LOGINแต่เดี๋ยวก่อนนะ... คนที่ต้องเรียกร้องและถามคำถามนั้นคือเธอหรือเปล่า เธอจ้างเขามาปรนเปรอ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะติดใจเธอเสียมากกว่า เฉกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา ทุกคนต่างหลงเธอ ไม่รู้เพราะความร้อนแรงหรือว่าเงินตราที่เธอตอบแทนให้
จะอะไรก็ช่าง... แต่สายตาที่มองมาตอนนี้ช่างลึกล้ำ เจ้าเล่ห์ และร้ายกาจราวกับหมาป่าหื่นกระหาย ทิ้งคราบเด็กหนุ่มที่อ่อนเยาว์กว่าเธอหลายปี กลายร่างเป็นหนุ่มเร่าร้อนกร้าวใจ
“เธอนั่นแหละ ไหวไหม เพิ่งแตกมาเองนะ ต่อไหวเหรอ” เธอถามราวกับเป็นห่วง ทว่าสายตาหวานกลับท้าทาย เธอมองเขาแล้วกัดริมฝีปากอิ่มยั่วยวน เจษฎาเคลื่อนตัวขึ้นคร่อมเธออีกครั้ง
เจ้าหนอนยักษ์ที่มันควรอ่อนปวกเปียกแล้วห้อยตามแรงโน้มถ่วงตอนนี้กลับชี้โด่ชี้เด่ ไม่รู้ว่ามันแข็งชันตอนไหน เขาโน้มใบหน้าหวังจะกดจูบ แต่โดนมือบางแตะปิดปากเขาไว้
“ห้ามจูบ ฉันไม่ชอบ” น้ำลายมันสกปรก เขายังไม่ตรวจโรค ถึงอยากแค่ไหนก็ยังคงคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่อยากเสี่ยง ปากนี่จูบมากี่คน เลียมากี่หอยแล้วไม่รู้
“ผมปลอดภัย” เขาบอก ชีวิตนี้เขาเองก็ยังไม่เคยจูบใคร รวีเป็นคนแรกของเขาทั้งเรื่องจูบและเซ็กซ์แบบสอดใส่ และมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยมีปัญหาสุขภาพ เขาแข็งแรงดี
“ตราบใดที่ยังไม่มีผลตรวจจากแพทย์ ฉันไม่ไว้ใจ”
“หึ เมื่อกี้ก็จูบแล้ว ไม่ทันแล้วมั้งครับ” เขากลั้วหัวเราะ
“เมื่อกี้ไม่นับ ตอนนี้เริ่มนับใหม่... อื้อ!” ทันจบคำก็โดนเจษฎาฉกจูบเข้าให้ สองแขนแกร่งกอดรัดจนเธอไม่อาจดีดดิ้นได้ ไม่นานประธานสาวเคลิ้มตามอย่างง่ายดาย
แม้ยังใส่หน้ากากปิดหน้า ทว่าสีหน้า แววตาพราวระยับ และเสียงครางของเธอ ทำให้เขารับรู้ว่าเธอเองก็พอใจเขาเช่นกัน
กว่าจะสมใจเวลาก็ผ่านไปข้ามวัน เป็นการใช้บริการที่ยาวนานที่สุดเท่าที่รวีเคยใช้ เพิ่งรู้ว่าการเปิดซิงแล้วเจอของเด็ดของดีของใหญ่ไซซ์ยุโรปมันฟินแค่ไหน
กินเด็กเขาว่าจะเป็นอมตะ วันนี้รวีเชื่อแล้ว รู้สึกเลยว่าโลกสดใสขึ้นทันตา ทั้งถึงน้ำและถึงใจ รอบหน้ามาใหม่แน่นอน!
.
.
.
“ตัวลอยมาเลยนะมึง” กฤษณ์ทักเมื่อเจอเจษฎาหลังจากหายหัวไปทั้งคืน โทรหาก็ติดต่อไม่ได้ “เป็นไง.. ติดใจ?”
