LOGIN"ฉันมันเป็นคนที่ไม่ชอบกินไก่ซะด้วยสิ โดยเฉพาะอย่างเธอ ยัยเด็กไก่อ่อน" คำพูดที่ออกมาจากปากคนร้ายกาจแถมยังเจ้าล่ห์แสนแพรวพราวอย่างเขา จะเชื่อใจหรือไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหนกัน เฮียเหมือง × น้องไก่ฟ้า แนะนำตัวละคร เฮียเหมือง มันตรา วิศวะปี 3 (ลุงรหัส สายรหัสเฮีย) รุ่นพี่วิศวะยานยนต์ปี 3 ตัวท็อปของคณะ หล่อ รวย เฮงซวย ที่ดีมีกรีเพียงแค่หน้าตาแถมยังปากสุนัขสุดๆ ...................................................... ไก่ฟ้า ยอดมณี รุ่นน้องบริหารปี 2 ที่ดันจับพัดจับผลู มีเรื่องที่ทำให้เธอ ต้องเจอกับคนที่ไม่ควรเจอ ตั้งแต่แรกพบ 'ในสายตาของเธอ เขาคงเป็นได้แค่คนลามก ที่เอาแต่เมียงมองทรวงอกของผู้หญิงเท่านั้น'
View Moreจากท้องฟ้าที่เคยสดใสในช่วงบ่ายคล้อย ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นกลุ่มก้อนเมฆขนาดใหญ่ก้อนสีดำทึบ กำลังตั้งเค้าปกคลุมท้องฟ้าเกือบทั่วทั้งหมด จนแทบไม่หลงเหลือแม้แสงตะวันให้เห็น
ทั้งกลิ่นของไอดินที่ลอยโชยขึ้นมาแตะจมูก ของคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน ติดกับตรงบานหน้าต่างที่เปิดอ้ารับลม และนี่คงจะเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ว่าในอีกไม่ช้า ฝนคงจะตกลงมาอย่างหนักเหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่เคยผ่านมา
สายลมเย็น ๆ ล่องลอยปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ทำให้จิตใจของไก่ฟ้าล่องลอย พลางนึกถึงเรื่องราวรบกวนจิตใจต่าง ๆ นานา ไปเรื่อยเปื่อย
และเรื่องที่ทำให้เธอนึกถึงเป็นอันดับแรกคือตั้งแต่วันที่แม่จากไป พ่อแท้ ๆ ของเธอ เสียใจจนผิดผู้ผิดคน ไม่ได้ไปทำการทำงาน เพราะเอาแต่ตามเพื่อนร่วมงานเข้าบ่อน เล่นการพนัน จนหมดเนื้อหมดตัว เงินทองมีเท่าไหร่ ก็หายเข้าไปในบ่อนเท่านั้น
แถมยังติดหนี้สินเสี่ยชัยเจ้าของบ่อน เป็นจำนวนเงินห้าล้านอีก เมื่อเป็นหนี้ไม่มีจ่าย เจ้าตัวจึงต้องหาทางหนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุน ไม่มีใครสามารถตามตัวเจอ ขนาดลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอ ยังไม่สามารถติดต่อท่านได้เลย มีเพียงจดหมายที่ท่านเขียนไว้ ด้วยลายมืออยู่บนที่นอนในห้องนอนของท่านเท่านั้น ที่เป็นคำตอบของเรื่องทั้งหมด
แล้วสิ่งที่ทำให้คนไม่เคยทำงานอย่างเธอคิดมากนั่นก็คือ ต่อจากนี้ไป จะหาเงินสักก้อนมาจากที่ไหน มาจ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ จำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย แล้วไหนจะต้องหาเงินส่งเสียตนเองเรียนอีก
หลังจากเลิกเรียนไก่ฟ้าเดินเหม่อลอยออกมา กระทั่งถึงทางเดิน มาถึงหน้าตึกวิศวะ เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ตกลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่ว กระทบเข้ากับใบหน้าของเธออย่างจัง ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอจะเจ็บแสบดั่งเข็มทิ่มแทงแค่ไหน แต่ก็ไม่เท่ากับใจของเธอ ที่มันพังยับเยิน เพราะขาดที่พึ่งทางอยู่ในช่วงเวลานี้
ปึก!!
