Share

บทที่ 3

Author: ลูกไหน
"แล้วก็ช่วงขา" เขาดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงความผิดปกติของฉันเลยแม้แต่น้อย สุ้มเสียงยังคงราบเรียบเย็นชาตามเดิม "องศาการขยับแคบเกินไป เปิดออกไม่สุดเลยสักนิด"

ฝ่ามือหนาละออกจากช่วงเอว ลากครูดไปตามส่วนโค้งเว้าของต้นขาด้านนอก ไหล่เรื่อยลงไปจนถึงหัวเข่า จากนั้นเขาก็กุมข้อเท้าของฉันเอาไว้ ก่อนจะออกแรงดึงแยกออกไปทางด้านข้างอย่างแรง

เรียวขาของฉันถูกเขาบังคับให้ขยับแยก ร่างกายสูญเสียการทรงตัวในพริบตา

ฉันอุทานร้องเสียงหลง ยื่นมือออกไปโอบกอดรอบลำคอของเขาเอาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว

เขาอาศัยจังหวะนั้นรวบตัวอุ้มฉันขึ้นในท่าเจ้าสาว ก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็พามาจนถึงราวบาร์จับที่อยู่ติดกำแพง

"อย่าขยับ" เขาปล่อยร่างของฉันลง ทว่ากลับไม่ได้ยอมคลายมือ

เขาบังคับให้ฉันหันหน้าเข้าหากระจกเงา เรียวขาข้างหนึ่งหยัดยืนค้ำพื้นไว้ ส่วนเรียวขาอีกข้างถูกเขาจับยกขึ้นพาดเอาไว้บนราวบาร์จับในตำแหน่งที่สูงลิ่ว

นี่คือท่วงท่าการฉีกขาแนบบาร์ตามมาตรฐาน ทว่าฉันไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนคอยช่วยประคองจัดท่าทางในลักษณะชวนขัดเขินแบบนี้มาก่อนเลย

ขาของฉันถูกยกขึ้นสูงมาก สูงจนเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงเอว

ท่วงท่านี้ทำให้ร่างกายของฉันถูกเปิดเปลือยต่อสายตาเขาอย่างหมดจด ยิ่งเรียวขาถูกยกขึ้นสูง ชุดรัดรูปเนื้อบางก็ยิ่งถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ แนบเนื้อจนเน้นรอยส่วนเว้าส่วนโค้งตรงจุดอ่อนไหวกลางลำตัวออกมาอย่างแจ่มชัดชวนให้ใจหาย

ฉันกำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว

"ท่านประธานเสิ่นคะ ฉัน... ฉันจัดการเองดีกว่าค่ะ" ฉันพยายามจะละขาลงมาจากบาร์จับ

"อย่าขยับ!"

เขาตวาดดุขึ้นมาคำหนึ่ง ฝ่ามือใหญ่กดหมับเข้าที่หัวเข่าของฉัน ขัดขวางไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ทันควัน

ส่วนฝ่ามืออีกข้างของเขาประทับวางอยู่ตรงบั้นเอวทางด้านหลัง กระแสแรงกดสายหนึ่งส่งผ่านมา บังคับขู่เข็ญให้ร่างกายท่อนบนของฉันต้องโน้มเอียงไปด้านหน้าและกดต่ำลง

"อ๊า..." ความเจ็บปวดจากการที่เส้นเอ็นถูกยืดเหยียดจนสุดขีดจำกัด ทำให้ฉันกักเก็บเสียงร้องไม่อยู่จนต้องหลุดปากออกมา

"ระดับแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ?"

