เข้าสู่ระบบตอนที่ 3
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม ทุกอย่างรอบตัวดูเงียบงัน ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกกดดันที่เธอไม่อาจอธิบายได้ ชมพูนุชยืนนิ่งเงียบอยู่กับที่ไปสักพัก ก่อนเธอจะตัดสินใจเริ่มพูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “คุณเสือคะ เอ่อ…คะ คือ…ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” เธอกล่าวพร้อมกับจับมือเรียวสวยที่ประสานกันไว้แน่น ดวงตากลมโตต่างเต็มไปด้วยความกังวลและลังเล คนตัวสูงค่อยๆ เอี้ยวตัวหันกลับมามองทางเธอด้วยความสงสัย ก่อนเขาจะพยักหน้าให้เธอเป็นคำตอบ “ว่ามาสิ” “ที่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ใช่เพราะว่าฉันอยากจะเอาเปรียบคุณ หรือหวังทรัพย์สมบัติอะไรของคุณเลยนะคะ” ชมพูนุชเปิดประเด็นขึ้นมา “…..” เขาเงียบไม่พูดอะไร รอให้เธอพูดต่ออย่างใจเย็น “คะ คือ…ฉันรู้ค่ะว่าเราสองคนไม่ได้รักหรือชอบพอกันเลย เราสองคนแทบจะไม่รู้จักตัวตนของกันและกันแม้กระทั่งนิสัยใจคอ แต่ฉันแค่อยากให้คุณสบายใจ…ว่าฉันจะไม่สร้างความหนักใจอะไรให้คุณ การแต่งงานของเราสองคนในครั้งนี้มันจะเป็นเพียงการแต่งงานแค่ในนามเท่านั้นค่ะ ฉันจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ เราสองคนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน และต่างฝ่ายต่างมีอิสระต่อกัน หรือหลังจากนั้น...ถ้าคุณต้องการอยากจะหย่า ฉันก็ไม่ขัดข้องอะไรค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม แต่สายตาแฝงไปด้วยความแน่วแน่ราวกับว่าเธอได้ตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว ทัชชกรยกยิ้มมุมปาก แต่ดวงตานั้นต่างเต็มไปด้วยความดื้อรั้น และแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์จนดูน่ากลัว “ทำไมต้องแต่งงานแค่ในนามล่ะ?” เขาถามพร้อมกับจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ก่อนจะเว้นคำพูดไปช่วงหนึ่ง “ถ้าฉันจะแต่งงานกับเธอ…ฉันต้องการแต่งมันจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงละครชั่วคราว หรือผู้หญิงอย่างเธอคิดว่าการแต่งงานมันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ หรือเป็นเรื่องตลกๆ เรื่องหนึ่งแค่นั้น?” เสียงเข้มที่แฝงไปด้วยความดุดันเอ่ยอย่างตำหนิ “ปะ เปล่านะคะ! ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันแค่คิดว่า…ถ้าหากคนเราจะแต่งงานกันอย่างแรกเลยคือต้องรักกัน แต่เราสองคนไม่ได้รักกันเลย ไม่เคยรู้จักพูดคุยกัน และไม่แม้แต่จะรู้เรื่องส่วนตัวว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ตัวตนของกันและกันเป็นแบบไหน ไม่แม้แต่จะมีโมเมนต์จีบกัน แล้วแบบนี้เราสองคนจะรักและอยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งได้ยังไงคะ และที่สำคัญฉันก็ไม่อยากให้คุณต้องมาเสียเวลากับฉันค่ะ เพราะแค่นี้ฉันก็รู้สึกขอบคุณและรู้สึกเกรงใจคุณมากแล้ว ดังนั้นการแต่งงานแค่ในนามคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน ถ้าฉันหาเงินได้มากพอฉันจะคืนคุณทุกบาททุกสตางค์ ฉันไม่เอาเปรียบคุณแน่นอนค่ะ แต่ขอเวลาให้ฉันสักหน่อยนะคะ” เธอพูดอธิบายในสิ่งที่เธอรู้สึกออกไป “ฉันไม่ต้องการแต่งงานแค่ในนามกับเธอหรอกนะ!