LOGINค่ำคืนนั้น ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบหลังคารถดังเป็นจังหวะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของถนนที่มีเพียงแสงไฟส่องลอดผ่านม่านน้ำลงมาเป็นเส้นยาวพอลขับรถอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาจอดใต้ตึกคอนโดของยี่หวาทันทีที่รถจอดสนิท ยี่หวารีบเปิดประตูลงจากรถ พลางกล่าวขอบคุณเสียงนุ่ม“ขอบคุณพี่พอลมากเลยนะคะ ที่มาส่งยี่หวา”พูดจบ เธอก็รีบเดินไปยังลิฟต์โดยไม่ทันหันกลับไปมองพอลลดกระจกลง เรียกเธอเสียงเข้มแฝงความอบอุ่น“มันดึกแล้วนะ ให้พี่ไปส่งถึงหน้าห้องดีกว่า ดึกแบบนี้ปล่อยให้แฟนเดินขึ้นคนเดียว อันตรายจะตายไป”ยี่หวาหันกลับมายิ้มเก้อ ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาชินแล้ว”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดประตูรถลงมา“ไม่เป็นไรไม่ได้สิ… ยี่หวาเป็นแฟนพี่แล้วนะ ต่อไปนี้พี่ต้องดูแลให้มากกว่านี้ จงทำตัวให้ชินไว้เลย”หัวใจของยี่หวาเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงเบา“พี่ไม่ได้คิดจะ…เอ่อ…”พอลหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มมุมปาก แล้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ“โอ๊ย! เจ็บนะคะพี่พอล!”“ในหัวคิดอะไรอยู่หืม?”เขาเอียงคอมองด้วยสายตากึ่งดุกึ่งเอ็นดู“พี่จะไปทำอะไรยี่หวาได้ ถ้ายี่หวาไม่อนุญาต”คำพูดนั้นทำเอาเธอเงียบไป
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง – เวลา 22.00 น.ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักหน้าบริษัท ทำให้รถแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาน้อย ยี่หวายืนรออยู่หลายคัน แต่ก็ยังไม่มีคันไหนจอดรับ ปกติเธอขับรถมาทำงานเอง แต่วันนี้รถของเธอต้องเข้าศูนย์“ดวงดีของฉันจริง ๆ รถเข้าศูนย์ ทำโอที แล้วยังฝนตกใหญ่...”เธอพึมพำเบา ๆทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดเทียบข้างทาง เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น“ยี่หวา... ขึ้นรถก่อน ฝนตกหนัก เดี๋ยวน้ำท่วมกลับไม่ได้”ยี่หวาตกใจ เสียงนั้นคือ พอล พี่ชายเพื่อนสนิท และคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน“ค่ะ...พี่พอล”ยี่หวารีบเปิดประตูขึ้นรถทันที นั่งลงด้วยท่าทีสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกฝนบางจนเห็นขอบยกทรงสีดำพอลมองเธอ ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือหยิบเสื้อหลังเบาะส่งให้“เอ่อ...เสื้อมันบางนะ”เสียงเขาพูดเบา ๆ ขณะสายตาสอดส่ายไปที่ท้องถนน“อ่อค่ะ...ขอบคุณค่ะ”ยี่หวารู้สึกเกร็ง เธอแอบชอบเขามา 5 ปีเต็ม แต่เขาก็รู้และไม่เคยแสดงออกอะไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง“วันนี้ทำไมไม่ขับรถมาล่ะ”เขาถามเสียงเข้ม“รถเสียเข้าศูนย์ค่ะ”“เข้ากี่วัน”“น่าจะ 7–10 วันค่ะ”เขาถามคำ เธอตอบคำ“คอนโดยี่หวาใกล้บ้านพี่ มากับ
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบบ้านพักตากอากาศกลางขุนเขาใหญ่ เสียงฝนภายนอกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย บรรยากาศเย็นชื้นและกลิ่นดินลอยเหนือพื้นเตะจมูกป้าหลินกับแป้งยืนรอเจ้านายอยู่ตรงประตูบ้านด้วยรอยยิ้ม“ลิปดา ฝนตกหนักอย่าพึ่งลงนะครับ เดี๋ยวผมเอาร่มมารับ”มาร์คเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ยังไม่ทันขยับ ลิปดาก็เอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ละอองฝนเอง ลิปดาไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก”“แต่ว่า...”“ไปค่ะ เข้าบ้านกัน”ไม่รอให้เขาทัดทาน เธอก้าวลงจากรถ วิ่งฝ่าสายฝนตรงเข้าบ้านทันที“ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงกลับบ้านค่ะ”ป้าหลินกับแป้งเอ่ยพร้อมกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ขอบคุณนะคะป้า แล้ว..เจ้าบรูโน่อยู่ไหนคะ”“โน่นค่ะ น่าจะนอนรอข้างโซฟา”ลิปดายิ้มกว้างทันทีที่เห็นเจ้าบรูโน่ แมวสีน้ำตาลลายสวยกำลังขดตัวอยู่ตรงนั้น เธอเดินเข้าไปเรียกด้วยเสียงอ่อนโยน“บรูโน่ มานี่เร็วลูก”แมวเจ้าขี้อ้อนรีบวิ่งเข้ามาเกลือกตัวอยู่ที่เท้าเธอ มาร์คเดินตามเข้ามา ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“เหมือนจะรู้เลยนะ ว่าคุณกลับมา ถึงได้รีบมาอ้อนขนาดนี้”“ก็แน่สิคะ บรูโน่รักฉันแล้ว ไม่รักคุณแล้วมั้ง”ลิปดาหันมายิ้มเย้า เขาแกล้งถอ