สุ้มเสียงของเขาดังอยู่ชิดติดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนติ่งหูของฉัน ปลุกเร้าให้ร่างกายต้องสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง "การยืดเหยียดที่แท้จริงน่ะ... มันต้องหลั่งน้ำตาออกมาต่างหาก"

คำพูดของเขาเปรียบเสมือนคำสั่งเฉียบขาดที่ทำให้ฉันต้องหยุดการดิ้นรนขัดขืนลงในพริบตา

ฉันกัดฟันแน่น แบกรับความทรมานจากการที่ร่างกายถูกบังคับให้เปิดออกอย่างฝืนใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉันต้องทรมานใจยิ่งกว่า คือฝ่ามือข้างนั้นที่ประทับอยู่บนเอวของฉันต่างหาก

เขาไม่ได้ออกแรงกดลงมาอีกแล้ว เพียงแต่หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวคอยลากครูดไล้หยอกเย้าอยู่ตรงแอ่งเอวอันไวต่อสัมผัสอย่างแผ่วเบาราวกับจงใจ

ทุก ๆ ครั้งที่เกิดการสัมผัส มันเปรียบเสมือนประกายไฟดวงเล็ก ๆ ที่คอยจุดไฟราคะความร้อนรุ่มให้ลุกโชนขึ้นลึก ๆ ภายในกาย

ลมหายใจของฉันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหอบกระเส่าและถี่รัว กระแสความร้อนสายหนึ่งพุ่งพล่านภายในร่าง กระหน่ำซัดสาดลงสู่ท้องน้อยอย่างควบคุมไม่ได้

"รู้สึกถึงมันหรือยัง?" อยู่ ๆ เขาเซก็เอ่ยถามขึ้นมา

"รู้... รู้สึกถึงอะไรคะ?" สุ้มเสียงของฉันสั่นเครือ

"ใช้แรงจากช่วงเอวของคุณ ไปรับรู้ถึงการยืดขยายของมัดกล้ามเนื้อสิ" เขาเอ่ยอธิบายด้วยท่าทางจริงจังเป็นงานเป็นการ ทว่าการกระทำของมือกลับยิ่งทวีความวาบหวามและมีเลศนัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปลายนิ้วของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การหมุนวนตรงแอ่งเอวอีกต่อไป ทว่ากลับไล่เรียงไปตามแนวร่องกระดูกสันหลัง ค่อย ๆ ขยับเลื่อนสูงขึ้นด้านบนอย่างเชื่องช้า ชุดรัดรูปฝึกซ้อมทางด้านหลังดีไซน์เป็นรูปตัวยู (U) เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดเป็นบริเวณกว้าง เนื้อนุ่มตรงปลายนิ้วของเขาแผ่วผ่านไปบนผิวเนื้อ นำพาความรู้สึกซาบซ่านและสั่นสะท้านมาให้ระลอกแล้วระลอกเล่า ฉันรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะหลอมละลายลงไปในอุ้งมืออันร้อนผ่าวของเขาอยู่รอมร่อ

"สลับขา" ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยมือจากฉัน

ฉันราวกับได้รับตราอภัยโทษ รีบเอาขาลงมาจากบาร์จับทันที ทั่วทั้งเรียวขาชาหนึบจนไร้ความรู้สึก ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะได้หายใจหายคอให้ทั่วท้อง เขาก็กุมข้อเท้าอีกข้างของฉันเอาไว้ แล้วเริ่มทำท่วงท่าซ้ำรอยเดิมเมื่อครู่นี้อีกครั้ง

ในครั้งนี้... เขาจงใจมายืนอยู่ตรงหน้าของฉันตรง ๆ

ฉันถูกกักขังเหนี่ยวรั้งเอาไว้ระหว่างร่างกายของเขาและบาร์จับด้านหลัง ไม่มีหนทางให้หนีรอดไปได้เลย

กลิ่นอายฟีโรโมนของบุรุษเพศอันเข้มข้นจากตัวเขาโอบล้อมกักขังฉันเอาไว้จนแจ่มชัดยิ่งขึ้น ฉันถึงขั้นสามารถมองเห็นแผงอกแกร่งที่ขยับกระเพื่อมขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะการหายใจภายใต้เสื้อยืดสีเทาตัวนั้นได้อย่างชัดเจน

ใบหน้าของฉันยิ่งร้อนฉ่าขึ้นไปอีก

เพื่อหลีกเลี่ยงการสบสายตากับเขาตรง ๆ ฉันทำได้เพียงก้มหน้าลงต่ำ จ้องมองอยู่ที่ปลายเท้าของตัวเองเท่านั้น

