LOGINคำว่า"หัวใจแตกสลาย" กานต์ธิดาเพิ่งรู้ซึ้งก็วันนี้เอง ว่าเขมจิราว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคต คือหญิงเดียวในดวงใจของภาคี ไม่ใช่เธอ ไม่กุลนิภา อย่างที่เข้าใจมาตลอด แล้วรักครั้งนี้ เธอจะสมหวังได้อย่างไร เมื่อเขาไม่เคยเห็นความดี ไม่เคยเห็นความรักที่มอบให้ ++++++++++++++++++++++++++++ ผิดเพราะเธอมาที่หลังกุลนิภาไง ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาเสียใจกับผู้หญิงอย่างเธอ ที่ผ่านมา…ฉันก็แค่คบเธอไว้เล่นๆ ฆ่าเวลาเท่านั้น เธอรู้จักคำนี้ไหมกานต์ธิดา...ผู้หญิงชั่วคราว...ฉันคิดกับเธอแค่นี้เอง” เขากล่าวเน้นถ้อยคำกรีดขั้วหัวใจอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาเยาะหยัน ทว่าในใจกับสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดจนบาดลึก “พี่คีย์มีคุณกุลนิภาอยู่ทั้งคนแล้วมายุ่งกับธิดาทำไมกัน” เขาแกะมือหญิงสาวออก ขยับตัวออกห่างจากเธอให้มากที่สุด “ผู้ชายเวลาเหงา แถมมีผู้หญิงสาวๆ สวยๆ มาอยู่ใกล้ ใครไม่คว้าไว้ก็โง่แล้ว” นี่เขาเห็นเธอเป็นเครื่องแก้เหงาเท่านั้นเองเหรอ เธอโง่เองที่ไปรักผู้ชายที่ชื่อภาคี อัครภาค คนเลว
View More“พี่คีย์ มาหาน้องหนูที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” น้ำเสียงสั่นเครือกล่าววิงวอนร้องขอดังมาตามสาย ด้วยหัวใจที่ปริ่มว่ากำลังจะขาดรอนๆ
“วันนี้พี่มีประชุมประจำเดือน น้องหนูมีอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มที่กล่าวออกมาดังเพียงให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น
“แล้วน้องหนูจะรอค่ะ”เสียงสะอื้นที่ไม่สามารถกลั้นได้ ดังขึ้นก่อนที่เขมจิราจะวางสาย การกระทำที่ห้วนสั้นไร้เหตุผลของเธอ สร้างความกระวนกระวายให้ภาคีเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ติดว่ามีประชุมเขาจะรีบไปหาเธอเดี๋ยวนี้เลย น้ำเสียงแสนเศร้าบอกว่าเธอกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ และนั่นคือความทุกข์ใจของเขาเช่นกัน
นอกจากเขมจิราหญิงเดียวในดวงใจ น้องน้อยที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาก็ไม่สามารถมอบใจให้ใครได้อีก แม้แต่กุลนิภาคู่ควงคนล่าสุด ฉะนั้น…เมื่อเธอมีเรื่องทุกข์ใจ มีหรือว่าเขาจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนไปด้วย เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดทันที
“เข้ามาได้” น้ำเสียงเข้มน่าเกรงขามกล่าวอนุญาตจบ จากนั้นไม่กี่อึดใจเลขาฯ สาวก็เปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารการประชุม
“ได้เวลาประชุมแล้วค่ะท่าน”
ประธานหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดู แล้วพยักหน้า หันไปหยิบเสื้อสูทขึ้นมาสวม แล้วสาวเท้าเดินนำเลขาฯสาวออกไปอย่างรีบเร่ง ตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ ที่มีทุกฝ่ายได้มานั่งรออยู่ประจำที่เรียบร้อยแล้ว
การประชุมสรุปยอดประจำเดือน เต็มไปด้วยความตึงเครียด กานต์ธิดาซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาฯของผู้จัดการแผนกการตลาด มีสิทธิ์ได้นั่งใกล้กับประธานบริษัทหนุ่มมากที่สุด หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เมื่อกลิ่นน้ำหอมปนผสมกลิ่นกายชายลอยมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก
หลายต่อหลายครั้งที่กานต์ธิดาเผลอสบตาประธานหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ และนัยน์ตาชวนฝันคู่นั้น พาลทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอหวั่นไหวเป็นอย่างมาก ทำไมนะหรือ…ก็เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ที่ชวนให้หญิงสาวอย่างเธอฝันหวานตั้งแต่แรกเจอ ว่าจะได้ครอบครอง ชายหนุ่มประสบความสำเร็จ ตั้งแต่อายุยังน้อย อายุเพียงสามสิบห้าปี ก็สามารถขึ้นมานั่งในตำแหน่งประธานบริหารแล้ว ใครละจะไม่อยากมีไว้ในครอบครอง
