共有

บทที่ 2

作者: ลูกไหน
"ผ่อนคลายหน่อย" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

ฉันไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน ได้แตปล่อยให้ฝ่ามือหนาทำหน้าที่ลูบไล้ไปบนเรียวขาที่แข็งทื่อ ปลายนิ้วของเขาไม่ได้มีความสุภาพเรียบร้อยเลยสักนิด มันไม่ใช่การสัมผัสแผ่วเบาเพื่อแนะแนวทางอย่างที่เทรนเนอร์มืออาชีพเขาทำกัน

"กล้ามเนื้อเกร็งขนาดนี้ แสดงว่าคุณยังควบคุมร่างกายตัวเองได้ไม่ดีพอ" ปลายนิ้วของเขาไล่เรียงไปตามต้นขาด้านในแล้วค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำหนักที่กดลงมาไม่ได้รุนแรง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจที่ไม่อาจขัดขืน

ทั่วทั้งร่างของฉันเกร็งแน่นจนแทบจะลืมหายใจ ได้แต่เบิกตากว้างมองดูฝ่ามือของเขาที่คืบคลานเข้าใกล้จุดอ่อนไหวทีละน้อยภายใต้แสงไฟสลัวชวนวาบหวาม หัวใจเต้นระทึกรัวกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

ทว่าในตอนที่ฉันคิดว่าเขาจะรุกล้ำเข้าสู่เขตหวงห้าม ฝ่ามือหนากลับหยุดชะงักลงตรงโคนขา ปลายนิ้วค่อย ๆ กดลึกลงไปอย่างแผ่วเบาราวกับจะหยั่งเชิง ก่อนจะใช้เนื้อนุ่มตรงปลายนิ้วบดคลึงผิวเนื้อเนียนละเอียดส่วนที่อ่อนไหวที่สุดตรงนั้น หนักสลับเบาเป็นจังหวะ

"อื้อ..." เสียงครางเครือที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ เรียวขาพลันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงในพริบตา

"การเต้นรำไม่ใช่แค่มีความยืดหยุ่นอ่อนช้อยแล้วจะพอ ความอ่อนนุ่มที่ปราศจากพลังส่ง... มันก็เป็นได้แค่ท่าสวยแต่ไร้แก่นสาร" เขาเอ่ยพลางหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าฉัน "ลุกขึ้น"

ฉันลังเลอยู่ชั่วอึดใจ แต่สุดท้ายก็ยอมวางมือลงบนอุ้งมือของเขา

ฝ่ามือของเขาร้อนผ่าว และเพียงแค่ออกแรงดึงครั้งเดียว ร่างของฉันก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้นมาจากพื้นห้องซ้อม

ฉันเซถลาจนแทบจะซบเข้ากับแผงอกกว้างของเขาเต็มเหนี่ยว ปลายจมูกอบอวลไปด้วยกลิ่นอายฟีโรโมนความเป็นบุรุษเพศอันเข้มข้น ใบหน้าของฉันร้อนวูบวาบจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหู

เขาเอื้อมมือมาประคองเอวของฉันไว้ ฝ่ามือหนาที่สัมผัสผ่านชุดรัดรูปเนื้อบางเบานั้นอุ่นจัดราวกับแผ่นเหล็กเผาไฟที่นาบลงบนผิวเนื้อโดยตรง

"ยืนให้มั่น ๆ"

เขาปล่อยมือ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตากลับแปรเปลี่ยนเป็นจับผิดและจับจ้องอีกครั้ง

"ทำท่าเมื่อกี้ใหม่อีกรอบสิ"

สมองของฉันว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด ทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างเชื่องซึมราวกับหุ่นเชิดที่ไร้ชีวิต

ฉันเดินตรงไปยังกลางห้องซ้อมเต้น สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มร่ายรำท่วงท่าเมื่อครู่อีกครั้ง

ทว่าในครั้งนี้... ความรู้สึกมันกลับแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

