Masukเธอหายตัวไปพร้อมตราบาปว่าหนีตามชายชู้ ทิ้งให้เขาเจ็บปวดและเลี้ยงลูกเพียงลำพัง เขารอวันที่จะได้แก้แค้น แต่เมื่อเธอกลับมาคนที่ร้องไห้และเจ็บที่สุด กลับเป็นหัวใจของเขาเอง
Lihat lebih banyakเสียงเพลงคลอเบาๆ ภายในงานเลี้ยงหรูของกลุ่มนักธุรกิจระดับประเทศ ผู้คนแต่งกายด้วยชุดสูทและเดรสหรู เดินถือแก้วไวน์พูดคุยเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างออกรส
ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับร่างสูงของธีรชล กลับโดดเด่นที่สุด ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ ในสูทสีดำเข้มอุ้มเด็กน้อยตัวกลมไว้แนบอก แขนเล็กๆ ของเด็กชายคล้องคอพ่อแน่นราวกับกลัวหายไป
“พ่อครับ ซันง่วงแล้ว” เสียงอู้อี้ดังขึ้นพร้อมเปลือกตาปรือๆ ของน้องซันเดย์ เด็กชายวัยสามขวบซุกหน้าลงกับไหล่กว้างของพ่อทันที ธีรชลยิ้มอ่อนมือใหญ่ลูบหลังลูกเบาๆ
“ทนอีกนิดนะครับ พ่อพากลับไปนอน” เขาหยิกแก้มลูกชายอย่างเอ็นดูจนเด็กน้อยหัวเราะคิก ทั้งที่ยังง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
“ซันหิวด้วย” มือป้อมๆ ตบลงบนหน้าท้องตัวเองเบาๆ
ภาพนั้นทำให้สาวๆ หลายคนในงานแอบมองด้วยสายตาเป็นประกาย นักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาในข่าว กลับอ่อนโยนกับลูกชายจนใจละลาย
บางคนถึงขั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่าย ธีรชลไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นเลย สายตาคมของเขามองเพียงลูกชายตัวเล็กในอ้อมแขน
“ไปกับลุงเลียมนะครับ พ่อไปคุยงานก่อน” เขาหันไปพูดกับชายร่างสูงในชุดสูทสีเทา บอดี้การ์ดคู่ใจที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี
“มาเถอะครับนายน้อย ลุงพาไปหาอะไรอร่อยๆ” เลียมพยักหน้า ก่อนยื่นมือมารับเด็กน้อย
ซันเดย์ทำหน้ายุ่งเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยคอพ่ออย่างว่าง่าย
“ได้ครับ รีบตามมานะ”
“ครับ พ่อรีบไปรีบกลับ” เขาก้มลงจูบหน้าผากมนเบาๆ ก่อนส่งลูกชายให้เลียมพาไปยังโซนอาหาร และปรายตามองเลียม
“ดูแลลูกชายฉันให้ดี”
“ไม่ต้องห่วงครับนาย” เลียมรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเจ้านายคือนายน้อยตัวเล็กๆ คนนี้
“ปราชญ์ตามฉันมา” เขาหันไปมองลูกน้องคนสนิทอีกคน และเดินนำเข้าไปในงานอีกครั้ง
“กินอันนั้นอีกได้มั้ย” นิ้วป้อมๆ ของซันเดย์ชี้ไปยังเค้กสตอเบอร์รี่ก้อนเล็กบนถาดขนม ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหวัง
“ไม่ได้นะครับ ถ้าคุณพ่อรู้เข้าพวกเราโดนตำหนิแน่” เลียมถอนหายใจเบาๆ
“ใจร้ายจริงๆ” เด็กน้อยส่ายหน้าดิกๆ อย่างไม่พอใจ แก้มป่องจนเลียมแทบหลุดขำ
ถึงธีรชลจะตามใจลูกแทบทุกอย่าง แต่เรื่องของหวานคือข้อห้ามอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะเวลากลางคืน ซันเดย์นั่งแกว่งขาอยู่บนเก้าอี้สูง มือเล็กถือช้อนตักพุดดิ้งคำสุดท้ายเข้าปากอย่างอาลัยอาวรณ์
“น้องซันเดย์มางานกับคุณพ่อด้วยเหรอคะ” ลินินหญิงสาวในชุดเดรสสีครีมส่งยิ้มอ่อนหวานให้เด็กชาย
ซันเดย์เงยหน้ามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปตักพุดดิ้งต่อ ไร้แม้แต่รอยยิ้มตอบกลับบรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ รอยยิ้มของลินินเริ่มค้างเล็กน้อย
“อาคุยกับน้องซันเดย์อยู่นะคะ” เธอพูดซ้ำอีกครั้ง พยายามรักษาน้ำเสียงให้อ่อนโยน แต่เด็กน้อยกลับหันไปดึงแขนเสื้อเลียมแทน
“ลุงเลียม ซันอยากกินน้ำ”
“ครับคุณหนู เดี๋ยวลุงไปเอาให้” เลียมเม้มปากกลั้นยิ้มทันที