“พูดมาก” เจษฎาเดินผิวปากแล้วกระแทกไหล่กฤษณ์เข้าไปในห้องแต่งตัว ใบหน้าหล่ออิ่มเอิบ มุมปากยกยิ้มสบายใจ
ดวงตาที่เคยหม่นแสงเมื่อวานราวกับชีวิตกำลังเจอทางตัน ทว่าวันนี้กลับเบิกบานสดใส เพียงเท่านั้นกฤษณ์ก็เดาได้ว่าลูกค้ารายแรกที่ประเดิมเจษฎาไปต้องเด็ดและโดนใจมากพอที่จะทำให้รุ่นน้องเขายิ้มกว้างและฮำเพลงสบายใจเฉิบ
“วันนี้มึงจะรับอีกไหม รับแทนกูก็ได้นะ วันนี้ไม่ว่างว่ะ” กฤษณ์บอกพลางเซ็นเอกสารลางาน แต่เจษฎาปฏิเสธ
“หึ ไม่...”
“เอ๊า... อะไรของมึง เมื่อคืนหนักรึไง หรือไข่ตายไปแล้ว?” กฤษณ์ว่า คิดว่าจะติดใจเสียอีก หรือได้ทิปมาหนักเงินพอแล้ว
“เปย์หนักเหรอวะ ใครอะ ลูกค้าคนไหน” กฤษณ์แทบจะทิ้งปากกาแล้วพุ่งตัวมาถามเจษฎาอย่างสนใจ
“อยากรู้ไปทำไม” ข้อมูลลูกค้าใคร ๆ ก็รู้ดีว่าแพร่งพรายไม่ได้ แต่ที่ไม่บอกเพื่อนรุ่นพี่เพราะหวงมากกว่าจะอยากรักษากฎ
“กูจะได้ขอให้พี่แจงส่งไปบ้าง คนนี้กูยังไม่เคยแน่เลย”
เมื่อคืนแอบตามไปดูห่าง ๆ ว่าเจษฎาจะจะวิ่งหางจุกตูดออกมา หรือจะไปทำอะไรให้ลูกค้าไล่ตะเพิดหรือเปล่า ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าลูกค้าสาว แต่กฤษณ์ก็แอบได้ยินหนุ่ม ๆ คนอื่นที่โดนไล่ออกจากห้องมาบ่นกันว่าเสียดาย ลูกค้ารายนั้นทั้งสาว ทั้งสวย กระเป๋าหนัก และเปย์เก่งที่สุด คุ้มแสนคุ้มหากได้ไปรับใช้
“สรุปเป็นไง ดีไหม เด็ดรึเปล่าวะ” ที่กฤษณ์พูดไม่ได้คิดแย่งลูกค้าของเจษฎา แต่เพราะได้เห็นสายตาขุ่นมัวและหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมบนใบหน้าหล่อคมลูกครึ่งนั่นแล้วก็อดแหย่เล่นไม่ได้
“อย่าแม้แต่จะคิด!” เจษฎาเสียงกร้าว ตั้งแต่นี้ต่อไปคนเดียวที่จะร่วมเตียงกับผู้หญิงคนนั้นได้ต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น
“ไรวะ งกฉิบหาย ถ้าจะขนาดนั้นมึงก็ผูกปิ่นโตไปเลยเถอะ”
“ทำได้ใช่ไหม” เจษฎารีบหันขวับกลับมาถาม ข้อเสนอนี้น่าสนใจ แต่ไม่รอให้กฤษณ์ตอบ ร่างสูงก็เดินออกจากห้อง ตรงไปหาจีรนันท์ทันที
