บทที่ 4
(....)
(เลิกตามตอแยผู้หญิงที่ไม่ได้รักลูกได้แล้ว กลับบ้าน ทุกคนรอลูกอยู่) พระราชายื่นคำขาดและเป็นฝ่ายกดวางสาย
@ประเทศบริทแลนด์
@พระราชวังเลพเพิร์ด
“เฮนดริค” กษัตริย์คาร์ลอสที่ห้าเอ่ยเรียกมือขวาคนสนิทที่ยืนรออยู่ด้านนอกให้เข้ามาพบ
บริวารคนสนิทของกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้ามีทั้งหมดห้าคน คนแรกคือ
เฮนดริค มือขวาคนสนิท คอยจัดการเรื่องในวงการสีเทาแทนกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า
โนแลน มือซ้ายคนสนิท ทำหน้าที่เป็นอาวุธสังหารของกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า หรือที่เรียกว่า นักฆ่าประจำตัว คอยดูแลความปลอดภัยของกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า
โทมัส ราชเลขาธิการประจำพระองค์ คอยจัดการเรื่องภายในราชวงศ์ให้กับกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า
เบรย์เดน เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า
แอนดรู เป็นองครักษ์ นายทหารชั้นสัญญาบัตรคนสนิท คอยตามกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้าไปทุกหนแห่ง
“ฝ่าบาท” เฮนดริคโค้งคำนับทำความเคารพก่อนจะเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของกษัตริย์คาร์ลอสที่ห้า
“คิดว่าเด็กคนนั้นเป็นยังไง”
“พระองค์หมายถึงใครหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ลูกสาวคนเล็กของศัตรูหมายเลขหนึ่งของเรา”
“เกล้ากระหม่อมคิดว่า ลูกสาวคนเล็กของคนผู้นั้น เพียบพร้อมและเหมาะสมกับเจ้าฟ้าชายอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“คิดแบบนั้นเหรอ” กษัตริย์คาร์ลอสที่ห้าขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่ง ครุ่นคิดถึงคุณสมบัติของลูกสาวคนเล็กของศัตรูหมายเลขหนึ่ง
“พ่ะย่ะค่ะ เด็กสาวที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ ชนชั้นเทียบเท่าราชวงศ์ ฉลาดเป็นกรด ไอคิวสูง อีกทั้งยังเพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา ใบหน้าสวยหาใครเทียบไม่ได้ เธอโดดเด่นและมีเสน่ห์กว่าใคร เธอเป็นสาวน้อยที่หาได้ยากที่สุด ในรอบ 2000 ปี จะมีเด็กสาวเช่นเธอเกิดขึ้นมาบนโลกสักหนึ่งคน เธอเหนือกว่าผู้หญิงทั้งโลก เพียบพร้อมขนาดนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว กระหม่อม”
“เด็กสาวที่สองพันปีจะโผล่ขึ้นมาครั้งนึง เด็กคนนั้นสวยขนาดนั้นเลยเหรอ” กษัตริย์คาร์ลอสที่ห้าขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่งมากกว่าเดิม ปกติพระราชาเห็นสาวน้อยผ่านโซเซียล ยังไม่เคยเห็นตัวจริง แต่ก็ได้ยินผ่านหูเรื่องความสวยของสาวน้อยยูมิโกะมาตลอด ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
