะ... คือพวกเราเอาขนมมาให้ค่ะ เห็นว่าช่วงนี้พี่คินเรียนหนัก...” 

หญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งก้าวออกมาขวางหน้า มือที่ยื่นถุงขนมแบรนด์ดังสั่นเทาน้อยๆด้วยความตื่นเต้น

ภาคินหยุดก้าวเดิน สายตาเรียบนิ่งเบนมามองเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่สายตาที่โกรธเกรี้ยว แต่มันคือสายตาที่ว่างเปล่าเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ 

ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากท่าทางสงบนิ่งนั้น จนคำพูดที่เหลือของหญิงสาวถูกกลืนหายลงไปในลำคอ

“หลบทางด้วยครับ” 

น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ ทว่าราบเรียบเสียจนดูเย็นชา ภาคินไม่ได้ยื่นมือไปรับของ หรือแม้แต่จะยิ้มตอบตามมารยาท 

เขาเพียงแค่เบี่ยงตัวเดินผ่านไปราวกับกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นเพียงโขดหินริมทาง ทิ้งให้ความเงียบและความอับอายปกคลุมกลุ่มหญิงสาวที่ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยความตัดพ้อ

“เย็นชาสมฉายาจริงๆเลยนะมึง ขนาดดาวคณะบัญชียังโดนเมินขนาดนั้น” 

‘เตโช’ เพื่อนสนิทสายลุยเอ่ยปากทักขึ้นทันทีที่ภาคินหย่อนตัวลงนั่งบนโต๊ะหินอ่อนใต้ตึกคณะ โดยมี ‘หมอก’ เพื่อนผู้นิ่งขรึมอีกคนนั่งเช็กแปลนเครื่องยนต์อยู่ในไอแพดข้างๆ

“น่ารำคาญ” ภาคินตอบสั้นๆ พลางหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาจิบ 

“กูว่ามึงควรจะชินได้แล้วนะคิน พ่อมึงรวยระดับส่งออกอะไหล่รถหรูไปครึ่งโลก ตัวมึงเองก็หล่ออย่างกับหลุดมาจากนิตยสาร แถมยังเรียนเทพขนาดนี้ ใครเขาจะไม่อยากได้มึงเป็นพ่อของลูก” เตโชยังคงกระเซ้าต่อ 

“แต่ก็นะ... กูก็ไม่เคยเห็นมึงมองใครเกินสามวินาทีสักที อย่าบอกนะว่ามึงตั้งใจจะแต่งงานกับลูกสูบรถยนต์แทนเมีย?”

“งานรับน้องตอนบ่ายนี้ล่ะ?” ภาคินเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว เขาไม่ชอบสนทนาเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขาเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

“เหมือนเดิมนั่นแหละ ว้ากกันหูดับตับไหม้ กิจกรรมสันทนาการที่มึงเกลียดเข้าไส้” หมอกเงยหน้าขึ้นมาตอบ 

“ปีสามอย่างเราต้องเข้าควบคุมน้องๆด้วย แต่มึงจะโดดก็ได้นะ รัศมีของมึงทำเด็กปีหนึ่งร้องไห้มาหลายรายแล้ว”

ภาคินถอนหายใจยาวพลางมองไปทางลานกิจกรรมที่เริ่มมีการจัดเตรียมลำโพงและสแตนด์เชียร์ เสียงลองไมโครโฟนดังแสบแก้วตาผสมกับเสียงหัวเราะที่ดังเกินความจำเป็นทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน 

“กูขอผ่าน” 

เมื่อนาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงตรง เสียงกลองสันทนาการเริ่มรัวสนั่นไปทั่วบริเวณคณะวิศวกรรมศาสตร์ 

ภาคินตัดสินใจปลีกตัวออกมาทันที เขาไม่ชอบฝูงชน ไม่ชอบเสียงดัง และไม่ชอบการบังคับให้คนอื่นทำในสิ่งที่ไร้เหตุผล 

เขาก้าวเดินไปตามทางเชื่อมระหว่างคณะ กลิ่นอายของคราบน้ำมันและเสียงเครื่องยนต์ค่อยๆจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมของดอกพิกุลและบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายกว่าเดิม 

ภาคินพบว่าตัวเองเดินมาถึงเขตของคณะนิเทศศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้ามานัก เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันสุดขั้ว

ทว่าในเวลานี้คณะนิเทศกลับเงียบสงบอย่างประหลาด เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่คงไปรวมตัวกันที่หอประชุมใหญ่หรือลานกิจกรรมด้านใน 

ภาคินกวาดสายตาหาที่พักสายตา จนกระทั่งพบม้านั่งไม้ตัวหนึ่งใต้ต้นจามจุรีใหญ่หน้าตึกคณะที่ดูร่มรื่นและเป็นส่วนตัว

เขากำลังจะก้าวเข้าไปนั่ง หากแต่สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

เธออยู่ในชุดนิสิตปีหนึ่งที่ดูค่อนข้างเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ผมยาวสลวยถู กมัดแกะสองข้างดูน่ารักสมวัย

แต่สิ่งที่ขัดกับความน่ารักนั้นคือป้ายชื่อกระดาษลังขนาดใหญ่ที่เขียนคำว่า ‘พะแพง’ แขวนคออยู่ และที่สำคัญที่สุด... 

บนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกเป็นรูปหนวดแมวและจุดกระเต็มแก้มทั้งสองข้าง ดูเหมือนจะเป็นผลจากการโดนรับน้องอย่างหนักหน่วง

ภาคินหยุดยืนอยู่ใต้เงาไม้ ห่างออกมาเพียงไม่กี่เมตร เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่ท่าทางของเธอกลับดึงดูดสายตาของเขาไว้อย่างน่าประหลาด

พะแพงไม่ได้นั่งเฉยๆ เธอกำลังก้มลงคุยกับแมวสามสีตัวอ้วนที่นั่งอยู่บนม้านั่งข้างๆ 

ในมือของเธอมีข้าวกล่องพลาสติกราคาถูกที่ดูเหมือนจะเหลือเพียงครึ่งเดียว

“กินเยอะๆ นะเจ้าสามสี... วันนี้แกโชคดีนะเนี่ยที่ฉันยอมแบ่งหมูกระเทียมให้ ทั้งที่จริงๆฉันก็แทบจะกินไม่อิ่มเหมือนกัน” 

เสียงใสๆนั้นบ่นพึมพำกับสัตว์สี่ขา เธอใช้ช้อนพลาสติกตักชิ้นหมูส่งให้แมวอย่างทะนุถนอม 

สายตาที่เธอมองแมวตัวนั้นเต็มไปด้วยความอาทรและจริงใจจนภาคินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมา 

“อิ่มไหม? ถ้าอิ่มแล้วฉันกินต่อนะ” 

เธอถามแมวราวกับมันจะตอบได้ ก่อนจะตักข้าวเปล่าที่เหลือเพียงน้อยนิดเข้าปากตัวเอง พลางทำหน้าเหยเกเมื่อเคี้ยวข้าวที่น่าจะเย็นชืดไปหมดแล้ว

“เฮ้อ... หิวจังเลยแฮะ พ่อจ๋า... พะแพงอยากกินต้มเลือดหมูจัง แต่ตอนนี้เหลือตังค์ซื้อได้แค่มาม่าซองเดียวเอง” 

เธอลูบท้องตัวเองเบาๆ พลางถอนหายใจทิ้ง แผ่นหลังเล็กๆที่แบกรับอะไรบางอย่างไว้ดูวูบไหวในสายตาของคนมอง 

แต่ใบหน้าที่มีรอยเลอะเทอะจากปากกาเมจิกกลับคลี่รอยยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นเจ้าแมวสามสีเดินมาคลอเคลียที่มือเป็นการขอบคุณ

รอยยิ้มนั้น.. มันช่างสว่างไสวเสียจนภาคินรู้สึกเหมือนน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจมานานปีเริ่มปริแตก

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ เขารู้สึกขันในความซื่อของเด็กสาวคนนี้ 

ทั้งที่ตัวเองก็หิวแทบตายแต่กลับยอมเสียสละมื้ออาหารให้แมว แถมยังนั่งคุยกับมันเป็นเรื่องเป็นราวกับมันเป็นเพื่อนสนิท

ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอด ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลกับภาพที่เห็นตรงหน้า

โดยที่ภาคินไม่มีวันรู้... ภายใต้ท่าทางซื่อบริสุทธิ์และทรงผมมัดแกะที่ดูไร้เดียงสานั้น 

ดวงตาของพะแพงที่จดจ้องอยู่กับเจ้าแมวสามสีกลับซ่อนแววตาแห่งการคำนวณเอาไว้ 

มุมที่เธอเลือกนั่ง ระยะห่างที่พอเหมาะระหว่างเธอกับทางเดินที่เขาต้องผ่าน 

และแม้แต่จังหวะการบ่นเรื่องความหิว... ทุกอย่างถูกจัดวางไว้ราวกับบทละครที่ผ่านการซ้อมมาอย่างดี 

พะแพงเหลือบตาขึ้นเพียงเล็กน้อย เห็นเงาของชายหนุ่มร่างสูงยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล หัวใจของเธอเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความกลัวและความกดดันที่บีบคั้นอยู่เบื้องหลัง 

‘ถ้าทำสำเร็จ หนี้ของพ่อแกจะหายไป...’ คำพูดของมินตราดังซ้ำอยู่ในหัว

เธอต้องทำให้ผู้ชายที่เย็นชาที่สุดคนนี้ตกหลุมรักเธอให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม 

แม้ว่ามันจะหมายถึงการก้าวเข้าไปในโลกที่หนาวเหน็บของเขาด้วยคำโกหกสีขาวที่เธอสร้างขึ้นมาเอง

ภาคินขยับตัว เขาไม่ได้เดินเข้าไปทักทายในทันที แต่เขากลับจำชื่อบนป้ายกระดาษลังนั้นได้ติดตา... 

เขายืนมองเธออยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินหันหลังกลับไปทางเดิม

แต่ในใจที่เคยเงียบสงบกลับมีแรงสั่นสะเทือนบางอย่างเกิดขึ้น ความน่ารำคาญของการรับน้องหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด 

