ログインเธอแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้เพราะต้องการใช้หนี้ให้ครอบครัว จึงถูกสามีมองเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน โดนพูดจาดูถูกสารพัด เธอจึงต้องท่องคำว่าอดทนในใจมาโดยตลอด เมื่อต้องกลายมาเป็นเมียผู้ชายเจ้าอารมณ์อย่างเขา .......... “คุณคิดจะทำอะไร” เธอมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ “ผัวเมียจะเดินด้วยกันมันแปลกนักเหรอ หรือกลัวว่าถ้าฉันเดินโอบไหล่ไปอย่างนี้จะทำให้เหยื่อไม่ติดกับ” “คุณศรัณย์!” “คืนนี้ค้างที่นี่ ฉันอยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เดี๋ยวจ้องห้องที่มันมีระเบียงเห็นวิวทะเล เวลามีอะไรกันจะได้รู้สึกตื่นเต้น” เขาทำหน้าทะเล้นจนเจ้าหล่อนนึกหมั่นไส้ ทำได้เพียงมองค้อนแล้วฟาดมือที่แผงอกกำยำเบา ๆ “คุณมันบ้าไปแล้ว ใครจะกล้าไปทำเรื่อยอย่างนั้น ฉันไม่เอาด้วยหรอก” “แต่ฉันจะเอามีอะไรข้องใจไหม เดินไปทำหน้าให้มันดี ๆ ด้วย เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันบังคับเมียมาเที่ยว”
もっと見るภายในห้องโถงที่ใหญ่ที่สุดของโรงแรม ตอนนี้มีงานวิวาห์ใหญ่เกิดขึ้น บรรดาแขกเหรื่อในแวดวงสังคมชั้นสูง ต่างก็ทยอยเข้าร่วมงานแต่งของลูกชายนักธุรกิจชื่อดัง ส่วนเจ้าสาวนั้นแทบจะไม่มีใครรู้จักความเป็นมาของเธอ นั่นเพราะเจ้าหล่อนเป็นเพียงลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตโนเนม ในจังหวัดเชียงใหม่เพียงเท่านั้น
คู่บ่าวสาวที่เพิ่งจะเคยเห็นหน้ากันแค่ไม่กี่วันก่อนแต่ง ต่างก็รู้สึกอึดอัดกับการต้องมายืนยิ้ม ยกมือไหว้แขกเหรื่อเป็นเวลานาน ทั้งคู่แทบจะไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ เพราะต่างก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพลอกันมาก่อน
“ชิด ๆ กันหน่อยค่ะเจ้าบ่าวเจ้าสาว” แขกในงานต้องการขอถ่ายรูปคู่ เมื่อเห็นคู่บ่าวสาวยืนห่างจึงร้องขอให้ขยับเข้ามาใกล้
‘ลลิดา’ มองหน้าเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้ ‘ศรัณย์’ ยกมือขึ้นไปโอบไหล่เจ้าสาวอย่างถือวิสาสะแล้วยิ้มให้กล้อง
แชะ! แชะ!
เมื่อได้ภาพสมใจอยากแล้วก็เดินไป ทิ้งให้เขาและเธอยืนมองหน้ากันอย่างไม่คุ้นชิน เห็นหน้าเจ้าสาวทีไรศรัณย์มักจะถอนหายใจแทบทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะเธอขี้ริ้วขี้เหร่หรือไม่น่าชวนแมง เธอสวยมากในสายตาผู้ชายรักสนุกอย่างเขา แต่ที่ไม่ชอบก็เพราะเธอผู้นี้เข้ามาเพราะเรื่องเงิน และทำให้ชีวิตหนุ่มเจ้าสำราญของเขาต้องจบลงด้วยนั่นเอง
“เมื่อไหร่เรื่องบ้า ๆ นี้จะจบลงสักที”
“ฉันขอโทษค่ะ” เธอกล่าวสั้น ๆ อย่างรู้สึกผิด ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา
“รู้สึกผิดแล้วตอบตกลงกับแม่ฉันทำไม ทำไมไม่ปฏิเสธไปล่ะ”
“ฉันจำเป็นต้องทำอย่างนี้จริง ๆ ค่ะ”
“เห็นแก่เงิน” เขากล่าวอย่างเอือมระอาแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง
“ทำไมพูดกับน้องอย่างนี้ตาศรัณย์” โฉมฉายเดินเข้ามาได้ยินพอดี จึงตวาดแหวอย่างเบาเสียงใส่ลูกชาย เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเข้า
“ทำไมผมจะพูดไม่ได้ครับ ในเมื่อสิ่งที่พูดมามันคือเรื่องจริง”
“หุบปาก มีอะไรค่อยไปพูดกันที่บ้าน ช่วยคิดถึงหน้าตาพ่อกับแม่ด้วย อีกอย่างตอนนี้หนูดาก็เป็นสะใภ้ฉันแล้ว จะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติน้องด้วย” เธอสั่งสอนลูกชาย แล้วหันมาเอ่ยกับลูกสะใภ้ “หนูดาอย่าไปถือสาพี่เขาเลยนะ มีป้าอยู่ด้วยทั้งคนไม่มีใครทำอะไรหนูได้แน่นอน”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า หนูจะอดทนให้มาก ๆ ค่ะ” ลลิดายังคงยิ้มได้ เพราะถูกฝึกให้เป็นคนเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ไม่สิ ตอนนี้หนูเป็นสะใภ้แม่แล้ว ต้องเรียกแม่สินะ”
“ค่ะคุณแม่”