สายตาของเสิ่นจือเหยาเปรียบเสมือนสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่สาดส่องตรึงนิ่งอยู่บนร่างกายของฉัน มันสร้างความกดดันจนทำให้ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวดูติดขัดและแข็งทื่อไปหมด

โดยเฉพาะจังหวะที่จำเป็นต้องอวดทรวดทรงส่วนเว้าส่วนโค้ง ฉันรับรู้ได้ถึงสายตาของเขาที่ราวกับสัมผัสได้จริง มันกวาดมองวนเวียนอยู่ตรงบริเวณหน้าอก หน้าท้อง สะโพก และเรียวขา ก่อนจะมาหยุดตรึงอยู่ตรงทรวงอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวเบา ๆ ตามแรงขยับ

ความรู้สึกกระดากอายแล่นริ้วจนฉันทำอะไรไม่ถูก

หลังจากจังหวะหมุนตัว ฉันก็ทรงตัวไม่อยู่ ข้อเท้าพลันพลิกจนร่างทั้งร่างเสียหลักล้มคว่ำไปด้านหน้า

ทว่าความเจ็บปวดตามที่คาดไว้กลับไม่ได้เกิดขึ้น ร่างของฉันร่วงดิ่งลงสู่อ้อมกอดอันแกร่งหนาและอุ่นจัดของใครบางคนแทน

เป็นเขาอีกแล้ว... ไม่รู้ว่าเขาอ้อมมาอยู่ทางด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ และเป็นคนคอยรองรับร่างของฉันเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

ในครั้งนี้... ร่างกายของพวกเราบดเบียดแนบชิดกันสนิทแน่นยิ่งกว่าเดิม

แผ่นหลังของฉันแนบสนิทอยู่กับแผงอกล่ำสัน ขณะที่สะโพกผายก็บดเบียดประทับชิดอยู่กับหน้าท้องแกร่งของเขาเต็มเหนี่ยว แม้จะมีเนื้อผ้าบาง ๆ กั้นขวางเอาไว้เพียงไม่กี่ชั้น ทว่าฉันกลับรับรู้ถึงอุณหภูมิความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านออกมาจากกายเขา รวมถึงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นได้อย่างแจ่มชัด

"ตั้งสติหน่อยสิ" สุ้มเสียงของเขาดังขึ้นเหนือศีรษะ แฝงแววไม่พอใจอยู่สายหนึ่ง

"ขะ... ขอโทษด้วยค่ะท่านประธานเสิ่น" ฉันพยายามดิ้นรนขยับตัวเพื่อหวังจะหลบหนีออกจากอ้อมอก

ทว่าเขาไม่ได้ยอมปล่อยมือ มิหนำซ้ำยังกระชับอ้อมแขนให้แน่นหนาขึ้นกว่าเดิม กักขังเหนี่ยวรั้งร่างของฉันให้จมลึกลงไปในอกจนหนีไปไหนไม่ได้

"ปัญหาของคุณมันรุนแรงมากนะ"

มือข้างหนึ่งของเขาโอบรัดเอวฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางบังคับให้ฉันต้องจ้องมองไปยังกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า

ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจก... ท่วงท่าของพวกเราดูสนิทชิดเชื้อแนบแน่นราวกับคู่รักไม่มีผิด

ฉันถูกเขาโอบกอดจากทางด้านหลังจนมิด ร่างกายอันบอบบางและเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับโครงสร้างสูงใหญ่กำยำของเขาแล้ว ดูอ่อนแอไร้ทางสู้เหลือเกิน ใบหน้าของฉันแดงก่ำจนแทบจะไหม้ ไม่กล้าแม้แต่จะสายตามองดูภาพตรงหน้าตรง ๆ

"มองดูสิ"

เขาเน้นเสียงให้หนักและดุดันยิ่งขึ้น

ฉันไม่มีทางเลือก ได้แต่จำใจมองไปยังกระจกบานนั้นตามคำสั่ง

"ดูช่วงไหล่ของคุณสิ มันเกร็งเกินไปแล้ว"

ฝ่ามือของเขาเลื่อนสูงขึ้นจากช่วงเอว ตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่ช่วงไหล่ ก่อนจะออกแรงกดลงมาด้านล่าง