"ขอโทษค่ะ"
ด้วยความที่เดินไม่ได้มองสิ่งรอบกายเลยด้วยซ้ำ ทำให้ร่างเล็กซึ่งกำลังเปียกปอนจากน้ำฝน ชนเข้ากับแผงอกแกร่งของใครบางคนอย่างเต็มแรง สติสตางค์ที่เคยเลือนหายไปค่อย ๆ คืนกลับมา ไก่ฟ้าค่อย ๆ เงยหน้ามองบุคคลตรงหน้า และมองตามสายตาคมของชายผู้นี้
ชายร่างสูงยังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวสีซีด แล้วยังยืนส่ายหน้าเบา ๆ ไปมา ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย เหมือนไม่ได้สนใจโลก ร่างสูง ๆ ยังจะขยับเข้ามาใกล้ ๆ จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
สายตาแปลก ๆ ที่ชายคนนี้ไล่ระดับสายตามองเธอ ตั้งแต่ต้นคอขาว เลื่อนลงมาถึงช่วงอกอึ๋ม ที่ในตอนนี้ เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่ ได้เปียกฝนจนมองทะลุปุโปร่งไปถึงด้านใน แล้วที่สำคัญยังมองเห็นบราสีดำลายลูกไม้ตัวเก่งของเธออีกด้วย
"มองอะไร ไอ้คนลามก"
สองมือเรียวรีบยกขึ้นมาปกปิดสิ่งที่ซ่อนรูปเอาไว้ สองเท้าก็กำลังจะก้าวเดินหนีผู้ชายคนนี้ไปด้วยเช่นกัน แต่ดันเจอเขาขวางทางไว้ ไม่ให้เธอเดินหนีไปไหนได้
"เดี๋ยวก่อน"
"แล้วนายจะมาขวางทางไว้ทำไม หลบไปสิ"
"ไม่หลบ ถ้าขืนปล่อยเธอให้เดินไปแบบนี้แล้วละก็..."
"อะไรของนาย"
"เดี๋ยวคนที่เขาพบเห็น..." พร้อมกับถอดเสื้อยีนส์แขนยาวสีอ่อน เผยให้เห็นเสื้อช็อปสีแดง แล้วยื่นมาให้
'คณะวิศวะ' ถ้าเดาไม่ผิดนายคนนี้ น่าจะเรียนอยู่คณะวิศวะ แต่ถึงอย่างไรก็ช่างเถอะ คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วในชาตินี้
"เดี๋ยวคนที่พบเห็น จะอุจาดตาเอา เดี๋ยวจะพลันติดตาเขาเอาเปล่า ๆ"
คิดว่านายนี่จะเป็นสุภาพบุรุษกับเขา แต่ที่แท้แค่เป็นห่วงลูกกะตาคนอื่นเท่านั้นเองเหรอ
"ยัยเอ๋อ"
"ยัยเอ๋อ"
"ยัยเอ๋อเอ้ย"
ต้องให้เรียกแบบนี้จริง ๆ สินะ ถึงจะหันมาสนใจกัน
"นี่นาย ฉันได้ยินตั้งนานแล้ว จะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย"
"ฉันเรียกเธอตั้งนานไม่ได้ยินเอง นึกว่าหูตึง"
"หูตึงบ้านนายสิ ฉันแค่ไม่อยากตอบคนปากเสียอย่างนายเท่านั้นเอง"
"ไม่อยากตอบจริง ๆ เหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"งั้น...ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียกหรือตอบคำถามฉันอีก ก็รีบใส่เสื้อตัวนี้สักทีสิ หรือจะรอให้ฉันใส่ให้"
ในเมื่อไก่ฟ้าไม่ยอมรับเสื้อจากมือของเขาดี ๆ หนุ่มรุ่นพี่เลยถือวิสาสะ คลุมเสื้อให้กับร่างที่กำลังหนาวสั่น จากนั้นเขาคนนี้เหมือนคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ กระซิบลงไปที่ข้างหูของเธอ
