ログインห้องอาบน้ำรวมแบ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ทีละห้อง และมีม่านกั้นเอาไว้เจี่ยนจืออาบน้ำเกือบเสร็จแล้ว เธอปิดน้ำ และกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนู“พรึ่บ!” ม่านห้องอาบน้ำถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้านนอกม่านมีคนยืนรวมกันอยู่ห้าหกคน เด็กผู้หญิงที่เป็นหัวโจกยกโทรศัพท์ขึ้น กล้องหันตรงมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้า “โย่ มาดูกันเร็ว! มาดูกันหน่อยว่ารางวัลที่หนึ่งของโรงเรียนเราเวลาอาบน้ำเป็นยังไง!”ร่างของเจี่ยนจือแข็งค้าง“ตัวขาวดีนี่! ขาวเหมือนในรูปที่บอร์ดประชาสัมพันธ์เมื่อเช้าเลย ฮ่า ๆ ๆ!” เด็กผู้หญิงคนนั้นยื่นโทรศัพท์เข้ามาใกล้อีก ทำให้ลูกสมุนหลายคนด้านหลังหัวเราะกันลั่น“ถ่ายให้ชัด ๆ หน่อย!” อีกเสียงหนึ่งตะโกนยุเจี่ยนจือใช้ผ้าขนหนูบังด้านหน้าร่างกาย แล้วมองพวกเธออย่างเย็นชา“จะเสแสร้งทำเป็นสูงส่งอะไรอีก? ทั้งโรงเรียนก็เห็นรูปของเธอกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?” พอเด็กผู้หญิงหัวโจกเห็นเธอไม่พูดอะไรก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นขณะที่เจี่ยนจือกำผ้าขนหนูแน่น เตรียมจะพูด เสียงตะคอกดังสนั่นก็ดังขึ้น“พวกแกแม่งไสหัวไปให้หมด!” คนที่ยืนล้อมอยู่ถูกแรงมหาศาลผลักกระเด็นออกอย่างแรง จากนั้นหร่านเฉินก็เบียดตัวเข้าม
สุดท้ายรองผู้อำนวยการก็ไม่สามารถขัดขวางความตั้งใจแน่วแน่ของเจี่ยนจือกับครูเหมียวที่จะยืนยันแจ้งตำรวจได้ครูเหมียวเป็นคนโทรแจ้งตำรวจด้วยตัวเอง และโทรจากในห้องทำงานของรองผู้อำนวยการนั่นเลยตำรวจมาถึงเร็วมาก เป็นอย่างที่ครูเหมียวพูดไว้จริง ๆ ช่วงโฮมรูมยังไม่ทันจบ เด็กผู้ชายกลุ่มนั้นก็สามารถกลับไปเรียนได้แล้ว และปล่อยพื้นที่หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์ไว้ให้ตำรวจเก็บหลักฐานกว่าตำรวจจะบันทึกคำให้การเสร็จ คาบเรียนแรกก็ยังไม่เลิกหลังตำรวจกลับไป สายตาที่รองผู้อำนวยการมองเจี่ยนจือกับครูเหมียว ทำให้เจี่ยนจือรู้สึกว่าถ้าปีนี้ครูเหมียวจะยื่นประเมินเลื่อนตำแหน่งก็คงหมดหวังแล้ว“รองผู้อำนวยการคะ งั้นฉันพาเจี่ยนจือกลับไปเรียนก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ” ครูเหมียวดึงแขนเจี่ยนจือ เตรียมจะออกไปรองผู้อำนวยการไม่ได้พูดอะไรอีก และไม่ได้รั้งพวกเธอไว้ เพียงแต่หลังจากพวกเธอออกไปแล้ว ก็โทรไปที่ฝ่ายวิชาการ ให้ฝ่ายวิชาการเชิญผู้ปกครองมาโรงเรียนต่อให้เรื่องจะถึงขั้นแจ้งตำรวจแล้ว ก็ยังสามารถกดดันผ่านผู้ปกครองเพื่อให้ยอมประนีประนอมกันได้อยู่ดีวันนี้เจี่ยนจือใช้ชีวิตเหมือนวันปกติทั่วไป ก็คือเข้าเรียนกับกินข้าวเธอรู้