บ่ายวันนั้น หลังจากออกจากโรงพยาบาล“ลิปดา... เป็นยังไงบ้างครับ พอได้เจอคุณปู่ของผมแล้ว รู้สึกดีขึ้นไหม?”เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถาม ขณะรถแล่นช้า ๆ ออกจากลานจอด“ค่ะ คุณปู่เอ็นดูลิปดามากเลยค่ะ”เธอตอบยิ้มบาง ๆ ความเกร็งเมื่อตอนเช้าคลายลงอย่างเห็นได้ชัดมาร์คหันไปมองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ผมดีใจที่คุณปู่ชอบคุณ... และดีใจยิ่งกว่าที่คุณเองก็ชอบท่าน”ลิปดาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถามเสียงเรียบแต่แฝงความหึงหวงในที“ค่ะ... แต่คุณน้ำฟ้านั่น คือสาวของคุณหรือเปล่าคะ?”มาร์คเลิกคิ้ว ยิ้มขำกับน้ำเสียงแข็ง ๆ ของคนข้างตัว“เปล่าเลยครับ ป้ายุพิน เธอภรรยาลุงผม พยายามจะให้น้ำฟ้า หลานสาวของเธอมาข้องเกี่ยวกับผมเอง ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย”“จริงหรือคะ?”“จริงสิครับ... คุณไม่เชื่อผมเหรอ?”เธอหลบตาเล็กน้อย“เชื่อได้ไหมละคะ…”มาร์คยกยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ้อน“ถ้าไม่เชื่อ... คืนนี้ผมมีวิธีทำให้คุณเชื่อเอง”“คุณมาร์ค! พูดอะไรออกมาค่ะ... ลุงชูอยู่ในรถนะ!”เธอรีบปราม เสียงสั่นด้วยความเขิน“ตามสบายเลยครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง...”เสียงลุงชูดังขึ้นจากเบาะหน้าอย่างกลั้วหัวเราะ “ผ
เมื่อมาร์คพาลิปดาออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่คุณปู่ของเขารักษาตัวอยู่ บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความสงสัย“คุณมาร์คค่ะ เอ่อคุณกริชคบหากับแก้มบุ๋มตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”ลิปดาถามขึ้นด้วยความสงสัย“ผมก็ไม่ทราบเลยนะ รู้แค่ตอนที่ผมเจอคุณกับเพื่อนคุณครั้งแรก”เขายิ้ม และเว้นช่วงพูดต่อ“คืนนั้น ไอ้กริชก็เล็งแก้มบุ๋มเพื่อนคุณไว้แล้ว”“จริงหรือคะ”“ใช่ครับแล้วผมก็เล็งคุณไว้เช่นกัน”เขาส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้เธอ“พอเลยค่ะ ลิปดาไม่อยากเชื่อคุณแล้ว”“คุณไม่เชื่อจริง ๆ เหรอ? ถ้าผมจำไม่ผิด วันนั้นผมจูบคุณครั้งแรกจนคุณเป็นลมล้มพับไปเลยนะ”“คุณมาร์ค... ถ้าพูดแบบนี้ฉันไม่คุยด้วยแล้วนะคะ”มาร์คยื่นมือโอบไหล่ลิปดาไว้ แล้วโน้มศีรษะเธอลงให้ซบไหล่เขา“ลิปดาผมแค่แซวเล่นนะ....จริง ๆ ผมรักคุณนะ จะให้พูดกี่รอบ ผมก็พูดได้แค่ผมรักคุณ”ลิปดาไม่ตอบ แต่รอยยิ้มเขินอายฉายชัดอยู่บนใบหน้า“เดี๋ยวรับดอกไม้เสร็จ แล้วเราไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาลกันนะครับ ท่านบอกว่าอยากเจอหลานสะใภ้แล้ว”ลิปดาพยักหน้า มองสบตาเขาอย่างกังวล“แต่เราเพิ่งรู้จักกัน แถมฉันมาในฐานะลูกหนี้ คุณปู่จะยอมรับที่เราคบกันได้จริง ๆ
กริชรีบเปิดประตูห้องทันทีด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าคงเป็นเลขาที่เอาชุดมาส่งให้เขาตามนัด แต่กลับต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน“กริช โทษทีว่ะที่วันนี้มารบกวนเช้าไปหน่อย” มาร์คเอ่ยขึ้น “พอดีว่าวันนี้จะพาแฟนไปเยี่ยมคุณปู่ แวะมาคอนโด มาเอาของขวัญที่เตรียมไว้ให้คุณปู่ เลยแวะชวนเพื่อมึงว่าจะไปด้วยกันไหม""วันนี้กูไม่ว่าง กูมีแขก"“เดี๋ยวนี้มีอะไรมึงปิดกูหรือไง...แขกหรือสาว”กริชถอนหายใจอย่างยอมจำนน ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางลิปดาที่ยืนอยู่ข้างมาร์คด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “กูกำลังจะบอก มึงนั่นแหละไม่ให้โอกาสกูได้บอกเลย”ลิปดาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เจ้าของห้อง “สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับ โทษทีมัวแต่คุยกับไอ้มาร์คจนลืมทักทาย” กริชตอบกลับอย่างสุภาพ“นี่ลิปดา แฟนกู” มาร์คเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “กำลังจะพาไปหาคุณปู่ ท่านจะได้เลิกหาคู่ให้กูสักที”กริชหัวเราะในลำคอ “กูก็เจอแล้ว กำลังจะพาไปหาแม่จะได้เลิกหาผู้หญิงให้กูเหมือนกัน มา ๆ มึงเข้ามาก่อน ดื่มกาแฟกันหน่อย”ลิปดามองดูทั้งคู่คุยกัน เธอจึงหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนทันที“ครืด..ครืด....”เสียงโทรศัพท์ที่สั่นเบา ๆ ดังมาจากด้านใน แก้มบุ๋มรับ