"แล้วฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่างนะ ว่าถ้าจะเข้าหาฉัน โดยการอ่อยแบบนี้แล้วละก็ ไม่สำเร็จหรอก"
"หะ"
"ฉันมันเป็นคนที่ไม่ชอบกินไก่ซะด้วยสิ โดยเฉพาะอย่างเธอ ยัยเด็กไก่อ่อน"
"อะไรนะ ตลกแล้ว" ไก่ฟ้ายังงง ๆ กับคำพูดของเขา อย่างเธอเนี่ยนะ จะไปอ่อยเขาตอนไหน ก็มีแต่เขานี่แหละ ที่มาด่าว่าเธอฉอด ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้จักตัวตนกันดีเลยด้วยซ้ำ
"หรือว่าไม่จริง ฉันขอเตือนเธอไว้ก่อนเลยแล้วกันนะ ว่าให้เลิกฝันไปซะเถอะ เพราะคนอย่างฉัน ชอบอะไรที่มันแซ่บ ๆ ถึงใจ ไม่ใช่ยัยเด็กอ่อนหัดที่ดูไม่ประสีประสาอะไรเลยอย่างเธอ มันดูจืดชืดเหมือนน้ำเปล่าเกินไป หัดเจียมตัวบ้างซะเถอะ ยัยเฉิ่มเบอะเอ้ย"
"ให้ตายเถอะ นายนี่มัน หลงตัวเองชะมัด คิดว่าหล่อนักหรือไง หน้าอย่างกับปลาบู่ชนเขื่อน" ไก่ฟ้าพึมพำอยู่ในลำคอ แต่ไม่คิดว่าคนตรงหน้า ที่เอาแต่จ้องมองแต่ปากของเธอด้วยใบหน้านิ่ง ๆ นั้น จะได้ยินคำพูดนี้ไปด้วย
"เหอะ ปลาบู่ชนเขื่อนงั้นเหรอ ปลาบู่บ้าอะไรจะหล่ออะไรขนาดนี้"
"นี่นายได้ยินด้วยเหรอ"
"ทำไมจะไม่ได้ยิน ก็เธอเล่นนินทาฉันเสียงดังต่อหน้าต่อตาซะขนาดนี้ ไม่ได้ยินก็บ้าแล้วมั้ง"
"งั้น ได้ยินก็ได้ยินไปสิ ไม่เห็นสนใจเลย" ไก่ฟ้าทำเป็นไม่สนใจคนตรงหน้า ที่เขาเคืองมากที่สุด คือแทนที่จะมองหน้ากัน แต่ผู้หญิงคนนี้ กลับเลือกหันไปมองทางอื่นแทน ด้วยท่าทางที่ไม่สนใจเขาจริง ๆ ยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้เก่งมาก ที่สามารถทำให้เขามีความรู้สึกได้หลากหลาย หลายอารมณ์ในเธอคนเดียว
"เหอะ เธอนี่นะ อย่าให้ได้เจอกันอีกเลย ยัยเฉิ่มเบอะ หรือถ้าต้องเจอกันอีก รับรองว่าฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่" ครั้งต่อไป เขาจะไม่ปล่อยให้เธอมายืนด่าว่ากันฉอด ๆ แบบนี้ได้อีก เพราะเขาจะปิดปากผู้หญิงปากดีคนนี้ด้วย...
"พูดอย่างกับว่า ฉันอยากเจอนายอีกงั้นแหละ"
ก่อนจะไป ผู้ชายคนนี้ ยังแสะยิ้มด้วยท่าทางกวน ๆ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ในขณะที่สายตาของเธอ มองตามแผ่นหลังของเขา ด้วยความเจ็บใจทุกย่างก้าว
"ชิ คิดว่าฉันอยากเจอคนหน้าปลาดุกอย่างนายมากเลยงั้นเหรอ สาธุ ขออย่าให้ได้เจอกันอีกเลย ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย"
ร่างสูง ๆ เดินมาถึงรถบิ๊กไบค์ของตนเอง ด้วยความอารมณ์ดี ต่างจากคนที่แสดงให้ไก่ฟ้าเห็น ราวกับคนละคน ระหว่างนี้เขาค้นหากุญแจในกระเป๋าเสื้อช็อปและกระเป๋ากางเกงยีนส์ไปด้วย แต่แล้วหายังไง ก็หาไม่พบ แต่จู่ ๆ ก็ดันนึกขึ้นได้ว่า...