"ซี้ด..." ฉันเจ็บจนต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที

"ช่วงเอวก็เหมือนกัน ใช้แรงไม่เป็นเลยสักนิด" ฝ่ามือหนาลากไล่ไปตามแนวแนวกระดูกสันหลังลงมาด้านล่าง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ตรงส่วนเว้าของเอวคอดกิ่ว ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มบดคลึงหมุนวนอย่างมีเลศนัยชวนวาบหวาม พลางขยำเน้นน้ำหนักหนักเบาสลับกันไป

ทั่วทั้งร่างของฉันพลันอ่อนปวกเปียกจนแทบจะยืนไม่อยู่ กระแสความสยิวแล่นริ้วจากปลายนิ้วของเขา แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อและเส้นประสาท บ่มเพาะความรู้สึกสั่นไหวและซ่านสยิวอันแปลกประหลาดที่ยากจะเอ่ยปาก... ขึ้นมาลึก ๆ ภายในร่างกายอย่างน่าละอาย

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 14

    "เรียบร้อยแล้ว คุณออกไปได้" เสิ่นจือเหยาเอ่ยบอกทนายจางทนายจางน้อมรับคำ หยิบเอกสารแล้วก้าวถอยหลังเดินจากไปทิ้งให้ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่หลงเหลือเพียงแค่เราสองคนอีกครั้งในพริบตานั้น มวลบรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามและเย้ายวนใจจนน่าใจหายเสิ่นจือเหยาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน เขายื่นมือออกไปลูบไล้พวงแก้มอย่างแผ่วเบา"ถ้าอย่างนั้น โค้ชเจียงครับ" เขาจงใจเน้นคำว่า "โค้ช" เป็นพิเศษ "ตอนนี้พวกเรามาเริ่มต้น ‘งาน’ ของคุณกันเลยดีไหม"หัวใจของฉันพลันตกวูบ รีบก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ "ตอนนี้เลยเหรอคะ? ที่... ที่นี่เนี่ยนะ?""ไม่อย่างนั้นล่ะ" เขาถามกลับ "ห้องทำงานของผมมันกว้างขวางไม่พอให้คุณแสดงฝีมือหรือไง"ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็จจัดการช้อนอุ้มร่างของฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทันที"อ๊าย!"ฉันอุทานร้องเสียงหลง รีบยื่นแขนออกไปโอบกอดรอบลำคอของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณท่วงท่านั้นส่งผลให้ตัวฉันนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ในขณะที่เขาตระหง่านอยู่เบื้องหน้าระดับสายตาของฉันประสานเข้ากับสายตาของเขาพอดีเป๊ะ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ กักขังฉันเอาไว้ในอ้อมอกอย่าง

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 13

    ในขณะที่ฝ่ายเอจำเป็นต้องจ่าย ‘ค่าจ้าง’ ให้แก่ฝ่ายบี เป็นจำนวนเงินห้าแสนหยวนในทุก ๆ เดือนสองล้านห้า!ฉันเติบโตมาจนป่านนี้ เงินก้อนแค่ห้าหมื่นหยวนยังไม่เคยได้จับเลยด้วยซ้ำทว่าเขากลับใช้เงินเดือนละห้าแสนหยวนเพียงเพื่อมาซื้อตัวฉันไว้บำเรอความสุขมันช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่น่าสมเพชอะไรขนาดนี้"เป็นยังไงบ้าง?" เสิ่นจือเหยาจับจ้องมองฉัน สุ้มเสียงแฝงกระแสความเยาะหยันดูแคลน "ราคาขนาดนี้ มันคงมากพอที่จะซื้อ ‘บริการ’ จากเธอแล้วใช่ไหม?"ฉันจ้องมองเอกสารสัญญาฉบับนั้น ภายในใจบังเกิดความรู้สึกสับสนปนเปประดังประเดเข้ามาทั้งความโกรธแค้น ความอัปยศอดสู ความไม่ยินยอมพร้อมใจ...รวมไปถึงกระแสความหวั่นไหววูบหนึ่งที่แม้กระทั่งตัวฉันเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากยอมรับออกมาตรง ๆเงินสองล้านห้าต่อเดือน ชั่วชีวิตนี้ของฉันไม่มีทางหาเงินได้มากมายมหาศาลขนาดนี้แน่หากมีเงินก้อนนี้ ฉันก็สามารถซื้อบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้ สามารถส่งเสียเป็นค่าเล่าเรียนให้น้องชายได้ และสามารถ...ชีวิตของฉันจะแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทว่าสิ่งที่ต้องใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนกลับคืนมา คือการขายเรือนร่างและศักดิ์ศรีข

