Masuk“ความทรงจำสองปีที่หายไป... เปลี่ยน ‘พี่นะ’ ผู้แสนอบอุ่น ให้กลายเป็น ‘ภรภัทร’ มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลผู้เย็นชา ไร้หัวใจ” อุบัติเหตุพรากความทรงจำไปจนหมดสิ้น วินาทีแรกที่ตื่นขึ้นมา ลืมตาขึ้นมองหน้าคนที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาว่างเปล่า... “ที่นี่ที่ไหน... แล้วคุณเป็นใคร?” ประโยคเดียวจากปากคนรัก ทำลายหัวใจของ ‘น้ำฟ้า’ จนแหลกสลาย... ชายหนุ่มจำเธอไม่ได้ เหลือไว้เพียงมาเฟียฟอร์มจัดที่มองเธอเป็นเพียงยัยปีศาจเจ้าเล่ห์ที่หวังผลประโยชน์จากครอบครัวของเขา “ถ้าห่วงมากนักก็อย่ามาอยู่ใกล้ผม... ผมรำคาญ!” คำพูดร้ายกาจถูกเอ่ยออกมาเพื่อตัดรอน... ทั้งเย็นชา ปากแข็ง และใจร้าย เขาดีกับทุกคนบนโลกยกเว้นเธอ จนสุดท้ายหญิงสาวต้องหอบลูกในท้องหนีไปซบไหล่ความเจ็บปวดเพียงลำพัง แต่โชคชะตากลับนำพา เด็กหญิงตัวน้อย’ มาให้เลี้ยงดู.. โดยไม่รู้เลยสักนิดว่า... ‘พ่อแท้ๆ ของเด็ก’ ที่ตัวเองเลี้ยงดู... ก็คือตัวเขาเอง!
Lihat lebih banyakเสียงโกลาหลและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วงานแต่งงานอันหรูหรา เมื่อ นิค คู่อริสุดชั่วร้ายและลูกน้องของเสี่ยทรงพลบุกเข้ามาพังงานมงคล
“ปล่อยน้องกู!” ภรภัทรคำรามลั่นด้วยโทสะ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปตะบันหมัดใส่หน้านิคอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงกับพื้น! “พี่ต้น! ช่วยตาลด้วย!” น้ำตาลโวยวายด้วยความตกใจ ขณะถูกชายฉกรรจ์ลูกน้องเสี่ยทรงพลล็อกตัวไว้ “มึงกับกูต้องตายกันไปข้างนึงไอ้ต้น!” นิคใช้นิ้วเช็ดเลือดที่มุมปาก พลางถลึงตามองภรภัทรด้วยความแค้นเคืองสุดขีด “ไอ้เพลิงมันเคยให้โอกาสมึงมีชีวิตอยู่ แต่มึงก็ยังแว้งกัดมันอีก... สารเลว!” ภรภัทรไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว ชายหนุ่มขึ้นคร่อมร่างแล้วประเคนหมัดใส่หน้านิคนับครั้งไม่ถ้วน สายตาคู่นั้นเดือดดาลพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงชุลมุนกันอยู่บนพื้นห้องโถง “มึงสมควรตายไอ้ต้น! มึงสมควรตายตั้งแต่ตกลงไปในเหวครั้งนั้นแล้ว... คราวนี้กูจะส่งมึงลงนรกจริงๆ ซะที!” ขณะที่นิคกำลังเพลี่ยงพล้ำและถูกกดติดพื้น สายตาชั่วร้ายก็เหลือบไปเห็นแจกันเซรามิกเนื้อหนาที่ตกอยู่ข้างกาย มือหนาคว้ามันขึ้นมาแน่น ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงบนศีรษะของภรภัทรอย่างแรง! เพล้งงง!! เสียงแจกันแตกกระจายพร้อมกับร่างของภรภัทรที่ทรุดวูบลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกจากบาดแผล นัยน์ตาคมกริบพร่ามัวลงเรื่อยๆ ก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวจะดับมืดลง... “เห้ย! ไอ้ต้น! สมน้ำหน้ามึง... ไปสู่ที่ชอบๆ นะมึง!” นิคสบถพึมพำ พลางพยุงตัวลุกขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก หันหลังเตรียมจะวิ่งตามเสี่ยทรงพลไป “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละมึง!” ยังไม่ทันที่ไอ้นิคจะก้าวพ้นประตู คนของเพลิงกลุ่มใหญ่ก็พุ่งชาร์จเข้ามาล้อมจับและกดร่างของมันลงกับพื้น เสียงกุญแจมือสับล็อกดัง คลิก! เพลิงและธาวินวิ่งพรวดเข้ามาในห้องโถงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ภาพแรกที่เห็นคือภรภัทรนอนนิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้น “ไอ้ต้น! / พี่ต้น!” ทั้งสองอุทานลั่น ธาวินพุ่งเข้าไปประคองร่างที่ไร้สติของภรภัทรทันที “คุณเพลิง! ไอ้ต้นอาการหนักมาก เลือดไหลไม่หยุดเลย ต้องส่งโรงพยาบาลด่วน!” “วิน! มึงพาไอ้ต้นไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนไอ้สวะพวกนี้กูจัดการเอง!” ณ หน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาล สัญญาณไฟหน้าห้องฉุกเฉินดับลง พร้อมกับร่างของ แพทย์หญิงนรินทิพย์ อัศวธารากุล หรือ ‘หมอน้ำฟ้า’ เดินออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าและแววตากังวล น้ำตาลและบรรดาญาติทางฝั่งคุณพร้อมพัฒน์รีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วถลาเข้าไปหาทันที “พี่น้ำฟ้า! พี่ต้นเป็นยังไงบ้างคะ... พี่ต้นปลอดภัยไหม” น้ำตาลละล่ำละลักถาม ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความห่วงใยทั้งพี่ชายและความรู้สึกของพี่สะใภ้ น้ำฟ้ายกมือขึ้นลูบหน้าเบาๆ พยายามถอนหายใจเรียกสติ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้น้องสาวสามีเพื่อลดทอนความกังวล “ใจเย็นๆ นะน้ำตาล... พี่นะพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ ผลเอ็กซเรย์พบว่าฐานกะโหลกร้าวเล็กน้อยเนื่องจากโดนกระแทกอย่างแรง หมอเจ้าของไข้เย็บแผลที่ท้ายทอยและให้ยาฆ่าเชื้อแล้ว ตอนนี้ย้ายไปห้องพักฟื้น รอแค่พี่นะฟื้นคืนสติขึ้นมาก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ” คำพูดของน้ำฟ้าเหมือนยกภูเขาใหญ่ออกจากอกของทุกคน น้ำตาลยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะเข้าไปสวมกอดน้ำฟ้าไว้แน่น ธาวินและพร้อมพัฒน์ต่างพากันถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจ... ทว่าในอกของน้ำฟ้ากลับว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างประหลาดภายในห้องทำงานหรูของคฤหาสน์ศักดา บรรยากาศเงียบกริบชวนอึดอัด ควันซิการ์ลอยคลุ้ง นิสายืนกอดอกมองบิดาที่นั่งเคาะโต๊ะรอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ “ป่านนี้พวกมันน่าจะลงมือเสร็จแล้วนะคะคุณพ่อ แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีทางรอดมือคนของเราไปได้หรอก” นิสาเหยียดยิ้มสะใจ นึกถึงภาพน้ำฟ้าถูกลากตัวไปขัง ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่แผดดังขึ้นมาขัดจังหวะ กลับทำลายความหวังนั้นลงในพริบตา ศักดารีบกดรับสายแล้วเปิดลำโพงทันที “เป็นยังไง จัดการนังนั่นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ศักดาตวาดถามด้วยความกระหายชัยชนะ “นายครับ แย่แล้วครับ” เสียงลูกน้องที่โทรเข้ามาสั่นเครือและหอบเหนื่อย ปนเสียงครางเจ็บปวดจากปลายสาย “งานพลาดครับนาย” “พลาดได้ยังไงวะ ไอ้พวกกระจอก” ศักดาลุกพรวดจนเก้าอี้ไถลไปข้างหลัง เส้นเลือดขมับปูดโปน “คนของพวกมึงมีตั้งสามคน แค่จับผู้หญิงคนเดียวทำไมถึงพลาด” “ตอนแรกพวกเราชนรถมันจนตกข้างทาง ลากลงมาต่อยท้องจนหมดแรงจะจับขึ้นรถแล้วครับ แต่จู่ๆ มีไอ้ผู้ชายตัวโตคนหนึ่งขับรถตามมายิงสกัดไว้ ฝีมือมันร้ายกาจมากครับนาย ทั้งปืนทั้งหมัด พวกผมสู้ไม่ไหว โดนด้ามปืนฟาดหัวแตกไปคนหนึ่ง แถมมันยังยิงปืนขู่จนต้องถอยหนีออกมาก่อนครับ” “แล้ว
ธาวินหันขวับไปมองหมอเจฟทันที คราวนี้แววตาไม่ได้มีแค่ความระแวงแบบคนหวงน้องสาว แต่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงปนซาบซึ้งใจ “ขอบคุณมากครับหมอเจฟ ถ้าไม่ได้หมอช่วยไว้ น้องสาวผมคงแย่ไปแล้ว” ปลัดหนุ่มกล่าวขอบคุณจากใจจริง น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น “ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องที่ใครเจอตรงนั้นก็ต้องช่วย” เจฟตอบรับอย่างสุภาพ เรียบนิ่ง ไม่ได้ถือโอกาสยกความดีความชอบมาอวดอ้าง “แล้วจะเอายังไงต่อไอ้ต้น” ธาวินหันขวับกลับมาหาภรภัทร แววตาดุดันฉายแววพร้อมเปิดศึก “กล้ามาลูบคมถึงถิ่น ดักทำร้ายคนในครอบครัวกูแบบนี้ คิดว่ากูจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลเหรอ” “ตอนนี้พวกมันคงพุ่งเป้ามาที่กูกับน้ำฟ้า ยิ่งตอนนี้มันพลาด มันยิ่งระวังตัว แต่คงอีกไม่นานมันคงหาทางเล่นงานกูแน่” ภรภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดัน “แต่กูก็เตรียมรับมือพวกมันไว้หมดแล้ว” “รับมือยังไงของมึงวะ” ธาวินถามพลางขมวดคิ้วรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “มันเพิ่งเสียเงินมัดจำไปตั้งสี่สิบล้าน สภาพคล่องทางบัญชีของบริษัทมันกำลังพังยับ กูจะให้ทนายกับคนของเราไปไล่กว้านซื้อหนี้ ไอ้แตมมันจัดการเจาะระบบข้อมูลส่งมาให้กูหมดแล้ว ทั้งเช็กที่ผลัดผ่อนทั้งหนี้น
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดึงเจฟออกจากภวังค์ความคิด“คุณหมอคะ คุณต้นให้มาเชิญไปร่วมรับประทานอาหารเย็นค่ะ” เสียงแม่บ้านเอ่ยบอกผ่านบานประตู“ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป”เจฟตอบรับพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่สุภาพ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงบันไดมาชั้นล่าง ทว่าเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากห้องรับแขกบอกให้รู้ว่าในบ้านมีแขกมาเยือนเพิ่มขึ้นภาพเบื้องหน้าคือคู่สามีภรรยาที่กำลังก้าวเข้ามาในบ้าน โดยฝ่ายชายอุ้มเด็กน้อยแก้มกลมวัยสองขวบไว้ในอ้อมแขน“พาน้องธามมาหาคุณย่า เลยได้ข่าวว่าโอนที่ดินกันเรียบร้อยแล้ว ไวจริงนะไอ้คุณต้น” ธาวินเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มกว้าง“อย่างนี้แถวนี้ก็จะมีโรงพยาบาลดีๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งแล้วสิคะ” อั้มกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงยินดีจังหวะนั้นเจฟก้าวลงมาถึงเชิงบันไดพอดี ภรภัทรจึงหันไปเอ่ยทัก“อ้าว ลงมาพอดีเลยหมอเจฟ”ธาวินกับอั้มหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ภรภัทรจึงรีบแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก“นี่หมอเจฟ รุ่นพี่ของหมอน้ำฟ้าสมัยเรียนที่อเมริกา เพิ่งบินมาเที่ยวที่นี่ แล้วเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวไร่พราวฟ้า” ภรภัทรผายมือไปทางผู้มาเยือนทั้งสอง “หมอครับ นี่ปลัดธาวิน ส่วนนี่
“แต่เด็กในบ้าน…” “เดี๋ยวฟ้าจะกำชับว่าไม่ให้พูดค่ะ พี่อลิชพักที่นี่ให้หายก่อนนะคะ” น้ำฟ้ายิ้มปลอบพลางแตะมือเพื่อนเบาๆ ตัดความกังวล “คืนนี้หมอก็พักที่นี่แหละครับ ไม่ต้องกลับโรงแรม” ภรภัทรหันไปบอกเจฟอย่างมีน้ำใจ “มีห้องรับรองหลายห้อง สะดวกกว่าขับรถเทียวไปเทียวมาตอนดึกๆ” พอได้ยินคำชวน นัยน์ตาคมกริบของหมอเจฟก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ปรายตามองคนเจ็บที่เพิ่งทำตาโตอ้าปากค้าง “ขอบคุณครับคุณต้น... ถือว่าผมอยู่ทำหน้าที่เป็นหมอประจำตัวคนไข้ดื้อแถวนี้ด้วยแล้วกัน เผื่อดึกๆ ตื่นมางอแงจะได้มีคนคอยดูแล” “ใครจะงอแงใส่คุณมิทราบ” อลิชาตวัดค้อน แก้มเนียนที่เคยซีดกลับแดงซ่านขึ้นมาอีกรอบด้วยความโมโหปนเขินจนลืมอาการจุกไปชั่วขณะ เพลิงเห็นท่าทีของทั้งคู่ก็หลุดหัวเราะในลำคอ บรรยากาศตึงเครียดพลันผ่อนคลายลง “เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้วครับคุณหมอกับคนไข้” ภรภัทรตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ “ฟ้าพายัยอลิชขึ้นไปพักเถอะ ให้ยาออกฤทธิ์แล้วจะได้หลับยาว ส่วนเรื่องไอ้ศักดา... ปล่อยให้พวกผู้ชายจัดการเอง” น้ำฟ้ากับพราวฟ้าช่วยกันประคองอลิชาขึ้นไปชั้นบน จัดแจงให้นอนพักในห้องรับรองแขกฝั่งปีกตะวันออกของ
Ulasan-ulasan