"เงยหน้าขึ้น มองดูในกระจกสิ" เขาออกคำสั่ง

ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเงยหน้าขึ้น ในกระจกเงาบานนั้น ใบหน้าของเขาอยู่ชิดติดกับฉันมาก ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นกำลังจับจ้องมองตรงมาที่ฉันนิ่งโดยไม่ละสายตา ราวกับต้องการจะสูบวิญญาณของฉันให้ดิ่งลึกลงไปด้านใน

ฝ่ามือของเขาประทับวางอยู่ตรงกระดูกเชิงกราน นิ้วหัวแม่มือค่อย ๆ กดเน้นลงมาตรงตำแหน่งท้องน้อยแผ่วเบา "ตรงนี้... เกร็งเอาไว้"

ฉันปฏิบัติตามคำสั่งของเขาตามสัญชาตญาณ ออกแรงขยับเกร็งหน้าท้องเอาไว้

"ดีมาก" เขาดูท่าทางจะพึงพอใจมาก มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น

ปลายนิ้วของเขาเริ่มลูบไล้ไปมาบนหน้าท้องอันแบนราบ ราวกับว่ากำลังช่วยตรวจสอบความตึงแน่นของมัดกล้ามเนื้อให้อย่างนั้นแหละ

ทว่าท่วงท่าการกระทำแบบนั้น มองยังไงมันก็อัดแน่นไปด้วยเจตนาหยอกเย้ายั่วยวนกันชัด ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 14

    "เรียบร้อยแล้ว คุณออกไปได้" เสิ่นจือเหยาเอ่ยบอกทนายจางทนายจางน้อมรับคำ หยิบเอกสารแล้วก้าวถอยหลังเดินจากไปทิ้งให้ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่หลงเหลือเพียงแค่เราสองคนอีกครั้งในพริบตานั้น มวลบรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามและเย้ายวนใจจนน่าใจหายเสิ่นจือเหยาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน เขายื่นมือออกไปลูบไล้พวงแก้มอย่างแผ่วเบา"ถ้าอย่างนั้น โค้ชเจียงครับ" เขาจงใจเน้นคำว่า "โค้ช" เป็นพิเศษ "ตอนนี้พวกเรามาเริ่มต้น ‘งาน’ ของคุณกันเลยดีไหม"หัวใจของฉันพลันตกวูบ รีบก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ "ตอนนี้เลยเหรอคะ? ที่... ที่นี่เนี่ยนะ?""ไม่อย่างนั้นล่ะ" เขาถามกลับ "ห้องทำงานของผมมันกว้างขวางไม่พอให้คุณแสดงฝีมือหรือไง"ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็จจัดการช้อนอุ้มร่างของฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทันที"อ๊าย!"ฉันอุทานร้องเสียงหลง รีบยื่นแขนออกไปโอบกอดรอบลำคอของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณท่วงท่านั้นส่งผลให้ตัวฉันนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ในขณะที่เขาตระหง่านอยู่เบื้องหน้าระดับสายตาของฉันประสานเข้ากับสายตาของเขาพอดีเป๊ะ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ กักขังฉันเอาไว้ในอ้อมอกอย่าง

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 13

    ในขณะที่ฝ่ายเอจำเป็นต้องจ่าย ‘ค่าจ้าง’ ให้แก่ฝ่ายบี เป็นจำนวนเงินห้าแสนหยวนในทุก ๆ เดือนสองล้านห้า!ฉันเติบโตมาจนป่านนี้ เงินก้อนแค่ห้าหมื่นหยวนยังไม่เคยได้จับเลยด้วยซ้ำทว่าเขากลับใช้เงินเดือนละห้าแสนหยวนเพียงเพื่อมาซื้อตัวฉันไว้บำเรอความสุขมันช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่น่าสมเพชอะไรขนาดนี้"เป็นยังไงบ้าง?" เสิ่นจือเหยาจับจ้องมองฉัน สุ้มเสียงแฝงกระแสความเยาะหยันดูแคลน "ราคาขนาดนี้ มันคงมากพอที่จะซื้อ ‘บริการ’ จากเธอแล้วใช่ไหม?"ฉันจ้องมองเอกสารสัญญาฉบับนั้น ภายในใจบังเกิดความรู้สึกสับสนปนเปประดังประเดเข้ามาทั้งความโกรธแค้น ความอัปยศอดสู ความไม่ยินยอมพร้อมใจ...รวมไปถึงกระแสความหวั่นไหววูบหนึ่งที่แม้กระทั่งตัวฉันเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากยอมรับออกมาตรง ๆเงินสองล้านห้าต่อเดือน ชั่วชีวิตนี้ของฉันไม่มีทางหาเงินได้มากมายมหาศาลขนาดนี้แน่หากมีเงินก้อนนี้ ฉันก็สามารถซื้อบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้ สามารถส่งเสียเป็นค่าเล่าเรียนให้น้องชายได้ และสามารถ...ชีวิตของฉันจะแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทว่าสิ่งที่ต้องใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนกลับคืนมา คือการขายเรือนร่างและศักดิ์ศรีข

