LOGINMora Floral ร้านดอกไม้“สวัสดีค่ะคุณกริช วันนี้มาเลือกดอกไม้ด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”แพร พนักงานสาวของร้าน เอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้มสดใส“เปล่าครับ ผมมารับแฟนไปพบแม่ต่างหาก”“แฟน...เหรอคะ?”แพรขมวดคิ้วอย่างแปลกใจไม่นาน แก้มบุ๋มก็เดินออกมาหน้าร้านกริชยิ้มกว้างก่อนเอ่ยขึ้น“นั่นไงครับ แฟนผม”พร้อมก้าวเข้าไปหาเธออย่างมั่นใจ“คุณแก้มบุ๋มหรือคะ?”แพรถามย้ำ ทั้งยังมองหน้าทั้งคู่ด้วยความงุนงงแต่พอเห็นทั้งสองยืนเคียงกัน ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เหมาะสมกันเหลือเกิน“คุณมาทำไม”แก้มบุ๋มเอ่ยเสียงห้วน แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์“ผมมาพาคุณไปหาแม่ แล้วก็จะพาไปหาหมอสักหน่อย”“หาหมอทำไมคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“ก็เมื่อคืนวานคุณบ่นปวดท้องอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”“นี่คุณ!”แก้มบุ๋มร้องเบา ๆ พลางเหลือบตามองแพรที่ยังยืนอยู่กลัวว่าเขาจะเผลอพูดอะไรออกมามากกว่านี้“ไปหาแม่กับผมหน่อยนะครับ”น้ำเสียงของกริชอ่อนลงจนเธอใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว“คุณนี่...ยุ่งกับฉันจริง ๆ เลย”แก้มบุ๋มบ่นพลางเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนหันไปบอกพนักงาน“แก้มบุ๋มไปทำธุระนะคะพี่แพร วันนี้อาจจะไม่กลับเข้ามานะคะ”“รับทราบค่ะ คุณแก้มบุ๋ม”แพรตอบยิ้ม ๆแก้มบุ๋มเดิน
เวลาผ่านไปไม่นาน ยี่หวาเดินออกมาจากห้องนอนในชุดนอนแขนขายาวสีฟ้าลายดอกไม้ ผมยาวสลวยถูกปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ แว่นตาเล็กบนใบหน้าเพิ่มเสน่ห์ให้เธอดูนุ่มนวลขึ้นอีกเท่าตัวเธอเดินตรงมายังห้องครัว เห็นพอลกำลังง่วนอยู่กับการล้างจานในอ่าง“พี่พอล เดี๋ยวยี่หวาล้างเองก็ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องลำบากหรอก”“ไม่เห็นลำบากเลยครับ แค่ช่วยแบ่งเบาภาระของแฟนเท่านั้นเอง”เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งตรงมาให้“งั้นก็ตามสบายนะคะ คิดว่าเป็นห้องของพี่เองก็แล้วกัน... เอ่อ ตอนนี้ฝนยังไม่หยุดตกเลย พี่จะค้างที่นี่ไหมคะ?”เสียงถามนั้นแผ่วเบา แฝงความประหม่า ยี่หวาก้มหน้าหลบสายตา กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดว่าเธออยากให้เขาพักด้วย“ยี่หวาจะโอเคเหรอ ถ้ามีคนข้างนอกเห็นแล้วพูดกันไปว่ามีผู้ชายมาค้างที่ห้อง”เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงความใส่ใจ“ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาโตแล้วนี่คะ แฟนมาค้างที่ห้องก็คงไม่แปลก... เราไม่ได้จะนอนห้องเดียวกันสักหน่อย”เธอตอบกลับอย่างพยายามทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ“แต่ถ้าพี่จะนอนที่นี่...”เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อพร้อมแววตากรุ้มกริ่ม“พี่คงต้องนอนกับยี่หวานะ เพราะพี่ไ
ค่ำคืนนั้น ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบหลังคารถดังเป็นจังหวะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของถนนที่มีเพียงแสงไฟส่องลอดผ่านม่านน้ำลงมาเป็นเส้นยาวพอลขับรถอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาจอดใต้ตึกคอนโดของยี่หวาทันทีที่รถจอดสนิท ยี่หวารีบเปิดประตูลงจากรถ พลางกล่าวขอบคุณเสียงนุ่ม“ขอบคุณพี่พอลมากเลยนะคะ ที่มาส่งยี่หวา”พูดจบ เธอก็รีบเดินไปยังลิฟต์โดยไม่ทันหันกลับไปมองพอลลดกระจกลง เรียกเธอเสียงเข้มแฝงความอบอุ่น“มันดึกแล้วนะ ให้พี่ไปส่งถึงหน้าห้องดีกว่า ดึกแบบนี้ปล่อยให้แฟนเดินขึ้นคนเดียว อันตรายจะตายไป”ยี่หวาหันกลับมายิ้มเก้อ ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาชินแล้ว”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดประตูรถลงมา“ไม่เป็นไรไม่ได้สิ… ยี่หวาเป็นแฟนพี่แล้วนะ ต่อไปนี้พี่ต้องดูแลให้มากกว่านี้ จงทำตัวให้ชินไว้เลย”หัวใจของยี่หวาเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงเบา“พี่ไม่ได้คิดจะ…เอ่อ…”พอลหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มมุมปาก แล้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ“โอ๊ย! เจ็บนะคะพี่พอล!”“ในหัวคิดอะไรอยู่หืม?”เขาเอียงคอมองด้วยสายตากึ่งดุกึ่งเอ็นดู“พี่จะไปทำอะไรยี่หวาได้ ถ้ายี่หวาไม่อนุญาต”คำพูดนั้นทำเอาเธอเงียบไป