‘ในทีวีคิดว่าสวยมากๆ แล้ว ตัวจริงสวยกว่าในทีวีล้านเท่า’ สงสัยจะจริงเหมือนที่ได้ยินมา
กษัตริย์คาร์ลอสที่ห้าเอ่ยในใจ ชักเริ่มอยากจะเห็นตัวจริงของเด็กสาวที่ลูกชายหมายปอง คลั่งรักถึงขั้นตามไปเฝ้าถึงประเทศไทยแล้วสิ
“เธอสวยมากพ่ะย่ะค่ะ สวยแบบเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร” พระราชาพยักหน้าเข้าใจโดยปริยาย
“แล้วข้อเสียล่ะ”
“ดื้อรั้น ไม่ค่อยเชื่อฟัง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางทีก็ออกจะเพี้ยนไปหน่อย เธอเป็นผู้หญิงที่เดาทางได้ยากมากพ่ะย่ะค่ะ อีกเรื่อง เธอปากจัดมาก ปากจัดจนพระองค์ต้องอึ้ง”
“เด็กสาวที่หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูแบ๊วเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้กระเบื้องเคลือบปากจัด?” พระราชาทรงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะหน้าตาของสาวน้อยดูสวยหวาน ใสซื่อ ดูไม่เหมือนคนที่จะด่าทอใครด้วยถ้อยคำหยาบคายเลยสักนิด อีกทั้งพระราชาเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง ว่าสาวน้อยยูมิโกะ นิสัยดี อ่อนหวาน น่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดูอยากได้เป็นลูกสะใภ้
“พ่ะย่ะค่ะ เจ้าฟ้าชายทรงมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้เด็กคนนั้น แม้ว่าจะโดนด่าทุกครั้งที่เข้าใกล้ก็ตาม”
“คาลโดนด่าด้วยเหรอ” พระราชาขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่งอีกครั้ง ด้วยรู้ดีว่าลูกชายมีนิสัยโหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ไม่มีทางที่ลูกชายจะไว้ชีวิตคนที่ผรุสวาทต่อหน้า ทว่า พอกับสาวน้อยยูมิโกะ มกุฎราชกุมารกลับไม่ลงโทษ อีกทั้งยังพยายามเข้าใกล้ให้ได้มากที่สุด คอยหาเรื่องให้สาวน้อยผรุสวาทสาปแช่งทุกครั้งที่มีโอกาส
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ด่ายังไง”
“เอ่อ...คือ” เฮนดริคอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าทูลตามที่ได้ยินมา เพราะกลัวพระราชาจะตกใจ
“พูดมาเถอะ เราอยากฟัง”
“...ก็ประมาณว่า....เธอด่าเจ้าฟ้าชายว่า...ไอ้เครื่องในหมา...ไอ้ชีกอ...ไอ้เดรัจฉาน...รกโลก...เมื่อไหร่จะอัตวิบาตรกรรมตัวเอง คร่าวๆ ประมาณนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“คร่าวๆ เหรอ? แสดงว่ามีแรงกว่านี้” พระราชาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ พระองค์ทรงอยากทราบว่า คำว่า เครื่องในหมา คำนี้หมายความว่าอย่างไร เพราะเพิ่งเคยได้ยินคนหยิบยกขึ้นมาเป็นคำด่า
แต่พระองค์คิดว่าไม่เอ่ยถามจะดีกว่า เพราะฟังแค่นี้ก็รู้สึกว่า ต้องเป็นคำด่าที่แรงมากๆ แน่ๆ ถ้ารู้ความหมายกลัวจะช็อกตกใจมากกว่าเดิม
“ที่กระหม่อมกล่าวมาเมื่อครู่ เลือกคัดสรรคำที่หยาบคายน้อยที่สุดแล้วพ่ะย่ะค่ะ ถ้าให้กระหม่อมพูดต่อเกรงว่าจะไม่เหมาะสม”