โฉมฉายยิ้มอย่างภูมิใจกับลูกสะใภ้คนนี้ เธอเป็นคนเลือกมาด้วยตนเอง ลลิดาเป็นผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน เก่งการบ้านการเรือน หน้าตาสะสวย การศึกษาก็ดี เหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้เธอที่สุดแล้ว
“งั้นแม่ไปคุยกับแขกฝั่งโน้นก่อนนะ ยิ้มเข้าไว้รู้ไหม”
“ค่ะคุณแม่”
ก่อนโฉมฉายจะเดินออกไปก็ถลึงตาขู่ลูกชาย แต่ทว่าศรัณย์ยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เหล่ตามองเจ้าสาวของตนอย่างดูหมิ่นดูแคลน
“เชื่องจริง ๆ”
ลลิตาหันขวับไปมองเขาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ “หากไม่ชอบก็ไม่ต้องพูดกับฉันก็ได้นะคะ” ว่าแล้วก็เดินหนีเขาไป
ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบหน้าเขาคนนี้ แต่เธอก็ยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมามันคือเรื่องจริง ที่เธอแต่งงานเพราะต้องการปลดหนี้ให้ครอบครัว เงินสินสอดที่ได้มาก็เอาไปปรับปรุงรีสอร์ตที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเสียหายแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวจากการถูกพายุถล่ม
งานแต่งดำเนินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีสะดุด ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากการเล่นละครของคู่บ่าวสาว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเสียงซุบซิบนินทาจากแขกบางกลุ่ม ที่รู้จักกับเจ้าบ่าวเป็นอย่างดี และรู้ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่คู่ควงของศรัณย์มาก่อน แต่จู่ ๆ ก็มีงานวิวาห์สายฟ้าแลบเกิดขึ้น จึงหนีไม่พ้นข้อครหาว่าเกิดจากการคลุมถุงชน
ในขณะที่พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันอยู่นั้น เจ้าหนูศิรินที่นอนอยู่ตรงกลาง ก็มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่อย่างนั้น“แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าในหัวคุณคิดแต่เรื่องใต้สะดือ ขนาดมีลูกแล้วยังหื่นไม่เลิก ทำตัวเหมือนเสือที่ตายอดตายอยากมาเป็นสิบ ๆ ชาติซะอย่างนั้น” ตอนนี้ลลิดาไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบ และยอมรับฟังสามีเพียงฝ่ายเดียว แต่เธอกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา ทำให้ชีวิตคู่มีรสชาติมากขึ้น“ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็เห็นให้ความร่วมมือด้วยตลอดนี่นา ครางเสียงดังจนนางเอกหนังเอวีต้องยอมแพ้” คนพูดหรี่ตามองอย่างมีเลศนัย ยิ้มมุมปากราวกับเป็นผู้กุมความลับเธอเอาไว้“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก อย่างน้อยก็หัดอายลูกบ้าง” ลลิดาลุกขึ้นนั่งแล้วชี้หน้าผู้เป็นสามีอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว“จะอายใครครับ ที่นี่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ยินหรอก”“ก็คุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะ ถ้าท่านได้ยินฉันคงจะอายมาก”“แอ้!”ศรัณย์ได้แต่ยิ้มกวน ๆ แล้วหันไปสนใจลูกสาวที่กำลังส่งเสียงร้อง “ศิรินร้องทำไมคะ หนูเห็นด้วยกับพ่อใช่ไหมเอ่ย” ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหนูน้อยยิ
ค่ำคืนแห่งแสงสีในย่านบันเทิงใจกลางเมืองหลวง นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ต่างก็ทยอยเข้ามาหาความสำราญในผับชื่อดัง ท่ามกลางแสงสีเสียงอันตื่นตา บรรดานักท่องราตรีต่างก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง โยกย้ายเข้ากับจังหวะเพลงสากลที่ดีเจกำลังเปิดแต่อีกมุมหนึ่ง...“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับคนสวย”“ได้สิคะ”แกร๊ง!