LOGIN“ความทรงจำสองปีที่หายไป... เปลี่ยน ‘พี่นะ’ ผู้แสนอบอุ่น ให้กลายเป็น ‘ภรภัทร’ มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลผู้เย็นชา ไร้หัวใจ” อุบัติเหตุพรากความทรงจำไปจนหมดสิ้น วินาทีแรกที่ตื่นขึ้นมา ลืมตาขึ้นมองหน้าคนที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาว่างเปล่า... “ที่นี่ที่ไหน... แล้วคุณเป็นใคร?” ประโยคเดียวจากปากคนรัก ทำลายหัวใจของ ‘น้ำฟ้า’ จนแหลกสลาย... ชายหนุ่มจำเธอไม่ได้ เหลือไว้เพียงมาเฟียฟอร์มจัดที่มองเธอเป็นเพียงยัยปีศาจเจ้าเล่ห์ที่หวังผลประโยชน์จากครอบครัวของเขา “ถ้าห่วงมากนักก็อย่ามาอยู่ใกล้ผม... ผมรำคาญ!” คำพูดร้ายกาจถูกเอ่ยออกมาเพื่อตัดรอน... ทั้งเย็นชา ปากแข็ง และใจร้าย เขาดีกับทุกคนบนโลกยกเว้นเธอ จนสุดท้ายหญิงสาวต้องหอบลูกในท้องหนีไปซบไหล่ความเจ็บปวดเพียงลำพัง แต่โชคชะตากลับนำพา เด็กหญิงตัวน้อย’ มาให้เลี้ยงดู.. โดยไม่รู้เลยสักนิดว่า... ‘พ่อแท้ๆ ของเด็ก’ ที่ตัวเองเลี้ยงดู... ก็คือตัวเขาเอง!
View Moreวงแขนแกร่งที่โอบกระชับเอวบางไว้แน่นทำให้แผ่นอกของทั้งคู่แนบชิด น้องพราวที่อยู่ตรงกลางส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก มือป้อมเอื้อมลูบแก้มแม่สลับกับแก้มพ่ออย่างมีความสุข น้ำฟ้าพยายามขืนตัวออกเล็กน้อย แม้หัวใจจะอ่อนยวบลงไปเกินครึ่ง แต่ความสงสัยในเงื่อนงำวันเกิดเหตุก็ผลักดันให้เธอต้องเอ่ยถาม “ปล่อยก่อนค่ะคุณต้น เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว ถ้าคุณอ้างว่าจำได้หมดจริงๆ วันที่เกิดเรื่องในงานแต่งงานของธาวินกับอัมรา วันที่คุณบอกว่าจะไปสะสางแค้นกับไอ้นิค ก่อนที่คุณจะถูกทำร้ายจนเป็นแบบนี้ คุณจำได้ไหมว่าคุณไปเจออะไรมา” ภรภัทรคลายอ้อมกอดออกเพียงเล็กน้อยพอให้สบตากับเธอได้อย่างถนัด แววตากรุ้มกริ่มขี้เล่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึมและลึกซึ้ง แขนข้างหนึ่งยังคงโอบเอวเธอไว้ ส่วนอีกข้างอุ้มลูกสาวแนบอกอย่างมั่นคง “จำได้สิครับ จำได้แม้กระทั่งเสียงพูดคุยตรงมุมทางเดินก่อนที่เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจะเกิดขึ้น” ภรภัทรทอดเสียงต่ำลง นัยน์ตาฉายแววครุ่นคิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น “วันนั้นพี่บังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างน้าแก้วใจกับป้าภา” น้ำฟ้าเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ รอฟังอย่างตั้งใจ “ป้าภาถามขึ้นมาว่า คุณแก้วแน่ใจเหรอคะว
น้ำฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาคู่สวยยังคงฉายชัดถึงความไม่ยอมจำนน แม้ข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลาจะทำให้เธอสะอึก แต่ตะกอนความเจ็บช้ำที่ถูกกักขังไว้ในใจกลับถูกกวนจนขุ่นคลั่กขึ้นมาอีกระลอก “นั่นมันข้ออ้างในอดีตของคุณ” น้ำฟ้าตวัดเสียงสั่นระริก จ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง “ถึงเรื่องราวภายนอกจะเป็นแบบนั้น แต่คุณก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธออยู่ดี หรือคุณจะกล้าปฏิเสธ” “พี่ขอปฏิเสธครับ” ภรภัทรสวนกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “เพราะพี่กับรดาไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันแม้แต่นิดเดียว” “อย่ามาโกหกหน้าตายหน่อยเลย” หญิงสาวตบฝ่ามือลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ ความอดทนเริ่มขาดผึง “วันที่ฉันไปหาคุณที่โรงแรมฉันเห็นกับตา และรดาก็บอกฉันเองว่าคุณเป็นคนโทรตามให้เธอไปดูแลคุณถึงที่โรงแรม แล้วคุณก็ขลุกอยู่แต่ในโรงแรมนั้นเป็นเดือนๆ ไม่ยอมกลับบ้าน ถ้าไม่มีอะไรกัน แล้วคุณจะอยู่ทำไมที่โรงแรมตั้งนานสองนาน” ภรภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวคิ้วเข้มจะค่อยๆ คลายออก สายตาคมดุปรากฏรอยเอ็นดูระคนขบขันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มกริ่ม โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาประชิดใบหน้าเนียนจนรับรู้ได
โถงห้องทำงานบนเรือนไม้สักเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมพัดกระทบแมกไม้ด้านนอกและเสียงใบพัดลมเพดานหมุนเอื่อยน้ำฟ้าวางน้องพราวลงบนพรมหนานุ่มกลางห้อง ปล่อยให้เด็กน้อยนั่งเล่นตุ๊กตากระต่ายอย่างเพลิดเพลินอยู่ในสายตา ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวตรงไปนั่งลงหลังโต๊ะทำงานไม้ตัวยาว เปิดแฟ้มประวัติการรักษาที่มีตราสัญลักษณ์ศูนย์ประสาทวิทยาบอสตันออกอย่างกระฉับกระเฉง แววตาหลังกรอบความเงียบขรึมดูเด็ดขาด ไร้รอยหวั่นไหวภรภัทรลากเก้าอี้ไม้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนัก สองแขนกอดอก จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ประกายตาวิบวับพราวระยับจนน้ำฟ้าต้องลอบสูดหายใจลึกเพื่อตั้งสติ“เอาล่ะค่ะ” น้ำฟ้าเคาะปากกาลงบนโต๊ะเบาๆ สบตากับเขาตรงๆ “ในรายงานจากหมอวิศรุตระบุว่า ระบบประสาทและการรู้คิดของคุณฟื้นฟูกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว คุณอ้างว่าดึงความทรงจำช่วงที่เป็นพี่นะกลับมาได้ทั้งหมด”“ไม่ได้อ้างครับ พี่จำได้ทุกอย่างจริงๆ” ภรภัทรตอบเสียงทุ้ม นุ่มนวลและหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการทดสอบความจำได้เลย” น้ำฟ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเริ่มแฝงรอยประชดประชันอย่างห้ามไม่อยู่ “ตอบมาสิคะคุณภรภัทร ก่อนที่คุณจะกลายมาเป็นคน
นรินทิพย์ปิดแฟ้มรายงานลงช้าๆ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปหาลูก และไปเผชิญหน้ากับคนไข้คนนี้ด้วยตัวเองแล้ว สายลมปลายฤดูฝนพัดพาเอาไอดินและกลิ่นหอมกรุ่นของดอกกาสะลองคลุ้งกระจายไปทั่วไร่พราวฟ้า บรรยากาศยามบ่ายบนเรือนไม้สักทองอบอวลไปด้วยความหวัง ร่างสูงใหญ่ของภรภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวพับแขน สวมกางเกงสแล็กสบายๆ กำลังยืนย่อตัวอยู่ตรงชานระเบียง มือหนาค่อยๆ ช่วยติดกิ๊บรูปดอกไม้สีหวานลงบนปอยผมนุ่มของเด็กหญิงวัยขวบเศษที่ยืนนิ่งตาแป๋ว น้องพราวในชุดกระโปรงเอี๊ยมสีครีมตัวจิ๋ว รองเท้าหัดเดินส่งเสียงดังปี๊บๆ ทุกครั้งที่ขยับก้าว สองแขนป้อมกอดตุ๊กตากระต่ายเน่าไว้แนบอก ปากจิ้มลิ้มเคี้ยวตุ้ยๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว “ปาป๊า... ปาป๊า มี้... หม่ามี้” “ครับคนเก่ง วันนี้หม่ามี้คนสวยจะกลับมาหาหนูพราวแล้วนะ” ภรภัทรเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบทอดมองลูกสาวด้วยความรักล้นปรี่ ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มยุ้ยอมชมพูที่ถอดแบบพิมพ์เดียวมาจากคนเป็นแม่ “ยัยหนูต้องช่วยปาป๊านะลูก พอหม่ามี้มาถึง ต้องรีบวิ่งไปกอดขาแน่นๆ ห้ามปล่อยให้หม่ามี้ใจร้ายพายัยหนูหนี






reviews