“แรงที่สุดที่เด็กนั่นด่าลูกชายของเราคือคำไหน”
“...เอ่อ...” เฮนดริคหน้าถอดสี หลับตาลงอย่างคิดไม่ตก พระราชามองอย่างกดดันทำให้เฮนดริคต้องจำใจพูด
“เธอด่าเจ้าฟ้าชายว่า ไอ้หัว***พ่ะย่ะค่ะ”
“โอ้! ยัยเด็กนั่น” พระราชาถึงกับสะดุ้งตกใจเผลออุทานออกมา สาวน้อยยูมิโกะปากจัดซะจนพระราชาผู้ขึ้นชื่อว่า นิ่ง สุขุม เผลออุทานออกมาด้วยความตกใจและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
“ยังมีอีกเยอะพ่ะย่ะค่ะ ถ้าพระองค์อยากจะฟังต่อกระหม่อมจะเล่าให้พระองค์ฟัง”
“ไม่ต้องแล้ว นอกจากด่าแล้วมีอะไรอีก”
“เจ้าฟ้าชายสเด็จไปเยือนประเทศไหนมักจะซื้อของฝากกลับมาให้เด็กคนนั้นทุกครั้งพ่ะย่ะค่ะ แต่ของฝากถูกตีกลับมาทุกครั้ง บางครั้งเด็กคนนั้นก็โยนทิ้งอย่างไม่ไยดี”
“ราคาของฝากแต่ละครั้งประมาณเท่าไหร่”
“แต่ละชิ้นราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านปอนด์พ่ะย่ะค่ะ”
“สูญเงินไปเยอะ แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง”
“โดนด่ากลับมาและโดนเกลียดมากกว่าเดิมพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่มันเลวร้ายยิ่งกว่า เสียเงินเป็นแสนแขนไม่ได้จับ เราไม่คิดว่าลูกชายของเราจะยอมทุ่มเงินจำนวนมากให้กับผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ เฮ้อ เมื่อไหร่นะ คาลถึงจะหยุดทำแบบนี้สักที ใส่ใจผู้หญิงที่ไม่แยแสเรา ก็มีแต่จะทำให้เราเจ็บปวด ไปเตรียมเครื่องบิน เราจะไปประเทศไทย”
“พระองค์จะเสด็จไปดูเด็กคนนั้นด้วยตาของตัวเองหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ไปดูให้เห็นกับตาจะได้รู้ เรื่องนี้ปิดเป็นความลับ อย่าให้คาลรู้เด็ดขาด แล้วก็โทรหาเดวิดกับซูสให้เราด้วยเรามีเรื่องจะคุยกับสองคนนั้น”
เดวิด เป็นเพื่อนสนิทของเจ้าชายปาสคาล เบื้องหน้าถือบรรดาศักดิ์ ไวเคานต์ อาร์กติก เบื้องหลังเป็นมาเฟีย
ซูส เป็นเพื่อนสนิทของเจ้าชายปาสคาล เบื้องหน้าถือบรรดาศักดิ์ ไวเคานต์ โคลโมร์เดน เบื้องหลังเป็นมาเฟีย
@ประเทศไทย
@คฤหาสน์หรูของเจ้าชายปาสคาล
หลังจากที่วางสายจากพระบิดา เจ้าชายปาสคาลก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดต่อสายโทรหาสาวน้อยที่เจ้าชายมีใจให้ อีกมือเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียงนอน หยิบเครื่องสำเร็จความใคร่ไฟฟ้าสำหรับผู้ชายขนาดใหญ่พิเศษ ออกมาจากลิ้นชัก เพื่อจะใช้มันสำเร็จความใคร่
เจ้าชายแม้จะอายุย่าง 30 ปี แต่ก็ยังบริสุทธิ์ ซิง ยังไม่เคยนอนกับใคร เพราะ หัวใจของเจ้าชาย มีเพียงสาวน้อยยูมิโกะแต่เพียงผู้เดียวทั้งใจ เจ้าชายตกหลุมรักเธอทั้งใจ จึงไม่ต้องการสัมผัสร่างกายของผู้หญิงคนอื่นหรือมีความสัมพันธ์ทางกายกับผู้หญิงคนไหนนอกจากสาวน้อยยูมิโกะ