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
48
- 1 - ครั้งแรก
แดดแรงที่ส่องผ่านพาดหน้าตึกคณะที่มีลานโต๊ะม้าหินอ่อนไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัว ‘คิน ภาคิน’ อบอุ่นขึ้นมาเลยสักนิด แต่มันกลับเยือกเย็นราวกับถูกห่อหุ้มด้วยกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ร่างสูงโปร่งในชุดนิสิตที่ปล่อยชายเสื้อออกด้านนอกให้ดูสบายๆ ทว่าดูภูมิฐานด้วยนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่บ่งบอกรสนิยมและฐานะอันมั่งคั่ง เขากำลังเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาหญิงจากต่างคณะที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายเพียงเพื่อหวังจะได้สบตากับเจ้าชายน้ำแข็งแห่งวิศวะยานยนต์อย่างเขา“พี่คินคะ... คือพวกเราเอาขนมมาให้ค่ะ เห็นว่าช่วงนี้พี่คินเรียนหนัก...” หญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งก้าวออกมาขวางหน้า มือที่ยื่นถุงขนมแบรนด์ดังสั่นเทาน้อยๆด้วยความตื่นเต้นภาคินหยุดก้าวเดิน สายตาเรียบนิ่งเบนมามองเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่สายตาที่โกรธเกรี้ยว แต่มันคือสายตาที่ว่างเปล่าเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากท่าทางสงบนิ่งนั้น จนคำพูดที่เหลือของหญิงสาวถูกกลืนหายลงไปในลำคอ“หลบทางด้วยครับ” น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ ทว่าราบเรียบเสียจนดูเย็นชา ภาคินไม่ได้ยื่นมือไปรับของ หรือแม้แต่จะยิ้มตอบตามมารยาท เขาเพียงแค
Read More
- 2 - เพอร์เฟคเกินไป
แผ่นหลังกว้างของภาคินค่อยๆ ลับสายตาไปพร้อมกับจังหวะการก้าวเดินที่ดูผ่อนคลายกว่ายามปกติ รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนดวงหน้าคมคายนั้น หากใครในคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเห็นเข้าคงต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะมันคือปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าฝนดาวตก ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทิ้งร่องรอยความหนาวเหน็บไว้ในใจของคนที่แอบมองอยู่หลังเสาต้นใหญ่พะแพงค่อยๆก้าวออกมาจากมุมมืดของตัวตึกคณะนิเทศศาสตร์ ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มซื่อๆยามคุยกับแมว บัดนี้กลับสลดลงจนดูหม่นหมอง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พลางก้มลงมองมือตัวเองที่ยังสั่นเทา“ฉันทำอะไรลงไป...” เธอพึมพำกับความเงียบ เสียงนกกระจิบที่ร้องจิ๊บๆบนกิ่งไม้ดูเหมือนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในโชคชะตาของเธอพะแพงก้มมองสภาพตัวเองในกระจกเงาของหน้าต่างห้องเรียนที่สะท้อนภาพเด็กสาวมอมแมม ผมมัดแกะที่ยุ่งเหยิงและรอยปากกาเมจิกบนใบหน้าที่ตั้งใจวาดให้ดูตลกขบขันเพื่อให้เขาเอ็นดู บัดนี้มันกลับดูเหมือนหน้ากากของตัวตลกที่กำลังเล่นบทบาทอันน่าสมเพช เธอไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าผู้ชายที่สูงส่งอย่างเขา จะยอมล
Read More
- 3 - แค่ทำตามมารยาท
ท่ามกลางฝูงชนที่ขวักไขว่ กลับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องยอมหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ ภาคินเดินนำหน้ากลุ่มเพื่อนสนิทด้วยจังหวะก้าวที่สม่ำเสมอและมั่นคง เสื้อช็อปสีแดงท่าพับแขนขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งและนาฬิกาเรือนหรูที่ส่องประกายล้อแสงแดด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นยังคงเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆประหนึ่งว่าโลกทั้งใบไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนสมาธิของเขาได้ข้างกายเขามีเตโชที่กำลังหัวเราะร่าพลางเล่าเรื่องตลกไร้สาระ และหมอกที่เดินหน้านิ่งเช็กตารางเรียนในไอแพด ทั้งสามคนเปรียบเสมือนกลุ่มอิทธิพลย่อยๆที่ใครก็ต่างเกรงขาม“ไอ้คิน เมื่อวานมึงหายไปไหนมาวะช่วงบ่าย กูตามหาซะทั่วลานเกียร์” เตโชเอ่ยถามพลางตบไหล่เพื่อนแรงๆตามนิสัย“ไปหาที่เงียบๆนั่งพัก” ภาคินตอบสั้นๆ ในหัวกลับปรากฏภาพเด็กสาวมัดแกะที่กำลังคุยกับแมวขึ้นมาวูบหนึ่ง เป็นภาพจำที่แปลกประหลาดซึ่งเขาสลัดไม่หลุดตลอดทั้งคืน“ที่เงียบๆของมึงนี่มันที่ไหนวะ? หรือว่าไปซุ่มดูเครื่องยนต์ตัวใหม่ในแล็บ?” หมอกเลิกคิ้วสงสัย เพราะปกติภาคินไม่ใช่คนที่จะปลีกตัวไปไหนอย่างไร้จุดหมายภาคินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่กวาดสายตาคมกริบไปรอ
Read More
- 4 - พิเศษของพิเศษ
เสียงอึกทึกของโรงอาหารกลางในช่วงพักเที่ยงเป็นสิ่งที่ภาคินพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิตนักศึกษา กลิ่นอาหารปนเปกันในอากาศ ไอร้อนจากหม้อแกง และเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ที่ดังสะท้อนเพดานสูง ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของความวุ่นวายที่เขามักจะตัดขาดด้วยการสั่งอาหารขึ้นไปกินบนห้องสโมสรนิสิต หรือไม่ก็ร้านอาหารติดแอร์ที่เงียบสงบกว่านี้แต่ในวันนี้... กฎเหล็กของเขากลับถูกพังทลายลงด้วยความตั้งใจบางอย่างที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับปาก“ไอ้คิน... มึงแน่ใจนะว่ามึงไม่ได้โดนของ?” เตโชเอ่ยถามพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ขณะเดินตามหลังเพื่อนรักที่ก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ “มึงเดินผ่านโรงอาหารคณะตัวเองที่แอร์เย็นฉ่ำ เพื่อมาเบียดเสียดกับคนนับร้อยที่นี่เนี่ยนะ? ด้วยเหตุผลที่ว่า... ร้านข้าวมันไก่แถวนี้อร่อย?”“เออ กูจำได้ว่ามึงเคยบอกว่าข้าวมันไก่มันเลี่ยนจะตายห่า มึงชอบกินสลัดไม่ก็อาหารคลีนไม่ใช่เหรอวะ?” หมอกเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงกังขา สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของเพื่อนที่วันนี้ดูจะมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนเป็นพิเศษ“ร้านนี้เขาว่าสืบทอดสูตรมาสา
Read More
- 5 - ไม่ต้องกลัว
ช่วงเย็นของวันบริเวณโต๊ะม้านั่งใต้ถุนตึกที่ค่อนข้างลับตาคน พะแพงนั่งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารและรายงานเล่มหนาหลายเล่มที่วางซ้อนกันจนแทบจะปิดบังใบหน้าเล็กๆ ของเธอ“จำใส่สมองโง่ๆ ของแกไว้พะแพง ว่าที่แกยังมีที่ยืนในมหาลัยนี้ได้ ก็เพราะความเมตตาของฉัน ถ้าแกกล้าขัดคำสั่ง เรื่องหนี้ของพ่อแก ไม่จบแน่”เสียงตวาดแหลมสูงของมินตราดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับกองงานปึกใหญ่ที่ถูกโยนลงบนโต๊ะจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ลูกเกดและนัตตี้ยืนขนาบข้างด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองดูสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ไร้ทางสู้“มินตรา... แต่นี่มันงานกลุ่มของพวกเธอนะ แล้วมันก็เยอะเกินไป เราทำไม่ไหวหรอก คืนนี้เราต้องรีบกลับหอ...” พะแพงพยายามรวบรวมความกล้าปฏิเสธ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเพี๊ยะ!ฝ่ามือเรียวของมินตราฟาดลงบนแก้มใสของพะแพงอย่างแรงจนใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรงตบ ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาทันที ทิ้งรอยนิ้วมือแดงก่ำไว้บนผิวขาวละเอียด พะแพงชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว“อย่ามาสะเออะปฏิเสธฉัน! แค่ฉันยอมให้แกไปอ่อยภาคินเพื่อใช้หนี้ก็นับว่าเป็นบุญหัวเท่าไหร่แล้ว” มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจ
Read More
- 6 - กูไม่ได้เล่น
แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางกะพริบผ่านหน้าต่างรถยุหรูที่เคลื่อนตัวไปบนท้องถนนยามค่ำคืนอย่างเงียบสนิท สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยมทำให้การขับเคลื่อนนั้นนุ่มนวลราวกับลอยลูบไปบนอากาศ พะแพงนั่งตัวลีบอยู่บนเบาะหนังแท้สีครีมที่นุ่มนวลจนเธอไม่กล้าทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเต็มแรง มือเล็กๆทั้งสองข้างกุมกันแน่นอยู่บนตัก นิ้วมือเรียวถูไถกันไปมาด้วยความประหม่า ดวงตาคู่สวยที่ยังบวมช้ำจากการร้องไห้แอบชำเลืองมองสำรวจความหรูหราภายในรถที่เธอเคยเห็นเพียงในนิตยสารรถยนต์ระดับโลกคอนโซลหน้าลายไม้แท้สลับกับอลูมิเนียมขัดเงา หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ที่แสดงสถานะทุกอย่างของรถ และกลิ่นอายเฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงฐานะอันมั่งคั่งของเจ้าของ... ทั้งหมดนี้ย้ำเตือนพะแพงว่า ภาคินอยู่ห่างไกลจากโลกของเธอเพียงใด เขาไม่ใช่แค่รุ่นพี่วิศวะที่เย็นชา แต่เขาคือทายาทอาณาจักรอะไหล่รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเธอนิ่งเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปพิงพนักเบาะ เพราะกลัวว่าคราบน้ำหวานที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิดบนเสื้อนิสิตจะไปทำให้รถราคาหลายสิบล้านของเขาแปดเปื้อนแต่ความเงียบสงัดนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยแรงขับเคลื่อนจากเบาะหลัง“น้
Read More
- 7 - ฉันซื้อมาเกิน
“ข้อมูลที่มึงอยากได้... กูหามาให้แล้วนะคิน” หมอกเอ่ยเสียงต่ำพลางเลื่อนหน้าจอไอแพดที่มีรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดมุมไกลและคำบอกเล่าจากนิสิตที่ยังค้างอยู่ในตึกเมื่อคืนไปทางภาคินภาคินไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปรายสายตามองรูปเหล่านั้นเพียงแวบเดียว รูปของกลุ่มผู้หญิงสามคนที่เดินออกจากตึกคณะนิเทศศาสตร์ด้วยท่าทางร่าเริงผิดกับสภาพของพะแพงที่เขามารับตัวไว้“เป็นมินตราจริงๆด้วย... พร้อมกับลูกสมุนสองคนนั้น” หมอกสรุปเสียงเครียด “คนแถวนั้นบอกว่าเห็นพะแพงโดนพวกมินตราเรียกไปใช้งานที่ใต้ตึกบ่อยๆ และดูเหมือนว่าเมื่อคืนจะมีปากเสียงกันนิดหน่อย ก่อนที่มินตราจะเอาน้ำราดหัวน้องเขา... แต่กูยังหาเหตุผลจริงๆไม่ได้ว่ะคิน ว่าทำไมมินตราต้องเจาะจงเล่นงานพะแพงขนาดนั้น ทั้งที่พะแพงก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับใคร”“ไม่ใช่แค่เมื่อคืนหรอกมั้ง” เตโชที่นั่งเคี้ยวปาท่องโก๋อยู่ข้างๆ เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "กูไปสืบจากพวกเด็กนิเทศฯ มา เขาบอกว่าพะแพงโดนแกล้งเป็นปกติอยู่แล้ว ทั้งโดนโยนงานให้ทำคนเดียว โดนจิกหัวใช้ หรือบางทีก็โดนขังไว้ในห้องเก็บของ... น้องเขาตัวคนเดียว ไม่มีกลุ่ม ไม่มีเส้นสาย เลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของพวกคุณหน
Read More
- 8 - ในเมื่อมันดีก็ไปสิ
ยามเที่ยงที่โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากวงสันทนาการย่อยๆ ดังแทรกมา แต่ว่าท่ามกลางความสดใสนั้น กลับมีแรงกดดันประหลาดที่ทำให้วงสนทนาใกล้ๆ ถึงกับต้องเบาเสียงลงพะแพงนั่งตัวเกร็ง มือเรียวที่ถือช้อนพลาสติกสั่นน้อยๆ ขณะที่เธอกำลังเลิ่กลั่กตักข้าวราดแกงราคาประหยัดเข้าปาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความงุนงงพลางชำเลืองมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งปักหลักอยู่ตรงข้ามเธอ...