"เฮ้ย ทั้งกุญแจรถ ทั้งเกียร์ไม่ได้อยู่ในนี้ หรือว่า..." จะอยู่ในเสื้อยีน ตัวที่เขาพึ่งจะสวมทับเสื้อนักศึกษา ให้กับผู้หญิงปากดีคนนั้นไป
"เหอะ นี่เรายังต้องเจอกับยัยเฉิ่มเบอะอีกแล้วเหรอวะเนี่ย จะบ้าตาย"
ทุก ๆ วันไก่ฟ้าเดินทางมาเรียน ไปกลับบ้าน ด้วยรถเมล์ประจำทางสายห้า กว่าจะถึงบ้านก็ใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีหลังจากขึ้นรถ เธอเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่ค่อยมีเพื่อน ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว อนาคตเรื่องการทำงาน ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างชัดเจน รู้แค่ว่าต้องเรียนให้จบปริญญาตรีให้ได้ก่อน แล้วค่อยค้นหา ว่าตนเองนั้นอยากทำงานด้านไหนอีกที
ทั้ง ๆ ที่ชอบอยู่เงียบ ๆ มาตลอด แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ ระหว่างเดินไปรอรถประจำทาง ที่ป้ายรถเมย์หน้ามหาวิทยาลัย ไก่ฟ้าไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้น พึมพำถึงผู้ชายปากเสียไปตลอดทาง จนกระทั่งนั่งลงตรงที่นั่งป้ายรถเมย์ ก็ยังพูดถึงเขาคนนี้ไม่หยุดปาก
"ทำไมชีวิตนี้ ต้องมาเจอกับคนอย่างไอ้หมอนี่ด้วยนะ ทำไมวันนี้ ต้องมีแต่เรื่องให้ปวดหัวทั้งวัน"
เหมืองพาไก่ฟ้ามาที่บ้านของเขาในฐานะแฟน ทันทีทีเจอหน้าผู้ใหญ่ เธอยกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม พร้อมกับนั่งทานข้าวกับผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยท่าทางเรียบร้อย แต่อาจจะเกร็ง ๆ นิดหน่อย เพราะพ่อกับแม่ของเขา เอาแต่จ้องหน้าเธอ "วันหลังก็พาหนูไก่ฟ้ามาหาแม่บ่อย ๆ นะลูก น้องจะได้ไม่เกร็ง""ได้ครับแม่"แม่ของเขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับใช้ช้อนกลาง ตักคะน้าหมูกรอบใส่ไว้ในจานของเธอ"ทานเยอะ ๆ นะหนูไก่ฟ้า""ขอบคุณค่ะคุณแม่" "แกมีแฟนแล้ว ทีนี้ก็อย่าออกนอกลู่นอกทางซะล่ะ" พ่อของเขาพูดอย่างไม่จริงจังนัก"ผมไม่เหมือนกับพ่อสักหน่อย คนอย่างผม ไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน""อ้าวไอ้ลูกเวร กูบอกดี ๆ ก็ยังมาย้อนกูอีก มันได้นิสัยไม่ดีแบบนี้มาจากใครกันนะ ใครสั่งใครสอนมันให้พูดจากับพ่อแบบนี้""จะใครได้ซะอีกล่ะ ก็ผมลูกของเสี่ยชัยนี่ ก็ได้นิสัยมาจากพ่อเต็ม ๆ นั่นแหละ ถ้าไม่ได้จากพ่อแล้วจะได้จากใคร""คุณดูลูกสิ ลูกมันย้อนผม ลูกมันว่าผม" พ่อของเขาหันมาหาแม่ เพื่อหวังจะให้ช่วย แต่เหมือนจะเปล่าประโยชน์"ที่ลูกพูดก็ถูกแล้วนี่คะ หรือคุณว่าไม่จริง""คุณก็เอาแต่เข้าข้างลูกอย่างเดียวเลย""ก็ฉันมีลูกแค่คนเดียว ถ้าไม่เข้าข้างลูก แล้
พอขาดเธอไปแล้ว เหมือนกับเวลาทั้งหมดเดินช้าลง ก้าวทุกก้าวของเขาก็ช้าลงตามไปด้วยเช่นกัน หัวใจของเขาเหมือนจะแตกสลายทุกเสี้ยววินาที มือหนาที่เคยแข็งแรง แต่ตอนนี้แค่เพียงจะแตะคีย์การ์ดยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรง เขาต้องจำใจเดินเข้าห้องที่มีแต่ความทรงจำของเธอเต็มไปหมด พลางเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในห้องอันมืดสนิท เหมือนดั่งจิตใจของเขา ที่กำลังมันมืดมนหมดหนทางไม่ต่างกัน"นี่ไก่ฟ้าไปจากเฮียแล้วจริง ๆ เหรอ" ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว เขาก็ต้องยอมรับผลของมัน"หนูก็อยู่ตรงนี้นี่คะ หนูไม่ได้ไปจากเฮียสักหน่อย" เสียงแว่ว ๆ อันคุ้นหูนี้ ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่พอมองไปด้านหน้า