ยูมิโกะ เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เจ้าชายอยากสัมผัสร่างกาย ทุกครั้งที่เจ้าชายเกิดอารมณ์ทางเพศ มักจะใช้มือขัดจรวดตัวเอง หรือ ใช้เครื่องสำเร็จความใคร่ไฟฟ้านวดอวัยวะเพศและมองดูภาพถ่ายของสาวน้อยยูมิโกะไปด้วย เพื่อจะได้ให้ความรู้สึกสมจริงเหมือนกำลังแตกใส่ใบหน้าของเธอจริงๆ
เจ้าชายกดต่อสายโทรหาสาวน้อยอีกครั้ง เพราะเธอไม่ยอมรับสาย เจ้าชายกดโทรออกซ้ำๆ ด้วยความหงุดหงิด โทรเกือบจะ 20 miss call กว่าเธอจะกดรับสาย ทันทีที่เธอกดรับสาย สีหน้าที่หงุดหงิดเมื่อครู่ก็ดูมีความสุขขึ้นมาในทันที
(....) สาวน้อยยูมิโกะกดรับสายแล้ว แต่เธอเงียบ ไม่พูด ไม่เอ่ยถามใดๆ เหมือนว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์โทรของใคร เธอเปลี่ยนเบอร์โทรเพื่อหนีเจ้าชาย ไม่ให้เจ้าชายโทรหาเธอได้อีก แต่ถึงเธอจะเปลี่ยนเบอร์ทุกครั้งที่เจ้าชายโทรหา เจ้าชายก็หาเบอร์โทรส่วนตัวของเธอมาได้ทุกครั้ง
(ใกล้จะถึงวันเกิดฉันแล้ว ฉันอยากได้คำอวยพรล่วงหน้าจากเธอ ฉันอยากให้เธอเป็นคนแรกที่อวยพรฉัน)
(ได้ ฉันขออวยพรให้นายรถคว่ำตาย ขอให้นายโดนฆ่าตาย ขอให้นายตายโหงในวันเกิด แล้วก็ขอให้นายตายเร็วๆ ตายวันนี้ได้ก็ยิ่งดี)
(ขอบคุณ ขอให้คำอวยพรย้อนกลับไปหาเธอทุกอย่าง) เจ้าชายยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่มีท่าทีโกรธสาวน้อยเลยสักนิด กลับกัน เจ้าชายกลับมีความสุขที่โดนเธอด่า
(นี่! อยากตายมากใช่ไหมถึงโทรมากวนฉันอยู่ได้!!) สาวน้อยแว้ดกลับมา เสียงของเธอสูงมาก สูงจนเจ้าชายแสบแก้วหู รีบดึงโทรศัพท์ออกจากหู
(ตัวแค่นี้ปากดีเหลือเกินนะ เจอตัวเมื่อไหร่เธอโดนแน่) เจ้าชายขู่กลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเหมือนทุกครั้ง เวลาที่อยู่ต่อหน้าเธอ เจ้าชายจะหน้านิ่งดุใส่ ทว่าในใจ หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ
(ฉันกลัวจังเลย!!) สาวน้อยยอกย้อนกลับมาอย่างไม่มีความเกรงกลัว หากเป็นคนอื่น ก่นด่า สาปแช่ง ท้าทายอำนาจมากขนาดนี้ เจ้าชายไม่ปล่อยเอาไว้แน่ แต่เพราะเป็นเธอ ผู้หญิงที่เจ้าชายตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เธอจึงเป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่าง
(หึ ปากแบบนี้คงไม่โตหรอก)
(โตไม่โตฉันรู้ตัวเองย่ะ! ไม่จำเป็นต้องให้นายบอก นายไปเอาเบอร์โทรฉันมาจากไหนอีก ฮะ!?) สาวน้อยกระแทกเสียงดังเอ่ยถามกลับมา
(ได้เบอร์โทรของเธอมาจากไหน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน)
(ทำตัวใหญ่คับฟ้าจังเลยนะ ไอ้เจ้าชายหัวKUY!)
(ขอบคุณที่บอกให้ฉันรวย)
(Screw you!) เธอสบถออกมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วกดวางสายในทันที ไม่รอให้เจ้าชายสวนกลับมา