Mag-log inหลังออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน น้ำหนึ่งก็ทำหน้าที่โทรรายงานคนที่ไหว้วานเธอทันที ปลายสายถูกรับแทบจะในวินาทีแรก ' พี่หนึ่ง ฝุ่นเป็นยังไงบ้าง เขาโอเคไหม? ' เสียงของขนมรีบร้อนจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำหนึ่งถอนหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ " อาการไม่ได้แย่ลง พักฟื้นอีกสักพักก็กลับบ้านได้ แต่รอยช้ำยังเยอะอยู่...มีแค่มือนั่นแหละที่น่าจะต้องเข้าเฝือกเป็นเดือน " ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ รู้สึกผิดกับอาการสาหัสเพิ่มของเขาที่เธอเป็นคนทำก่อนหน้า ' หนมทำฝุ่นเองแหละ ' เธอเอ่ยเสียงอ่อน ' แล้วใครทำร้ายล่ะคะ รู้หรือยัง? ' " ...คุณธาวิน " น้ำหนึ่งตอบสั้น ๆ ' ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ' เธอพึมพำแผ่วเบา นึกโกรธอยู่ลึก ๆ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด " แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เรื่องคดียัยฟ้าจัดการแล้ว มีคนเห็นเหตุการณ์เค้าเลยถ่ายหลักฐานไว้ชัดเลย " น้ำหนึ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ส่วนเรื่องอาการเด็กนั่น ยิ่งไม่ต้องห่วง เอลินดูแลไม่ห่าง...ป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขอบเตียงเลยล่ะ " คำบอกเล่าที่หวังให้ขนมหมดห่วงบวกกับตัดใจ ทำเอาปลายสายเงียบสนิท ไม่มีคำถามต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ ' ...
ขนมร้อนรนกับเรื่องราวที่เพื่อนสาวบอกให้รู้ เธอจ้องมองข้อความและรูปภาพที่ฟ้าใสส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ภาพของไต้ฝุ่นที่หน้าบวมช้ำ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย มือที่เคยบาดเจ็บก่อนหน้ายังถูกพันผ้าไว้เหมือนเดิม แต่สภาพกลับดูหนักกว่าเดิมมาก ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพซ้ำไปมา ราวกับหวังว่ามันจะไม่จริง ดวงตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจกดโทรหาน้ำหนึ่ง ก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดเท่าที่รู้ให้อีกคนฟัง เสียงของขนมสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขอร้องให้ผู้จัดการสาวให้ช่วยเข้าไปเยี่ยมเขาแทนในวันพรุ่งนี้ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ค่อยชอบเด็กหนุ่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลของขนม เธอก็ยอมรับปาก แม้ในใจจะยังรู้สึกขัดอยู่เล็กน้อย หลังวางสาย ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับความกังวลที่เอ่อล้นจนน้ำตาคลอเบ้า วันต่อมา ไต้ฝุ่นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดตอนสาย ๆ ส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มือข้างหนึ่งยังพันผ้าแน่น ขณะที่อีกข้างกำสมาร์ตโฟนไว้ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวั
ทันทีที่ประตูปิดลง แม่ของไต้ฝุ่นก็รีบเดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าที่เก็บความกังวลมาทั้งวันเริ่มคลายลง " ขวัญเอ๊ยขวัญมา...แม่เป็นห่วงแทบแย่ " เธอยกมือขึ้นลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาเจ็บซ้ำ แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกปนสะเทือนใจ เมื่อเห็นลูกชายลืมตามองตอบได้อีกครั้ง ไต้ฝุ่นฝืนยิ้มจาง แม้ทั้งตัวจะยังหนักอึ้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ...ยกเว้นเพียงคำถามหนึ่ง ที่ยังค้างอยู่ในใจเขา ก่อนเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งหวังจะได้คำตอบที่ถามไปก่อนหน้า " พี่ฟ้า แล้ว... " " พ่อว่าพักให้หายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันนะ " ชายสูงอายุที่สุดในห้องเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนขาของลูกชายเบา ๆ ก่อนหันไปบอกทุกคนในห้อง " ไหน ๆ ไต้ฝุ่นก็ฟื้นแล้ว ให้เขาได้พักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีอะไรพ่อจะให้ฟ้าใสอัปเดตให้อีกที " จอห์นกับพีชพยักหน้ารับเข้าใจ แล้วเดินเข้ามาขนาบข้างเตียง สีหน้าทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง " หายไว ๆ นะมึง มีอะไรโทรหาพวกกูได้ตลอดเลย " พีชพูดทิ้งท้าย ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวลาคนอื่น ๆ ในห้องแล้วก้าวเท้าเดินออกไปพ