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง – เวลา 22.00 น.ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักหน้าบริษัท ทำให้รถแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาน้อย ยี่หวายืนรออยู่หลายคัน แต่ก็ยังไม่มีคันไหนจอดรับ ปกติเธอขับรถมาทำงานเอง แต่วันนี้รถของเธอต้องเข้าศูนย์“ดวงดีของฉันจริง ๆ รถเข้าศูนย์ ทำโอที แล้วยังฝนตกใหญ่...”เธอพึมพำเบา ๆทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดเทียบข้างทาง เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น“ยี่หวา... ขึ้นรถก่อน ฝนตกหนัก เดี๋ยวน้ำท่วมกลับไม่ได้”ยี่หวาตกใจ เสียงนั้นคือ พอล พี่ชายเพื่อนสนิท และคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน“ค่ะ...พี่พอล”ยี่หวารีบเปิดประตูขึ้นรถทันที นั่งลงด้วยท่าทีสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกฝนบางจนเห็นขอบยกทรงสีดำพอลมองเธอ ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือหยิบเสื้อหลังเบาะส่งให้“เอ่อ...เสื้อมันบางนะ”เสียงเขาพูดเบา ๆ ขณะสายตาสอดส่ายไปที่ท้องถนน“อ่อค่ะ...ขอบคุณค่ะ”ยี่หวารู้สึกเกร็ง เธอแอบชอบเขามา 5 ปีเต็ม แต่เขาก็รู้และไม่เคยแสดงออกอะไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง“วันนี้ทำไมไม่ขับรถมาล่ะ”เขาถามเสียงเข้ม“รถเสียเข้าศูนย์ค่ะ”“เข้ากี่วัน”“น่าจะ 7–10 วันค่ะ”เขาถามคำ เธอตอบคำ“คอนโดยี่หวาใกล้บ้านพี่ มากับ
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบบ้านพักตากอากาศกลางขุนเขาใหญ่ เสียงฝนภายนอกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย บรรยากาศเย็นชื้นและกลิ่นดินลอยเหนือพื้นเตะจมูกป้าหลินกับแป้งยืนรอเจ้านายอยู่ตรงประตูบ้านด้วยรอยยิ้ม“ลิปดา ฝนตกหนักอย่าพึ่งลงนะครับ เดี๋ยวผมเอาร่มมารับ”มาร์คเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ยังไม่ทันขยับ ลิปดาก็เอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ละอองฝนเอง ลิปดาไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก”“แต่ว่า...”“ไปค่ะ เข้าบ้านกัน”ไม่รอให้เขาทัดทาน เธอก้าวลงจากรถ วิ่งฝ่าสายฝนตรงเข้าบ้านทันที“ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงกลับบ้านค่ะ”ป้าหลินกับแป้งเอ่ยพร้อมกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ขอบคุณนะคะป้า แล้ว..เจ้าบรูโน่อยู่ไหนคะ”“โน่นค่ะ น่าจะนอนรอข้างโซฟา”ลิปดายิ้มกว้างทันทีที่เห็นเจ้าบรูโน่ แมวสีน้ำตาลลายสวยกำลังขดตัวอยู่ตรงนั้น เธอเดินเข้าไปเรียกด้วยเสียงอ่อนโยน“บรูโน่ มานี่เร็วลูก”แมวเจ้าขี้อ้อนรีบวิ่งเข้ามาเกลือกตัวอยู่ที่เท้าเธอ มาร์คเดินตามเข้ามา ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“เหมือนจะรู้เลยนะ ว่าคุณกลับมา ถึงได้รีบมาอ้อนขนาดนี้”“ก็แน่สิคะ บรูโน่รักฉันแล้ว ไม่รักคุณแล้วมั้ง”ลิปดาหันมายิ้มเย้า เขาแกล้งถอ
บ่ายวันนั้น หลังจากออกจากโรงพยาบาล“ลิปดา... เป็นยังไงบ้างครับ พอได้เจอคุณปู่ของผมแล้ว รู้สึกดีขึ้นไหม?”เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถาม ขณะรถแล่นช้า ๆ ออกจากลานจอด“ค่ะ คุณปู่เอ็นดูลิปดามากเลยค่ะ”เธอตอบยิ้มบาง ๆ ความเกร็งเมื่อตอนเช้าคลายลงอย่างเห็นได้ชัดมาร์คหันไปมองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ผมดีใจที่คุณปู่ชอบคุณ... และดีใจยิ่งกว่าที่คุณเองก็ชอบท่าน”ลิปดาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถามเสียงเรียบแต่แฝงความหึงหวงในที“ค่ะ... แต่คุณน้ำฟ้านั่น คือสาวของคุณหรือเปล่าคะ?”มาร์คเลิกคิ้ว ยิ้มขำกับน้ำเสียงแข็ง ๆ ของคนข้างตัว“เปล่าเลยครับ ป้ายุพิน เธอภรรยาลุงผม พยายามจะให้น้ำฟ้า หลานสาวของเธอมาข้องเกี่ยวกับผมเอง ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย”“จริงหรือคะ?”“จริงสิครับ... คุณไม่เชื่อผมเหรอ?”เธอหลบตาเล็กน้อย“เชื่อได้ไหมละคะ…”มาร์คยกยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ้อน“ถ้าไม่เชื่อ... คืนนี้ผมมีวิธีทำให้คุณเชื่อเอง”“คุณมาร์ค! พูดอะไรออกมาค่ะ... ลุงชูอยู่ในรถนะ!”เธอรีบปราม เสียงสั่นด้วยความเขิน“ตามสบายเลยครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง...”เสียงลุงชูดังขึ้นจากเบาะหน้าอย่างกลั้วหัวเราะ “ผ