“นี่ ไอ้บ้า! จะพาฉันไปไหน ปล่อย” เธอดิ้นเร่าสลับทุบตีแผงอกแกร่ง แต่เรี่ยวแรงเท่ามดกลับทำอะไรร่างสูงกำยำของทรงโปรดไม่ได้ เขาพาเธอเดินเข้าห้องน้ำวีไอพี ล็อกประตูแล้วโทรสั่งลูกน้องว่าให้คอยยืนกันคนอย่าให้ใครเขามาในห้องน้ำนี้จนกว่าเขาจะเสร็จธุระ“คุณ จะล็อกประตูทำบ้าไร โอ๊ย!”“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”“คุยอะไร เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย” คนตัวเล็กเถียงเสียงกร้าว ดวงตากวางคู่นั้นช่างแสนดื้อรั้น ยายนี่มันคุณหนูเอาแต่ใจชัดๆ แล้วแม่กระต่ายที่อยู่กับเขาเมื่อคืนก่อนล่ะหายไปไหน“หึ! ฉันตามหาตัวเธอยากแค่ไหนรู้ไหม ซินหยาน ส่วนที่เธอบอกว่าไม่รู้จักกัน เดี๋ยวฉันจะทวนให้” ว่าจบเรียวปากหยักก็ฉกจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ เธอดิ้นเร่าแต่เขาก็กดท้ายทอยเธอตรึงไว้แนบแน่นจนหญิงสาวไม่อาจต้านทานแรงอารมณ์ของเขาได้ บนเวทีสองบ่าวสาวกำลังกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานก่อนปิดท้ายด้วยการเต้นรำด้วยบทเพลงรักแสนหวาน ต่อจากนั้นเมื่อถึงไฮไลต์ของงานก็คงไม่พ้นอาฟเตอร์ปาร์ตีที่มันหยด ทุกคนต่างสนุกกับงานโดยมีสายตาเหี่ยวย่นคู่หนึ่งคอยมองภาพบรรยากาศแห่งความสุขพวกนั้นอยู่ไกลๆ จากนอกห้องจัดเลี้ยงใหญ
“เฮ้ยๆ เดี๋ยวดิพี่บาน ยังไม่ตัดสินเลยว่าอาทิตย์จะเป็นชื่อลูกใคร” รวีร้องห้ามไม่ต่างจากอิษวัตที่จ้องเขาอย่างรอคอยคำตอบ เถียงกับรวีปวดหัวจะตายชัก ยายบ้านี่เอาแต่ใจชะมัด“ถ้าพี่ตัดสินแล้วแกจะยอม” บุรีถามแล้วทั้งสองก็ส่ายหน้าพร้อมกันว่าไม่ เขาถึงพูดต่อก่อนจะขอตัวกลับออกไป“เอางี้นะ... ใครคลอดก่อนคนนั้นก็เอาไป จบ!”หลังจากที่รวีให้กำเนิดเด็กชายอาทิตย์ตัวน้อยมาหนึ่งปีแล้ว งานแต่งของเธอและเจสันก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งสองต่างมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นทั้งวงการบันเทิง และวงการธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ“วันนี้ตะวัน อาทิตย์อยู่กับคุณปู่คุณย่าก่อนนะคะ” รวีเอ่ยบอกลูกสาวที่อยู่ในชุดราตรีเจ้าสาวไซซ์มินิแบบเดียวกับที่เธอใส่ และลูกชายวัยกำลังหัดเดินที่อยู่ในชุดทักซิโด้แบบเดียวกับเจสันงานวันนี้หากจะมีใครเด่นกว่าบ่าวสาวคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตะวันและอาทิตย์ ทายาทตัวน้อยของรวีกรุ๊ปและหยางกรุ๊ป ในตอนนี้มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลังคอยเอาใจไม่หยุด สื่อต่างๆก็พากันโฟกัสในความน่ารักสดใสของสองพี่น้องเน็ตไอดอลรุ่นจิ๋วที่รวีปั้นมากับมือ“ได้ค่ะ คุณแม่ไปแต่งงานกับปะป๊าเลยค่า... ตะวันอยู่กับคุณปู่คุณย่าได้” เด็กน้