แต่ฉันต้องการเธอทั้งหมด!! นั่นหมายถึง…ต้องการตัวเธอด้วย!” “นี่คุณ!!” ชมพูนุชเอ่ยเสียงแข็ง จ้องหน้าอีกคนอย่างโมโหที่เขาพูดจาตรงเกินไปอย่างกับคนไม่มีมารยาท “ทำไม? เธอคิดว่าคนอย่างฉันยอมเสียสละแต่งงานกับเธอตามความต้องการของแม่ฉัน เพียงเพื่อจะจบมันแค่การแต่งงานแค่ในนามอย่างงั้นเหรอ!…มันง่ายไปหน่อยไหม…หากว่าฉันไม่ได้อะไรกลับมาเลย ฉันเป็นนักธุรกิจอะไรที่มันทำให้คนอย่างฉันเสียผลประโยชน์ ฉันไม่ทำมันหรอกนะ!” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นมาอย่างเดือดดาล จนเธอเองถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก คงใช่อย่างที่เขาพูด…นักธุรกิจไฟแรงอย่างเขาคงไม่ยอมแต่งงานกับเธอง่ายๆ เพียงเพราะแค่อยากจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเธอหรอก “แต่ฉันมีคนรักอยู่แล้วนะคะ และฉันก็ไม่อยากโกหกคุณ” “ก็แค่คนรัก ไม่ใช่ผัว! ฉันจำเป็นต้องเกรงใจสถานะของพวกเธอด้วยเหรอ?” “แต่เราสองคนไม่ได้รักกันนะคะ คุณคงไม่ลืมข้อนี้หรอก” “แต่ฉันดันชอบคนมีเจ้าของซะด้วยสิ แปลกไหมล่ะ…และครั้งนี้ฉันจะต้องเป็นฝ่ายชนะเท่านั้น คนอย่างฉันจะไม่มีวันแพ้ให้กับไอ้พีระวิทย์เหมือนเมื่อก่อนแน่ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร!” เสียงเข้มดุดันที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้นราวกับเคียดแค้นชิงชังกันมานาน และเธอก็ต้องดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเขาเอ่ยถึงพีระวิทย์คนรักของเธอ “นี่คุณ!…คุณรู้จักพี่พีได้ยังไงคะ” “หึ ฉันรู้จักมันดีเลยล่ะ!” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เมื่อนึกถึงพีระวิทย์ทัชชกรก็รู้สึกปวดหนึบในใจอย่างประหลาด พลันคิดว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นของเขาเท่านั้น เพราะแม่ของเขารักและเอ็นดูเธอมาก จนถึงขนาดยื่นคำขาดว่าหากไม่ได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้ เธอก็จะไม่ยอมรับผู้หญิงหน้าไหนมาเป็นลูกสะใภ้เช่นกัน ครอบครัวเขาและเธอไปมาหาสู่กันตลอด ตอนนี้ที่บ้านของเธอกำลังลำบากมาก ตั้งแต่พ่อของเธอด่วนจากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ธุรกิจของครอบครัวเธอที่ชนกันต์ลูกชายคนโตเป็นคนบริหารก็แย่ลงเรื่อยๆ เพราะขาดสภาพคล่อง และเธอก็เพิ่งเรียนจบไปหมาดๆ แม่ของเขาจึงยื่นมือเข้าไปช่วยโดยการยื่นข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขา ในคราแรกทัชชกรก็ไม่เห็นด้วยที่จะต้องถึงขั้นแต่งงานเอาลูกสาวของคนอื่นมาดูแลไปตลอดทั้งชีวิต เพราะในชีวิตของผู้ชายที่หวงความโสดอย่างเขา ถ้าหากจะแต่งงานก็คิดจะแต่งแค่ครั้งเดียว