INICIAR SESIÓNพอมื้อเที่ยงผ่านพ้นไป ความอิ่มท้องบวกกับสายลมเย็นระรวยที่พัดเอื่อยๆ จากหุบเขา ก็เริ่มออกฤทธิ์กับเด็กหญิงตัวน้อย น้องพราวนั่งตาปรืออยู่บนเบาะรองนั่ง มือป้อมกอดตุ๊กตากระต่ายแน่น หัวกลมดุ๊กดิ๊กผงกหงึกหงักลงเรื่อยๆ จนแทบจะทิ่มลงกับพื้น ป้าน้อมที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบก้าวเข้ามาย่อตัวลงส่งยิ้มบางเบา “คุณหนูพราวตาจะปิดแล้วค่ะคุณฟ้า ป้าน้อมขอพาไปไกวเปลนอนรับลมตรงชานเรือนชั้นล่างนะคะ อากาศกำลังสบายเชียวค่ะ” “ฝากด้วยนะคะป้าน้อม เดี๋ยวฟ้าลงไปดูค่ะ” น้ำฟ้าขยับตัวจะลุกขึ้นช่วยอุ้มลูกสาว แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวจะได้แตะตัวเด็กน้อย ฝ่ามือหนาของภรภัทรก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ส่งสายตาพยักพเยิดเป็นสัญญาณให้ป้าน้อมรีบพาตัวช่วยตัวน้อยออกไปอย่างรวดเร็ว ป้าน้อมที่รู้ทางเจ้านายดีรีบช้อนอุ้มร่างป้อมของน้องพราวแนบอก กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำเด็กรับใช้ลงบันไดเรือนไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ของแม่บ้านสูงวัย น้ำฟ้าตวัดสายตาขุ่นเขียวหันกลับมามองคนเจ้าเล่ห์ “คุณต้น ปล่อยมือค่ะ ฟ้าจะลงไปดูลูก” “ป้าน้อมเลี้ยงน้องพราวมาตั้งแต่แบเบาะ ปล่อยให้ป้าน้อมดูแลเถอะครับ” ภรภัทรไม่เพียงไม่ยอมปล่อย เขากลั
ภรภัทรยังไม่ยอมปล่อยวงแขนออกจากเอวบาง ปลายนิ้วหนาเกลี่ยพวงแก้มแดงระเรื่ออย่างย่ามใจ ยิ่งเห็นคุณหมอคนเก่งเริ่มออกอาการไปไม่เป็น เขาก็ยิ่งได้ใจ โน้มหน้าลงไปกระซิบชิดแก้มนวลจนปลายจมูกเฉียดผ่านผิวเนียน “สองปีที่ฟ้าไม่อยู่... คิดว่าพี่ต้องทรมานกับความคิดถึงขนาดไหนหืม วันนี้คุณหมอบินกลับมาตรวจคนไข้ถึงที่ จะใจร้ายปล่อยให้พี่กอดแค่นี้จริงๆ เหรอครับ” “คุณต้น ปล่อยก่อนค่ะ น้องพราวมองอยู่นะคะ” น้ำฟ้าปรามเสียงแผ่ว เอียงหน้าหลบปลายจมูกโด่งรั้นที่เริ่มปัดป่ายซุกไซ้ แต่ยิ่งหลบ ร่างสูงก็ยิ่งเบียดชิดเข้ามาจนแทบจะกลืนเธอเข้าไปทั้งตัว “พราวลูก ช่วยปาป๊าด้วย เร็วเข้า” ภรภัทรหันไปกระซิบขอกำลังเสริมจากลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน น้องพราวที่กำลังอารมณ์ดีเห็นพ่อหยอกแม่ ก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก สองมือป้อมเอื้อมไปแปะลงบนแก้มของแม่แล้วดึงใบหน้าสวยเข้ามาใกล้ ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะยื่นปากจิ้มลิ้มไปจุ๊บแก้มน้ำฟ้าดังฟอดใหญ่ “มี้... จุ๊บ” “เห็นไหม ขนาดลูกยังบอกให้จุ๊บเลย” ภรภัทรได้จังหวะ อาศัยตอนที่น้ำฟ้ากำลังหัวเราะเอ็นดูลูกสาว ชายหนุ่มโน้มหน้าลงประกบริมฝีปากอุ่นเข้ากับแก้มเนียนอีกข้างของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่