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 12

    "มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ" เขาเปิดปากเอ่ย สุ้มเสียงห่างเหินเย็นชาและเป็นทางการ ราวกับกำลังพูดอยู่กับคนแปลกหน้าไม่มีผิดฉันโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมดฉันก้าวตรงไปจนถึงหน้าโต๊ะทำงานของเขา ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนผืนโต๊ะ โน้มตัวจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง"เสิ่นจือเหยา คุณหมายความว่ายังไง""หมายความว่ายังไงเรื่องอะไรล่ะ" เขาแกล้งทำเป็นไขสือเอ่ยปากถามกลับ"ทำไมถึงไล่ฉันออก" ฉันเค้นถามเสียงหนัก"อ๋อ เรื่องนี้เองหรอกเหรอ" เขาเอ่ยตอบด้วยท่าทีราบเรียบราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ "ผมรู้สึกว่าความสามารถของคุณไม่ตรงตามความต้องการของบริษัทเราน่ะครับ""ความสามารถงั้นเหรอ" ฉันหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชปนโกรธขึง "ความสามารถทางวิชาชีพของฉันดีที่สุดในบรรดาเด็กฝึกงานทั้งหมดแท้ ๆ คุณกลับบอกว่าฉันไม่ตรงตามความต้องการอย่างนั้นเหรอ""ที่ผมพูดถึง คือความสามารถในอีกด้านหนึ่งต่างหากล่ะ" เขาจับจ้องมองฉัน มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันดูแคลน "ในฐานะบุคลากรที่ทำงานในสายงานบริการ แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งจิตสำนึกขั้นพื้นฐานที่สุดในการ ‘เอาอกเอาใจ’ ลูกค้าเลยด้วยซ้ำ คุณลองบอกมาซิ ว่าผมจะเก็บคุณไว้ทำไ

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 11

    จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉันก็กักเก็บความเสียใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นฉันไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้อยู่นานแค่ไหน จนกระทั่งลำคอแหบแห้งไปหมดถึงได้ยอมหยุดลงฉันลากสังขารอันอ่อนแรงจนถึงขีดสุดไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วเปลี่ยนกลับมาสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ยามที่ก้าวออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั่วทั้งชั้นยังคงเงียบสงบไร้เงาผู้คนตามเดิม ทางฝั่งสระว่ายน้ำเองก็เงียบเชียบไม่มีสุ้มเสียงใด ๆเขาคงกลับไปแล้วก็ดีเหมือนกันฉันหลุดยิ้มสมเพชตัวเองคราหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์วันถัดมาฉันไม่ได้ไปทำงาน ฉันส่งข้อความไปลาหยุดกับหัวหน้างานโดยบอกว่าตัวเองรู้สึกไม่สบายและขอลาพักสักสองสามวันหลังจากนั้นก็ขังตัวเองอยู่ภายในห้องเช่าแคบ ๆ นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างไม่รับรู้วันคืนอยู่สองวันเต็มฉันพยายามใช้การนอนหลับคอยลบลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ลบลืมผู้ชายที่ชื่อเสิ่นจือเหยาคนนั้นไปให้พ้นจากสมองทว่าฉันกลับทำไม่ได้เลยสักนิดยามใดที่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ยามที่เขาใช้ฝ่ามืออันร้อนผ่าวคอย "ชี้แนะ" ฉันภายในห้องซ้อมเต้นก็ผุดขึ้นมาทันควันภาพยามที่เขาใช้รอยจูบอันแสนเอาแต่ใจและ