เพราะถ้าหากถูกบังคับให้แต่งงานกันไปโดยปราศจากความรัก ยังไงซะสุดท้ายแล้วก็คงจะจบไม่สวยแน่ แต่พอมาวันนี้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงที่พ่อแม่ต้องการให้เขาแต่งงานด้วยนั้น เป็นผู้หญิงคนเดียวกันที่ทำให้เขานั้นตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น อีกทั้งยังเป็นคนรักของพีระวิทย์ผู้ชายที่เขาเกลียดแสนเกลียด…เขาก็อยากจะเอาชนะขึ้นมาซะแล้วสิ หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก… ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ร่างบางเพรียวระหงของผู้หญิงที่เมื่อครั้งในอดีตนั้นเคยเป็นแฟนกับเขามาก่อนซึ่งปรากฏแก่สายตาอยู่ตอนนี้ ทำให้พีระวิทย์มีอาการชะงักนิ่งแทบจะทันทีเหมือนกัน เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่ชมพูนุชแต่งงานไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้เจอเธอเลยเป็นเวลากว่าหนึ่งปี แต่เขาก็ยังคอยถามข่าวคราวเธอเสมอจากชนกันต์พี่ชายของเธอซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตน เขากับเธอรู้จักกันเพราะเขานั้นเป็นเพื่อนของพี่ชายเธอนั่นเอง ทว่าด้วยฐานะที่ด้อยกว่าประกอบกับแม่ฝ่ายหญิงไม่ค่อยชอบคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเขาเท่าไหร่นัก พีระวิทย์จึงกระเด็นออกไปจากชีวิตของเธออย่างรวดเร็ว และเจ็บปวดรวดร้าวเป็นที่สุด เมื่อคนที่ตนเองรักนั้นต้องตกไปเป็นของผู้ชายคนอื่น และคนคนนั้นก็เคยเป็นคู่แข่งเมื่อสมัยครั้งยังเรียนหนังสืออยู่มหาลัย ผู้ชายคนนั้นชื่อทัชชกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องกีฬาไม่มีอะไรสู้เขาได้และเป็นรองตลอด วันๆ เอาแต่เกเรควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่พอเขาโดดเด่นกว่าก็หาทางกลั่นแกล้งต่างๆ นานาตามประสาคนเอาแต่ใจ ซึ่งทัชชกรเองมีนิสัยที่ไม่ยอมใครและชอบใช้แต่กำลัง สุดท้ายพอรู้ว่าตนชอบอยู่กับชมพูนุช จึงคิดหาวิธีเอาคืนเขาโดยการดึงเอาผู้หญิงที่เขารักมาเป็นของตนให้ได้ และสุดท้าย…ผู้ชายอย่างทัชชกรก็ทำสำเร็จ เมื่อครอบครัวของเธอกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตด้านการเงิน แม่ของเธอและครอบครัวของทัชชกรจึงยินยอมพร้อมใจให้ทั้งสองคนนั้นร่วมหอลงโรงกัน แม้ชนกันต์พี่ชายของเธอเองจะไม่เห็นด้วยก็เถอะ เพราะพอจะรู้กิตติศัพท์ของผู้ชายเจ้าชู้อย่างทัชชกรอยู่บ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อทัชชกรเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถช่วยครอบครัวของเขาตอนนี้ได้ ชนกันต์จึงต้องยอมให้น้องสาวแต่งงานกับทัชชกรอย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการ และครั้งนี้…ผู้ชายอย่างทัชชกรก็ได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรก ส่วนคนที่บอบช้ำไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้มีเพียงสองคนคือชมพูนุชและพีระวิทย์ แม้ในคราแรกชนกันต์พี่ชายของเธอจะพยายามช่วยพูด