เข้าสู่ระบบตอนที่ 2
รถยนต์คันหรูวิ่งฉิวไปตามท้องถนนในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายฝ่าจราจรอันหนาแน่นเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง เจ้าของใบหน้าคมสันยังคงนั่งนิ่งตีสีหน้าเรียบเฉยเอนกายพิงเบาะหนังสีครีมราวกับคนที่ดูเหนื่อยล้า สายตาคมกริบฉายแววเย็นชาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ จ้องมองตึกสูงใหญ่ของเมืองหลวงที่รถกำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างคนใจลอย เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่เขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยที่แทบจะไม่มีเวลาได้กลับบ้านช่อง เพราะตั้งแต่รับช่วงต่อจากสุชาติผู้เป็นพ่อขึ้นมานั่งแท่นผู้บริหารอย่างเต็มตัว ส่วนใหญ่เขาจะพักอยู่ที่เพ้นท์เฮ้าส์ส่วนตัวมากกว่าที่จะอยู่บ้าน เพราะใกล้สถานที่ทำงานจะได้ไม่เสียเวลาวนรถกลับไปมาให้วุ่นวาย ครืด ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังขึ้นมา ทำให้เจ้าของใบหน้าคมสันหลุดออกจากภวังค์ความคิด มือหนาหยิบยกโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาดูก่อนเขาจะกดรับสาย และยกขึ้นมาแนบหูทันทีที่หน้าจอปรากฏชื่อของผู้เป็นแม่ “ครับคุณแม่” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยความเย็นชาเอ่ยขึ้น “ถึงไหนแล้วลูก ทำไมช้าจัง รถติดหรือเปล่า?” “ครับคุณแม่ อีกไม่เกินสิบนาทีก็จะถึงบ้านแล้วครับ” “จ้ะลูก รีบมานะจ้ะตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันหมดแล้ว รอก็แค่เสือคนเดียว” “ครับคุณแม่” ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด …. เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากวางสาย เพียงไม่นานรถยนต์คันหรูก็ขับเลี้ยวเข้ามาในรั้วของคฤหาสน์ปรีดาศิริกุล ไทสันลูกน้องคนสนิทรีบลงจากรถคันหรู และอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูรถให้กับผู้เป็นเจ้านาย เจ้าของร่างสูงโปร่งก้าวขายาวๆ ลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ดูมาดมั่นแต่แฝงไปด้วยความสุขุม ก่อนดวงตาคมจะเหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่ไม่ใช่รถของบ้านตัวเองจอดอยู่ ก่อนเขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อีกครั้ง เพราะเขาเองย่อมรู้ดีว่าเป็นรถของใคร และครั้งนี้ก็คงเป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวของว่าที่คู่หมั้น ซึ่งเป็นผู้หญิงที่คุณหญิงยุวดีแม่ของเขาตั้งใจไว้ว่าจะให้เขาได้ลงเอยกับคนที่ตนเองนั้นหมายตาเอาไว้ “อ้าวเสือ มาถึงแล้วเหรอ” แคทเอ่ยขึ้นทักทายน้องชายเพียงคนเดียวของเธอเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาภายในบ้าน “อืม แล้วนี่พี่จะไปไหน” “พี่กำลังจะไปดูแม่ครัวหน่อยน่ะว่าเตรียมอาหารคาวหวานใกล้เสร็จหรือยัง แกรีบเข้าไปข้างในเถอะผู้ใหญ่รออยู่นานแล้ว” เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินแยกตัวเข้าไปภายในห้องรับแขก วันนี้ไม่ใช่วันที่ผู้ชายอย่างเขาคาดหวังมากนัก แต่กลับทำให้หัวใจแกร่งเต้นแรงและรู้สึกตื่นเต้นผิดปกติ ใบหน้าที่หล่อเหลาเต็มไปด้วยความสุขุม ทว่าความรู้สึกข้างในกลับไม่สงบ เขากำลังจะได้พบกับผู้หญิงที่แม่ของเขาอยากให้เขาแต่งงานด้วย ซึ่งเขาไม่รู้จักมาก่อนแต่จำต้องทำตามความต้องการของครอบครัวโดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ภายในห้องรับแขกทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส แต่ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็สะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ เธอสวมชุดเดรสสีครีมเรียบหรูพอดีตัวที่ทำให้เธอดูสวยสง่า ผมยาวสลวยของเธอปล่อยคลุมหลังลงมาอย่างนุ่มนวล ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเมคอัพบางเบาที่ช่วยเน้นความงามที่เป็นธรรมชาติ ทัชชกรหยุดนิ่งไปชั่วครู่ เขาจำได้แม่นว่าหญิงสาวตรงหน้านั้น เธอเป็นคนเดียวกันกับหญิงสาวที่เขาเห็นในผับ เธอเป็นผู้หญิงที่เขามองแล้วรู้สึกตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ตอนนั้นเขารู้สึกว่ามันเป็นเพียงความประทับใจชั่วครั้งชั่วคราว เพราะเธอน่าจะเป็นแฟนสาวของพีระวิทย์เพื่อนเก่าที่เป็นคู่แข่งของเขาในครั้งสมัยเรียนปีหนึ่ง เพราะความสนิทสนมกลมเกลียวที่เขาเห็นในวันนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาเป็นคนรักกัน แต่ในวันนี้….เขากลับได้พบเธออีกครั้งในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ทุกคนกำลังพูดคุยสนทนาอย่างเป็นกันเอง ถ้าจะให้เดาก็คงจะพูดคุยกันเรื่องงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น แขกผู้ชายที่กำลังจดจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ดูแล้วน่าจะอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ส่วนผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งตรงกลางโดยมีผู้ชายกับผู้หญิงคนนั้นนั่งขนาบข้าง คือคุณอาพรพรรณเพื่อนเก่าของยุวดีแม่ของเขาที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ ส่วนผู้หญิงสาวสวยซึ่งนั่งข้างคุณอาพรพรรณที่เขาเองตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นในผับครานั้นก็คงจะไม่ใช่ใครที่ไหน ถ้าเดาไม่ผิดเธอก็น่าจะเป็นว่าที่คู่หมั้นที่แม่ของเขาหมายตาเอาไว้ว่าจะให้แต่งงานกับเขานั่นเอง ชมพูนุช ปิยะโชติ หรือ ชมพู อายุ 21 ย่าง 22 ปี เธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริง พูดน้อยแต่ต่อยหนัก ภายนอกอาจจะดูเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวานไม่สู้คน แต่ลึกๆ แล้วหัวดื้อ ไม่ยอมใครง่ายๆ ชมพูนุชเพิ่งจะเรียนจบ และยังไม่ได้ทำงานที่ตัวเองนั้นใฝ่ฝัน แต่ก็ต้องมาเตรียมตัวเพื่อสละโสด เมื่อครอบครัวของเธอกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน และสิ่งเดียวที่จะช่วยครอบครัวของเธอได้ คือเธอต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เธอนั้นไม่เคยรู้จัก ชมพูนุชมองสบตาผู้ชายตรงหน้าเต็มไปด้วยความตะลึงงัน เธอเองก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน ความรู้สึกนี้ทำให้เธอเขินอายเล็กน้อย และส่งยิ้มให้เขาบางๆ อย่างเป็นมิตรโดยที่เขายังคงไม่ละสายตาไปจากเธอเลยสักนิด ดวงตาอันแสนมีเสน่ห์ของชายคนนั้นจ้องหน้าเธอนิ่ง หากใครได้มองก็คงจะต้องหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่ๆ ก่อนเธอจะรีบก้มหน้าลงมองมือที่ประสานกันบนตักทันที เมื่อผู้ชายคนนั้นแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะเธอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่า…ผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้!! “อ้าวเสือมาแล้วเหรอลูก มาๆ มานั่งข้างๆ แม่นี่มา” คุณหญิงยุวดีกวักมือเรียกลูกชายเพียงคนเดียวให้มานั่งลงข้างๆ “ครับคุณแม่” เขาตอบอย่างสุภาพก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ ผู้เป็นแม่ ตรงข้ามกับหญิงสาวว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ “เอ่อ…นี่ทัชชกรหรือเสือ ลูกชายของผมเองครับคุณพรพรรณ” สุชาติพ่อของทัชชกรเอ่ยขึ้นแนะนำลูกชายเพียงคนเดียวของตน “สวัสดีครับคุณอา” ทัชชกรยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพแขกผู้หลักผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ก่อนคุณพรพรรณจะยกมือรับไหว้มองลูกชายเพื่อนด้วยความชอบใจ ไหนจะร่างสูงสง่าออร่าจับ ท่วงท่าที่ดูสุขุมใบหน้าหล่อเหลาและแววตาที่เฉียบคม ทำให้เขาดูเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ และคงจะเป็นที่ต้องการของสาวๆ หลายคนอยู่ไม่น้อยแน่ๆ “เอ่อ…นั่นคือชนกัตน์ลูกชายคนโตของคุณอาพรพรรณเขา ส่วนนั่น…น้องชมพูลูกสาวคนเล็กของคุณอาพรพรรณเขาน่ะลูก” ยุวดีเอ่ยขึ้นแนะนำว่าที่ลูกสะใภ้ให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่ชนกันต์เองกลับชักสีหน้าที่บ่งบอกได้ดีทีเดียวว่าไม่เป็นมิตร เขามองอีกคนที่กำลังจะเป็นว่าที่น้องเขยในอนาคตอันใกล้นี้อย่างไม่พอใจ ราวกับว่าไม่ชอบขี้หน้าอีกคนอย่างไรอย่างนั้น “สวัสดีค่ะคุณเสือ” มือเรียวสวยยกขึ้นมาไหว้คนที่อายุเยอะกว่าอย่างนอบน้อม ก่อนเขาจะยกมือรับไหว้ภายใต้ใบหน้าคมสันที่ดูเรียบนิ่ง ดวงตาเยือกเย็น ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นใจแปลกๆ “ที่แม่เรียกลูกมาวันนี้ก็อย่างที่รู้ๆ นั่นแหละ เราสองคนน่ะคลาดกันทุกที หนูชมพูมาทีไรก็ไม่เจอแกเลยนะเสือ เพราะลูกน่ะวันๆ ก็เอาแต่ทำงานและบอกแต่ไม่ว่างๆ วันนี้แม่ก็เลยถือโอกาสนัดหมายให้ลูกสองคนได้มาเจอกันสักที เพราะเดี๋ยวอีกหน่อยก็จะได้หมั้นหมายกันแล้ว ต้องทำความคุ้นเคยกันเอาไว้นะลูกจะได้สนิทสนมกัน” ยุวดีเอ่ยขึ้นมาอย่างยาวเหยียด “ครับ” เขาเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “อาฝากน้องด้วยนะคะคุณเสือ ชมพูยังเด็กถ้าหากน้องทำอะไรให้คุณเสือไม่พอใจก็อย่าถือสาน้องเลยนะคะ” คุณพรพรรณเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ “ครับคุณอา” “เอาล่ะ…ดิฉันว่าเราไปรับประทานอาหารกันดีกว่านะคะ ป่านนี้ยัยแคทคงจะให้เด็กๆ จัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวอาหารจะเย็นเอาซะก่อนค่ะ” ยุวดีเอ่ยแทรกขึ้น “นั่นสิครับ ตอนนี้เราไปรับประทานอาหารเย็นกันก่อนดีกว่า ไว้ค่อยคุยปรึกษาหารือเรื่องงานแต่งกันต่อ” สุชาติพ่อของทัชชกรเอ่ยขึ้นเห็นด้วยกับผู้เป็นภรรยา ก่อนทุกคนทั้งหมดจะเข้าไปรับประทานอาหารเย็น และพูดคุยสนทนากันต่อในห้องอาหาร โดยเรื่องที่สนทนากันนั้นส่วนมากจะเป็นเรื่องงานแต่งงานของทัชชกรและชมพูนุชที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ ณ สวนหลังบ้าน… ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ชมพูนุชตัดสินใจเดินเข้ามาหาเจ้าของร่างสูงใหญ่ ที่กำลังยืนช้อนสายตาขึ้นมองดวงจันทร์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางท้องนภาในยามราตรี หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเขาก็ขอตัวออกมารับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามา และเธอสังเกตเห็นว่าเขาเดินมาทางหลังบ้าน จึงขออนุญาตผู้ใหญ่ออกมาเดินเล่นแล้วจึงตามเขามาที่นี่ แต่พอเดินมาถึงเธอกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดคุยกับเขาอย่างไรดี เพราะเธอและเขาแทบจะไม่รู้จักตัวตนของกันและกันเลย เธอพึ่งจะรู้จักเขาก็ตอนเมื่อธุรกิจของครอบครัวที่พี่ชายเธอดูแลอยู่มีปัญหาด้านการเงิน แม่ของเธอจึงต้องเอาที่ดินกว่าร้อยไร่ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากคุณตาไปจำนองเพื่อเอาเงินนี้ไปต่อยอด และประคับประคองธุรกิจที่กำลังจะพังลง แต่แล้วสถานะการณ์ทางเงินกลับย่ำแย่ลงเรื่อยๆ มิหนำซ้ำที่ดินที่เอาไปจำนองก็จะถูกยึด เธอจึงต้องแต่งงานกับเขาเพื่อให้ที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดนั้นไม่ตกไปเป็นของคนอื่น ด้วยน้ำใจของคุณป้ายุวดีเพื่อนสนิทของแม่เธอที่มีให้กับครอบครัวเธอมาตลอดได้ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยต้องการให้เธอนั้นร่วมหอลงโรงกับลูกชายเพียงคนเดียวของเธอที่เอาแต่เที่ยวควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไปวันๆตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ







