Compartir

ตอนที่ 16

Autor: TanyaT
last update Fecha de publicación: 2026-09-03 17:18:07

รถกระบะสีดำพุ่งไปตามถนนสายเล็กด้วยความเร็ว แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านแนวต้นไม้เป็นริ้วสลับกับเงามืดบนพื้นถนน เมฆินทร์กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดนูน ความเจ็บที่กลางอกยังคงบีบรัดเป็นจังหวะ บางครั้งรุนแรงจนลมหายใจสะดุดแต่นั่นก็ไม่ทำให้เขายอมผ่อนคันเร่งแม้แต่น้อย

ความรู้สึกที่แล่นเข้ามาเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงลางสังหรณ์ หากเป็นแรงสะท้อนจากหยดเลือดของเขาซึ่งใช้กดรอยอาคมให้ริสาเมื่อคืน แม้จะไม่ได้ลงยันต์ผูกวิญญาณอย่างสมบูรณ์แต่เลือดของผู้สืบวิชาได้สัมผัสกับรอยบนร่างของหญิงสาวแล้ว มันจึงทิ้งสายเชื่อมบางเบาเอาไว้ มากพอให้เขารับรู้ได้เมื่ออาคมในตัวเธอกำลังคุกคามถึงชีวิต

เมฆินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขที่ริสาโทรเข้ามาทิ้งไว้เมื่อคืน เสียงสัญญาณดังเพียงครั้งเดียวแล้วจึงถูกตัดไป ก่อนหน้าจอจะขึ้นแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ เขากัดกรามแน่นแล้วกดโทรซ้ำอีกครั้งแต่ผลยังคงเหมือนเดิม

“ดื้อจนได้เรื่อง”

เขาพึมพำเสียงต่ำพลางหักพวงมาลัยเข้าสู่ถนนใหญ่ ความรู้สึกปวดร้าวกลางอกแล่นขึ้นมาอีกระลอก คราวนี้รุนแรงจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ เมฆินทร์จึงต้องชะลอรถเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเรียกสติ ก่อนภาพบางอย่างจะวาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ผนังสีขาว แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ป้ายตัวอักษรสีน้ำเงินเหนือทางเดินและเสียงประกาศเรียกชื่อแพทย์เวรดังแทรกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย

โรงพยาบาลประจำอำเภอ

เขาเหยียบคันเร่งลงอีกครั้งและในขณะเดียวกัน ภายในห้องฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลหลายคนกำลังล้อมรอบเตียงของริสา จอมอนิเตอร์ส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลขชีพจรบนหน้าจอเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสูงผิดปกติแล้วลดฮวบลงในเวลาไม่กี่วินาที ความดันโลหิตตกต่ำทั้งที่ไม่พบเลือดออกหรืออาการแพ้ใด ๆ

“ออกซิเจนลดค่ะ”

พยาบาลรายงานพร้อมรีบนำหน้ากากออกซิเจนครอบลงบนใบหน้าซีดเผือดของริสาในทันที

“เปิดเส้นเพิ่ม ส่งเลือดซ้ำ แล้วเตรียมยา”

แพทย์เวรออกคำสั่งต่อเนื่อง เขาใช้ไฟฉายส่องตรวจรูม่านตาของหญิงสาวก่อนขมวดคิ้วเมื่อพบว่าร่างกายของเธอเย็นจัดเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยค่าต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนเครื่องมือ

ริสาไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้นอย่างชัดเจนอีกแล้ว สติของเธอกำลังลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ เสียงคนรอบข้างฟังคล้ายดังมาจากใต้น้ำ ขณะที่เงาดำตรงปลายเตียงค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ แขนยาวผิดรูปของมันยื่นออกมาเหนือร่างของเธอ นิ้วมือซีดเทาทั้งห้ากางออกช้า ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงกลางอก

ความเย็นจัดแทรกผ่านผิวหนังเข้าไปถึงหัวใจ ริสาพยายามขยับแขน พยายามดิ้นหนีแต่ร่างกายกลับหนักอึ้งจนแม้แต่ปลายนิ้วยังไม่อาจกระดิกได้

“กลับไป...”

เสียงของหญิงสาวดังก้องอยู่ในศีรษะ

“ที่นั่นเป็นของเจ้า...”

ภาพศาลาร้างวาบขึ้นมาในความมืด ประตูไม้เปิดอ้า ต้นตะเคียนใหญ่สั่นไหวท่ามกลางสายฝนและจี้เงินห้อยแกว่งอยู่กลางอากาศราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังถือมันไว้

“กลับมาเสียที...”

ริสาพยายามส่ายหน้าปฎิเสธคำพูดเหล่านั้น ความกลัวทำให้สติที่กำลังเลือนรางดิ้นรนกลับเข้าสู่ร่าง เธอนึกถึงคำเตือนของเมฆินทร์ นึกถึงสายตาเย็นชาของเขาในตอนที่บอกว่าหากรอยดำลามให้รีบกลับไปหา และนึกถึงตะกรุดที่ตนทิ้งไว้ในลิ้นชักเพราะคิดว่าเป็นเพียงของงมงาย

ผมบอกคุณแล้ว’...หากเขาอยู่ตรงนี้ก็คงจะพูดกับเธอเช่นนั้นแน่ๆ ความคิดนั้นทำให้เธอทั้งหงุดหงิดและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เงาดำโน้มตัวลงมาใกล้มากขึ้นจนความมืดจากร่างของมันปกคลุมใบหน้าของเธอทั้งหมดก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้นแทรกเข้ามาจากที่ไกลแสนไกล

“ริสา!”

ไม่ใช่เสียงของหญิงในศาล เสียงนั้นทุ้ม หนักแน่น และเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่เธอจำได้ดี เงาดำชะงักไปในทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ร่างของมันบิดเบี้ยวไปชั่วขณะราวกับเสียงเรียกนั้นทำให้แรงดึงซึ่งพันรอบดวงจิตของเธอคลายตัวลงเล็กน้อย ริสาพยายามเพ่งมองผ่านความมืดแต่ยังไม่ทันเห็นสิ่งใด เสียงเครื่องมือรอบตัวก็ดังชัดเจนขึ้นอีกครั้ง

“ชีพจรลดค่ะ!”

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เมฆินทร์ก้าวเข้ามาพร้อมกระเป๋าผ้าสีดำในมือ เสื้อของเขาเปียกชื้นด้วยเหงื่อจากการรีบเร่ง ดวงตาคมกวาดมองผ่านผู้คนเพียงครั้งเดียวก็หยุดอยู่ที่ร่างของริสาบนเตียง

พยาบาลคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาขวาง “ญาติเข้าไม่ได้นะคะ”

“ผมต้องเข้าไปหาเธอ”

“คุณต้องรอข้างนอกค่ะ ทีมแพทย์กำลังช่วยคนไข้”

เมฆินทร์มองผ่านไหล่ของอีกฝ่ายไปยังจอมอนิเตอร์ เส้นชีพจรกำลังอ่อนลงขณะที่เงาสีดำบางอย่างซึ่งไม่มีใครนอกจากเขามองเห็น กำลังทอดยาวจากพื้นใต้เตียงขึ้นไปพันรอบลำคอของริสา

“ถ้าผมไม่เข้าไป เธอจะตาย”

“คุณคะ กรุณาออกไปรอก่อน”

เจ้าหน้าที่อีกคนขยับเข้ามาเตรียมพาเขาออกแต่เมฆินทร์ไม่ยอมถอย เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบสายสิญจน์เส้นหนึ่งขึ้นมาพันรอบข้อมือก่อนบริกรรมถ้อยคำสั้น ๆ ใต้ลมหายใจ

เปลวไฟในหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบวูบหนึ่ง อากาศภายในห้องเย็นลงอย่างฉับพลันจนหลายคนชะงักไป เมฆินทร์อาศัยจังหวะนั้นก้าวผ่านพยาบาลเข้าไปหยุดข้างเตียงของริสา เขาไม่แตะเครื่องมือใด ไม่ขัดขวางการรักษาของแพทย์ เพียงใช้มือข้างหนึ่งกุมข้อมือของริสาไว้แน่น ส่วนอีกมือหยิบตะกรุดเส้นเล็กจากกระเป๋าวางลงกลางอกของเธอ

“คุณทำอะไรครับ” แพทย์เวรถามเสียงเข้ม

“ช่วยเธอในส่วนที่เครื่องของคุณมองไม่เห็น”

“กรุณาถอยออกไปก่อน”

เมฆินทร์ไม่ตอบ เขาหลับตาลงก่อนใช่ปลายนิ้วกดลงตรงชีพจรอันเบาบางและเริ่มบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงต่ำจนแทบกลืนไปกับเสียงเครื่องมือ

“นะเรียกขวัญ โมเรียกจิต พุทผูกลม ธาประคองชีพ ยะคืนกาย เจ้าของนามคือริสา เจ้าของร่างยังมิสิ้นอายุ ขวัญใดถูกฉุดจงคืน จิตใดถูกลวงจงกลับ อย่าตามเสียงผู้ใด จงกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้”

เส้นสีดำที่พันรอบลำคอของริสากระตุกอย่างรุนแรง เงาดำตรงปลายเตียงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ไม่มีใบหน้า แต่เมฆินทร์กลับรู้สึกได้ว่ามันกำลังจ้องมองเขาอยู่

เสียงกระซิบเย็นเยียบค่อยๆดังขึ้นข้างหูของชายหนุ่ม

“นางเลือกทางของนางแล้ว”

เมฆินทร์ลืมตา ดวงตาคมของเขาแข็งกร้าวขึ้นทันที 

“เธอยังไม่ได้เลือกอะไรทั้งนั้น”

ไม่มีใครในห้องได้ยินประโยคนั้นนอกจากสิ่งที่ยืนอยู่ตรงปลายเตียง เงาดำบิดตัวและกระชากสายที่พันอยู่รอบวิญญาณของริสาแรงขึ้น จอมอนิเตอร์ส่งเสียงยาว ตัวเลขชีพจรลดลงจนเกือบเป็นศูนย์

แพทย์เวรรีบขยับเข้ามา “เตรียมกู้ชีพ!”

พยาบาลดึงเมฆินทร์ออกห่างจากเตียงแต่เขายังจับข้อมือริสาไว้ไม่ยอมปล่อย ความเจ็บปวดจากแรงอาคมแล่นผ่านฝ่ามือขึ้นมาถึงหัวใจ รุนแรงจนเลือดซึมออกจากแผลเก่าบริเวณกลางฝ่ามือ

หยดเลือดหนึ่งตกลงบนสายสิญจน์ที่พันรอบข้อมือของริสาและทันทีที่เลือดสัมผัสเส้นด้าย อักขระที่เมฆินทร์ลงไว้เมื่อคืนก็ปรากฏแสงสีแดงจาง ๆ เส้นดำบนขาของหญิงสาวหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ ขณะที่เงาตรงปลายเตียงชะงักไป

เมฆินทร์ใช้โอกาสนั้นกำข้อมือของเธอแน่นขึ้นก่อนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ริสา มองผม”

ท่ามกลางความมืด หญิงสาวได้ยินเสียงนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใด เธอพยายามเพ่งมองก่อนจะเห็นแสงเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ไกลออกไป ภายในแสงนั้นมีเงาของชายคนหนึ่งยืนอยู่และมือของเขายื่นมาตรงหน้า

“กลับมา” ริสามองมือที่ยื่นมาให้ ความเหนื่อยล้าทำให้เธอแทบไม่เหลือแรงดิ้นรนแต่ทันทีที่เสียงหญิงในศาลากระซิบเรียกเธออีกครั้ง เธอกลับนึกถึงความรู้สึกตอนถูกลากไปตามพื้นไม้ นึกถึงรอยดำที่ค่อย ๆ กัดกินร่างและนึกถึงคำพูดเย็นชาของเมฆินทร์ที่สั่งให้จำเสียงเขาไว้

ไม่ว่าในฝันจะได้ยินใครเรียก เสียงนั้นจะไม่ใช่เขา ริสาจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายยื่นมือออกไปหาแสงตรงหน้า ทันทีที่ปลายนิ้วแตะมือของเมฆินทร์ ความมืดรอบตัวก็แตกร้าวราวกับกระจก เงาดำส่งเสียงกรีดร้องแหลมก่อนสลายหายไปพร้อมกับแรงดึงที่พันรอบร่าง

ริสาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนร่างทั้งร่างจะกระตุกขึ้นบนเตียง จอมอนิเตอร์กลับมาส่งเสียงเป็นจังหวะอีกครั้ง ตัวเลขชีพจรค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นจนเข้าสู่ระดับที่พอควบคุมได้

“ชีพจรกลับมาแล้วค่ะ!”