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 12

    "มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ" เขาเปิดปากเอ่ย สุ้มเสียงห่างเหินเย็นชาและเป็นทางการ ราวกับกำลังพูดอยู่กับคนแปลกหน้าไม่มีผิดฉันโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมดฉันก้าวตรงไปจนถึงหน้าโต๊ะทำงานของเขา ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ โน้มตัวจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง"เสิ่นจือเหยา คุณหมายความว่ายังไง""หมายความว่ายังไงเรื่องอะไรล่ะ" เขาแกล้งทำเป็นไขสือเอ่ยปากถามกลับ"ทำไมถึงไล่ฉันออก" ฉันเค้นถามเสียงหนัก"อ๋อ เรื่องนี้เองหรอกเหรอ" เขาเอ่ยตอบด้วยท่าทีราบเรียบราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ "ผมรู้สึกว่าความสามารถของคุณไม่ตรงตามความต้องการของบริษัทเราน่ะครับ""ความสามารถงั้นเหรอ" ฉันหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชปนโกรธขึง "ความสามารถทางวิชาชีพของฉันดีที่สุดในบรรดาเด็กฝึกงานทั้งหมดแท้ ๆ คุณกลับบอกว่าฉันไม่ตรงตามความต้องการอย่างนั้นเหรอ""ที่ผมพูดถึง คือความสามารถในอีกด้านหนึ่งต่างหากล่ะ" เขาจับจ้องมองฉัน มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันดูแคลน "ในฐานะบุคลากรที่ทำงานในสายงานบริการ แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งจิตสำนึกขั้นพื้นฐานที่สุดในการ ‘เอาอกเอาใจ’ ลูกค้าเลยด้วยซ้ำ คุณลองบอกมาซิ ว่าผมจะเก็บคุณไว้ทำไ

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 11

    จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉันก็กักเก็บความเสียใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นฉันไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้อยู่นานแค่ไหน จนกระทั่งลำคอแหบแห้งไปหมดถึงได้ยอมหยุดลงฉันลากสังขารอันอ่อนแรงจนถึงขีดสุดไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วเปลี่ยนกลับมาสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ยามที่ก้าวออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั่วทั้งชั้นยังคงเงียบสงบไร้เงาผู้คนตามเดิม ทางฝั่งสระว่ายน้ำเองก็เงียบเชียบไม่มีสุ้มเสียงใด ๆเขาคงกลับไปแล้วก็ดีเหมือนกันฉันหลุดยิ้มสมเพชตัวเองคราหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์วันถัดมาฉันไม่ได้ไปทำงาน ฉันส่งข้อความไปลาหยุดกับหัวหน้างานโดยบอกว่าตัวเองรู้สึกไม่สบายและขอลาพักสักสองสามวันหลังจากนั้นก็ขังตัวเองอยู่ภายในห้องเช่าแคบ ๆ นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างไม่รับรู้วันคืนอยู่สองวันเต็มฉันพยายามใช้การนอนหลับคอยลบลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ลบลืมผู้ชายที่ชื่อเสิ่นจือเหยาคนนั้นไปให้พ้นจากสมองทว่าฉันกลับทำไม่ได้เลยสักนิดยามใดที่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ยามที่เขาใช้ฝ่ามืออันร้อนผ่าวคอย "ชี้แนะ" ฉันภายในห้องซ้อมเต้นก็ผุดขึ้นมาทันควันภาพยามที่เขาใช้รอยจูบอันแสนเอาแต่ใจและ