เป็นครั้งที่สองในรอบสามวันที่ภาคินปรากฏตัวที่นี่ พร้อมกับพ่วงเอาเตโชและหมอกมานั่งล้อมวงจนโต๊ะม้านั่งธรรมดาๆ ดูเหมือนพื้นที่รับรองระดับวีไอพีขึ้นมาทันที“เอ่อ... พี่ภาคินคะ” พะแพงกลืนข้าวคำเล็กลงคออย่างยากลำบาก“ทำไมวันนี้... ถึงมาที่นี่อีกแล้วล่ะคะ?”ภาคินที่นั่งกอดอกนิ่ง แผ่นหลังพิงกับพนักม้านั่งอย่างสง่างามโดยไม่สนว่าไอแดดจะร้อนเพียงใด ปรายสายตามองจานข้าวของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก“ที่คณะคนเยอะ” เขากล่าวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนเตโชที่กำลังนั่งพัดให้ตัวเองด้วยสมุดจดถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง“คนเยอะบ้านมึงสิไอ้คิน เมื่อกี้เดินผ่านโรงอาหารวิศวะโต๊ะว่างจนเตะตะกร้อได้...” เตโชบ่นพึมพำก่อนจะเงียบกริบเมื
Read More
- 9 - หวงของ
หลังจากรสชาติของเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมค่อยๆ เลือนหายไปจากปลายลิ้น ความเย็นฉ่ำของแอร์ในโรงอาหารวิศวะก็ถูกแทนที่ด้วยลมร้อนของยามบ่ายภาคินเดินมาส่งพะแพงที่หน้าทางเชื่อมตึกนิเทศศาสตร์ เขาหยุดก้าวแล้วหันมามองคนตัวเล็กที่ดูจะประหม่าทุกครั้งที่สายตาเขาเลื่อนไปสบ“ตอนบ่าย... มีเรียนต่อใช่ไหม?” ภาคินถามเสียงเรียบ ท่าทางนิ่งสงบจนเดาอารมณ์ไม่ได้“ค่ะ มีเรียนวิชาการแสดงพื้นฐาน แล้วตอนเย็นก็มีกิจกรรมรับน้องรวมอีกวันค่ะ” พะแพงตอบพลางกระชับสายกระเป๋าผ้า“พี่ภาคินไปเรียนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเข้าสายเอา พะแพงขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยงอีกครั้งนะคะ”ภาคินเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ไม่ได้กล่าวคำลาหรือรับปากอะไร เขาเพียงแค่ยืนส่งจนร่างเล็กเดินลับหายเข้าไปในตึก ความนิ่งงันของเขาทำให้พะแพงคิดว่าเรื่องราวของการดูแลในวันนี้คงจบลงเพียงเท่านี้... แต่เธอคิดผิดไปอย่างมหันต์เสียงกลองสันทนาการรัวจังหวะสนุกสนานสลับกับเสียงบูมคณะที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เหล่านักศึกษาปีหนึ่งในชุดนิสิตที่เริ่มเปรอะเปื้อนและใบหน้าแต้มด้วยแป้งฝุ่นกำลังนั่งล้อมวงกันเป็นกลุ่มใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ควรจะมีเพียงแค่ชาวนิเทศศาสตร์ กลับเกิดความสั่นสะเทือนค
Read More
- 10 - ถูกขัง
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศรอบรั้วมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข่าวลือของภาคินที่ไปเฝ้าพะแพงและลากตัวเอออกไปในวันลับน้องถูกพูดต่อไปจนทั่วภาพของรถคันหรูที่มาจอดรอหน้าตึกนิเทศทุกเที่ยงวัน เพื่อรับเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ไปรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่โรงอาหารวิศวะกลายเป็นภาพชินตาที่สร้างความริษยาให้กับสาวๆ ค่อนมหาวิทยาลัยภาคินไม่เพียงแต่พาเธอไปกินข้าว แต่เขายังแสดงอำนาจการครอบครองอย่างเงียบเชียบด้วยการให้นั่งที่นั่งประจำของเขา และคอยสั่งอาหารพรีเมียมมาวางตรงหน้าเธอไม่ขาดสายสำหรับพะแพงสัปดาห์นี้เหมือนฝันที่น่าหวาดหวั่น เธอได้รับความอบอุ่นที่โหยหา แต่ในขณะเดียวกันเธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาจิกกัดที่ทิ่มแทงมาจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะยามที่เธอต้องก้าวออกจากอาณาเขตการปกป้องของภาคินหลังจากมื้อเที่ยงที่แสนอบอุ่นจบลง ภาคินเพิ่งขับรถมาส่งพะแพงที่หน้าตึกเพื่อเข้าเรียนวิชาสุดท้ายของสัปดาห์ ทันทีที่รถหรูเคลื่อนตัวลับสายตาไป บรรยากาศรอบตัวพะแพงก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ“แหม... นึกว่าซินเดอเรลล่าที่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกหน้าไหว้หลังหลอก”เสี
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status