“โอเคค่ะ ไม่ต้องอาบนะ” รวีพูดพร้อมกับปิดน้ำอุ่นๆจากฝักบัว ตะวันดีใจจนกระโดดโลดเต้น น้ำอุ่นจนจะร้อนอยู่แล้ว แต่ตะวันยังออดอ้อนและหาสารพัดวิธีมาทำให้เจสันใจอ่อนยวบ เพราะเด็กน้อยรู้ดีว่าใครตามใจ เธอจึงเลือกหันไปอ้อนพ่อเสมอ แบบนี้เห็นทีต้องใช้ไม่ตาย“ป่วยเหรอคะลูก งั้นไปหาคุณหมอกันค่ะ ฉีดยานะคะจะได้หาย” รวีสีหน้าจริงจังทำทีจะอุ้มลูกสาว และตะวันจึงเปลี่ยนท่าทีทันใด“หือ... ไม่ต้องค่ะ ตะวันหายแล้ว จับดูจิ เนี่ยๆ ตัวไม่ร้อนแล้ว ไปค่ะ อาบน้ำกัน แต่งตัวไปโรงเรียนได้!” จากที่แกล้งทำตัวอ่อนปวกเปียก แล้วออดอ้อนพ่ออยู่เมื่อครู่ พอเจอแม่ผู้ใจแข็ง เด็กน้อยก็หายป่วยการเมืองไปในบัดดล“อ้าว หายแล้วเหรอคะลูก” เจสันกลัวหัวเราะเขาถาม ตะวันหันมาพยักหน้าบอกพร้อมทั้งเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว“ไปกันค่ะ ตะวันแข็งแรงมากเลยนะ เห็นไหม นี่ๆดูกล้ามสิ” สองแขนเล็กๆยกขึ้นมาทำท่าเบ่งกล้ามอย่างกับนักกีฬาเพาะกายทีมชาติ ไอ้ท่าทางแก่แดดเกินอายุพวกนี้ไม่รู้ว่าไปจดจำมาจากที่ไหนพอถึงโรงเรียนตะวันก็ไม่ได้มีท่าทีอิดออด เด็กน้อยชอบการไปโรงเรียนมาก ชอบการมีเพื่อน และการได้เข้าสังคม ถึงประตูก็ไม่คิดจะหันมาอาลัยอาวรณ์มองผู้เป็นพ่อกับแม
“เจ ไปปลุกลูกได้แล้ว สายแล้วนะ” เสียงหวานแหบพร่า เพราะว่าเพิ่งตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกกระซิบบอกสามีเสียงเบา“แป๊บหนึ่งนะครับ ให้ลูกนอนต่ออีกหน่อย สงสาร ตื่นเช้าทุกวันเลย” คนบอกสงสารลูกพูดเสียงอู้อี้เพราะตอนนี้เขาเอาแต่กกกอดเธอไม่ปล่อย จมูกโด่งคมก็ซุกไซ้ซอกคอขาว และเอาแต่สูดกลิ่นกายหอมเย้ายวนของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เล่นเอาคนโดนสูดโดนหอมขนลุกไปหมด“เจ!”“มันแข็งอะ สักน้ำก่อนได้ไหม”“ไม่เอา ลุกเลย เดี๋ยวลูกไปโรงเรียนสาย”“ลุกอยู่...” ที่ว่าลุกคือไอ้ลูกชายที่อยู่ในกางเกงเขานี่ นกเขาตัวใหญ่ยาวก็ถูไถบั้นท้ายเธอไม่หยุด แบบนี้ไม่ใช่เพราะสงสารลูกแล้วกระมัง คงเพราะสงสารตัวเองมากกว่าที่ไม่สามารถลุกไปปลุกลูกในสภาพนี้ได้“เจ... เดี๋ยวตะวันไปโรงเรียนสาย” รวีกดเสียงต่ำ“เมียจ๋า... ผัวจะตายอยู่แล้ว