เมิ่งเฉิงซ่งได้ยินแล้วก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มออกมา “อยากให้ผมกลับไปเรียนเดี๋ยวนี้ใช่ไหมครับ?”พอรองผู้อำนวยการได้ยินก็รีบพูดทันที “ใช่ ๆ ๆ รีบไปเลย เมิ่งเฉิงซ่ง เธอเป็นเด็กดี รีบพาเพื่อน ๆ กลับห้องเรียนไป อย่าตามมาวุ่นวายไร้สาระจนทำลายอนาคตตัวเอง”พอครูเหมียวได้ยินก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที “รองผู้อำนวยการ คุณหมายความว่ายังไง? ใช้โทษทางวินัยมาขู่เด็กเหรอ? นี่คือวิธีจัดการของคุณงั้นสิ? ฉันขอพูดไว้ตรงนี้เลยนะว่าฉันไม่ยอม!”ตอนนี้ความคิดของครูเหมียวกับเมิ่งเฉิงซ่งตรงกันพอดีเมิ่งเฉิงซ่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ได้ครับ พวกเราจะกลับไปเรียนเดี๋ยวนี้”ขณะที่รองผู้อำนวยการกำลังดีใจ คิดจะชมว่าเขารู้ความยิ่งกว่าครูเสียอีก ก็เห็นเมิ่งเฉิงซ่งหยิบโทรศัพท์ออกมา “รอผมแจ้งตำรวจก่อน เดี๋ยวก็กลับไปเรียนแล้วครับ”“เธอ...” รองผู้อำนวยการโมโหจนควันแทบออกหู “เมิ่งเฉิงซ่ง เธอตั้งใจจะฝ่าฝืนระเบียบให้ได้เลยใช่ไหม?”“จะเป็นไปได้ยังไงครับรองผู้อำนวยการ?” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ย “พวกเราก็ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าถ้ามีปัญหาก็ให้ไปหาคุณตำรวจ ตอนนี้พวกเราก็แค่เจอปัญหาแล้วขอความช่วยเหลือจากตำรวจไม่ใช่เหรอครับ? ผม
ท่าทีของเจี่ยนจือแข็งกร้าวเกินไปท่าทีของรองผู้อำนวยการจึงแข็งขึ้นตามไปด้วย “เจี่ยนจือ เธอรู้ไหมว่าโรงเรียนยังต้องเขียนใบประเมินตอนเรียนจบให้เธอด้วย?”เจี่ยนจือมองรองผู้อำนวยการอย่างแทบไม่อยากเชื่อ “ครูกำลังขู่หนูเหรอคะ?”“ไม่ใช่การขู่ แค่บอกข้อเท็จจริงให้เธอฟัง เรื่องที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนยังไม่ได้แพร่ออกไปข้างนอก พวกเราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เรื่องของคนในบ้านก็ปิดประตูคุยกันเองก็พอ”เจี่ยนจือเข้าใจแล้ว กลัวว่าเรื่องจะหลุดออกไปข้างนอกจนส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของโรงเรียนสินะ “งั้นโรงเรียนตั้งใจจะจัดการยังไงคะ?”“เราไปที่ห้องทำงานก่อนแล้วค่อยหารือกัน โรงเรียนจะต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างแน่นอน” รองผู้อำนวยการรับปาก “ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจจริง ๆ เธอลองคิดดู เธอเรียนอยู่โรงเรียนนี้มาตั้งหลายปี ครูทุกคนก็ดีกับเธอ อย่างน้อยก็เห็นแก่หน้าครูที่เคยสอนเธอ เราค่อย ๆ คุยกันแล้วจัดการเรื่องนี้ไม่ได้เหรอ?”เจี่ยนจือมองไปข้างหน้า ครูประจำชั้นของเธอมาแล้วเธอไม่เพียงแต่เป็นครูประจำชั้นของห้องสายศิลป์ในตอนนี้ แต่ก่อนที่จะแยกห้องก็เป็นครูประจำชั้นของเจี่ยนจือเช่นกัน เป็นครูผู้หญิงวัยสี่สิบก
“คืนความบริสุทธิ์ให้หนู? อาจารย์รู้เหรอคะว่าใครเป็นคนเอามาแปะ?” เจี่ยนจือถามรองผู้อำนวยการรีบส่ายหน้า “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? ฉันเองก็เพิ่งมาถึงโรงเรียนเมื่อกี้นี้”“งั้นให้โรงเรียนเปิดกล้องวงจรปิดดูหน่อยได้ไหมคะ?” ความคิดของเจี่ยนจือชัดเจนและตรงประเด็นมากหร่านเฉินเองก็รีบเอ่ยว่า “ใช่ เปิดกล้องวงจรปิดเลย! ดูให้รู้ไปเลยว่าใครทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ ไม่สิ ต้องบอกว่า ดูว่าใครกำลังก่ออาชญากรรม! การปล่อยข่าวลือใส่ร้ายมันผิดกฎหมาย!”นักเรียนที่มุงดูกันอยู่ยังไม่ได้แยกย้าย พอได้ยินแบบนั้นก็เริ่มซุบซิบกันเบา ๆ อีกครั้ง “ใช่ ดูกล้องวงจรปิดก็รู้แล้วว่าใครทำ ตกลงว่าเป็นใครนะ?”“คนบริสุทธิ์ต้องไม่กลัวความจริง ใครเป็นคนทำไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเจี่ยนจือทำเรื่องสกปรกพวกนั้นจริงหรือเปล่าต่างหาก”“ยังต้องถามอีกเหรอ? รูปโป๊ออกมาขนาดนี้แล้ว จะเป็นของปลอมได้ยังไง?”เจี่ยนจือมองฝูงคนตรงหน้าที่แน่นขนัด เธอรู้ว่าในกลุ่มนี้มีคนจงใจใส่ร้ายเธอ จงใจชักนำกระแส แต่คนส่วนใหญ่ก็แค่มามุงดูเรื่องสนุกเธอเอ่ยกับหร่านเฉินอย่างใจเย็นว่า “หร่านเฉิน ช่วยหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายวิดีโอหน่อย ถ่ายทุกคนที่อยู่ตรงนี้ให้หมด ถ่าย
ตอนนั้นยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน หร่านเฉินกับเจี่ยนจือกำลังจะไปอาคารเรียน ระหว่างเดินผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนก็เห็นคนกลุ่มใหญ่มุงกันอยู่ดูจากตำแหน่งแล้ว ก็คือช่องที่ติดรายชื่อเชิดชูเกียรติของเจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งที่ได้รับรางวัลพอดี“ไป พวกเราไปดูกันหน่อย” หร่านเฉินลากเจี่ยนจือเข้าไปมุงดูด้วยแต่ถ้าหร่านเฉินรู้ล่วงหน้าว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ เธอไม่มีทางลากเจี่ยนจือมาด้วยแน่นอน...บนบอร์ดประชาสัมพันธ์ ใต้รูปถ่ายกับประวัติย่อของเจี่ยนจือมีรูปภาพหนึ่งถูกแปะเอาไว้ ในภาพเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า และกำลังกอดอยู่กับผู้ชายที่เปลือยกายเช่นกันมุมของภาพเผยให้เห็นด้านหลังของผู้ชาย ส่วนเจี่ยนจือนั้นเห็นใบหน้าชัดเจนบริเวณสำคัญในภาพถูกเซ็นเซอร์เอาไว้ข้าง ๆ ยังมีกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความเต็มหน้ากระดาษ บรรทัดแรกเขียนว่า: มาดูกันสิว่าที่หนึ่งการแข่งขันสุนทรพจน์คนเก่งของพวกเราได้รางวัลมาได้ยังไง ที่แท้ก็ใช้วิธี “นอน” จนได้รางวัลมานี่เอง!จากนั้นก็เป็นข้อความยาวเหยียด กล่าวหาเจี่ยนจืออย่างรุนแรงว่ามีผู้ชายหลายคนเลี้ยงดู ทำให้โรงเรียนขายหน้าและทำให้นักเรียนสายศิลป