สามชั่วโมงผ่านไปกับการประชุมสุดหิน ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อประธานหนุ่มกล่าวปิดวาระการประชุม พนักงานทุกคนเริ่มทยอยเดินออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มแผนกการตลาดเท่านั้น ที่ถูกเรียกตัวไว้
“คุณนพชัย”
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก นพชัยถึงกับหยุดชะงัก รีบเดินตรงเข้าไปหาประธานหนุ่ม พร้อมกับกานต์ธิดาเลขาฯสาว ที่หอบแฟ้มเอกสารเดินตามหลังมาติดๆ สายตาคมกริบของประธานหนุ่ม ที่กำลังมองมา ทำเอา เลขาฯสาวผู้มีใจยิ่งสั่นไหว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยยืนใกล้ชายในฝันมากเท่านี้มาก่อน
“ครับท่านประธาน” ผู้จัดการหนุ่มขานรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ช่วยเตือนลูกน้องคุณหน่อย เวลาอยู่ในที่ประชุม ให้ตั้งใจฟังมากกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่จ้องหน้าผม มันเสียมารยาท” ภาคีกล่าวจบพร้อมกับลุกขึ้น เดินผ่านหน้ากานต์ธิดาไป ราวกับเธอคือ อากาศธาตุ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงหน้าหวานถึงกับซีดเผือด ก้มหน้าลงเล็กน้อย พลางเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น กลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจเริ่มรินไหลออกมาจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่
นพชัยเห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร ไม่รู้ท่านประธานไปกินรังแตนที่ไหนมา ความซวยถึงได้มาเยือนเลขาฯ ของตน โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไม่ต้องคิดมากหรอกธิดา เจ้านายคงอารมณ์ไม่ค่อยดี พี่ว่าเราไปกันเถอะ” นพชัยกล่าวปลอบใจก่อนชักชวนกลับ
หญิงสาวจึงรีบยกมือเรียวบางขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้ง แล้วเดินตามเจ้านายหนุ่มไปที่แผนกเงียบๆ แต่หากคำพูดของชายในฝันยังคงกึกก้องอยู่ในหัว คอยย้ำเตือนอยู่ในใจตลอดเวลาที่เดินมา ว่าเขาเกลียดเธอ
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวัน นพชัยผู้จัดการหนุ่มสังเกตเห็นว่าเลขาฯ คนสวยของตน เอาแต่ทำงานผิดพลาด เพราะไม่มีสมาธิ ในการทำงาน เขาจึงตัดสินใจ ให้เธอลาป่วยกลับไปพักผ่อนที่บ้านในช่วงบ่าย ถ้าขืนนั่งทำต่อไป ก็มีแต่เสียกับเสีย งานคงไม่คืบหน้าแน่
กานต์ธิดาเดินออกจากลิฟต์ที่ชั้นล่างสุดของบริษัท เพื่อเดินทางกลับคอนโด หลังจากได้รับอนุญาตจากนพชัย เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภาคีประธานหนุ่มควงแขนกุลนิภาคู่ขาคนล่าสุดผ่านหน้าไป ชายหนุ่มไม่ชายตามองเธอเลยด้วยซ้ำ ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวได้เพียงแต่มองตามแผ่นหลังน่าซบของชายในฝันไปจนสุดตา คร่ำครวญด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจไปอีกว่า
‘เขาคงสูงเกินเอื้อมสำหรับเธอ’
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวขยับตัวออกห่าง แต่กลับถูกชายหนุ่มฉุดให้นั่งลงที่ตักแกร่งหน้าตาเฉย“เอ๊ะ...พี่คีย์ปล่อยค่ะ ธิดาจะกลับห้องแล้ว” หญิงสาวพยายามแกะมือกาวของเขาออก แต่ไม่สำเร็จ ขณะใบหน้าอันหล่อเหลาลงมาเกลือกกลิ้งที่ซอกคอขาวนวลของเธออย่างหลงใหล จนกานต์ธิดาต้องใช้สองมือเรียวเล็กของตน ผลักดันใบหน้าคมสันให้ออกห่างจากกาย“หอมจัง” มือใหญ่เชยคางมนขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา ราวปุยฝ้าย ก่อนเอ่ยถามน้ำเสียงทุ้มนุ่มถามราวกับเอื้ออาทร“หายตกใจหรือยังครับคนดี”หญิงสาวพยักหน้าตอบรับเบาๆ ซาบซึ้งกับความห่วงใยที่เขานั้นมีต่อเธอ ทำให้ความรักที่มีต่อภาคี ยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้น“ธิดา ขอบคุณพี่คีย์มากนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบและกอดรอบคอเขาไว้ พร้อมเอาคางเรียวไปเกยบนช่วงไหล่แกร่งของชายหนุ่ม ด้วยความอบอุ่นใจ ตอนนี้หญิงสาวคงไม่เหลือใจไว้ให้ใครอีกแล้ว เพราะตอนนี้หัวใจดวงน้อยดวงนี้ ได้มอบให้ผู้ชายที่ชื่อภาคี อัครภาคไปหมดแล้ว“บอกพี่ได้ไหม ว่าทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้น” คำถามของเขา ทำให้หญิ