เสียงพยาบาลดังขึ้นท่ามกลางความเร่งรีบ แพทย์เวรยังคงตรวจอาการต่อโดยไม่ลดความระวัง ขณะที่เมฆินทร์ถูกพาออกมารอด้านนอกในที่สุด เขาไม่ได้ขัดขืนอีกเพราะรับรู้ได้แล้วว่าสติของริสากลับเข้าสู่ร่างแม้อาคมจะยังไม่ถูกถอนออกก็ตาม

ชายหนุ่มยืนพิงผนังหน้าห้องฉุกเฉิน มือข้างหนึ่งกุมกลางอก ลมหายใจยังคงหนักจากแรงสะท้อนของอาคม เลือดที่ฝ่ามือหยดลงบนพื้นกระเบื้องทีละหยดแต่เขากลับไม่สนใจจะทำแผล

ไม่นานนัก พลอยกับมนัสก็เดินกึ่งวิ่งมาตามทางเดิน สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวล เมื่อพลอยเห็นเมฆินทร์ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนถามเขา

“คุณคือคนที่ช่วยพี่ริสาเมื่อคืนหรือคะ”

เมฆินทร์มองหญิงสาวตรงหน้า “เธอเล่าให้ฟังหรือ”

“เล่าไม่มากค่ะ บอกแค่ว่ารถมีปัญหาและมีคนช่วยไว้” พลอยเหลือบมองเลือดบนมือของเขา “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าพี่ริสาอยู่โรงพยาบาล”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 16

    รถกระบะสีดำพุ่งไปตามถนนสายเล็กด้วยความเร็ว แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านแนวต้นไม้เป็นริ้วสลับกับเงามืดบนพื้นถนน เมฆินทร์กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดนูน ความเจ็บที่กลางอกยังคงบีบรัดเป็นจังหวะ บางครั้งรุนแรงจนลมหายใจสะดุดแต่นั่นก็ไม่ทำให้เขายอมผ่อนคันเร่งแม้แต่น้อยความรู้สึกที่แล่นเข้ามาเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงลางสังหรณ์ หากเป็นแรงสะท้อนจากหยดเลือดของเขาซึ่งใช้กดรอยอาคมให้ริสาเมื่อคืน แม้จะไม่ได้ลงยันต์ผูกวิญญาณอย่างสมบูรณ์แต่เลือดของผู้สืบวิชาได้สัมผัสกับรอยบนร่างของหญิงสาวแล้ว มันจึงทิ้งสายเชื่อมบางเบาเอาไว้ มากพอให้เขารับรู้ได้เมื่ออาคมในตัวเธอกำลังคุกคามถึงชีวิตเมฆินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขที่ริสาโทรเข้ามาทิ้งไว้เมื่อคืน เสียงสัญญาณดังเพียงครั้งเดียวแล้วจึงถูกตัดไป ก่อนหน้าจอจะขึ้นแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ เขากัดกรามแน่นแล้วกดโทรซ้ำอีกครั้งแต่ผลยังคงเหมือนเดิม“ดื้อจนได้เรื่อง”เขาพึมพำเสียงต่ำพลางหักพวงมาลัยเข้าสู่ถนนใหญ่ ความรู้สึกปวดร้าวกลางอกแล่นขึ้นมาอีกระลอก คราวนี้รุนแรงจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ เมฆินทร์จึงต้องชะลอรถเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเรียกสติ ก่อนภาพบางอย่างจะวาบเ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 15 เตือนแล้ว

    พลอยหันไปตามสายตาแต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ใต้ต้นมะขาม มีเพียงเชือกเก่าที่ผูกอยู่กับกิ่งไม้กำลังแกว่งไหวช้า ๆทั้งที่ลมสงบนิ่งริสากะพริบตาหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดก่อนตอบไปเพียง“ไม่มีอะไร” เธอตอบเสียงเบาก่อนรีบเปิดประตูรถเข้าไปนั่งความปวดที่ข้อเท้าเริ่มลามขึ้นมาตามน่องแล้ว หญิงสาวยกชายกางเกงขึ้นดูอย่างระมัดระวัง เส้นสีดำซึ่งเมื่อเช้ายังจางจนแทบมองไม่เห็น ตอนนี้กลับเข้มขึ้นและเคลื่อนสูงจากข้อเท้ามาเกือบหนึ่งฝ่ามือคำเตือนของเมฆินทร์ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หากรอยดำเริ่มลาม ให้รีบกลับไปหาเขาทันที ริสากำชายกางเกงแน่น ในความคิดของเธอในตอนนี้ เธอรู้ว่า...เธอควรกลับไป ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเพียงครู่เดียวก่อนเหตุผลอีกด้านจะโต้แย้งทันที หากอาการเกิดจากพิษ การติดเชื้อ หรือลิ่มเลือด การกลับไปหาคนที่รักษาด้วยสมุนไพรและคาถาอาคมอาจทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ โรงพยาบาลต่างหากคือสถานที่ที่ควรไป“มนัส” เธอเรียกช่างภาพซึ่งกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ด้านหลังรถ“พาฉันไปโรงพยาบาลหน่อย”ชายหนุ่มหันมามองทันที “อาการหนักหรือ”“ข้อเท้าบวมขึ้น อยากให้หมอตรวจ”“ไปเดี๋ยวนี้เลยไหม”“เดี๋ยวนี้”

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 14 ศาลาร้าง

    เมฆินทร์ก้มมองฝ่ามือของตนเองและพบว่ารอยแผลที่ใช้หยดเลือดกดอาคมเมื่อคืนเริ่มปิดแล้ว เหลือเพียงรอยแดงบาง ๆ พาดอยู่กลางฝ่ามือตามปกติ เมื่อพิธีกดอาคมเสร็จสิ้น ความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบพิธีกับผู้ถูกอาคมควรสิ้นสุดลงทันทีแต่คราวนี้มันยังคงอยู่...เบาบางจนแทบจับต้องไม่ได้ ทว่าชัดเจนพอให้เขารู้สึกว่าบางสิ่งที่อยู่ในตัวของริสากำลังหลับอยู่ มันไม่ได้หายไปไหน เพียงซ่อนตัวและรอเวลาให้ฤทธิ์ของอาคมที่เขาลงไว้เสื่อมลงเท่านั้นชายหนุ่มกำมือช้า ๆ ก่อนหันกลับเข้าเรือน บนโต๊ะเตี้ยยังวางโถยาสมุนไพร มีดหมอ และเศษด้ายสายสิญจน์จากเมื่อคืน เขาเริ่มเก็บทุกอย่างเข้าที่อย่างเงียบเชียบแต่สายตากลับเหลือบมองประตูอยู่เป็นระยะ คล้ายกับกำลังคาดหวังว่าริสาจะย้อนกลับมาในอีกไม่กี่นาทีแน่นอนว่าเธอไม่กลับมา ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆและยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งอยากพิสูจน์ว่าคำเตือนนั้นผิดเมฆินทร์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ความรู้สึกประหลาดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ความรู้สึกเป็นห่วง ผูกพันธ์กับริสาที่ยังหาคำตอบไม่ได้“ดื้อให้ตลอดเถอะ”เขาพึมพำกับตัวเองก่อนหยิบผงว่านที่เหลือจากเมื

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 13 ไม่เชื่อ

    แสงแดดยามเช้าค่อย ๆ ลอดผ่านช่องไม้ของเรือนไทยหลังใหญ่ กลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนผสมกับกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้อง ริสาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานไม้สีเข้มเหนือศีรษะก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่โรงแรม เธอรีบยันตัวลุกก่อนที่จะตระหนักได้ว่า ความเจ็บที่ข้อเท้ายังมีอยู่แต่ลดลงกว่าคืนก่อนมากราวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้ายหญิงสาวค่อย ๆ ดึงชายกางเกงขึ้นมาดูช้าๆและพบว่า รอยเส้นสีดำที่เมื่อคืนลามเกือบถึงสะโพก เหลือเพียงเส้นบาง ๆ วนอยู่รอบข้อเท้า คล้ายรอยช้ำธรรมดา“ดีขึ้นจริงๆแฮะ” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆพร้อมกับร่างของเมฆินทร์ที่เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้าง่าย ๆ มีเพียงข้าวต้มร้อนกับชาสมุนไพรหนึ่งถ้วย“ตื่นแล้วหรือ” น้ำเสียงของเขาเรียบเหมือนทุกครั้งริสาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบว่า“เมื่อคืน…” เธอหยุดคิดก่อนเปลี่ยนคำถาม“ฉันหลับไปนานไหม”“เกือบทั้งคืน” เมฆินทร์วางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงข้าม“กินอะไรสักหน่อย”ริสามองอาหารตรงหน้า“คุณทำเองหรือคะ”“มีผมอยู่คนเดียว”เธออดหัวเราะไม่ได้จึงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 12 ริสา