แต่มารดากลับไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะพีระวิทย์เองก็ไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือครอบครัวเธอในช่วงเวลาที่กำลังย่ำแย่ได้ จนในที่สุดทัชชกรและชมพูนุชก็ได้แต่งงานกัน วันแต่งงานพีระวิทย์มาร่วมงานด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ชนกันต์เองไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกันที่เห็นเพื่อนรักแอบมาร้องไห้ที่มุมหนึ่งของโรงแรม จึงได้แต่ปลอบใจไปต่างๆ นานา เพื่อให้เพื่อนสบายใจ เขาเองก็ไม่ชอบผู้ชายอย่างทัชชกรซึ่งเป็นน้องเขยเหมือนกัน เพราะเขาพอจะรู้มาบ้างว่าผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ค่อยดี เจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง อีกทั้งนอกจากธุรกิจสีขาวแล้วเขายังแอบทำธุรกิจสีเทากับกลุ่มเพื่อนสนิทอีกด้วย มีนิสัยชอบกร่างว่าตัวเองรวย ดูถูกคนจนและกดหัวคนที่ไม่มีทางสู้ เจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นที่หนึ่ง เป็นไปได้วันแต่งงานที่พิธีกรสัมภาษณ์เขาก็แทบอยากจะไปเตะมันลงจากเวที พูดออกมาได้ว่ารักน้องสาวตนสุดหัวใจ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมันไม่ได้รักน้องสาวของตนเลย มันแค่ต้องการที่จะเอาชนะพีระวิทย์มากกว่า “สวัสดีครับน้องชมพู” พีระวิทย์เป็นคนเอ่ยทักทายออกมาก่อน ส่วนคนถูกทักก็มีอาการตื่นเต้นและตกใจไม่ต่างกับคนตรงหน้านี้เช่นกัน ดวงตาคู่สวยค่อยๆ หันไปมองทางด้านหลังแวบหนึ่งอย่างคนที่กำลังรู้สึกระแวง ก่อนจะหันกลับมาที่ชายหนุ่มตรงหน้านี้อีกครั้ง “สวัสดีค่ะพี่พี” “ชมพูมาซื้อของเหรอครับ” เขาถามอีก ความรู้สึกนั้นยังคงเหมือนเมื่อครั้งที่เจอหญิงสาวตอนแรก ส่วนชมพูนุชเองนั้นแม้ว่าในใจลึกๆ เธอจะดีใจมากแค่ไหนก็ตามที่ได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ด้วยสถานะที่เป็นอยู่…คือเธอนั้นมีสามีแล้วจึงแสดงท่าทีดีอกดีใจอะไรแบบนั้นออกมาไม่ได้ วันนี้บังเอิญเหลือเกินที่พบกับอดีตคนรักที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ทุกครั้งหากเธอจะรู้ข่าวคราวของเขาก็รู้ได้จากปากพี่ชายของเธอเท่านั้น เพราะชนกันต์กับพีระวิทย์ทั้งคู่ติดต่อกันอยู่ตลอด “ค่ะ…พี่พีก็มาซื้อของใช้เหมือนกันเหรอคะ” ชมพูนุชตอบและถามกลับ พร้อมทั้งยิ้มให้บางๆ ตามมารยาท แต่ทว่ารอยยิ้มที่ออกจะเศร้าๆ ไม่สดใสเหมือนเคยนั้น ทำให้พีระวิทย์รู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา…เธอไม่เคยมีความสุขเลย “ครับ…จะให้ทำยังไงได้ล่ะครับ คนโสดก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองไปก่อน” ถ้อยวลีของคนตรงหน้าทำให้ชมพูนุชเงียบอีกรอบพร้อมกับสีหน้าแววตาที่เจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เวลาผ่านมาตั้งปีกว่าแล้วเขายังไม่คิดจะมีแฟนใหม่บ้างเลยหรือไงนะ ชมพูนุชได้แต่คิดในใจตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ