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 10

    พระเจ้า... นี่มันอะไรกัน...ฉันยังไม่ทันจะฟื้นคืนสติจากความตื่นตะลึง เขาก็กุมมือของฉันให้กอบกุมรอบความแข็งขึงใหญ่โตนั้นเอาไว้ แล้วเริ่มขยับรูดรั้งขึ้นลงอย่างเชื่องช้า"ชอบ ‘อุปกรณ์ฝึกซ้อม’ ของผมชิ้นนี้ไหมครับ" เขาเอ่ยถามพลางหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ "มันน่ะ... ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ"ใบหน้าของฉันในตอนนี้ร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิดไม่กล้าจินตนาการเลยจริง ๆ ว่าหากสิ่งนี้บุกทะลวงแทรกซอนเข้ามาในร่างกาย ตัวฉันจะแปรเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพไหนและในขณะที่ฉันกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เขาก็พลันกุมหมับเข้าที่เอวแล้วออกแรงยกกระชากร่างของฉันขึ้นด้านบนอย่างรุนแรง!ฉันอุทานร้องเสียงหลง ร่างกายลอยหวือขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้และตัวตนอันยิ่งใหญ่ของเขาก็อาศัยจังหวะนี้บดเบียดประทับตรึงเข้าตรงปากทางเข้าอันแสนนุ่มนิ่มและฉ่ำปริ่ม ขาดไปอีกเพียงแค่ขยับคืบเดียวเท่านั้น... ขาดไปอีกเพียงนิดเดียวมันก็จะรุกคืบแทรกซอนเข้ามาด้านในแล้ว!"ไม่! ไม่เอาค่ะ!"ในที่สุดฉันก็สามารถกอบกู้สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดกลับคืนมาจากกระแสความเสียวซ่านถึงขีดสุดนั้นได้สำเร็จ ก่อนจะร้องห้ามออกมาด้วยความขวัญผวาเราสองคนยังไม่ได

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 9

    ฉันทำได้เพียงแหงนเงยใบหน้าขึ้นอย่างจำยอม รับชะตากรรมจากจุมพิตอันจาบจ้วงและหนักหน่วงราวกับพายุฝนฟ้าคะนองของเขาฝ่ามืออีกข้างของเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ว่างงาน ฝ่ามือหนาลากผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปด้านล่าง ดิ่งลึกหายลงไปใต้ผืนน้ำก่อนจะเกาะกุมเข้าที่ขอบชุดว่ายน้ำได้อย่างแม่นยำเรียวนิ้วยาวขยับเกี่ยวรั้งเนื้อผ้าบางเฉียบผืนนั้นออกอย่างง่ายดาย แล้วรุกคืบแทรกซอนเข้าไปด้านใน"!"ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนจุดอ่อนไหวกลางลำตัวสาวที่กำลังร้อนผ่าว ความรู้สึกวาบหวามที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันส่งผลให้ร่างกายของฉันสะดุ้งโหยงสั่นสะท้านไปทั้งร่างฉันพยายามจะหุบเรียวขาทั้งสองข้างเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าขาทั้งสองข้างยังคงถูกจับแยกพาดอยู่บนบ่า จึงไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลยแม้แต่น้อยทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูเขาลงมือทำตามอำเภอใจกับร่างกายของฉันตามแต่ใจชอบทักษะความช่ำชองจากเรียวนิ้วของเขาช่างน่ากลัวและร้ายกาจเหลือเกินเขาไม่ได้รีบร้อนบุกรุกเข้าไปด้านในลึก ทว่ากลับคอยบดคลึงหยอกเย้าอยู่ทางด้านนอกด้วยน้ำหนักมือหนักสลับเบาในทุก ๆ สัมผัสที่ลากผ่านล้วนกดเน้นลงบนจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดได้อย่างเด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status