LOGIN"ตัดไม่ขาดหรอก... มีแต่จะทำให้เธอนุ่มนิ่มขึ้นกว่าเดิมต่างหาก" "กลัวอะไรล่ะ? ผมก็แค่กำลังสั่งสอน ว่าต้องทำยังไงถึงจะเปิดข้อต่อในส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกายออกได้ต่างหาก" ภายในห้องซ้อมเต้นไร้ผู้คนในยามดึกสงัด ฉันสวมชุดสำหรับฝึกซ้อมสีชมพูคู่กับกางเกงตัวจิ๋วบางเฉียบ ถูกเสิ่นจือเหยา มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งคลับหรูผู้มีท่าทางเคร่งขรึม กดร่างของฉันแนบลงกับแผ่นกระจกอันเย็นเยียบอย่างดุดัน ฉันถูกบังคับให้ทำท่วงท่าฉีกขาและแอ่นเอวลงต่ำในท่าสะพานโค้งอันแสนน่าอับอาย ทั่วทั้งตัวชโลมชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ฝ่ามือใหญ่หนาคู่นั้นของเขา ครูดผ่านผิวเนื้ออันอ่อนนุ่มและบอบบางตรงต้นขาด้านในของฉันไล่ขึ้นไปด้านบนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะบดขยี้และเค้นตรงจุดเสียวซ่านซ้ำ ๆ อย่างหยาบโลนและร้ายกาจ ทุก ๆ ท่วงท่าในการยืดเหยียดร่างกายจนสุดขีดจำกัด ต่างทำให้จุดซ่อนเร้นของฉันถูกเปิดเปลือยสะท้อนบนแผ่นกระจกตรงหน้า ความเสียวซ่านขั้นสุดยอดแล่นปราดจากปลายกระดูกสันหลังพุ่งตรงดิ่งขึ้นสู่สมอง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หยาดน้ำหวานแห่งความกระสันรัญจวนหลั่งไหลจนเปียกชุ่มถุงน่อง ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะได้ส่งเสียงสะอื้นไห้วิงวอนขอความเห็นใจ ความเป็นชายอันใหญ่โตที่แข็งขึงและร้อนผ่าวภายใต้กางเกงสแลกตัวหรูของเขา ก็บดกระแทกเข้าใส่ร่องสะโพกอันอวบอิ่มของฉันอย่างแรง ก่อนจะโหมทะลวงแทรกเข้าใส่ร่างของฉันด้วยความกระหายจนทำให้ฉันแทบเป็นบ้า...
View More"เรียบร้อยแล้ว คุณออกไปได้" เสิ่นจือเหยาเอ่ยบอกทนายจางทนายจางน้อมรับคำ หยิบเอกสารแล้วก้าวถอยหลังเดินจากไปทิ้งให้ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่หลงเหลือเพียงแค่เราสองคนอีกครั้งในพริบตานั้น มวลบรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามและเย้ายวนใจจนน่าใจหายเสิ่นจือเหยาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน เขายื่นมือออกไปลูบไล้พวงแก้มอย่างแผ่วเบา"ถ้าอย่างนั้น โค้ชเจียงครับ" เขาจงใจเน้นคำว่า "โค้ช" เป็นพิเศษ "ตอนนี้พวกเรามาเริ่มต้น ‘งาน’ ของคุณกันเลยดีไหม"หัวใจของฉันพลันตกวูบ รีบก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ "ตอนนี้เลยเหรอคะ? ที่... ที่นี่เนี่ยนะ?""ไม่อย่างนั้นล่ะ" เขาถามกลับ "ห้องทำงานของผมมันกว้างขวางไม่พอให้คุณแสดงฝีมือหรือไง"ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็จจัดการช้อนอุ้มร่างของฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทันที"อ๊าย!"ฉันอุทานร้องเสียงหลง รีบยื่นแขนออกไปโอบกอดรอบลำคอของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณท่วงท่านั้นส่งผลให้ตัวฉันนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ในขณะที่เขาตระหง่านอยู่เบื้องหน้าระดับสายตาของฉันประสานเข้ากับสายตาของเขาพอดีเป๊ะ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ กักขังฉันเอาไว้ในอ้อมอกอย่าง
ในขณะที่ฝ่ายเอจำเป็นต้องจ่าย ‘ค่าจ้าง’ ให้แก่ฝ่ายบี เป็นจำนวนเงินห้าแสนหยวนในทุก ๆ เดือนสองล้านห้า!ฉันเติบโตมาจนป่านนี้ เงินก้อนแค่ห้าหมื่นหยวนยังไม่เคยได้จับเลยด้วยซ้ำทว่าเขากลับใช้เงินเดือนละห้าแสนหยวนเพียงเพื่อมาซื้อตัวฉันไว้บำเรอความสุขมันช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่น่าสมเพชอะไรขนาดนี้"เป็นยังไงบ้าง?" เสิ่นจือเหยาจับจ้องมองฉัน สุ้มเสียงแฝงกระแสความเยาะหยันดูแคลน "ราคาขนาดนี้ มันคงมากพอที่จะซื้อ ‘บริการ’ จากเธอแล้วใช่ไหม?"