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 10

    พระเจ้า... นี่มันอะไรกัน...ฉันยังไม่ทันจะฟื้นคืนสติจากความตื่นตะลึง เขาก็กุมมือของฉันให้กอบกุมรอบความแข็งขึงใหญ่โตนั้นเอาไว้ แล้วเริ่มขยับรูดรั้งขึ้นลงอย่างเชื่องช้า"ชอบ ‘อุปกรณ์ฝึกซ้อม’ ของผมชิ้นนี้ไหมครับ" เขาเอ่ยถามพลางหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ "มันน่ะ... ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ"ใบหน้าของฉันในตอนนี้ร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิดไม่กล้าจินตนาการเลยจริง ๆ ว่าหากสิ่งนี้บุกทะลวงแทรกซอนเข้ามาในร่างกาย ตัวฉันจะแปรเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพไหนและในขณะที่ฉันกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เขาก็พลันกุมหมับเข้าที่เอวแล้วออกแรงยกกระชากร่างของฉันขึ้นด้านบนอย่างรุนแรง!ฉันอุทานร้องเสียงหลง ร่างกายลอยหวือขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้และตัวตนอันยิ่งใหญ่ของเขาก็อาศัยจังหวะนี้บดเบียดประทับตรึงเข้าตรงปากทางเข้าอันแสนนุ่มนิ่มและฉ่ำปริ่ม ขาดไปอีกเพียงแค่ขยับคืบเดียวเท่านั้น... ขาดไปอีกเพียงนิดเดียวมันก็จะรุกคืบแทรกซอนเข้ามาด้านในแล้ว!"ไม่! ไม่เอาค่ะ!"ในที่สุดฉันก็สามารถกอบกู้สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดกลับคืนมาจากกระแสความเสียวซ่านถึงขีดสุดนั้นได้สำเร็จ ก่อนจะร้องห้ามออกมาด้วยความขวัญผวาเราสองคนยังไม่ได

  • บ่วงรักร้อนสวาท   บทที่ 9

    ฉันทำได้เพียงแหงนเงยใบหน้าขึ้นอย่างจำยอม รับชะตากรรมจากจุมพิตอันจาบจ้วงและหนักหน่วงราวกับพายุฝนฟ้าคะนองของเขาฝ่ามืออีกข้างของเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ว่างงาน ฝ่ามือหนาลากผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปด้านล่าง ดิ่งลึกหายลงไปใต้ผืนน้ำก่อนจะเกาะกุมเข้าที่ขอบชุดว่ายน้ำได้อย่างแม่นยำเรียวนิ้วยาวขยับเกี่ยวรั้งเนื้อผ้าบางเฉียบผืนนั้นออกอย่างง่ายดาย แล้วรุกคืบแทรกซอนเข้าไปด้านใน"!"ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนจุดอ่อนไหวกลางลำตัวสาวที่กำลังร้อนผ่าว ความรู้สึกวาบหวามที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันส่งผลให้ร่างกายของฉันสะดุ้งโหยงสั่นสะท้านไปทั้งร่างฉันพยายามจะหุบเรียวขาทั้งสองข้างเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าขาทั้งสองข้างยังคงถูกจับแยกพาดอยู่บนบ่า จึงไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลยแม้แต่น้อยทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูเขาลงมือทำตามอำเภอใจกับร่างกายของฉันตามแต่ใจชอบทักษะความช่ำชองจากเรียวนิ้วของเขาช่างน่ากลัวและร้ายกาจเหลือเกินเขาไม่ได้รีบร้อนบุกรุกเข้าไปด้านในลึก ทว่ากลับคอยบดคลึงหยอกเย้าอยู่ทางด้านนอกด้วยน้ำหนักมือหนักสลับเบาในทุก ๆ สัมผัสที่ลากผ่านล้วนกดเน้นลงบนจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดได้อย่างเด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status