“พี่คีย์ทำไมมองธิดาด้วยสายตาแบบนั้นละคะ” คำถามนั้น ทำให้ภาคีเริ่มรู้สึกตัว รีบปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด และฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา พร้อมทำหน้าไขสือ แกล้งถามเธอกลับไป“สายตาแบบไหนครับ”“สายตาเหมือนคนโกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนไงล่ะคะ” เธอจ้องมองลึกลงในดวงตาคมคู่นั้น อย่างค้นหา ว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า เพราะอาการของเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนเธอสับสนและตั้งรับไม่ทัน“ธิดาตาฝาดแล้วละ พี่จะมองธิดาแบบนั้นได้ยังไง”เขากล่าวแก้ตัว แล้วรีบพายเรือไป จนเกือบถึงฝั่งตรงข้ามกับศาลา“ถึงแล้วครับธิดา ตรงนี้ดอกบัวสวยที่สุด อยากเก็บกี่ดอกก็ตามใจเลยนะ”“ขอบคุณค่ะพี่คีย์” หญิงสาวขานรับเสียงใส“แล้วธิดาจะเอาดอกบัวไปทำอะไรครับ” ชายหนุ่มอดที่จะสงสัยไม่ได้“ธิดาจะเอาไปไหว้พระคืนนี้ค่ะ แล้วเก็บส่วนหนึ่งไว้ใส่บาตรพรุ่งนี้เช้าด้วย” คำตอบของกานต์ธิดามันยากที่จะเชื่อจริงๆ ในความคิดของภาคี และเขาก็ไม่มีวันยอมหลงกลง่ายๆ แน่ คิดว่านี้เป็นเพียงมารยาอีกอย่
“เสร็จแล้วครับ ขอรางวัลหน่อยสิครับที่รัก” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาหาหญิงสาวใกล้ๆ แต่ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาภาคีกลอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ แต่สำหรับกานต์ธิดากลับรู้สึกโล่งอกไปเปราะหนึ่ง และรีบสาวเท้าเดินตามเขาออกไปที่หน้าประตู“มีอะไรสมชาย” ทันทีที่สมชายเห็นสีหน้าถมึงทึงของเจ้านายหนุ่ม ถึงกับกลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากลำบาก รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา‘งานนี้ไอ้สมชายไม่รอดแน่’“มีอะไรก็พูดมาสิ! ยืนเป็นใบ้อยู่ได้ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ แกโดนดีแน่” ภาคีทำสีหน้าหงุดหงิด ที่เห็นท่าทางอึกอักของลูกน้องหนุ่ม เมื่อกานต์ธิดาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบพูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่สมชายจะถูกคาดโทษ“เอ่อ...เดี๋ยวธิดาลงไปช่วยพี่สมใจทำอาหารกลางวันก่อนนะคะ พี่คีย์อยากจะทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” เสียงหวานใสเรียกความสนใจ จนชายหนุ่มต้องก้มลงมอง“ธิดาทำอะไร พี่ก็ทานได้หมดแหละครับ” เขาพูดพร้อมกับส่งตาหวานซึ้งไปให้ จนหญิงสาวยิ้มอย่างเอียงอาย ส่วนสมชายซึ่งไม่เคยเจอโหมดหวานซึ้งของผู้เป็นนา
ชายหนุ่มดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้น พาตัวเองลงไปนั่งแทนที่ แล้วดึงเธอลงไปนั่งตักอีกที จากนั้นใช้ปลายนิ้วแกร่งเชยปลายคางคนแสนงอนขึ้นมา พร้อมกันนั้นก็แอบส่งสายตาหวานซึ้งอย่างคนสำนึกผิดไปให้ หวังให้เธอใจอ่อนยอมให้อภัย“เมื่อคืนผมอารมณ์เสียไปหน่อย คุณไม่รู้หรอกว่าผมทรมานแค่ไหน อยากรักคุณแทบขาดใจ แต่คุณกลับปฏิเสธ”ชายหนุ่มพยายามอธิบายเหตุผลให้หญิงสาวเข้าใจ และยอมให้อภัยในสิ่งที่เขาทำลงไป ใบหน้านวลแดงเรื่อ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ห้องนั่งเล่นเมื่อคืนที่ผ่านมา“คุณจะยกโทษให้ผู้ชาย ที่ไม่ได้เรื่องคนนี้สักครั้งได้หรือเปล่าครับที่รัก” ชายหนุ่มกล่าว พลางส่งสายตาเว้าวอน หวังให้หญิงสาวเห็นใจ คนที่หลงรักเขาจนหมดใจมีหรือจะไม่ใจอ่อน พยักหน้าน้อยๆ เป็นการให้คำตอบ“คุณน่ารักที่สุดธิดา ต่อไปธิดาต้องเรียกผมว่าพี่คีย์เข้าใจไหมครับ”“ค่ะ พี่คีย์ไม่รู้หรอก ว่าธิดารอวันนี้มานานแค่ไหน” กานต์ธิดาเริ่มสารภาพความในใจออกมากรายๆ“วันนี้เหรอครับ บอกพี่ได้หรือเปล่า ว่าธิดาหมายถึงอะไร” ภาคีรู้อยู่เต็มอก ว่าหญิงสาวหมายถึงอะไร แต่แกล้งถามกลับไปอย่างนั้น อยากรู้เธอจะหว่า