ฉันจ้องมองเอกสารสัญญาฉบับนั้น ภายในใจบังเกิดความรู้สึกสับสนปนเปประดังประเดเข้ามาทั้งความโกรธแค้น ความอัปยศอดสู ความไม่ยินยอมพร้อมใจ...รวมไปถึงกระแสความหวั่นไหววูบหนึ่งที่แม้กระทั่งตัวฉันเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากยอมรับออกมาตรง ๆเงินสองล้านห้าต่อเดือน ชั่วชีวิตนี้ของฉันไม่มีทางหาเงินได้มากมายมหาศาลขนาดนี้แน่หากมีเงินก้อนนี้ ฉันก็สามารถซื้อบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้ สามารถส่งเสียเป็นค่าเล่าเรียนให้น้องชายได้ และสามารถ...ชีวิตของฉันจะแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทว่าสิ่งที่ต้องใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนกลับคืนมา คือการขายเรือนร่างและศักดิ์ศรีข
"มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ" เขาเปิดปากเอ่ย สุ้มเสียงห่างเหินเย็นชาและเป็นทางการ ราวกับกำลังพูดอยู่กับคนแปลกหน้าไม่มีผิดฉันโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมดฉันก้าวตรงไปจนถึงหน้าโต๊ะทำงานของเขา ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ โน้มตัวจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง"เสิ่นจือเหยา คุณหมายความว่ายังไง""หมายความว่ายังไงเรื่องอะไรล่ะ" เขาแกล้งทำเป็นไขสือเอ่ยปากถามกลับ"ทำไมถึงไล่ฉันออก" ฉันเค้นถามเสียงหนัก"อ๋อ เรื่องนี้เองหรอกเหรอ" เขาเอ่ยตอบด้วยท่าทีราบเรียบราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ "ผมรู้สึกว่าความสามารถของคุณไม่ตรงตามความต้องการของบริษัทเราน่ะครับ""ความสามารถงั้นเหรอ" ฉันหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชปนโกรธขึง "ความสามารถทางวิชาชีพของฉันดีที่สุดในบรรดาเด็กฝึกงานทั้งหมดแท้ ๆ คุณกลับบอกว่าฉันไม่ตรงตามความต้องการอย่างนั้นเหรอ""ที่ผมพูดถึง คือความสามารถในอีกด้านหนึ่งต่างหากล่ะ" เขาจับจ้องมองฉัน มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันดูแคลน "ในฐานะบุคลากรที่ทำงานในสายงานบริการ แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งจิตสำนึกขั้นพื้นฐานที่สุดในการ ‘เอาอกเอาใจ’ ลูกค้าเลยด้วยซ้ำ คุณลองบอกมาซิ ว่าผมจะเก็บคุณไว้ทำไ
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉันก็กักเก็บความเสียใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นฉันไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้อยู่นานแค่ไหน จนกระทั่งลำคอแหบแห้งไปหมดถึงได้ยอมหยุดลงฉันลากสังขารอันอ่อนแรงจนถึงขีดสุดไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วเปลี่ยนกลับมาสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ยามที่ก้าวออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั่วทั้งชั้นยังคงเงียบสงบไร้เงาผู้คนตามเดิม ทางฝั่งสระว่ายน้ำเองก็เงียบเชียบไม่มีสุ้มเสียงใด ๆเขาคงกลับไปแล้วก็ดีเหมือนกันฉันหลุดยิ้มสมเพชตัวเองคราหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์วันถัดมาฉันไม่ได้ไปทำงาน ฉันส่งข้อความไปลาหยุดกับหัวหน้างานโดยบอกว่าตัวเองรู้สึกไม่สบายและขอลาพักสักสองสามวันหลังจากนั้นก็ขังตัวเองอยู่ภายในห้องเช่าแคบ ๆ นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างไม่รับรู้วันคืนอยู่สองวันเต็มฉันพยายามใช้การนอนหลับคอยลบลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ลบลืมผู้ชายที่ชื่อเสิ่นจือเหยาคนนั้นไปให้พ้นจากสมองทว่าฉันกลับทำไม่ได้เลยสักนิดยามใดที่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ยามที่เขาใช้ฝ่ามืออันร้อนผ่าวคอย "ชี้แนะ" ฉันภายในห้องซ้อมเต้นก็ผุดขึ้นมาทันควันภาพยามที่เขาใช้รอยจูบอันแสนเอาแต่ใจและ