เขาและเธอต่างก็จ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ในขณะจิบไวน์สีเลือดนกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เรือนร่างอรชร ผิวขาวเนียนตัดกับชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหาในสายตาชายหนุ่ม เป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมต่อ ยินดีที่ได้รู้จัก”“เพลงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”“ค่ะมาคนเดียว แล้วคุณล่ะ”“ผมก็มาคนเดียวเหมือนกันครับ สวย ๆ อย่างคุณมาคนเดียวอย่างนี้แฟนไม่หวงแย่เหรอครับ” เขาว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้เธอ“โทษทีนะคะ ฉันไม่มีแฟน โสดร้อยเปอร์เซ็นต์”“แสดงว่า...คืนนี้ผมชวนคุณดื่มได้ทั้งคืนเลยใช่ไหม” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ลองเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร“ได้สิคะถ้าเงินคุณหนาพอ พูดแค่นี้คุณ
ลลิดายอมเปลี่ยนอิริยาบถ เอียงหน้าซบแก้มขาวที่หมอนนุ่ม หลับตารอรับการสัมผัสจากชายหนุ่ม ชุดนอนที่เธอสวมใส่นั้นเป็นเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาว เมื่อเนื้อผ้าบางแนบกับผิวกาย ทำให้มองเห็นเนื้อหนังมังสาได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียวเห็นอย่างนั้นศรัณย์ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์หื่นของตัวเอง โดยการนับหนึ่งถึงสิบในใจ“จะเริ่มหรือยังคะ”“อ้อ ระ...เริ่มเดี๋ยวนี้ล่ะ” มืออันสั่นเทาเลื้อยลงไปสัมผัสที่แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ชายหนุ่มค่อย ๆ ออกแรงบีบนวดที่ผิวกายของเธอ“อืม คุณนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ รู้สึกดีจังเลยค่ะ” เจ้าหล่อนหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกผ่อนคลาย“เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าฉันนวดเก่ง”ศรัณย์พยายามห้ามความต้องการแต่กลับทำไม่ได้ เมื่อส่วนที่อยู่กลางกายเริ่มแข็งตัว จนบ๊อกเซอร์ตัวน้อยตุงขึ้นมา จนต้องละมือข้างหนึ่งมากุมเอาไว้“มึงจะมาแข็งอะไรตอนนี้วะ” ศรัณย์บ่นให้กับลูกชายเองเบา ๆ“อะไรนะคะ”“ปะ...เปล่าไม่มีอะไร เป็นไงโอเคไหม”“โอเคมากเลยค่ะ นวดให้ฉันอย่างนี้ทุกคืนเลยได้ไหม”“ได้สิถ้าเธอต้องการ เอาวะเป็นไงเป็นกัน” ในเมื่อห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้ ศรัณย์ตัดสินใจเผด็จศึก โน้มตัวลงไปทับทาบร่างบา
พักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สักพัก ลลิดาก็ออกมาพักฟื้นต่อที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต่างก็ช่วยกันดูแลลูกน้อยอย่างแข็งขัน แม้ว่าการเลี้ยงดูเด็กทารกนั้นจะเหนื่อย แต่ทว่าทั้งสองกลับมีความสุขมาก มองข้ามความเหนื่อยล้านั้นไปได้ เมื่อเห็นความน่ารักสดใสของ ‘ศิริน’ ลูกสาวสุดที่รัก“อุแว๊ ๆ ๆ”“ทำไมปล่อยให้ลูกร้องเสียงดังขนาดนั้นคะคุณ” ลลิดาเอ่ยถามผู้เป็นสามี เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วได้ยินเสียงลูกสาวร้อง“ไม่รู้เหมือนกันจู่ ๆ ก็ร้องอ่ะ” คนเป็นพ่อพยายามหยอกลูกสาวเพื่อให้หยุดร้อง แต่ทว่ากลับไม่ได้ผลเสียที“สงสัยคงจะหิวนมมั้ง เอาลูกมานี่” เจ้าหล่อนยื่นมือไปรับลูกสาวมาอุ้มไว้เอง“อุแว๊ ๆ ๆ”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะหนูรินคนดีของแม่”ศรัณย์ได้แต่นั่งมองตาแป๋วอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ ส่วนตอนนี้ลลิดาถลกเสื้อขึ้นไปกองไว้บนเนินอกเพื่อให้ลูกสาวดื่มนมได้สะดวก“สงสัยจะหิวนมแน่ ๆ ดูสิดูดใหญ่เชียว” ศรัณย์ว่าพลางจ้องมองอย่างตั้งใจลลิดาก้มมองลูกสาวดื่มนมอย่างเอ็นดู ทว่าในตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงสามี จึงเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นศรัณย์จ้องมองที่เนินอกตนเองอย่างตั้งใจ แถมยังกลืนน้ำลายตามไปด้วย แค่นั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิด


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