นะครับ ขืนอดนานกว่านี้เจจะเป็นหมันแล้วนะ” เจสันงอแงเมื่อรวีไม่ยอมให้“จะเอาอะไรมาเป็นหมันก่อน ดูซิเนี่ย ขนาดกินยาคุมก็ยังป่องได้เลย!” หญิงสาวแหวใส่คนที่งอแงใส่เธอไม่หยุดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ พลางจับมือหนาที่กอบกุมอกอวบอิ่มสองเต้าของเธออยู่มาสัมผัสหน้าท้องที่ขยายใหญ่“ก็น้ำเชื้อเจแข็งแรง มีผัวเด็ก ผัวเด็ดก็ต้องท
วันนั้นเธอจึงไล่เขาออกจากชีวิตทันทีที่รู้ว่ากำลังมีชีวิตน้อยๆอยู่ในท้อง แต่เธอก็เสียใจไม่ต่างกัน ตั้งแต่วันนั้นเธอเองไม่เคยเลยสักครั้งที่คิดจะมีใคร “มันผ่านไปแล้ววี อย่าไปคิดถึงมันอีกได้ไหม”“ไม่ได้อะ” เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่ตัวเธอเองที่เก็บมันเอาไว้ในหัวใจ ไม่เคยระบายออก ไม่เคยได้ปลดล็อกกับความรู้สึกผิดพวกนั้น เธอเลยลืมมันไม่ได้“เจจะไม่เป็นแบบพ่อวีใช่ไหม”“นี่เจนะ เจคือเจ จะไปเหมือนพ่อวีได้ยังไง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุนที่ฟังแล้วแสนจะอบอุ่น สายตาที่ทอดมองเธอบ่งบอกได้ถึงความรักสุดหัวใจเรื่องพ่อเธอและครอบครัวเธอ เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่ามันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไรในชีวิตรวี เลยไม่คิดเคืองโกรธเธอเลย เพราะส่วนหนึ่งก็เข้าใจ คนมีความทรงจำที่เลวร้ายจะให้เปิดใจรับใครเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคงไม่ง่าย เขาเลยไม่โกรธเธอมาจนทุกวันนี้“ขอโทษ..” เสียงหวานเบาหวิวเอ่ยคำที่นานมาแล้วไม่เคยได้เอ่ยกับใคร ยกเว้นลูกสาวตัวน้อย เจสันได้ยินก็ยิ้มให้ เขาจับเธอแหงนหน้ามามองแล้วจูบซับน้ำตาที่สองแก้มขาว“ครับ เจให้อภัย เจไม่เคยจำเรื่องแย่ๆเลย ไม่งั้นเจจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะเจรักวี เจเลยไ
“อย่าเพิ่งคิดไกลวี สติก่อนนะครับที่รัก เจไม่เลิก” เขารีบสวมกอดเธอที่นับวันยิ่งขี้น้อยใจ และเอาแต่ใจกับเขาหนักกว่าเก่า จนแทบลืมสิ้นว่าทนายวิศรุตและทีมยังนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่เจสันกลับชอบใจเสียอย่างนั้นกับการที่รวีมีรีแอ็กชันกันเขามากกว่าเก่าเช่นนี้“แล้วจะเอายังไง”“เจแค่อยากจะหาวิธีที่ทำให้พี่จ๋าชดใช้คนเดียว วิธีที่พี่แจงจะไม่เดือดร้อนด้วย