LOGINที่บ้านของแก้ว ณ เวลาไล่เลี่ยกัน…บรรยากาศในวงเหล้าเริ่มตึงเครียดขึ้นในความรู้สึกของก้อง แอนเดินกลับเข้ามานั่งที่เดิมด้วยแววตาฉ่ำวาวและพวงแก้มที่แดงระเรื่อ สักพักก้องจึงเดินตามเข้ามาสมทบ เขาทรุดกายลงนั่งที่เดิม กลิ่นน้ำอบจากตัวแอนยังคงอวลอยู่ในลมหายใจ แอนลอบมองตากับก้องครู่หนึ่ง เป็นประกายตาที่รู้กันเพียงสองคนถึงรสคาวกามที่เพิ่งฝากฝังไว้ในห้องน้ำ“เอ่อ... ผมขอตัวไปนอนก่อนนะ รู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนจะเป็นไข้ยังไงไม่รู้” ก้องเอ่ยขัดจังหวะวงเหล้าพลางยันกายลุกขึ้น“อ้าว! จะรีบไปไหนวะไอ้ก้อง พรุ่งนี้ก็วันหยุด มึงจะรีบไปไหนวะ?” รงค์ที่เริ่มเมามายตะโกนไล่หลังเสียงยานคางแก้วมองดูลูกชายด้วยแววตาที่เป็นห่วง แกพาซื่อคิดไปว่าก้องคงจะคิดมากเรื่องอีสะใภ้จนล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็พูดอะไรต่อหน้าแอนและรงค์ไม่ได้ “เออๆ ถ้าไม่ไหวก็ไปนอนซะ”ก้องพยักหน้ารับแล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปทันที โดยมีสายตาแฝงนัยความรุ่มร้อนของแอนมองตามหลังไปจนลับตา ก้องกลับเข้ามาในห้องนอนที่มืดสลัว เขาพยายามข่มตาหลับแต่ภาพปากของแอนที่กำลังโอบรัดตัวตนของเขามันยังวนเวียนอยู่ในหัว และเพียงครู่เดียว มโนภาพก็เหวี่ยงเขาไปหาภาพของดาว... เมีย
บรรยากาศกลางโถงบ้านสวนในค่ำคืนนี้ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิมๆ เสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องสลับกับเสียงขวดเบียร์ที่กระทบกันดัง ‘แก๊ง’ เป็นระยะ ขวดเปล่าสีชาตั้งเรียงรายอยู่ข้างวงส่อให้เห็นว่าการร่ำสุราดำเนินมานานพอสมควรแล้ว ลุงรงค์หัวเราะร่วนจนพุงกระเพื่อมพลางยกแก้วเบียร์ขยับเข้าหาแก้วพ่อของก้องที่นั่งพ่นควันบุหรี่โขมงแต่ท่ามกลางความครื้นเครงนั้น ก้องกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกที่หลุดเข้าไปในโลกที่บิดเบี้ยว“เฮ้ยไอ้ก้อง... ช่วงนี้อีดาวมันหายไปไหนวะ? กูไม่เห็นมันมาสักพักแล้วนะ” รงค์เอ่ยถามพลางปัดมือไปมาในอากาศ สายตาพร่ามัวจากการเมามายจ้องมองมาทางก้องอย่างสงสัยก้องชะงักมือที่กำลังยกแก้วเบียร์ขึ้นซด เขาหลบสายตาลุงรงค์ รอยหยักบนหน้าผากย่นเข้าหากันครู่หนึ่งก่อนจะเค้นเสียงตอบออกมา “บริษัท... บริษัทส่งมันไปดูงานที่กรุงเทพน่ะลุง อีกสักเดือนนั่นแหละกว่าจะกลับ”ก้องสัมผัสได้ถึงกระแสความเงียบที่เข้าจู่โจมเขาทันทีที่พูดจบ เขาเหลือบไปมองทางแอนและพ่อแก้ว ทั้งคู่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แววตาของพ่อนั้นนิ่งลึกพยากรณ์ไม่ได้ ส่วนแอนกลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ก้องรู้
แอนขยับกายเข้าหาก้องที่ยังนั่งอึ้งกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ เธอไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานนัก มือเรียวเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกช้าๆ เผยให้เห็นเต้าทรวงอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเนื้อบาง ก่อนจะค่อยๆ จัดการถอดกางเกงของเธอออกจนเปลือยเปล่า“พี่ก้องอยู่เฉยๆนะ เดี๋ยวแอนจะจัดให้เอง แอนจะทำให้พี่ลืมทุกอย่างที่เจอมาในวันนี้…”เธอขยับกายลงจากเตียงช้าๆ มานั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของก้อง เธอช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองลูกเลี้ยงอย่างมีความหมาย มือเรียวบางเอื้อมไปกุมท่อนเนื้อที่เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยหลังจากผ่านการปลดปล่อยครั้งแรก แต่เพียงแค่สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากไล้ผ่านส่วนหัวสีระเรื่อ ร่างกายของก้องก็สะดุ้งตอบสนองทันทีเธอเริ่มจากการใช้ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดลงบนจุดอ่อนไหว ก่อนจะค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียรอบหยักอย่างแผ่วเบาละเมียดละไม แอนช้อนโคนควยของก้องไว้ด้วยฝ่ามือ แล้วเริ่มใช้ลิ้นอุ่นชื้นลากไล้จากโคนด้านล่างไต่ขึ้นมาจนถึงส่วนปลายอย่างช้าๆ ราวกับจะชิมรสชาติทุกตารางนิ้ว เธอเน้นย้ำตรงรอยแยกเล็กๆ ที่ส่วนหัวด้วยจังหวะการรัวลิ้นที่รวดเร็วสลับช้าจนก้องต้องแหงนหน้าครางฮือ“ซี๊ดดด... แอน... ซู๊ดด...”