“เอาน้ำส้มด้วยนะ”
“ครับ”
ลินินยืนนิ่ง ใบหน้าสวยเริ่มเสียเล็กน้อยเมื่อถูกเมินต่อหน้า เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนนั่งลงข้างเด็กชาย ถ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกชายของธีรชล เธอจัดการไปนานแล้ว
“ช่วงนี้มีคนมาจีบคุณพ่อบ้างไหมคะ” ลินินยังคงยิ้มหวาน พยายามชวนเด็กน้อยคุยต่อ
แต่ซันเดย์กลับเงยหน้าขึ้นมามองเธอทันที ดวงตากลมใสเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
“ซันมีแม่แค่คนเดียว”
คำตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นเกินวัย ทำให้ลินินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกยิ้มบางๆ
“แล้วแม่ไปไหนล่ะ” เธอเอนตัวเข้ามาใกล้เด็กน้อยเล็กน้อย “แม่น้องซันใจร้าย ทิ้งลูกไปหนีไปพร้อมกับชู้ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่จริง! พ่อบอกว่าแม่รักพวกเรามาก” ซันเดย์กำช้อนในมือแน่นดวงตาเริ่มแดง เด็กน้อยเถียงทั้งน้ำเสียงสั่นๆ
“รักมากแล้วหายหัวไปไหนล่ะ เด็กไม่มีแม่” หญิงสาวกลับหัวเราะเบาๆ
ประโยคนั้นเหมือนมีดคมกริบที่กรีดลงกลางหัวใจเด็กสามขวบริมฝีปากเล็กเม้มแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอไม่ชอบที่ใครมาว่าแม่ของเขาแบบนี้
“ฮึก ฮือ อย่ามาว่าแม่ของซันนะ!” เสียงร้องไห้ดังขึ้นทันที ก่อนที่เด็กน้อยจะกระโดดลงจากเก้าอี้อย่างแรงจนช้อนตกกระทบพื้น
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ขณะที่ธีรชลยังนอนกอดเอมลิรินทร์อยู่ไม่ห่าง หลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แต่ความสงบในเช้าวันหยุดอยู่ได้ไม่นาน“พ่อครับ ซันหิว” เสียงใสของซันเดย์ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่ปีนขึ้นมาบนเตียงอย่างคล่องแคล่ว เด็กชายนั่งลงข้างพ่อ ก่อนเขย่าตัวเขาเบาๆ“ซันเดย์ อย่ามากวนพ่อ” เขาพลิกตัวหนี ซุกหน้าลงกับหมอนราวกับยังไม่อยากตื่น แต่ซันเดย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ“ซันอยากให้พ่อทำกับข้าวให้” เมื่อเห็นว่าพ่อยังเงียบ เด็กชายจึงยื่นมือไปกระชากผมพ่อสุดแรง“โอ๊ย!” เขาสะดุ้งลุกขึ้นทันที มือรีบยกขึ้นลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ ก่อนหันไปมองลูกชายด้วยสายตาง่วงงุน“ซันพ่อนอนอยู่นะ”“แม่ตื่นมาดูน้องตั้งแต่เช้า พ่อลงไปทำกับข้าวให้ซันหน่อย” ซันเดย์กะพริบตาปริบๆ ก่อนยิ้มกว้างเขาถอนหายใจออกมาแม่บ้านมีเป็นสิบคน แต่ลูกชายเลือกที่จะมาวอแวกับเขา ชายหนุ่มขยี้เปลือกตาก่อนจะลุกขึ้น“โอเคครับ คุณชายซันเดย์วันนี้อยากกินอะไร”“แพนเค้กรูปไดโนเสาร์!” ดวงตากลมโตของเด็กชายเป็นประกายทันที“เอารูปหัวใจไปก่อนแล้วกัน” เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง“ก็ได้ครับ!” ซันเดย์ตอบเสียงดัง ก่อนรี
เสียงหาวหวอดเบาๆ ดังขึ้นจากเปลเด็กอ่อนที่วางอยู่ข้างเตียง เอมลิรินทร์ยิ้มบางพลางมองลูกชายคนเล็กที่เพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่นาน เด็กชายภัทรพล หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า “น้องซีโน่” กำลังขยับมือเล็กๆ ไปมาอย่างน่าเอ็นดูแต่ก่อนที่เธอจะได้อุ้มลูกชายคนเล็ก ก็มีเจ้าตัวน้อยอีกคนวิ่งเข้ามาเกาะขอบเตียงเสียก่อน“แม่ครับ เมื่อไหร่น้องจะตื่น”คำถามเดิมที่ซันเดย์ถามซ้ำแทบทุกชั่วโมง ทำให้คนเป็นแม่หัวเราะออกมาเบาๆ“ซันอย่าไปปลุกน้องนะลูก” เธอเอ่ยเตือนลูกชายคนโตที่นั่งเฝ้าน้องไม่ห่างตั้งแต่เช้า“ซันไม่มีเพื่อนเลย เมื่อไหร่น้องจะวิ่งได้” เด็กชายเม้มริมฝีปากอย่างเสียดาย ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองน้องอย่างระมัดระวัง“รอน้องโตกว่านี้ก่อนนะ ตอนนี้น้องยังเป็นเบบี๋อยู่เลย” ประโยคใสซื่อทำให้หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้ เธอดึงซันเดย์เข้ามากอดไว้ข้างตัว แล้วลูบผมนุ่มของลูกชายเบาๆ“อีกนานไหมครับ”“ไม่นานหรอก เดี๋ยวแป๊บเดียวน้องก็คลานตามพี่ซันแล้ว”“จริงเหรอครับ! งั้นซันจะสอนน้องเตะบอล สอนต่อเลโก้ แล้วก็แบ่งขนมให้น้องด้วย” ดวงตากลมโตของซันเดย์เป็นประกายขึ้นมาทันที“แบ่งจริงหรือเปล่า”“จริงครับ แต่ถ้าเป็นช็อกโกแลตซันขอเก็บไว้ครึ่
งานวิวาห์ของธีรชลและเอมลิรินทร์ถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องเหนื่อยมาก หากปล่อยให้ครรภ์โตไปกว่านี้งานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น ท่ามกลางแขกคนสนิทและคนในครอบครัวที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญ แสงไฟสีอบอุ่นเสียงดนตรีคลอเบาๆ และรอยยิ้มของทุกคน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขหลังเสร็จพิธี ธีรชลยืนคุยกับเพื่อนสนิทอยู่มุมหนึ่งของงาน ขณะที่สายตายังคงมองไปหาเจ้าสาวที่กำลังพูดคุยกับแขกไม่ห่าง“ยินดีอีกครั้งนะเพื่อน” ชนะศึกยกแก้วน้ำขึ้นชนกับแก้วของเขาเบาๆ พร้อมส่งยิ้มให้“ยินดีกับมึงด้วย” ธีรชลยิ้มตอบเบาๆ“ยินดีอะไรกูไม่ได้แต่งงาน” ชนะศึกขมวดคิ้วทันที“ดีใจที่มึงมีเมีย พร้อมมีลูกด้วยไง” คนเป็นเจ้าบ่าวหัวเราะในลำคอช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชนะศึกหายเงียบไปจากกลุ่ม เพราะต้องจัดการปัญหาครอบครัว ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ธีรชลรู้ดีว่าเพื่อนผ่านอะไรมาหนักไม่น้อย“ไร้สาระ” ชนะศึกส่ายหน้าอย่างเอือมระอา“เอาน่า อย่าน้อยเมียมึงก็เลี้ยงลูกได้ดีแหละ”“หุบปาก” ชายหนุ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟยามที่คนอื่นพูดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียของเขา เขาจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำไป“ไม่พูดเล่น
ธีรชลนั่งกอดอกอยู่ปลายเตียง สีหน้าตึงเครียดจนแทบไม่มีรอยยิ้มให้เห็นตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่เอมลิรินทร์เริ่มมีอาการแปลกๆเธอก็ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้สักเท่าไร ทุกครั้งที่เขาเดินเข้าไปหา หญิงสาวจะขมวดคิ้ว ทำหน้าเหมือนพะอืดพะอม ก่อนผลักไหล่เขาออกเบาๆ จากที่เคยนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน กลายเป็นว่าเธอขยับหนีทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้“พ่อมานั่งทำอะไรตรงนี้” ซันเดย์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะปีนขึ้นเตียงมานั่งข้างผู้เป็นพ่อ“แม่เราน่ะสิ ไม่ยอมให้พ่อเข้าใกล้เลย” เขาถอนหายใจยาว“อ๋อ แม่บอกเหม็นขี้หน้าพ่อ” เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา“แม่พูดแบบนั้นจริงเหรอ” คนเป็นพ่อหันขวับมามองลูกชายทันที“จริงครับ”ยิ่งฟังสีหน้าของชายหนุ่มก็ยิ่งหม่นลง หรือว่าเขาทำอะไรผิดไปโดยไม่รู้ตัว หรือช่วงนี้เขาทำงานหนักจนละเลยเธอ“หรือจะแอบมีคนอื่น” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ จนซันเดย์ต้องหันมามองด้วยความสงสัย“คนอื่นอะไรพ่อ”“เปล่าไม่มีอะไร” เขาสะดุ้งรีบส่ายหน้า แต่ในใจกลับคิดวนเวียนไม่หยุดหญิงสาวเปลี่ยนไปมากจริงๆ เธอไม่ยอมให้เขาแตะตัว ไม่อยากกินอาหารเหมือนเดิม บางวันก็เวียนหัว บางวันก็อารมณ์แปรปรวนจนเ