กวาดตาตามองรอบ ๆ ห้อง กลับพบแค่ความว่างเปล่า หรือถ้าคิดอีกมุม เขาอาจจะเมาแล้วคิดถึงเธอมาก จนถึงขนาดหูแว่วไปเองแล้วก็ได้"บ้าไปแล้วน่ะ ไก่ฟ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้ไง เหมืองมึงน่ะเมาแล้วคิดไปเองมากกว่า มึงน่ะคิดไปเอง" เขาสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัว ก่อนจะก้าวเดินฝ่าความมืดเข้าไปถึงในห้องรับแขกแต่ดูเหมือนว่าบางสิ่งบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกได้อีกว่า ไม่ได้คิดไปเองอีกแล้ว นั่นก็ค
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ที่ไก่ฟ้าไม่ยอมใจอ่อน ยอมมานอนค้างคืนกับเขาที่คอนโด ปล่อยให้เจ้าของห้องต้องเหงาเดียวดายอ้างว้าง แห้งเหี่ยวอยู่บนที่นอน แต่คนอย่างเหมืองก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้เพียงแค่เท่านี้ เขายังคอยแวะเวียนไปหาเธอที่บ้านทุกวัน ไม่ว่าไก่ฟ้าจะไปไหนมาไหน จะเห็นเขาอยู่ตรงนั้นด้วยทุกที่ แล้วที่สำคัญเหมืองยังคอยเป็นสารถีไปรับไปส่งไก่ฟ้า เพื่อที่จะไปมหาวิทยาลัยด้วยกันการกระทำทั้งหมดของเหมือง ผ่านสายตาของพศินเสมอ พ่อคนนี้คอยเฝ้ามองดูลูกสาวด้วยความห่วงใย ถึงไก่ฟ้าจะโตขึ้นแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังดูเด็กในสายตาของพ่อคนนี้อยู่ดี ยิ่งพอเธอมีแฟนแล้ว พ่อก็ยิ่งอดห่วงไม่ได้ อยากให้ลูกสาวเจอคนที่ดี ๆ คนที่ดูแลลูกสาวแทนตนเองได้ แต่สำหรับแฟนคนนี้ ยังหาข้อสรุปอะไรตอนนี้ไม่ได้ คงต้องดูกันยาว ๆ ต่อไปอีกทีในค่ำคืนนี้ เธอกับเขานั่งทานข้าวกันเพียงสองคน ส่วนพ่อพศิน ได้ทานข้าวเย็นตั้งแต่หัวค่ำ เสร็จแล้วท่านก็ขึ้นไปนอนพักสายตาอยู่บนห้องนอน ไก่ฟ้าเดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับจานข้าวผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวทั้งสองจาน เพราะกลัวว่าเขาจะหิว เธอจึงรีบยกมาที่โต๊ะไม้สีขาวหน้าบ้านซึ่งเหมืองกำลังนั่งรออยู่ตรงนั้น"
เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดิน เหมืองพาไก่ฟ้ามาที่ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำ เมื่อชั่วโมงที่แล้ว เขาได้โทรมาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นโซนสุดไพรเวทที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดดวงตากลมจ้องหน้าเขาอย่างตั้งคำถาม แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรตอนนี้ให้เสียบรรยากาศ เธอจะรอให้ทานข้าวเสร็จก่อน เพราะอยากมีภาพความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน ระหว่างนั่งทานข้าวไปด้วย ทั้งคู่ก็สบสายตากันไปด้วย ทำให้บรรยากาศในวันนี้ ช่างดูแสนพิเศษกว่ามื้อไหน ๆ ที่เคยทานข้าวด้วยกันมา"เธอชอบที่นี่ไหม""ชอบค่ะ" "แล้วชอบคนที่พาเธอมาที่นี่หรือเปล่า""เฮียเหมือง""ตอบสิ ฉันอยากรู้""มั้งคะ""มั้งคะนี่คือ ชอบหรือไม่ชอบ""ชอบค่ะ" ไหน ๆ ทุกสิ่งทุกอยากก็จะจบลงแล้ว ไก่ฟ้าจึงเลือกบอกความในใจให้เขารู้ ส่วนเขาจะรู้สึกกับเธออย่างไร คงต้องรอดูกันอีกที"แล้วเฮียล่ะคะ รู้สึกยังไงกับหนู""ชอบ""อะไรนะคะ""ชอบตั้งที่เห็นครั้งแรกแล้ว""นี่เฮียพูดจริงเหรอคะ แล้วทำไม...""อืม ส่วนเรื่องเหตุผลทั้งหมดก็ตามที่บอกกับเธอนั่นแหละ""เฮียเหมือง""แล้ววันนี้ เฮียก็มีเรื่องสำคัญจะคุยกับหนูด้วย""หนูก็เหมือนกันค่ะ หนูก็มีเรื่องสำคัญจะคุยกับเฮียเหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่าหนูให้