ก้องบิดมอเตอร์ไซค์กลับถึงบ้านสวนด้วยหัวใจที่รุ่มร้อนราวกับมีไฟสุม เขาจอดรถทิ้งไว้อย่างไม่ใยดีก่อนจะพาร่างที่สั่นเทาก้าวฉับๆ เข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาแดงซ่าน แววตาขุ่นมัวและดุดันจนน่ากลัวแอน เมียสาวคราวลูกของพ่อแก้วที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนแหย่งไม้สักชั้นล่าง เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วง เธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพของก้องที่ดู ‘บอกบุญไม่รับ’ อย่างรุนแรง“พี่ก้อง... เป็นอะไรไป หน้าแดงเชียว” แอนถามด้วยความสงสัย พลางลอบมองหน้าอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจของเขา“พ่อล่ะ?” ก้องถามกลับสั้นๆ เสียงนั้นแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงคำราม“พ่อหลับอยู่ข้างบนแน่ะ” แอนตอบ พลางมองตามร่างสูงที่ไม่ได้หยุดฟังคำพูดของเธอเลย ก้องเดินตรงดิ่งออกไปทางประตูหลังบ้านเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้แอนนั่งงงกับท่าทีประหลาดนั้น สักพักเขาก็เดินกลับเข้ามาในโถงบ้านอีกครั้ง คราวนี้เขาเดินผ่านหน้าเธอไปเข้าห้องนอนของตัวเองโดยไม่หันมามองแอนเลยสักนิด ก่อนจะปิดประตูดัง ‘ปัง!’แอนวางมือถือลงทันที เธอเข้าใจได้ทันทีว่าก้องกำลังอารมณ์ไม่ดีนัก และคงหนีไม่พ้นเรื่องของดาวที่ต้องไปขัดดอกอยู่ที่บ้านเสี่ยอำนาจ แอนถอนหายใจยาวด้วยความเห็น
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันเก่าดังแผดก้องทำลายความเงียบสงัด ขณะที่ก้องบิดคันเร่งผ่านประตูรั้วไม้ระแนงสูงตระหง่านเข้าสู่เขตคฤหาสน์ไม้สักทองอันร่มรื่น สองข้างทางขนาบด้วยต้นไม้พันธุ์ไทยโบราณที่แผ่กิ่งก้านครึ้มจนแดดยามบ่ายส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน สนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งราวกับพรมราคาแพงให้ความรู้สึกสงบเงียบจนน่าเกรงขาม ก้องดับเครื่องยนต์ลงในโรงรถด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อเย็นชื้นซึมผ่านฝ่ามือจนแฮนด์รถเปียกชุ่มเขาเดินมุ่งหน้าไปยังตัวบ้านไม้สักที่ยกใต้ถุนสูงเปิดโล่ง ลมพัดผ่านจางๆ หอบเอากลิ่นไม้สักหอมอ่อนๆ มาปะทะใบหน้า แต่กลับไม่ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเขาสงบลงได้เลย สายตาของเขามองไปที่โต๊ะไม้สักขนาดยักษ์ตัวเดียวนิ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางลาน ความเงียบเชียบที่ไร้เงาชายฉกรรจ์ยืนคุมเชิงอย่างที่จินตนาการไว้ กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่อาณาจักรของพญาราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ“เสี่ยรออยู่ข้างบนค่ะ... ถ้ามาถึงแล้วก็ขึ้นไปหาได้เลย” แม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่กับงานเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ สายตาที่ปรายมามองดูสงบนิ่งเสียจนก้องรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกที่หลงเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามก้องพ
บรรยากาศภายในโรงอาหารของบริษัทในช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยความจอแจของพนักงาน แต่ที่โต๊ะตัวยาวริมหน้าต่าง ก้อง กลับนั่งเหม่อลอยอยู่เพียงลำพัง เบื้องหน้าของเขามีเพียงจานข้าวแกงที่ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย เขานั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานไปมาอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดโฟกัส“อ้าวไอ้ก้อง! วันนี้ฉายเดี่ยวเหรอวะ?” ชัย เพื่อนสนิทในแผนกเดินเข้ามาทักพลางวางจานข้าวลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม “แล้วน้องดาวไปไหนเสียล่ะ ปกติเห็นตัวติดกันยังกับปลาท่องโก๋ แต่นี่ไม่เห็นมาโรงอาหารด้วยกันสองวันแล้วนะเว้ย โรงอาหารดูจืดชืดไปเลยไม่มีสาวสวยมานั่งเป็นขวัญตา”ก้องสะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามปั้นหน้ายิ้มที่ดูฝืนธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อ๋อ... พอดีดาวเขาไม่สบายหน่ะชัย ปวดหัวตัวร้อนนิดหน่อย”“เออๆ ฝากบอกน้องดาวด้วยนะว่าพวกพี่ๆ คิดถึง ให้หายไวๆ ล่ะ” ชัยพูดพลางตักข้าวเข้าปาก โดยไม่ได้สังเกตเห็นแววตาที่หม่นแสงลงของก้องในขณะที่ก้องพยักหน้ารับคำเพื่อนไปส่งๆ แต่ภายในใจของเขากลับเหมือนมีพายุโหมกระหน่ำ ภาพใบหน้าหน้าหวานล้ำของดาวในคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะย้ายข้าวของไปอยู่ที่คฤหาสน์ไม้สักทองนั้น