    “ฉันมีของอยู่ที่โรงแรม แล้วคนในทีมก็….”“ถ้าคุณออกนอกเขตบ้าน สิ่งนั้นจะตามคุณทันที”“ฉันโทรให้คนมารับได้”“แล้วคุณจะพาใครอีกคนเข้ามาเสี่ยงด้วยหรือ”คำถามนั้นทำให้ริสาชะงัก เมฆินทร์เดินไปปิดม่านหน้าต่างให้มิดชิดก่อนลงกลอนประตูอีกครั้ง“โทรบอกคนของคุณว่าคืนนี้พักอยู่บ้านชาวบ้านเพราะทางกลับถูกปิดหรือรถมีปัญหาก็ได้ แต่อย่าบอกว่าอยู่ที่นี่และอย่าให้ใครมาตาม”“ทำไมต้องปิดเป็นความลับ”“นี่คุณคิดไม่ได้จริงๆหรือ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ส่งข้อความให้คุณเป็นใคร”“คุณคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้าน?”“ผมคิดว่าเรายังตัดใครออกไม่ได้”ริสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สัญญาณกลับมาเพียงขีดเดียว เมื่อเธอเห็นดังนั้นจึงเริ่มพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ส่งให้เพื่อนร่วมงานว่าคืนนี้ต้องค้างในพื้นที่เพราะรถมีปัญหาก่อนวางเครื่องลงข้างตัวเมฆินทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง “ห้ามบันทึกภาพภายในบ้าน”“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”“นักข่าวมักเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน”“เพราะมันเป็นหน้าที่”“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ทำข่าว แต่เป็นอาณาเขตของผม”“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับคดีของฉัน”“ถ้าคุณยังคิดจะนำเรื่องคืนนี้ไปเผยแพร่ ผมจะไม่ช่วยคุณอีก”ริสาสบตาเขาตร

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   ตอนที่ 11 ค้าง

    ริสายังไม่ทันตอบคำถามหรือทันได้พูดอะไร ความเจ็บปวดจากข้อเท้าก็แล่นขึ้นมาตามต้นขาอย่างรุนแรงจนร่างทั้งร่างทรุดลง เมฆินทร์คว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนศีรษะจะกระแทกพื้นแล้วช้อนร่างหญิงสาวกลับไปวางบนเตียงไม้ ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดฝากของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นผุดตามกรอบหน้าขณะที่ลมหายใจเริ่มถี่และขาดจังหวะชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียงก่อนยกชายกางเกงบริเวณข้อเท้าขึ้นเล็กน้อย เส้นสีดำใต้ผิวหนังซึ่งเมื่อครู่ยังหยุดอยู่เหนือหัวเข่ากำลังลามขึ้นมาตามต้นขาอย่างช้า ๆ ราวกับมันรับรู้ว่าริสาถูกพาเข้ามาอยู่ในเขตอาคมแล้วจึงพยายามเร่งกัดกินร่างกายก่อนจะถูกสะกดเอาไว้“รอยมันลามเร็วขึ้นใช่ไหม” ริสาพูดด้วยเสียงแผ่วแม้จะพยายามข่มอาการเจ็บแต่ปลายนิ้วที่กำผ้าปูเตียงกลับสั่นจนเห็นได้ชัด “คุณบอกว่าที่นี่ปลอดภัยไม่ใช่หรือ”“เขตบ้านกันสิ่งที่อยู่ข้างนอกได้แต่รอยนี้ติดอยู่ในตัวคุณแล้ว”“งั้นจะพาฉันมาที่นี่ทำไม” เมฆินทร์เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาเรียบเย็น “เพราะถ้าคุณยังอยู่ในป่า ตอนนี้คงไม่มีแรงมานั่งเถียงผมอยู่แบบนี้”ริสาอ้าปากจะเถียงกลับแต่ความเจ็บปวดกลับแล่นขึ้นมาถึงหน้าท้องจนต้องงอตัวลง เมฆินทร์รีบประคองไหล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status