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเย็น ไต้ฝุ่นยังคงนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่คนในห้องยังไม่มีใครยอมกลับไปไหน ต่างนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง จอห์นกับพีชนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชิดผนังห้องข้างกันกับอลิซ ฟ้าใสคอยลุก ๆ นั่ง ๆ อย่างเป็นกังวล ส่วนพ่อกับแม่ของเขานั่งเงียบอยู่ที่โซฟาเป็นระยะ เอลินยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง มือวางอยู่ใกล้ ๆ แขนของไต้ฝุ่น เธอมองเขาแทบตลอดเวลาเหมือนกลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่ง... เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ไต้ฝุ่นเริ่มรู้สึกตัว " ฝุ่น? " เอลินเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบลุกขึ้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ " พี่ฟ้า! ฝุ่นลืมตาแล้วค่ะ! " ทุกคนในห้องหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะรีบกรูเข้ามาล้อมเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ " ฝุ่น ได้ยินพี่ไหม? " ฟ้าใสถาม น้ำเสียงทั้งลุ้นทั้งโล่งใจ " ลูก...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? " แม่ของเขาเอ่ยตามมาติด ๆ ไต้ฝุ่นกะพริบตาช้า ๆ ภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาพยายามปรับโฟกัส ไล่มองใบหน้าทีละคนอย่างมึนงง คนแรกที่เห็นชัดคือเอลิน ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จากนั้นภาพของคนอื่น ๆ ก็เริ่มชัดขึ้น จอห์น พีช ฟ้
ผลั๊วะ! ก่อนที่เขาสวนหมัดเข้าใส่เต็มแรงจนศีรษะของไต้ฝุ่นสะบัดตามแรงกระแทก ร่างทั้งร่างเซถลา แต่ยังถูกลูกน้องทั้งสองจับยึดไว้ไม่ให้ล้มลง " ปากดีเหมือนเดิมเลยนะมึง!! " ธาวินยกมือขึ้นบีบคางอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ ไต้ฝุ่นหายใจแรง พยายามสะบัดหน้าหนี ธาวินสะบัดมือที่บีบคางไต้ฝุ่นออกอย่างแรง แล้วถอยก้าวออกมาจากตัวเขา ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปที่มือซึ่งถูกพันผ้าไว้อย่างดี เขาหรี่ตาลง จ้องมันราวกับกำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่ในหัว " กดตัวมันลง " ลูกน้องทั้งสองออกแรงกดร่างไต้ฝุ่นให้ทรุดลง " อึก! ปล่อย!! " ก่อนจะบังคับให้นอนคว่ำไปกับพื้นถนน ความหยาบกระด้างของพื้นซีเมนต์ทำให้เขาขยับตัวลำบากยิ่งกว่าเดิม" ดึงมือมันออกมา " หนึ่งในนั้นปลดแขนที่คล้องสายพยุงไว้ออกมา ไต้ฝุ่นพยายามดึงกลับ แต่แรงที่มีกลับไม่พอจะต้าน ธาวินก้มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงไปที่มือซึ่งยังพันผ้าอยู่ซ้ำ ๆ อย่างจงใจ " อ๊าาาา " ไต้ฝุ่นกัดฟันแน่น คำรามด้วยความเจ็บปวดจนเสียงหลง เสียงหายใจสะดุดหลุดออกมา แม้จะพยายามข่มความเจ็บไว้แต่ร่างกายที่ถูกกดตรึงก็ทำให้เขาได้แค่เกร็งตัวต้านอย่างไร้ทา
ถนนตอนค่ำคืนค่อนข้างโล่ง ไต้ฝุ่นขับรถออกมาจากคอนโดของขนมได้ไม่นานก็สังเกตเห็นไฟหน้ารถคันหนึ่งตามมาติด ๆ ในกระจกมองหลัง ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าเป็นเพียงรถที่ใช้เส้นทางเดียวกัน จนกระทั่งรถคันนั้นเร่งเครื่องขึ้นมา ก่อนจะขับเบียดเข้ามาขนาบข้างอย่างจงใจ " อะไรของมันวะ… " เขาสบถบ่น พลางเหลือบมองรถคันที่ขับเบียดอยู่ข้างตัว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ รถอีกคันก็พุ่งปาดเข้ามาด้านหน้า ก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหัน เขารีบหักพวงมาลัยหลบ จนล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนเสียการทรงตัวเล็กน้อย จำต้องเบี่ยงหัวรถเข้าไปในซอยแคบด้านข้างถนนหลักแทน แต่รถทั้งสองคันก็ยังตามเข้ามา คันหนึ่งปิดหัว อีกคันปิดท้าย ไต้ฝุ่นเหยียบเบรกเต็มแรง จนรถหยุดกระชากกลางซอย ประตูรถคันหน้าถูกผลักเปิดออก ก่อนที่ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มจะก้าวลงมาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางนิ่งเฉยราวกับควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด เดินตรงมายังรถของไต้ฝุ่นที่จอดนิ่งอยู่ " ไอ้ธาวิน! " เขากัดฟันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะที่ธาวินแสยะยิ้มก้าวตรงเข้ามา แววตาเย็นเฉียบเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ไต้ฝุ่นผลักประตูรถเปิดออกแรง ๆ ก่อนก้าวลงไปยืนประจันหน้าอย่างไม่คิดถอย สีหน้าฉุนเฉ







