LOGINราฟาเอลหัวเราะในลำคอ แต่มือใหญ่ก็ไวพอจะคว้าเอวบางมาปะทะแผงอกอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะวิ่งหนี ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้แต่กีณรินเบือนหน้าหลบและดิ้นรนสุดชีวิต ทั้งมือทั้งเท้าเตะไปมาแต่ชายหนุ่มก็กระชับร่างเล็กเข้ากอดแน่นขึ้นจนเธอแทบขยับตัวไม่ได้ ทุกครั้งที่หายใจหน้าอกของเธอก็เบียดชิดแผงอกกำยำของเขาแนบแน่นขึ้นไปอีก“ปล่อยฉันนะ คนบ้า ปล่อย”“ปล่อยเธอไปซบอกเสี่ยสมเกียรตินั่นเหรอ” ราฟาเอลหัวเราะในลำคอแต่ทำให้กีณรินหยุดดิ้น“ในสมองคุณมันมีแต่ความคิดทุเรศๆ จริงๆ” กีณรินโกรธจนรู้สึกเหมือนเลือดในกายเดือดพล่าน “ฉันจะไม่พึ่งพาใครทั้งนั้น ฉันจะ อุ๊บ…”ทุกคำพูดของกีณรินถูกดูดกลืนไปหมดเพราะริมฝีปากที่ถูกทาบทับลงอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ กว่าจะตั้งสติได้ก็รู้สึกเหมือนเข่าอ่อนหมดแรงทรงตัวจนต้องขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อประคองตัวเอง“แต่ถ้าคิดว่าเสี่ยสมเกียรติจะช่วยอะไรเธอได้ก็ตามใจนะ” เขายิ้มอย่างคนที่เหนือกว่า “แต่ถ้าอยากได้ที่ดินคืน ก็ไปกรุงเทพกับฉัน”กีณรินจ้องมองดวงตาสีฟ้าเข้ม เธอเพิ่งรู้จักเขาแค่ไม่เท่าไหร่แถมเป็นการรู้จักที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียด้วย แต่มีอะไรบางอย่างในดวงตาของ
‘ถ้าแค่ปกป้องตัวเองยังทำไม่ได้แล้วจะปกป้องคนที่เรารักได้ยังไง’นับตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ยอมให้ใครมาแกล้งเขาได้ง่ายๆ อีกใครแกล้งขัดขาเขา เขาก็จะขัดขากลับ ใครแกล้งผลัก เขาก็ผลักตอบ เขาเรียกรู้ที่จะรักษาบาดแผลความเจ็บปวดนั้นๆ ด้วยการทำให้อีกฝ่ายเจ็บเท่ากับที่เขาได้รับ และคงเป็นเรื่องเดียวที่แม่รับไม่ได้แต่ก็ห้ามเขาไม่ได้เช่นกันสุรัตเคาะประตูห้องอย่างเกรงใจและเมื่อได้รับอนุญาตก็ผลักบานประตูเข้ามาพร้อมกับบริกรที่เข็นรถเข็นอาหารเข้ามา ราฟาเอลมองดูอาหารชุดใหญ่ถูกลำเลียงขึ้นวางบนโต๊ะแล้วพยักหน้าให้บริกรออกไป สุรัตเดินไปหยิบเอกสารที่จัดเตรียมไว้แล้วยื่นให้เจ้านายที่เหมือนจะรอสิ่งนี้นานแล้ว“ท่านริคาโด้ให้ผมแจ้งให้บอสทราบว่า ท่านต้องการคุยกับคุณด่วนครับ”“ด่วน” ราฟาเอลเลิกคิ้วแล้วมองไปทางนาฬิกาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก“ครับ” สุรัตยืนยัน “ไม่ว่าบอสจะกลับมากี่โมงกี่ยามก็ให้รีบโทรกลับทันที”ราฟาเอลพยักหน้ารับอย่างเข้าใจทำให้สุรัตรีบต่อโทรศัพท์ส่งให้เจ้านายทันที ราฟาเอลรับโทรศัพท์มือถืออย่างช่วยไม่ได้ เขาเดินออกไปที่ระเบียงห้องซึ่งมองเห็นทิวทัศน์บริเวณหาดที่สวยงามและสูดลมหายใจลึกๆ อย่างข่มอาร
ราฟาเอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วมองเลยไปยังกีณรินที่ก้มหน้าหลบสายตาเขา แต่บางสิ่งทีดึงดูดใจเขามากกว่าอยู่ด้านหลังกำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เป็นมิตร“รู้สึกเมื่อกี้ผมจะได้ยินว่าใครจะทำโฮมสเตย์หรือครับ” เสี่ยสมเกียรติเดินเข้ามาแล้วยิ้มทักทายชายหนุ่มแปลกหน้า เขาสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแม้ว่าเสื้อผ้าการแต่งกายจะเป็นแบบเรียบๆ แต่ดูแล้วว่ามียี่ห้อทั้งนั้น“ก็คนที่นี่แหละครับเสี่ยสมเกียรติ” ลุงพงษ์รีบพูดขึ้น “แต่ผมถูกโกงที่ดินไป คุณคนนี้ว่าจะช่วยผมครับ”“ลุงพงษ์แน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะหวังดีกับเกาะของเราจริงๆ” เสี่ยสมเกียรติกระตุกยิ้มที่มุมปาก“ก็คุณคนนี้เป็นแฟนกับหนูริน เขาก็ต้องช่วยพวกเราซิครับ”“หา” กีณรินทำหน้าเหรอหรา ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว “ลุงพงษ์”“อ้าว…ยัยอรบอกว่าหนูรินไม่กลับบ้านไปนอนบ้านแฟนตอนเช้ากลับมากับคุณคนนี้ก็แสดงว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันซิ”อรพิมแทบจะร้องกรี๊ดๆ ออกมาให้บ้านแตก จะเป็นไปได้ยังไงกัน ผู้หญิงเชยๆ อย่างกีณรินจะมาหยิบชิ้นปลามันแบบนี้ได้ไง ก็เธอออกจะสวยกว่ามีเสน่ห์เอาใจผู้ชายเก่งกว่าเป็นร้อยๆ เท่ายังหาผู้ชายหล่อๆ รวยๆ แบบนี้ไม่ได้เลย“จะเรียกแบบนั้น
เรือเฟอรี่แล่นไม่นานนักก็มาถึงฝั่ง ขณะที่รถทยอยขึ้นฝั่งสายตาของอรพิมก็มองเห็นพ่อของตัวเองยืนชะเง้อคอยาวอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อรถที่เธอนั่งผ่านจุดที่พ่อยืนอยู่เธอก็ขอให้รถจอดและเปิดกระจกรถให้เลื่อนลงทันที“พ่อ”“ลูกอร...อ้าว ทำไมมากับเสี่ยสมเกียรติได้ละ”“บังเอิญเจอกันบนเรือครับ” เสี่ยสมเกียรติวางมือบนตักตัวเองอย่างเรียบร้อยราวกับไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เลยสักนิด “พอดีเลย มีเรื่องอยากคุยกับลุงพงษ์เหมือนกัน”“ถ้าเป็นเรื่องที่ดินละก็ผมไม่ขายนะครับ” ลุงพงษ์รีบออกตัว“พ่อ” อรพิมรู้สึกเสียหน้าจนอดดุพ่อไม่ได้ “ฟังเสี่ยเค้าพูดก่อนซิแล้วค่อยปฏิเสธ”“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” เสี่ยสมเกียรติโบกไม้โบกมือห้ามปราบเกรงว่าพ่อลูกจะทะเลาะกันเสียเปล่า“งั้นเราไปคุยกันที่บ้านดีกว่าคะ” อรพิมรีบเสนอ “เสี่ยสมเกียรติไปบ้านอรนะคะ”“ดีครับดีเดี๋ยวผมไปส่งหนูอรถึงเตียง เอ๊ย...บ้านเลยครับ”ลุงพงษ์ได้แต่มองดูลูกสาวนั่งอยู่ข้างเสี่ยสมเกียรติในรถเก๋งคันหรูเคลื่อนผ่านสายตาไป เขาถอนหายใจหนักๆ เสี่ยสมเกียรติขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ทั้งที่มีเมียอยู่แล้ว เขาเป็นห่วงลูกสาวจับใจทำไมลูกสาวเขาไม่มีแฟนดีๆ เหมือ
‘หรือไม่ก็ไม่มีเงินใช้แล้ว’ กีณรินไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ท่าทางดีใจของลุงพงษ์ทำให้กีณรินไม่กล้าพูดอะไรออกไป ลุงพงษ์ขอตัวออกไปรับลูกสาวปล่อยให้ราฟาเอลกับกีณรินอยู่กับตามลำพัง“ผมขอกระดาษเอสี่เปล่าๆ สักห้าหกแผ่นได้ไหม และขอ ดินสอด้วยนะ” “ได้เจ้าคะ” เธอเอ่ยตอบแล้วเดินไปหยิบสิ่งที่เขาร้องขอมาให้ “ขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวหนึ่งนะคะ”“เปลี่ยนทำไม ชุดนี้ก็ดีแล้ว” ราฟาเอลมองดูหญิงสาวที่สวมชุดเดรสพื้นสีขาวและมีลายเป็นดอกไม้เล็กๆ สีแดงที่เธอสวมซึ่งก็เป็นชุดที่สุรัตซื้อมาให้เมื่อวานนี้“ฉันคงทำงานไม่สะดวกแน่ถ้าใส่ชุดแบบนี้”ราฟาเอลยิ้มกริ่มแล้วก้าวเข้ามาใกล้ๆ กีณรินรู้สึกถึงบางสิ่งในตัวเขาจนถอยหลังหนีอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ช้าเกินไปเพราะเขารั้งเอวบางมาแนบชิดและโน้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว “ชุดแบบนี้มันเหมาะกับการทำงานมากที่สุดนะ” เขาพึมพำอยู่ริมหูในขณะที่มืออีกข้างลูบไล้สะโพกกลมกลึงก่อนค่อยๆ เลื่อนไปที่ต้นขาเรียวใต้กระโปรงของหญิงสาว“คนบ้า ปล่อยนะ!” กีณรินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างพยายามผลักมือของเขาออก แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ไหวจึงหันไปกัดแขนราฟาเอลเข้าเต็มแรงจนชายหนุ่มต้องผละจากเรื
กีณรินถอนหายใจเบาๆ ถ้าเขาได้อ่านเอกสารที่เธอต้องการนำมาให้อ่านตั้งแต่แรกเรื่องราวบ้าๆ แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเธอจะมานั่งคร่ำครวญก็ไม่ได้ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป แล้วตอนนี้เธอควรจะทำอะไรดีละ เปิดโทรทัศน์ ฟังเพลง หรือเข้าไปนอน นอน...โอ๊ย! คิดอะไรที่มันไกลเตียงนอนหน่อยได้ไหม!‘ทำไมคุณไม่ไปนอนพักละ’ เสียงเขาเอ่ยถามทำให้เธอสะดุ้งแล้วหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่เดินมาใกล้พร้อมกับน้ำดื่มในมือ ‘ฉัน ฉัน...’ เธออึกอักเหมือนตัวเองเป็นใบ้และหายใจลำบากเมื่อเขาอยู่ใกล้‘ถ้ายังไม่ง่วงก็มาคุยกันหน่อย’ เขาพยักหน้าเรียกเหมือนเธอเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ แล้วเธอก็เดินตามไปที่โต๊ะทำงานของเขาอย่างขัดไม่ได้‘มีอะไรคะ’เขาหยิบเอกสารขึ้นชูในอากาศแล้วโบกไปมาต่อหน้าเธอ ‘คุณแน่ใจว่าแผนงานที่คุณเสนอมาจะสามารถทำให้เป็นจริงได้’หญิงสาวรู้สึกแปลกใจปนตื่นเต้นเพราะเขาอ่านเอกสารที่เธอเตรียมมา ‘ใช่ค่ะ ฉันมั่นใจอย่างนั้น เราต่อต้านการพัฒนาแต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยวิถีการดำเนินชีวิตแบบชาวบ้านก็ยังดำเนินต่อไป’‘รู้สึกเหมือนงานนี้คุณจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ’‘ฉันพยายามเสนอผลประโยชน์ร่วมกันต่างหากล่ะค่ะ’‘ง