วงแขนแกร่งที่โอบกระชับเอวบางไว้แน่นทำให้แผ่นอกของทั้งคู่แนบชิด น้องพราวที่อยู่ตรงกลางส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก มือป้อมเอื้อมลูบแก้มแม่สลับกับแก้มพ่ออย่างมีความสุข น้ำฟ้าพยายามขืนตัวออกเล็กน้อย แม้หัวใจจะอ่อนยวบลงไปเกินครึ่ง แต่ความสงสัยในเงื่อนงำวันเกิดเหตุก็ผลักดันให้เธอต้องเอ่ยถาม “ปล่อยก่อนค่ะคุณต้น เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว ถ้าคุณอ้างว่าจำได้หมดจริงๆ วันที่เกิดเรื่องในงานแต่งงานของธาวินกับอัมรา วันที่คุณบอกว่าจะไปสะสางแค้นกับไอ้นิค ก่อนที่คุณจะถูกทำร้ายจนเป็นแบบนี้ คุณจำได้ไหมว่าคุณไปเจออะไรมา” ภรภัทรคลายอ้อมกอดออกเพียงเล็กน้อยพอให้สบตากับเธอได้อย่างถนัด แววตากรุ้มกริ่มขี้เล่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึมและลึกซึ้ง แขนข้างหนึ่งยังคงโอบเอวเธอไว้ ส่วนอีกข้างอุ้มลูกสาวแนบอกอย่างมั่นคง “จำได้สิครับ จำได้แม้กระทั่งเสียงพูดคุยตรงมุมทางเดินก่อนที่เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจะเกิดขึ้น” ภรภัทรทอดเสียงต่ำลง นัยน์ตาฉายแววครุ่นคิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น “วันนั้นพี่บังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างน้าแก้วใจกับป้าภา” น้ำฟ้าเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ รอฟังอย่างตั้งใจ “ป้าภาถามขึ้นมาว่า คุณแก้วแน่ใจเหรอคะว
น้ำฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาคู่สวยยังคงฉายชัดถึงความไม่ยอมจำนน แม้ข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลาจะทำให้เธอสะอึก แต่ตะกอนความเจ็บช้ำที่ถูกกักขังไว้ในใจกลับถูกกวนจนขุ่นคลั่กขึ้นมาอีกระลอก “นั่นมันข้ออ้างในอดีตของคุณ” น้ำฟ้าตวัดเสียงสั่นระริก จ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง “ถึงเรื่องราวภายนอกจะเป็นแบบนั้น แต่คุณก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธออยู่ดี หรือคุณจะกล้าปฏิเสธ” “พี่ขอปฏิเสธครับ” ภรภัทรสวนกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “เพราะพี่กับรดาไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันแม้แต่นิดเดียว” “อย่ามาโกหกหน้าตายหน่อยเลย” หญิงสาวตบฝ่ามือลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ ความอดทนเริ่มขาดผึง “วันที่ฉันไปหาคุณที่โรงแรมฉันเห็นกับตา และรดาก็บอกฉันเองว่าคุณเป็นคนโทรตามให้เธอไปดูแลคุณถึงที่โรงแรม แล้วคุณก็ขลุกอยู่แต่ในโรงแรมนั้นเป็นเดือนๆ ไม่ยอมกลับบ้าน ถ้าไม่มีอะไรกัน แล้วคุณจะอยู่ทำไมที่โรงแรมตั้งนานสองนาน” ภรภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวคิ้วเข้มจะค่อยๆ คลายออก สายตาคมดุปรากฏรอยเอ็นดูระคนขบขันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มกริ่ม โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาประชิดใบหน้าเนียนจนรับรู้ได