หรือเดือดร้อนน้อยที่สุด ได้ไหมครับ”“อืม... ก็ได้” ทั้งคู่หันไปปรึกษาทนายวิศรุต จนได้ข้อสรุปว่าจะทำให้เจนจิรานอนคุกยาวๆ ไม่เรียกร้องเงินหลักล้าน เพราะหากเป็นเช่นนั้นคนเดือดร้อนจะกลายเป็นจีรนันท์ที่ต้องวิ่งเต้นหาเงินมาชดใช้แทนน้องสาวและเป็นวิธีที่รวีแสนจะพอใจ เธอไม่ได้ต้องการเงิน แต่อยากดันสันดานคนมากกว่า ต่อไปจะได้ไม่มั่นหน้าไปซ่าและวุ่นวายกับชีวิตใครเขาอีก“เจเก่งไหม” เขาถามคนที่กำลังนอนบนแขนเขาแล้วไถอ่านข่าวต่างๆในไอแพดไปด้วยบนเตียง หลังจากที่ทั้งคู่ส่งตะวันให้เขานอนไปแล้ว“อะไรกันเนี่ย เป็นคนหล่อจะพูดอะไรคนก็เชื่อไปหมดเลยหรือไง” เธอยังขำไม่หายที่เขาบอกว่าถ้าเป็นเธอซื้อเขาจะให้ฟรี ไม่ขาย“ก็ตอนนั้นเจร้อนเงินนี่นา... แต่หลังจากครั้งแรกเจก็ไม่เ
เจสันไหวไหล่ เพราะยังไงเขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะเอาลูกคืนให้ได้ และรวีก็คงไม่เกลียดเขาไปมากกว่านี้แล้ว เขามั่นใจ“เกลียดไปเถอะ” เพราะสุดท้ายเขาก็จะทำให้เธอไปจากเขาไม่ได้ด้านรวีตอนนี้กำลังให้คนสืบหาว่าข่าวมันหลุดมาจากไหน ส่วนตัวเธอคิดว่าไม่น่าจะเป็นคนของตัวเอง แต่ถ้าใช่ก็จะไม่เอาไว้ ใช้เวลาตามหาร่วมวัน
“อยู่ไหน ถ้าภายในห้านาทีไม่โผล่หัวมา เตรียมตัวตายได้เลย!”ธาวินรีบมารับรวีแบบด่วนจี๋เพื่อพามาส่งบ้านเก่าของตากับยายที่อยู่ห่างไปอีกยี่สิบกิโลกว่าเพราะอยู่คนละอำเภอ“นอนกับพี่ไหมหนูดี” รวีถามณฤดีที่มาพร้อมกัน ทว่าเจ้าตัวไม่ทันตอบธาวินก็ตอบแทนเสียเสียงดังลั่น“หนูดีจะกลับไปนอนบ้าน เดี๋ยววินเลยไปส่งเล
“แล้วพ่อเด็กเป็นใคร” อยากกอดลูกสาวแต่ใจไม่กล้าพอ กลัวว่าถ้าหากเธอเข้าไปกอดรวีจะให้กอดไหม จะรำคาญหรือหงุดหงิดหรือเปล่า เลยได้แค่นั่งใกล้ ๆ แล้วถามคำถามที่คิดว่าพอจะถามได้รวีไม่ตอบ เพ็ญแขเลยไม่คิดจะถามอีก ต่อให้ง้างปากรวีก็ไม่พูด ที่สำคัญเธอไม่สามารถทำแบบนั้นกับรวีได้ ไม่ได้เลี้ยงมาก็เลยไม่กล้าก้าว
การเจรจาครั้งนี้เริ่มต้นประโยคด้วยค่าสินสอดที่ทางฝ่ายนั้นเรียกเป็นจำนวนห้าล้านบาทถ้วน ไม่รวมทองคำและค่าอื่น ๆ ในการจัดงานและทางฝ่ายนั้นระบุชัดเจนว่าฝ่ายธาวินจะต้องจ่าย“รวม ๆ ที่เรียกมา ค่าใช้จ่ายน่าจะตกอยู่ที่ประมาณหกล้านห้า ไม่เกินนั้น” รวีพูดตามสรุปที่ณฤดีซึ่งนั่งข้างหลังเธอส่งมาให้ ว่าด้วยค่าใช