โถงห้องทำงานบนเรือนไม้สักเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมพัดกระทบแมกไม้ด้านนอกและเสียงใบพัดลมเพดานหมุนเอื่อยน้ำฟ้าวางน้องพราวลงบนพรมหนานุ่มกลางห้อง ปล่อยให้เด็กน้อยนั่งเล่นตุ๊กตากระต่ายอย่างเพลิดเพลินอยู่ในสายตา ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวตรงไปนั่งลงหลังโต๊ะทำงานไม้ตัวยาว เปิดแฟ้มประวัติการรักษาที่มีตราสัญลักษณ์ศูนย์ประสาทวิทยาบอสตันออกอย่างกระฉับกระเฉง แววตาหลังกรอบความเงียบขรึมดูเด็ดขาด ไร้รอยหวั่นไหวภรภัทรลากเก้าอี้ไม้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนัก สองแขนกอดอก จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ประกายตาวิบวับพราวระยับจนน้ำฟ้าต้องลอบสูดหายใจลึกเพื่อตั้งสติ“เอาล่ะค่ะ” น้ำฟ้าเคาะปากกาลงบนโต๊ะเบาๆ สบตากับเขาตรงๆ “ในรายงานจากหมอวิศรุตระบุว่า ระบบประสาทและการรู้คิดของคุณฟื้นฟูกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว คุณอ้างว่าดึงความทรงจำช่วงที่เป็นพี่นะกลับมาได้ทั้งหมด”“ไม่ได้อ้างครับ พี่จำได้ทุกอย่างจริงๆ” ภรภัทรตอบเสียงทุ้ม นุ่มนวลและหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการทดสอบความจำได้เลย” น้ำฟ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเริ่มแฝงรอยประชดประชันอย่างห้ามไม่อยู่ “ตอบมาสิคะคุณภรภัทร ก่อนที่คุณจะกลายมาเป็นคน
นรินทิพย์ปิดแฟ้มรายงานลงช้าๆ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปหาลูก และไปเผชิญหน้ากับคนไข้คนนี้ด้วยตัวเองแล้ว สายลมปลายฤดูฝนพัดพาเอาไอดินและกลิ่นหอมกรุ่นของดอกกาสะลองคลุ้งกระจายไปทั่วไร่พราวฟ้า บรรยากาศยามบ่ายบนเรือนไม้สักทองอบอวลไปด้วยความหวัง ร่างสูงใหญ่ของภรภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวพับแขน สวมกางเกงสแล็กสบายๆ กำลังยืนย่อตัวอยู่ตรงชานระเบียง มือหนาค่อยๆ ช่วยติดกิ๊บรูปดอกไม้สีหวานลงบนปอยผมนุ่มของเด็กหญิงวัยขวบเศษที่ยืนนิ่งตาแป๋ว น้องพราวในชุดกระโปรงเอี๊ยมสีครีมตัวจิ๋ว รองเท้าหัดเดินส่งเสียงดังปี๊บๆ ทุกครั้งที่ขยับก้าว สองแขนป้อมกอดตุ๊กตากระต่ายเน่าไว้แนบอก ปากจิ้มลิ้มเคี้ยวตุ้ยๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว “ปาป๊า... ปาป๊า มี้... หม่ามี้” “ครับคนเก่ง วันนี้หม่ามี้คนสวยจะกลับมาหาหนูพราวแล้วนะ” ภรภัทรเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบทอดมองลูกสาวด้วยความรักล้นปรี่ ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มยุ้ยอมชมพูที่ถอดแบบพิมพ์เดียวมาจากคนเป็นแม่ “ยัยหนูต้องช่วยปาป๊านะลูก พอหม่ามี้มาถึง ต้องรีบวิ่งไปกอดขาแน่นๆ ห้ามปล่อยให้หม่ามี้ใจร้ายพายัยหนูหนี







